เวียดนามยกระดับปราบปรามสินค้าปลอม ท่ามกลางแรงกดดันทางการค้าจากสหรัฐฯ

ใช้เวลาอ่าน 11 นาที
เวียดนามยกระดับปราบปรามสินค้าปลอม ท่ามกลางแรงกดดันทางการค้าจากสหรัฐฯ

การบุกตรวจค้นเผยขนาดการค้าสินค้าปลอมในเวียดนาม

เวียดนามยกระดับการปราบปรามสินค้าปลอม หลังตำรวจพบรองเท้าแตะปลอมกว่า 23,000 คู่ในโกดังสองแห่งนอกนครโฮจิมินห์ สินค้าเหล่านี้ติดโลโก้ Nike, Adidas, Crocs และ Gucci แม้ไม่มีแบรนด์ใดเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการดังกล่าว เจ้าหน้าที่ประเมินมูลค่าสินค้าที่ตรวจยึดได้ราว 2 พันล้านดองเวียดนาม หรือประมาณ 76,000 ดอลลาร์สหรัฐ

สารบัญ
  1. การบุกตรวจค้นเผยขนาดการค้าสินค้าปลอมในเวียดนาม
  2. เหตุใดแรงกดดันจากวอชิงตันจึงทำให้เวียดนามเปลี่ยนท่าที
  3. ตลาดเงียบเหงาเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจ
  4. จากรองเท้าแตะปลอมสู่ยาปลอม
  5. ห่วงโซ่อุปทานปรับตัวอย่างไร
  6. เหตุใดลูกค้าจึงยังซื้อของปลอม
  7. นักออกแบบท้องถิ่นเห็นโอกาสในการแข่งขัน
  8. การบุกตรวจจะเอาชนะตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยความต้องการได้หรือไม่
  9. สรุปประเด็นสำคัญ

การบุกตรวจโกดังครั้งนี้เผยให้เห็นภาพของธุรกิจที่ดำเนินการอย่างเปิดเผยมานานหลายปี ห่างออกไปราว 30 กิโลเมตร ตลาดในย่านท่องเที่ยวของนครโฮจิมินห์ยังคงขายสินค้าลอกเลียนแบบในลักษณะเดียวกัน รองเท้าแตะที่ของแท้อาจมีราคาหลายร้อยดอลลาร์มีวางขายในราคาประมาณ 30 ดอลลาร์ ขณะที่แผงค้าต่าง ๆ วางกระเป๋า Chanel เสื้อ Prada และนาฬิกา Rolex ปลอม

สำหรับทางการเวียดนาม การปราบปรามครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงนำสินค้าผิดกฎหมายออกจากแผงค้าเท่านั้น รัฐบาลยังพยายามปกป้องชื่อเสียงของประเทศในฐานะฐานการผลิตขนาดใหญ่ และสร้างความมั่นใจให้คู่ค้าต่างชาติว่าเวียดนามสามารถควบคุมสินค้าที่ผ่านเข้ามาในประเทศได้

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม รัฐบาลเปิดปฏิบัติการทั่วประเทศเพื่อปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยครอบคลุมทั้งสินค้าเลียนแบบ การละเมิดเครื่องหมายการค้า และการละเมิดลิขสิทธิ์ทางออนไลน์ ปฏิบัติการนี้เกิดขึ้นหลังการบุกตรวจค้นหลายครั้งก่อนหน้า แต่ผู้ค้าและผู้จัดการตลาดระบุว่าการดำเนินการครั้งล่าสุดทำให้ตลาดปิดนานขึ้น การตรวจเข้มข้นขึ้น และผู้ค้าหวั่นเกรงการถูกดำเนินคดีมากขึ้น

เหตุใดแรงกดดันจากวอชิงตันจึงทำให้เวียดนามเปลี่ยนท่าที

การกวาดล้างเกิดขึ้นในช่วงที่เวียดนามเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากสหรัฐฯ รายงานเมื่อเดือนเมษายนของสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ จัดให้เวียดนามเป็นประเทศต่างชาติที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ จากสิ่งที่รายงานระบุว่าเป็นความล้มเหลวอย่างต่อเนื่องในการคุ้มครองและบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา รายงานระบุว่านี่เป็นการจัดประเภทในลักษณะดังกล่าวครั้งแรกในรอบ 13 ปี และยังระบุว่าเวียดนามเป็นประเทศที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาร้ายแรงที่สุดในโลก

วอชิงตันเชื่อมโยงข้อพิพาทนี้กับข้อกังวลด้านการค้าในวงกว้าง เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวหาเวียดนามว่าปล่อยให้สินค้าจีนผ่านดินแดนของตนไปถึงมือผู้บริโภคชาวอเมริกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการเก็บภาษีในอัตราที่สูงขึ้น สหรัฐฯ ยังขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษี 46 เปอร์เซ็นต์จากสินค้านำเข้าจากเวียดนาม ทำให้ฮานอยมีเหตุผลสำคัญที่จะต้องแสดงให้เห็นว่ากำลังตอบสนองต่อข้อร้องเรียนของสหรัฐฯ

ทางการเวียดนามให้คำมั่นว่าจะเพิ่มจำนวนคดีบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาอย่างน้อย 20 เปอร์เซ็นต์ในเดือนพฤษภาคม เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน รัฐบาลยังสั่งให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้า มาตรการเหล่านี้มีเป้าหมายสองประการ คือคุ้มครองเครื่องหมายการค้า และแสดงให้สหรัฐฯ เห็นว่าเวียดนามกำลังควบคุมตลาดและห่วงโซ่อุปทานของตน

ดร.เหงียน คัค ซาง นักวิจัยรับเชิญจากสถาบัน ISEAS-Yusof Ishak กล่าวว่า การรณรงค์นี้ยังสอดคล้องกับเป้าหมายภายในประเทศ เช่น การสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่โปร่งใสขึ้นและภาคค้าปลีกที่เป็นระบบมากขึ้น เขาระบุว่าความพยายามดังกล่าวส่วนหนึ่งเป็นการตอบสนองต่อข้อกังวลของสหรัฐฯ

ความพยายามนี้ส่วนหนึ่งสะท้อนเจตนาของเวียดนามที่ต้องการแสดงให้เห็นว่าพร้อมตอบสนองต่อข้อกังวลของสหรัฐฯ

ปลายเดือนพฤษภาคม สหรัฐฯ เปิดการสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อประเมินว่าความล้มเหลวของเวียดนามในการควบคุมการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญานั้นไม่สมเหตุสมผลและส่งผลเสียต่อการค้าของสหรัฐฯ หรือไม่ สำหรับประเทศที่พึ่งพาการส่งออกและมีผู้ซื้อชาวอเมริกันเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดกลุ่มหนึ่ง ต้นทุนจากการไม่ตอบสนองอาจสูงกว่ามูลค่าการค้าสินค้าปลอมภายในประเทศมาก

โฆษณา

ตลาดเงียบเหงาเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจ

ไซ่ง่อนสแควร์และตลาดเบ๊นถั่ญในนครโฮจิมินห์กลายเป็นเป้าหมายสำคัญ ศูนย์การค้าคึกคักทั้งสองแห่งเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว และขึ้นชื่อเรื่องการขายเสื้อผ้า กระเป๋าถือ รองเท้า นาฬิกา และเครื่องประดับเลียนแบบ การบุกตรวจค้นในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนำไปสู่การยึดสินค้าและปรับเงินรวมกันกว่า 19,000 ดอลลาร์

ตลาดอื่น ๆ ในนครโฮจิมินห์ รวมถึงอันดงพลาซาและศูนย์การค้าอุปกรณ์เภสัชกรรมและการแพทย์ ก็พบแผงค้าปิดเช่นกัน ในฮานอย มีรายงานว่าร้านค้าในย่านเมืองเก่าและตลาดวิญฟัตปิดร้านหรือซ่อนข้อมูลติดต่อหลังการตรวจสอบ ผู้ค้าบางรายอยู่ในร้านเพื่อคอยจับตาเจ้าหน้าที่ แต่ไม่ยอมเปิดประตู

แม่ค้ารายหนึ่งในไซ่ง่อนสแควร์ซึ่งใช้ชื่อว่า แทงจุ๊ก กล่าวว่า การบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดกว่าการรณรงค์ครั้งก่อน ๆ เธอเคยขายเสื้อเลียนแบบ Loewe ในราคา 17 ดอลลาร์ เทียบกับสินค้าของแท้ที่มีราคาประมาณ 500 ดอลลาร์

เธอกล่าวว่า ก่อนหน้านี้การตรวจมักมุ่งเป้าไปที่ร้านค้าราคาสูงเพียงไม่กี่แห่ง โดยมักมีการบันทึกภาพทางโทรทัศน์ จากนั้นการค้าก็ค่อย ๆ กลับมาดำเนินต่อได้ แต่ครั้งนี้ผู้ค้าลดจำนวนสินค้าที่ติดแบรนด์ซึ่งนำมาวางโชว์ และย้ายสินค้าส่วนที่เหลือไปเก็บในพื้นที่ด้านหลังร้าน

ปกติก่อนเจ้าหน้าที่มาตรวจ จะมีคนแถวนี้เป่านกหวีดเตือนทุกคน บางร้านเอาสินค้าที่มีโลโก้มาวางโชว์น้อยลง แต่ยังมีสินค้าเก็บอยู่ด้านหลัง

รายงานในท้องถิ่นบันทึกคดีต้องสงสัยเกี่ยวกับสินค้าปลอมกว่า 7,000 คดีในช่วงห้าเดือนแรกของปี โดยสินค้าที่ตรวจยึดมีมูลค่ามากกว่า 8 ล้านดอลลาร์ ในการตรวจยึดครั้งใหญ่ครั้งหนึ่ง เจ้าหน้าที่พบและยึดนาฬิกา Rolex ปลอมราว 1,000 เรือนจากไซ่ง่อนสแควร์ มีรายงานว่าในช่วงสามสัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤษภาคม เจ้าหน้าที่ดำเนินการคดีทรัพย์สินทางปัญญามากกว่า 1,400 คดี

จากรองเท้าแตะปลอมสู่ยาปลอม

ปฏิบัติการนี้ขยายวงกว้างเกินกว่าสินค้าแฟชั่นหรู เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ตำรวจในจังหวัดทัญฮวาเข้าทลายเครือข่ายที่ผลิตและจำหน่ายเครื่องประดับปลอมกว่า 10,000 ชิ้น ซึ่งใช้ชื่อที่เชื่อมโยงกับ Bvlgari, Cartier, Louis Vuitton และ Tiffany & Co. เจ้าหน้าที่ประเมินว่ากลุ่มดังกล่าวทำกำไรจากธุรกิจผิดกฎหมายได้ราว 1.14 ล้านดอลลาร์

เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดชุดกีฬา เครื่องสำอาง วิตามิน ขนม น้ำมันประกอบอาหาร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และยาปลอม ในจังหวัดทางเหนือ เช่น ฮานอย บั๊กซาง และฟู้เถาะ เจ้าหน้าที่สอบสวนพบโรงงานที่ถูกกล่าวหาว่าผลิตสินค้าอุปโภคในชีวิตประจำวันเลียนแบบเป็นจำนวนมาก บางคดีพบหลักฐานคำสั่งซื้อทางออนไลน์มากกว่า 100,000 รายการ

ยาปลอมและอาหารปลอมก่อความเสี่ยงที่มากกว่าการสูญเสียยอดขายของบริษัทแฟชั่น ผู้ซื้ออาจไม่มีทางตรวจสอบได้อย่างน่าเชื่อถือว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีส่วนผสมอะไร ยามีสารออกฤทธิ์ตามที่ระบุหรือไม่ หรือเครื่องสำอางผ่านมาตรฐานความปลอดภัยขั้นพื้นฐานหรือเปล่า ภัยคุกคามในวงกว้างนี้ทำให้การปราบปรามกลายเป็นประเด็นคุ้มครองผู้บริโภคควบคู่ไปกับข้อพิพาทด้านเครื่องหมายการค้า

สินค้ากีฬาก็เป็นเป้าหมายสำคัญเช่นกัน เจ้าหน้าที่สอบสวนตรวจยึดสินค้าปลอมของ Nike, Adidas, North Face, Lacoste และ Uniqlo ในคดีหนึ่งพบผู้ขายครอบครองถุงเท้า 200,000 คู่ที่ติดโลโก้แบรนด์กีฬาปลอม สินค้าบางรายการที่ผลิตในจีนติดป้ายว่า Made in Vietnam ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดและก่อให้เกิดข้อกังวลด้านศุลกากรอีกด้วย

โฆษณา

ห่วงโซ่อุปทานปรับตัวอย่างไร

การค้าสินค้าปลอมส่วนใหญ่เริ่มต้นจากฝั่งจีนบริเวณชายแดนทางเหนือของเวียดนาม ผู้ค้าส่งชาวเวียดนามซื้อสินค้าในปริมาณมาก ลำเลียงผ่านช่องทางการค้าชายแดน แล้วกระจายต่อให้ผู้ค้าปลีกรายย่อย ปริมาณการค้าสินค้าถูกกฎหมายที่สูงช่วยให้ซ่อนสินค้าผิดกฎหมายปะปนไปกับสินค้าถูกกฎหมายได้ง่ายขึ้น ขณะที่ระยะทางใกล้กันทำให้ต้นทุนขนส่งต่ำ

ความเชื่อมโยงด้านการผลิตมีความซับซ้อนจากโครงสร้างของภาคการผลิตโลก เวียดนามเป็นผู้ผลิตเสื้อผ้าและรองเท้ารายใหญ่ให้แบรนด์นานาชาติ ขณะที่จีนจัดหาวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และสินค้าสำเร็จรูปให้โรงงานทั่วภูมิภาค ทักษะ อุปกรณ์ และความรู้ด้านการผลิตที่ใช้ในกระบวนการถูกกฎหมายก็อาจถูกนำไปใช้ในกิจกรรมผิดกฎหมายได้เช่นกัน

เจ้าหน้าที่เผชิญปัญหาอีกด้านเมื่อสินค้าเข้าประเทศแล้ว ผู้จัดจำหน่ายสามารถแบ่งสินค้าล็อตใหญ่ออกเป็นล็อตย่อยและเก็บไว้ในอพาร์ตเมนต์ บ้านส่วนตัว หรือโกดังขนาดเล็ก การบุกตรวจสถานที่แห่งหนึ่งจึงยึดสินค้าได้เพียงส่วนหนึ่งของสต็อกเท่านั้น ผู้ค้าปลีกยังสามารถใช้บริการจัดส่ง สื่อสังคมออนไลน์ และตลาดออนไลน์ แทนการเก็บสินค้าจำนวนมากไว้ในร้านที่มองเห็นได้ชัด

เมื่อเจ้าหน้าที่ปิดบัญชีออนไลน์ ผู้ขายก็สร้างบัญชีใหม่ได้ เมื่อแผงค้าถูกตรวจ ร้านใกล้เคียงหรือห้องเก็บสินค้าที่ซ่อนอยู่ก็อาจเข้ามาแทนที่ การบุกตรวจเป็นครั้งคราวจึงมองเห็นได้ชัด แต่จะจัดการเครือข่ายโดยรวมได้ไม่มากนัก หากไม่มีการตรวจศุลกากร การสอบสวนทางการเงิน และการบังคับใช้กฎหมายออนไลน์ที่ทำงานควบคู่กัน

ผู้ขายบางรายยังเปลี่ยนโลโก้และแบบสินค้าให้ใกล้เคียงกับแบรนด์ดัง โดยไม่ใช้เครื่องหมายการค้าตรงตัว ตัวอย่างเช่น การติดป้าย Mike แทน Nike ทำให้ยังคงรูปลักษณ์ที่ดึงดูดใจไว้ได้มาก ขณะเดียวกันก็ทำให้การดำเนินคดีทำได้ยากขึ้น วิธีนี้มุ่งดึงดูดลูกค้าที่ต้องการรูปลักษณ์และภาพลักษณ์ของสินค้าหรู แม้ชื่อจะถูกปรับเปลี่ยนไปเล็กน้อย

เหตุใดลูกค้าจึงยังซื้อของปลอม

ภาวะเศรษฐกิจช่วยอธิบายได้ว่าทำไมธุรกิจนี้จึงอยู่รอดแม้ถูกตรวจสอบมาหลายปี ประชากรเวียดนามราว 60 เปอร์เซ็นต์อาศัยอยู่ในชนบท และมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนประมาณ 225 ดอลลาร์ กระเป๋า นาฬิกา และเสื้อผ้าหรูของแท้มีราคาสูงเกินกำลังซื้อของครัวเรือนส่วนใหญ่ เสื้อปลอมราคา 17 ดอลลาร์ หรือกระเป๋าเลียนแบบที่ราคาต่ำกว่า 40 ดอลลาร์ จึงตอบโจทย์งบประมาณที่ต่างกันมาก

ฮุย พนักงานออฟฟิศในดานังซึ่งซื้อเสื้อฟุตบอลและรองเท้าเลียนแบบ กล่าวว่า ราคาถูกและหาซื้อง่ายเป็นเหตุผลหลักที่เขาซื้อสินค้าเหล่านี้

การจับกุมผู้ขายไม่ได้แก้ปัญหา ถ้าไม่สามารถกำจัดสินค้าปลอมให้หมดไปได้ และผมยังหาซื้อได้ง่าย ผมก็จะยังทำแบบเดิมต่อไป

ถิ แทง เฮือง เจิ่น รองศาสตราจารย์จาก SKEMA Business School ซึ่งศึกษาการบริโภคอย่างมีจริยธรรม กล่าวว่า ผู้ซื้อจำนวนมากรู้ว่าสินค้าเหล่านี้เป็นของปลอม แต่ยังมองว่าเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดเท่าที่หาได้ เธอยังระบุว่าผู้ซื้อสินค้าหรูปลอมอาจแทบไม่มีส่วนทับซ้อนกับผู้ที่ซื้อสินค้าแบรนด์เนมของแท้ จึงจำกัดผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของบริษัทสินค้าหรู

นักท่องเที่ยวเป็นอีกกลุ่มที่ช่วยเพิ่มความต้องการ ผู้ค้าในตลาดนครโฮจิมินห์มีความชำนาญในการขายสินค้าให้ผู้มาเยือนจากต่างประเทศ รวมถึงการพูดภาษาเกาหลีและภาษาอื่น ๆ การสำรวจเมื่อไม่นานมานี้ที่ตลาดเบ๊นถั่ญพบผู้ขายเสนอขายกระเป๋าที่เชื่อมโยงกับ Dior, Gucci และ Louis Vuitton อย่างเปิดเผย พร้อมเสื้อผ้า Nike, Adidas และ The North Face ผู้ขายใช้เครื่องคิดเลขและระบบชำระเงินผ่านมือถือในการต่อรองราคา แสดงให้เห็นว่าการค้าปรับตัวเข้ากับพฤติกรรมการซื้อขายสมัยใหม่ได้ง่ายเพียงใด

โฆษณา

นักออกแบบท้องถิ่นเห็นโอกาสในการแข่งขัน

ธุรกิจเวียดนามบางรายสนับสนุนการรณรงค์ครั้งนี้ เพราะสินค้าปลอมทำให้นักออกแบบที่ทำธุรกิจอย่างถูกกฎหมายสร้างฐานลูกค้าได้ยากขึ้น ถิ เหงียน ซึ่งออกแบบและจำหน่ายเสื้อผ้าในนครโฮจิมินห์และดาลัด กล่าวว่า บางครั้งผู้ซื้อยอมจ่าย 75 ดอลลาร์เพื่อซื้อชุดเดรสแบรนด์เนมปลอม แต่กลับบ่นว่าเสื้อผ้าสั่งตัดที่มีราคาถูกกว่าครึ่งหนึ่งแพงเกินไป

เธอกล่าวว่าเวียดนามมีช่างตัดเย็บและช่างปักมือฝีมือดีจำนวนมาก แต่บางคนถูกผลักให้เข้าไปทำงานในโรงงานผลิตสินค้าผิดกฎหมาย เพราะธุรกิจสินค้าปลอมสร้างรายได้ได้เร็วกว่าการพัฒนาแบรนด์ท้องถิ่น ในมุมมองของเธอ การค้าสินค้าปลอมสร้างความเสียหายให้กับนักออกแบบ ทำให้ผู้บริโภคสับสน และทำให้ตลาดค้าปลีกมีความเป็นธรรมน้อยลง

เวียดนามมีช่างตัดเย็บและช่างปักมือฝีมือสูงอยู่มาก แต่หลายคนกลับถูกมองข้ามและไม่ได้รับรายได้อย่างที่ควรจะได้

เหงียนกล่าวว่าการปิดร้านทำให้เธอเต็มใจลงทุนกับบริษัทของตัวเองมากขึ้นและพิจารณาปรับราคาสินค้าให้สูงขึ้น การบังคับใช้กฎหมายที่เข้มแข็งขึ้นอาจเปิดโอกาสให้แบรนด์เวียดนามที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกกฎหมายสร้างความไว้วางใจได้มากขึ้น หากสามารถนำเสนอแบบที่ราคาเอื้อมถึงและมีคุณภาพสม่ำเสมอ

การเปลี่ยนผ่านนี้ต้องใช้เวลา ผู้ขายสินค้าปลอมได้ประโยชน์จากชื่อแบรนด์นานาชาติที่ผู้คนคุ้นเคย ขณะที่แบรนด์ในประเทศต้องใช้เงินลงทุนด้านการออกแบบ การตลาด การจัดจำหน่าย และบริการลูกค้า การนำสินค้าปลอมออกจากตลาดไม่ได้ทำให้เกิดแบรนด์ท้องถิ่นที่ประสบความสำเร็จโดยอัตโนมัติ ผู้ผลิตรายย่อยอาจต้องได้รับการสนับสนุน ทั้งด้านการจดทะเบียนที่ง่ายขึ้นและการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อให้แรงงานฝีมือย้ายเข้าสู่การผลิตที่ถูกกฎหมาย

การบุกตรวจจะเอาชนะตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยความต้องการได้หรือไม่

ผลลัพธ์ในช่วงแรกแสดงให้เห็นว่าการบังคับใช้กฎหมายสามารถขัดขวางการค้าได้ ร้านค้าปิด โกดังถูกเคลียร์สินค้า และผู้ขายบางรายสูญเสียสต็อกสินค้า ตามตัวเลขที่ทางการเวียดนามรายงาน ปฏิบัติการทั่วประเทศซึ่งกินเวลาหนึ่งเดือนตรวจสอบสถานที่ 3,891 แห่ง และพบการกระทำผิดใน 3,114 แห่ง สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายมีมูลค่าราว 630 พันล้านดองเวียดนาม ขณะที่รัฐได้รับเงินคืนประมาณ 360 พันล้านดอง

อย่างไรก็ตาม การที่ผู้ค้ากลับไปยังตลาดท่องเที่ยวแสดงให้เห็นข้อจำกัดของการรณรงค์ระยะสั้น ผู้ค้าที่เคยอาศัยเสียงนกหวีดเตือนเปลี่ยนมาใช้การซ่อนสต็อก การจัดส่งส่วนตัว และช่องทางติดต่อออนไลน์ ผู้บริโภคที่หาสินค้าจากตลาดแห่งหนึ่งไม่ได้ก็ยังค้นหาจากที่อื่นได้ รวมถึงผ่านสื่อสังคมออนไลน์และเครือข่ายจัดส่งอย่างไม่เป็นทางการ

ผู้จัดการตลาดระบุว่าการควบคุมสินค้าปลอมให้ได้อย่างทั่วถึงจำเป็นต้องจัดการกับการลักลอบขนสินค้าข้ามพรมแดน ผู้ค้ารายย่อยยังเผชิญความยากลำบากในทางปฏิบัติในการพิสูจน์แหล่งที่มาของสินค้าทุกชิ้น บางรายไม่มีใบกำกับสินค้า ขาดความรู้ด้านกฎหมาย หรือไม่มีเงินทุนพอที่จะซื้อสินค้าของแท้ ผลที่ตามมาคือการบังคับใช้กฎหมายต้องรักษาสมดุลอย่างยากลำบาก หากดำเนินการไม่เข้มงวด การค้าผิดกฎหมายก็จะยิ่งแพร่หลาย แต่การสั่งปิดร้านอย่างฉับพลันอาจทำลายรายได้ของผู้ค้ารายย่อย โดยไม่มีทางเลือกอื่นมาทดแทนได้ทันที

สำหรับเวียดนาม ประเด็นนี้ส่งผลไกลเกินกว่าตลาดและรายได้จากนักท่องเที่ยว ประเทศต้องการรักษาสถานะฐานการผลิตที่ได้รับความไว้วางใจและเป็นผู้จัดหารายใหญ่ให้กับสหรัฐฯ การตรวจสอบเครื่องหมายการค้าและแหล่งที่มาของสินค้าอย่างเข้มงวดขึ้นอาจช่วยสนับสนุนเป้าหมายดังกล่าว แต่ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนจะขึ้นอยู่กับว่าการบังคับใช้กฎหมายครอบคลุมผู้ค้าส่ง โรงงาน เส้นทางชายแดน แพลตฟอร์มออนไลน์ และเงินที่หมุนเวียนในเครือข่ายได้หรือไม่

ศาสตราจารย์เจิ่นมองว่าตลาดจะปรับเปลี่ยนต่อไปตราบใดที่ลูกค้ายังต้องการสินค้าราคาถูกที่มีรูปลักษณ์คล้ายสินค้าหรู การปิดแผงค้าอาจผลักให้การขายย้ายเข้าไปอยู่ในบ้าน เครือข่ายจัดส่ง และบัญชีดิจิทัล แทนที่จะทำให้ความต้องการหายไป การลดลงอย่างยั่งยืนต้องอาศัยบทลงโทษที่ใช้อย่างสม่ำเสมอ การควบคุมชายแดนที่เข้มแข็งขึ้น การคุ้มครองธุรกิจท้องถิ่นที่ถูกกฎหมาย และทางเลือกสินค้าถูกกฎหมายที่ผู้บริโภคซื้อหาได้

สรุปประเด็นสำคัญ

  • เวียดนามเปิดปฏิบัติการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาทั่วประเทศเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม
  • ตำรวจตรวจยึดรองเท้าแตะปลอมติดแบรนด์กว่า 23,000 คู่จากโกดังใกล้นครโฮจิมินห์
  • แรงกดดันทางการค้าจากสหรัฐฯ และคำขู่เรียกเก็บภาษี 46 เปอร์เซ็นต์ เป็นแรงผลักดันให้เวียดนามตอบโต้เข้มงวดขึ้น
  • ไซ่ง่อนสแควร์ ตลาดเบ๊นถั่ญ และตลาดในฮานอยเผชิญการบุกตรวจ การปิดร้าน และการปรับเงิน
  • การค้าสินค้าปลอมขยายไปไกลกว่าสินค้าแฟชั่น ครอบคลุมเครื่องประดับ ยา เครื่องสำอาง อาหาร และการขายออนไลน์
  • รายได้ต่ำและความต้องการจากนักท่องเที่ยวยังคงหนุนการซื้อสินค้าปลอม
  • ผู้ขายกำลังย้ายสินค้าไปเก็บในที่ซ่อน ใช้เครือข่ายจัดส่ง และตลาดดิจิทัล
  • ผลลัพธ์ระยะยาวจะขึ้นอยู่กับการดำเนินการที่ครอบคลุมชายแดน โรงงาน ผู้ค้าปลีก และแพลตฟอร์มออนไลน์
แชร์บทความนี้

เรื่องที่คุณอาจชอบ