ข้อตกลงการค้าระหว่างอินโดนีเซียกับสหรัฐฯ จุดชนวนความกังวลจีนและยุโรปอาจตอบโต้

ใช้เวลาอ่าน 8 นาที
Presiden Prabowo Bakal Shalat Idul Fitri di Istiqlal, Lanjut Open House ...

ข้อตกลงการค้าที่มีข้อถกเถียง

อินโดนีเซียและสหรัฐฯ ใกล้สรุปข้อตกลงการค้าต่างตอบแทนฉบับสำคัญ ซึ่งทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจออกมาเตือนอย่างหนัก ข้อตกลงที่มีเงื่อนไขไม่สมดุลนี้มีกำหนดลงนามในช่วงปลายเดือนนี้ โดยประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโตจะเดินทางไปยังทำเนียบขาวเพื่อปิดดีล แม้รัฐบาลอินโดนีเซียเร่งให้สิทธิพิเศษแก่ธุรกิจสหรัฐฯ ทั้งการยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้าจากอเมริกาและการเปิดทางให้เข้าถึงแร่ธาตุสำคัญ แต่เงื่อนไขสำหรับสินค้าส่งออกของอินโดนีเซียกลับเสียเปรียบกว่ามาก สินค้าอินโดนีเซียที่เข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ จะถูกเก็บภาษี 19% โดยยกเว้นเฉพาะสินค้าโภคภัณฑ์ที่สหรัฐฯ ไม่มีตามธรรมชาติ เช่น น้ำมันปาล์มและโกโก้

สารบัญ
  1. ข้อตกลงการค้าที่มีข้อถกเถียง
  2. เตือนผลกระทบทางเศรษฐกิจ
  3. บทบาทสำคัญของจีน
  4. ความไม่พอใจของยุโรป
  5. ข้อกังวลของภาคอุตสาหกรรมในประเทศ
  6. ยุทธศาสตร์การค้าของทรัมป์ในภาพกว้าง
  7. นัยทางภูมิรัฐศาสตร์
  8. การค้าโลกบนทางแยก
  9. ประเด็นสำคัญ

กระบวนการเจรจาที่รวดเร็วนี้ ซึ่งทำให้วอชิงตันได้เงื่อนไขที่ดีกว่าภายในเวลาเพียง 6 เดือน เทียบกับการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีกับสหภาพยุโรปที่กินเวลาเกือบ 10 ปี ทำให้นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกต รัฐบาลอินโดนีเซียยังให้คำมั่นว่าจะซื้อผลิตภัณฑ์พลังงานจากสหรัฐฯ มูลค่า 15,000 ล้านดอลลาร์ และเครื่องบินโบอิง 50 ลำ ยิ่งเพิ่มผลประโยชน์ให้ฝ่ายอเมริกัน อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงที่เอื้อประโยชน์เพียงฝ่ายเดียวนี้ทำให้เกิดความกังวลว่าอินโดนีเซียอาจเผชิญผลกระทบทางการทูตและเศรษฐกิจจากคู่ค้ารายใหญ่อื่น ๆ โดยเฉพาะจีนและสหภาพยุโรป

โฆษณา

เตือนผลกระทบทางเศรษฐกิจ

โยเซ ริซาล ดามูรี ผู้อำนวยการบริหารของสถาบันคลังสมองชั้นนำ CSIS แสดงความกังวลอย่างยิ่งว่า ข้อตกลงนี้อาจบั่นทอนเสถียรภาพทางการค้าของอินโดนีเซีย เขาเตือนว่าการให้สิทธิพิเศษแก่สหรัฐฯ อาจทำให้ประเทศอื่นเรียกร้องเงื่อนไขแบบเดียวกัน หรือถึงขั้นตอบโต้โดยตรง โครงสร้างของข้อตกลงทำให้เห็นความเหลื่อมล้ำอย่างชัดเจน ซึ่งคู่ค้าอาจมองว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ

"[อินโดนีเซีย] จะเผชิญแรงกดดันจากประเทศอื่น ๆ ที่ต้องการได้รับสิ่งเดียวกับที่สหรัฐฯ ได้รับ ... จีนอาจใช้เรื่องนี้เป็นเหตุผลเพื่อเรียกร้องสิทธิแบบเดียวกัน หรืออาจเป็นสหภาพยุโรป ... อย่าลืมว่าเราใช้เวลาเกือบ 10 ปีกว่าจะมีข้อตกลงการค้าเสรีกับสหภาพยุโรป แต่สหรัฐฯ กลับได้เงื่อนไขที่ดีกว่าในเวลาเพียง 6 เดือน" โยเซกล่าว

สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่แค่ประเทศอื่นจะเรียกร้องสิทธิที่เท่าเทียมกัน แต่อาจใช้มาตรการลงโทษหากเห็นว่าการให้สัมปทานแก่วอชิงตันทำให้ตนเสียเปรียบในการแข่งขัน โยเซย้ำว่าการตอบโต้เช่นนี้อาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อเสถียรภาพทางการค้าของอินโดนีเซีย ความกังวลนี้สะท้อนความวิตกในวงกว้างว่า จาการ์ตาอาจแลกความสัมพันธ์ทางการทูตระยะยาวกับผลประโยชน์ระยะสั้นจากวอชิงตัน และอาจทำให้ประเทศคู่ค้าที่มีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซียมาหลายปีห่างเหินออกไป

โฆษณา

บทบาทสำคัญของจีน

ความเป็นไปได้ที่จีนจะตอบโต้มีนัยสำคัญเป็นพิเศษ เพราะจีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอินโดนีเซีย แม้อินโดนีเซียขาดดุลการค้าที่ไม่รวมน้ำมันและก๊าซกับจีน 19,280 ล้านดอลลาร์ ณ เดือนพฤศจิกายน 2025 แต่ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศยังคงเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจอินโดนีเซีย ภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) การส่งออกระหว่างสองประเทศในปัจจุบันได้รับยกเว้นภาษีทั้งหมด ซึ่งเป็นกรอบที่เอื้อต่อการค้าระหว่างกันในวงกว้าง

นอกจากนี้ ปักกิ่งยังเป็นนักลงทุนรายใหญ่ในเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความกังวลคือการให้น้ำหนักแก่สหรัฐฯ ในลักษณะนี้อาจทำให้อินโดนีเซียเสี่ยงกระทบความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านที่เชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับห่วงโซ่อุปทานของตน โยเซ ริซาล ดามูรีชี้ว่า จีนอาจใช้ข้อตกลงกับสหรัฐฯ เป็นเหตุผลเรียกร้องให้ได้รับสิทธิแบบเดียวกัน หากอินโดนีเซียไม่ตอบสนองข้อเรียกร้องดังกล่าว ปักกิ่งอาจใช้พลังทางเศรษฐกิจกดดันจาการ์ตา ไม่ว่าจะด้วยการตั้งกำแพงทางการค้าของตนเองหรือโยกย้ายการลงทุน สมดุลอันละเอียดอ่อนที่อินโดนีเซียรักษาไว้ระหว่างมหาอำนาจต่าง ๆ กำลังเสี่ยงถูกรบกวนจากข้อตกลงฉบับใหม่นี้กับวอชิงตัน

โฆษณา

ความไม่พอใจของยุโรป

สหภาพยุโรปเป็นอีกฝ่ายที่อาจเกิดความขัดแย้ง ปัจจุบันอินโดนีเซียเกินดุลการค้าที่ไม่รวมน้ำมันและก๊าซกับสหภาพยุโรปปีละ 6,550 ล้านดอลลาร์ ณ เดือนพฤศจิกายน 2025 ซึ่งสะท้อนความสำคัญของตลาดยุโรป ทั้งสองฝ่ายยังใกล้จะเริ่มใช้ข้อตกลงการค้าเสรีฉบับครอบคลุม ซึ่งจะยกเลิกภาษีเกือบทั้งหมดสำหรับสินค้าของแต่ละฝ่าย และอาจเริ่มมีผลในปีหน้า ข้อตกลงที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้เป็นผลจากการเจรจาอย่างละเอียดรอบคอบที่กินเวลาหลายปี

ด้วยเหตุนี้ สหภาพยุโรปจึงจับตาการให้สัมปทานอย่างรวดเร็วของอินโดนีเซียแก่สหรัฐฯ เจ้าหน้าที่ยุโรปอาจมองว่าภาษี 19% สำหรับสินค้าส่งออกของอินโดนีเซียไปยังสหรัฐฯ อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับอัตราที่ทรัมป์ขู่จะเรียกเก็บจากประเทศอื่น ๆ แต่ประเด็นที่ติดขัดคือการที่สหรัฐฯ ไม่ให้สิทธิแลกเปลี่ยนในลักษณะเดียวกันกับสินค้านำเข้าจากอเมริกาเข้าสู่อินโดนีเซีย ข้อตกลงนี้เปิดให้สินค้าสหรัฐฯ เข้าถึงตลาดอินโดนีเซียได้โดยไม่เสียภาษี ซึ่งเป็นสิทธิที่สหภาพยุโรปยังเจรจาให้ได้ไม่ครบถ้วน ความแตกต่างนี้อาจทำให้บรัสเซลส์เรียกร้องการชดเชยหรือทบทวนกรอบเวลาการเปิดเสรีทางการค้ากับจาการ์ตา

โฆษณา

ข้อกังวลของภาคอุตสาหกรรมในประเทศ

ในอินโดนีเซีย ภาคธุรกิจมีปฏิกิริยาหลากหลาย แม้บางภาคส่วนอาจได้ประโยชน์จากการลงทุนของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นและข้อตกลงด้านพลังงาน แต่ภาคส่วนอื่นกังวลผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ภายใต้เงื่อนไขของข้อตกลงฉบับใหม่ สินค้าส่งออกสำคัญของอินโดนีเซีย เช่น รองเท้าและสิ่งทอ ยังคงถูกเก็บภาษีนำเข้า 19% ทำให้สมาคมธุรกิจ Apindo หวังว่าสินค้าอุตสาหกรรมเหล่านี้จะสามารถเข้าสู่ตลาดอเมริกาโดยปลอดภาษีได้ในที่สุด

อุตสาหกรรมสิ่งทอและรองเท้าเป็นแหล่งจ้างงานสำคัญของอินโดนีเซีย และกำแพงภาษีที่ยังคงอยู่ก็อาจจำกัดการเติบโตในตลาดสหรัฐฯ ที่มีมูลค่าสูง การมองว่าข้อตกลงนี้ "ห่างไกลจากการต่างตอบแทน" ในประเด็นดังกล่าวยิ่งเพิ่มเสียงวิจารณ์ภายในประเทศ นักวิจารณ์มองว่าแม้ภาคยุทธศาสตร์อย่างพลังงานและแร่ธาตุจะเปิดรับสหรัฐฯ แต่ภาคการผลิตที่ใช้แรงงานเข้มข้นและเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจส่งออกอินโดนีเซียกลับไม่ได้รับผลประโยชน์ที่เท่าเทียม ความไม่พอใจภายในประเทศนี้เพิ่มความซับซ้อนให้กับยุทธศาสตร์ของรัฐบาล ขณะที่กำลังเตรียมลงนามในข้อตกลง

โฆษณา

ยุทธศาสตร์การค้าของทรัมป์ในภาพกว้าง

ข้อตกลงกับอินโดนีเซียเป็นส่วนหนึ่งของภาพใหญ่ในนโยบายการค้าเชิงรุกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง ทรัมป์ใช้อำนาจฉุกเฉินกำหนดภาษี "ต่างตอบแทน" โดยมีเป้าหมายแก้ไขสิ่งที่เขามองว่าเป็นแนวปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมและลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ ยุทธศาสตร์นี้ใช้การขู่เก็บภาษีในอัตราสูง ซึ่งบางครั้งอาจสูงถึง 50% เพื่อบีบให้คู่ค้าเข้าสู่โต๊ะเจรจา

ทรัมป์ประกาศข้อตกลงกับอินโดนีเซียพร้อมกรอบความร่วมมือคล้ายกันกับเวียดนามและประเทศอื่น ๆ โดยระบุว่าเป็นชัยชนะของผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอเมริกัน เขากล่าวว่าอินโดนีเซียตกลงซื้อผลิตภัณฑ์พลังงานจากสหรัฐฯ มูลค่า 15,000 ล้านดอลลาร์ และเครื่องบินโบอิง 50 ลำ พร้อมนำเสนอว่าข้อตกลงนี้เปิดตลาดอินโดนีเซียทั้งหมดให้สหรัฐฯ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าข้อตกลงเหล่านี้มักเร่งรัด และอาจทำให้ประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ ตกอยู่ในสถานะเปราะบางทางการทูต การที่รัฐบาลใช้คำขู่เรื่องภาษีเป็นเครื่องมือหลักในการเจรจาสร้างความไม่แน่นอนให้ตลาดโลก โดยคู่ค้าไม่อาจแน่ใจได้ว่าข้อตกลงที่บรรลุในวันนี้จะยังคงมีผลในวันพรุ่งนี้หรือไม่

โฆษณา

นัยทางภูมิรัฐศาสตร์

นอกเหนือจากตัวเลขเศรษฐกิจที่เห็นได้ในทันที ข้อตกลงการค้านี้ยังมีนัยสำคัญทางภูมิรัฐศาสตร์ อินโดนีเซียยึดแนวนโยบายไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดมาโดยตลอด โดยรักษาสมดุลความสัมพันธ์กับมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ จีน และรัสเซีย อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่ารัฐบาลทรัมป์ผลักดันเงื่อนไขที่อาจจำกัดความสัมพันธ์ระหว่างอินโดนีเซียกับจีน โดยเฉพาะในเรื่องแร่ธาตุสำคัญและความร่วมมือด้านพลังงาน

เรื่องนี้ทำให้จาการ์ตาตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก การปฏิเสธข้อเรียกร้องเหล่านี้มีความสำคัญต่อการรักษาเอกราชและหลีกเลี่ยงความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้านรายใหญ่ที่สุด แต่ก็อาจทำให้ข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ ตกอยู่ในความเสี่ยง ดิโน ปัตตี ดจาลาล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ วิจารณ์แนวทางของจาการ์ตา โดยระบุว่าการเป็นหุ้นส่วนกับสหรัฐฯ ต้องไม่ทำให้อินโดนีเซียกลายเป็น "ประเทศที่ยอมจำนนและสละหลักการ" ความเห็นของเขาสะท้อนความกังวลว่าอินโดนีเซียกำลังนำอธิปไตยไปต่อรอง แลกกับข้อตกลงทางการค้าที่อาจไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ระยะยาวอย่างยั่งยืน

โฆษณา

การค้าโลกบนทางแยก

สถานการณ์นี้สะท้อนภูมิทัศน์การค้าโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง ยุคของข้อตกลงพหุภาคีและการเจรจาที่ค่อยเป็นค่อยไปเพื่อสร้างฉันทามติ ดูเหมือนกำลังเปิดทางให้แนวทางแบบต่างตอบแทนเป็นรายกรณีและทวิภาคี ซึ่งขับเคลื่อนด้วยคำขู่เรื่องภาษี การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้เศรษฐกิจขนาดเล็กตกอยู่ในสถานะเปราะบาง โดยมักถูกบีบให้เลือกข้างหรือยอมรับเงื่อนไขที่เสียเปรียบเพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการลงโทษ

สำหรับอินโดนีเซีย ความท้าทายคือการรับมือกับความเป็นจริงใหม่นี้โดยไม่ทำให้ตนเองแปลกแยกจากคู่ค้าเดิม คำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญอย่างโยเซ ริซาล ดามูรีชี้ให้เห็นความเสี่ยงของการให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์หนึ่งจนต้องแลกกับความสัมพันธ์อื่น ๆ เมื่อใกล้ถึงวันลงนาม ทุกฝ่ายจะจับตาว่าจาการ์ตาจะจัดการผลกระทบจากปักกิ่งและบรัสเซลส์อย่างไร และดินแดนแห่งโอกาสทางเศรษฐกิจที่วอชิงตันเสนอให้นั้นคุ้มกับต้นทุนทางการทูตที่อาจเกิดขึ้นหรือไม่

โฆษณา

ประเด็นสำคัญ

  • อินโดนีเซียและสหรัฐฯ กำลังสรุปข้อตกลงการค้า โดยสินค้าส่งออกของอินโดนีเซียถูกเก็บภาษี 19% ขณะที่สินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ เข้าสู่อินโดนีเซียได้โดยไม่เสียภาษี
  • โยเซ ริซาล ดามูรี นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส เตือนว่าอาจเกิดการตอบโต้จากจีนและสหภาพยุโรป เนื่องจากข้อตกลงเอื้อประโยชน์เพียงฝ่ายเดียว
  • จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอินโดนีเซีย และข้อตกลงนี้อาจทำให้สมดุลอันละเอียดอ่อนในด้านการทูตเศรษฐกิจของจาการ์ตาสั่นคลอน
  • สหภาพยุโรปกำลังเตรียมมาตรการทางการค้าของตนเอง และอาจมองว่าการให้สัมปทานของอินโดนีเซียแก่สหรัฐฯ เป็นอุปสรรคต่อการเจรจาทวิภาคี
  • กลุ่มอุตสาหกรรมในประเทศอย่าง Apindo กังวลว่าสินค้าส่งออกอุตสาหกรรมสำคัญยังคงถูกเก็บภาษีภายใต้ข้อตกลงฉบับใหม่
  • ยุทธศาสตร์ในภาพกว้างของรัฐบาลทรัมป์ใช้คำขู่เรื่องภาษีเพื่อให้ได้มาซึ่งสัมปทาน ส่งผลให้ตลาดโลกเกิดความไม่แน่นอน
แชร์บทความนี้

เรื่องที่คุณอาจชอบ