ชัยชนะเหนือคู่แข่ง 0.509 วินาที พลิกสถานการณ์ชิงแชมป์
มาร์ก มาร์เกซ คว้าชัยในการแข่งขันสปรินต์รายการอินโดนีเซียน โมโตจีพี เมื่อวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2026 ด้วยเวลา 19 นาที 37.125 วินาที พลิกจากตามหลังในตารางคะแนนชิงแชมป์ 2 แต้ม ขึ้นมานำ 4 แต้ม หลังฆอร์เก มาร์ตินเสียการควบคุมการแข่งขันที่ดูเหมือนกำลังจะคว้าชัย นักบิดดูคาติ เลอโนโวเข้าเส้นชัยนำหน้าไอ โอกูระ 0.509 วินาที ที่สนามเปอร์ตามินา มันดาลิกา อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต ในเขตลอมบอกกลาง จังหวัดนูซาเติงการาตะวันตก
สารบัญ
- ชัยชนะเหนือคู่แข่ง 0.509 วินาที พลิกสถานการณ์ชิงแชมป์
- ความได้เปรียบในการควอลิฟายของเอพริเลียหายไปที่โค้ง 1
- มาร์ตินทำระยะนำ ก่อนความเร็วลดลงอย่างฉับพลัน
- เหตุใดคำอธิบายเรื่องแรงดันยางจึงสำคัญ
- ความผิดพลาดช่วงท้ายเปิดทางให้โอกูระขึ้นโพเดียม
- ลำดับเหตุการณ์ในวันเสาร์
- โอกูระไล่จี้อคอสตา ขณะที่อันดับคะแนนเริ่มลงตัว
- มาร์เกซประคองจังหวะเข้าเส้นชัยท่ามกลางความร้อน
- การแข่งขันวันอาทิตย์อาจพลิกตำแหน่งผู้นำชิงแชมป์ได้อีกครั้ง
- ประเด็นสำคัญ
ฟาบิโอ ดิ จานนันโตนิโอคว้าอันดับสาม ตามหลังมาร์เกซ 0.835 วินาที ส่วนมาร์ตินจบอันดับสี่ หลังความเร็วลดลงอย่างฉับพลันและพลาดในช่วงท้าย มาร์ตินนำห่างมากกว่าหนึ่งวินาทีก่อนเสียตำแหน่งผู้นำ จากนั้นทำความเร็วกลับมาจนไล่กดดันมาร์เกซได้อีกครั้ง ก่อนขี่ออกนอกไลน์ในช่วงท้าย
ผลการแข่งขันทำให้มาร์เกซมี 343 คะแนนชิงแชมป์ นำหน้ามาร์ตินที่มี 339 คะแนน คะแนน 12 แต้มจากชัยชนะ เทียบกับ 6 แต้มที่มาร์ตินได้จากอันดับสี่ ทำให้คะแนนห่างกันเพิ่มขึ้น 6 แต้ม นี่เป็นชัยชนะสปรินต์ครั้งที่ 8 ของเขาในฤดูกาลนี้ ครั้งที่ 23 ในรูปแบบการแข่งขันนี้ และเป็นครั้งแรกที่มันดาลิกา
รายงานการแข่งขันสปรินต์อย่างเป็นทางการของ MotoGP ยืนยันการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งผู้นำชิงแชมป์ และระบุว่ามาร์โก เบซเซคคีและราอูล เฟอร์นันเดซ เจ้าของตำแหน่งโพล ต่างปลอดภัยดีหลังประสบอุบัติเหตุที่โค้งแรก การออกจากการแข่งขันของทั้งคู่ทำให้เอพริเลียเสียผู้ท้าชิงที่แข็งแกร่งที่สุดไปสองคน ก่อนการแข่งขันจะเข้าสู่จังหวะที่ลงตัว
ความได้เปรียบในการควอลิฟายของเอพริเลียหายไปที่โค้ง 1
เฟอร์นันเดซคว้าตำแหน่งโพล MotoGP เป็นครั้งแรก ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 28.852 วินาที เบซเซคคีควอลิฟายตามหลังเพียง 0.109 วินาที ขณะที่ดิ จานนันโตนิโออยู่อันดับสาม ส่วนมาร์เกซและมาร์ตินออกสตาร์ตจากอันดับสี่และห้าตามลำดับ ทำให้คู่แข่งชิงแชมป์ทั้งสองคนอยู่แถวที่สอง
โค้งแรกพลิกอันดับดังกล่าว ดิ จานนันโตนิโอพุ่งแซงทางด้านใน โดยมาร์เกซก็ขยับเข้าไปด้านในของกลุ่มเอพริเลียเช่นกัน ขณะที่กลุ่มผู้นำขี่ออกนอกไลน์และนักแข่งปรับแนวเข้าโค้ง เบซเซคคีกับเฟอร์นันเดซชนกันและล้ม มาร์ตินพบช่องว่างใกล้จุดยอดโค้งและขึ้นมาเป็นผู้นำ
รายงานต่าง ๆ ให้ข้อมูลไม่ตรงกันเกี่ยวกับลำดับการชนระหว่างเบซเซคคีกับเฟอร์นันเดซอย่างชัดเจน บางรายงานระบุว่าเบซเซคคีล้มและพาเฟอร์นันเดซล้มตามไปด้วย ขณะที่อีกกระแสระบุว่าเฟอร์นันเดซชนเบซเซคคีขณะอีกฝ่ายเปลี่ยนทิศทาง ผลที่ตรงกันคือ นักแข่งเอพริเลียทั้งคู่ต้องออกจากการแข่งขัน ส่วนมาร์เกซและดิ จานนันโตนิโอยังแข่งต่อ รายงานระบุว่าไม่มีการชนกับนักแข่งดูคาติทั้งสองคน และไม่มีการสอบสวนเหตุการณ์ตามมา
เบซเซคคีกล่าวภายหลังว่าเหตุชนเป็นอุบัติเหตุในการแข่งขัน และบอกว่าต้องการมุ่งสมาธิไปที่กรังด์ปรีซ์วันอาทิตย์ แทนที่จะเสียเวลาไปกับการกล่าวโทษ การถอนตัวทำให้เขาอยู่อันดับสามในตารางชิงแชมป์ มี 284 คะแนน ตามหลังมาร์เกซ 59 คะแนน ส่วนเฟอร์นันเดซยังอยู่อันดับเจ็ดที่ 216 คะแนน
มาร์ตินทำระยะนำ ก่อนความเร็วลดลงอย่างฉับพลัน
มาร์ตินฉวยโอกาสจากจังหวะที่โค้งแรกเพื่อสร้างความได้เปรียบอย่างแท้จริง เขานำ 0.784 วินาทีเมื่อเหลือ 10 รอบ และรายงานระบุว่าเขาทำเวลาต่อรอบเร็วที่สุดในรอบที่สี่ ต่อมาระยะห่างเพิ่มขึ้นเป็นราว 1.5 วินาที
รายงานระบุช่องว่างตั้งแต่ 1.4 วินาทีในช่วงเร่งทำความเร็วแรก ๆ ไปจนถึงมากกว่า 1.5 วินาทีในเวลาต่อมา ขณะที่อีกแหล่งรายงานว่าความได้เปรียบอยู่ที่ประมาณ 1.6 วินาทีหลังผ่านไปห้ารอบ ตัวเลขเหล่านี้เป็นระยะห่างในช่วงต่าง ๆ ของการแข่งขัน ไม่ใช่ช่องว่างตอนเข้าเส้นชัยเพียงค่าเดียว และแสดงให้เห็นว่ามาร์ตินทิ้งห่างไปมากเพียงใดก่อนความเร็วจะลดลงจนกลายเป็นจุดเปลี่ยน
มาร์เกซขึ้นนำในรอบที่ 9 ของการแข่งขันสปรินต์ 13 รอบ รายงานภาษาอังกฤษของ MotoGP ระบุว่ามาร์ตินเสียเวลามากกว่าสองวินาทีในรอบที่เขาชะลอความเร็ว โดยเหลืออีกสี่รอบ รายงานอื่นระบุว่าเหลือห้ารอบ ซึ่งสอดคล้องกับการนับรอบที่ 9 เป็นหนึ่งในรอบที่ยังต้องแข่งขันให้จบ
สาเหตุของเหตุการณ์นี้ต้องพิจารณาอย่างระมัดระวังกว่าตัวเลขเวลา รายงานการแข่งขันภาษาอินโดนีเซียของ MotoGP ระบุว่าความเร็วที่ลดลงเกิดจากปัญหาแรงดันยาง ส่วนรายงานอื่นกล่าวถึงสัญญาณเตือนบนหน้าปัด หรือความเป็นไปได้ที่มาร์ตินพยายามหลีกเลี่ยงบทลงโทษเรื่องแรงดันยาง รายงานการแข่งขันไม่มีคำอธิบายทางเทคนิคโดยละเอียด หรือการยืนยันว่ามีบทลงโทษเรื่องแรงดันยาง
เหตุใดคำอธิบายเรื่องแรงดันยางจึงสำคัญ
แรงดันยางคือแรงดันอากาศภายในยาง ซึ่งส่งผลต่อการรองรับน้ำหนักของรถจักรยานยนต์และการทำงานของยางขณะรับแรง ขณะเดียวกัน กฎ MotoGP ก็กำหนดข้อกำหนดเรื่องแรงดันไว้ด้วย ดังนั้นคำเตือนเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อกำหนดแรงดันยางจึงแตกต่างจากยางรั่วหรือการสูญเสียการยึดเกาะ และอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของนักแข่ง แม้รถยังมีความสามารถในการแข่งขัน
การที่มาร์ตินกลับมาไล่ตามหลังเสียตำแหน่งให้มาร์เกซ สนับสนุนข้อสรุปที่จำกัดกว่าการสรุปว่าเกิดความขัดข้องทางกลต่อเนื่อง นั่นคือความเร็วของเขากลับมา แต่ยังยืนยันไม่ได้ว่าสัญญาณเตือนระบุอะไร แรงดันที่บันทึกไว้เป็นเท่าใด หรือการชะลอความเร็วของเขาเป็นการตอบสนองโดยตั้งใจหรือไม่ แม้แต่มาร์เกซเองก็กล่าวถึงคำอธิบายนี้ในฐานะการประเมิน ไม่ใช่การวินิจฉัยที่ยืนยันแล้ว
มาร์เกซ นักแข่งดูคาติ เลอโนโวและแชมป์เก่า เล่าถึงการไล่ตามระหว่างการแข่งขันและสิ่งที่เขาคิดว่าเกิดขึ้นกับมาร์ตินว่า:
ในช่วงท้ายของการแข่งขัน ผมไล่ตามเขาทัน ผมคิดว่าเขามีปัญหาเรื่องแรงดันยาง
ความแตกต่างนี้สำคัญ เพราะมาร์ตินไม่ได้แค่ค่อย ๆ หล่นอันดับ เขากลับมาทำความเร็วได้ ไล่จี้ดูคาติที่นำอยู่ และทำให้โอกูระกับดิ จานนันโตนิโอเข้ามามีส่วนร่วมในการชิงตำแหน่งด้านหลังเขา อันดับสี่ของเขาเป็นผลจากอุปสรรคสองช่วงแยกกัน คือการเสียตำแหน่งผู้นำ และต่อมาการเสียตำแหน่งบนโพเดียมที่เหลืออยู่
ความผิดพลาดช่วงท้ายเปิดทางให้โอกูระขึ้นโพเดียม
อุปสรรคครั้งที่สองของมาร์ตินเกิดขึ้นในรอบรองสุดท้าย ขณะพยายามทวงตำแหน่งผู้นำคืน เขาขี่ออกนอกไลน์ เปิดทางให้โอกูระและดิ จานนันโตนิโอแซงขึ้นไป ทำให้นักแข่งเอพริเลีย เรซซิงจบอันดับสี่ ในที่สุดเขาเข้าเส้นชัยตามหลังมาร์เกซ 1.947 วินาที
ตำแหน่งที่เกิดความผิดพลาดดังกล่าวยังเป็นข้อมูลที่ขัดแย้งกัน รายงานภาษาอังกฤษของ MotoGP ระบุเหตุการณ์เกือบล้มและขี่ออกนอกไลน์ที่ โค้ง 15 ขณะที่รายงานภาษาอินโดนีเซียระบุ โค้ง 10 ส่วนอีกแหล่งระบุว่าเกิดที่ โค้ง 16 ในรอบที่ 12 รายงานต่าง ๆ เห็นตรงกันในผลลัพธ์สำคัญ คือมาร์ตินเสียตำแหน่งให้คู่แข่งชิงโพเดียมทั้งสองคน แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันหมายเลขโค้งที่ตรงกัน
จากนั้นโอกูระก็ทำให้รอบสุดท้ายมีความหมาย MotoGP ระบุว่านักแข่งแทร็กเฮาส์ลดช่องว่างจากมาร์เกซลงได้ครึ่งหนึ่ง แม้ไล่เข้าไปใกล้ไม่พอจะลองแซง ช่องว่าง 0.509 วินาทีตอนเข้าเส้นชัยแสดงให้เห็นว่าการแข่งขันจบลงอย่างสูสีมากกว่าที่ระยะนำก่อนหน้านี้ของมาร์ตินอาจทำให้คาดคิด
ดิ จานนันโตนิโอเข้าเส้นชัยตามหลังโอกูระเพียง 0.326 วินาที และฉลองอันดับสามในวันเกิดของตัวเอง โพเดียมครั้งนี้ทำให้เขามี 237 คะแนนชิงแชมป์ รั้งอันดับหกต่อไป
ลำดับเหตุการณ์ในวันเสาร์
จุดเปลี่ยนของการแข่งขันสปรินต์เกิดขึ้นหลังช่วงเช้าที่เอพริเลียทำผลงานได้แข็งแกร่งเป็นพิเศษ เบซเซคคีทำเวลาเร็วที่สุดในการซ้อมรอบสุดท้าย เฟอร์นันเดซคว้าโพล และทั้งคู่ต้องออกจากการแข่งขันที่โค้งแรก ส่วนมาร์เกซเปลี่ยนตำแหน่งสตาร์ตอันดับสี่ให้กลายเป็นชัยชนะที่เขาไม่ได้คาดหวัง
- เช้าวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม: เบซเซคคีทำเวลาเร็วที่สุดในการซ้อมรอบสุดท้าย ตามด้วยเฟอร์นันเดซและมาร์เกซ
- รอบควอลิฟาย: เฟอร์นันเดซคว้าโพลด้วยเวลา 1 นาที 28.852 วินาที ตามด้วยเบซเซคคีและดิ จานนันโตนิโอ
- รอบแรก: เบซเซคคีกับเฟอร์นันเดซล้มที่โค้ง 1 มาร์ตินขยับจากอันดับห้าบนกริดขึ้นเป็นผู้นำ
- รอบที่ 9: มาร์ตินชะลอความเร็วและมาร์เกซขึ้นเป็นที่หนึ่ง
- รอบรองสุดท้าย: มาร์ตินขี่ออกนอกไลน์ เปิดทางให้โอกูระและดิ จานนันโตนิโอขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งโพเดียม
- เข้าเส้นชัย: มาร์เกซคว้าชัยในการแข่งขันสปรินต์ 13 รอบ โดยนำ 0.509 วินาที และขึ้นนำในตารางชิงแชมป์
- วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม: อินโดนีเซียน กรังด์ปรีซ์ 27 รอบ มีกำหนดเริ่มเวลา 15:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 14:00 น. WIB
ชัยชนะของมาร์เกซเกิดขึ้นหลังคว้าชัยสองรายการที่โมเตกิ ซึ่งทำให้ความได้เปรียบของมาร์ตินในตารางชิงแชมป์ลดลงเหลือสองแต้มก่อนการแข่งขันที่อินโดนีเซีย รายงานยังระบุว่ามาร์เกซตามหลังเบซเซคคีซึ่งเป็นผู้นำในเวลานั้น 102 คะแนน หลังการแข่งขันอิตาเลียน กรังด์ปรีซ์ในเดือนพฤษภาคม ที่มันดาลิกา เขาแซงหน้าคู่แข่งทั้งสองคนและขึ้นเป็นอันดับหนึ่งเป็นครั้งแรกในปี 2026
โอกูระไล่จี้อคอสตา ขณะที่อันดับคะแนนเริ่มลงตัว
อันดับสองของโอกูระส่งผลมากกว่าแค่การได้ขึ้นโพเดียม เขามี 246 คะแนนชิงแชมป์ ตามหลังเปโดร อคอสตา ซึ่งอยู่อันดับสี่ที่ 247 คะแนน เพียงแต้มเดียว MotoGP ยืนยันว่าความห่างระหว่างนักแข่งชาวญี่ปุ่นกับอคอสตาลดลงเหลือเพียงแต้มเดียว
อคอสตาขี่อยู่กับโอกูระและดิ จานนันโตนิโอ ก่อนถูกลงโทษให้ขี่ผ่านทางยาวหนึ่งรอบจากการออกนอกขอบสนาม บทลงโทษนี้กำหนดให้นักแข่งใช้เส้นทางที่ยาวกว่าซึ่งจัดไว้ในโค้งหนึ่ง ทำให้เสียเวลาโดยไม่ต้องเข้าพิต เขากลับมาจบอันดับหก ตามหลังผู้ชนะ 5.478 วินาที
อเล็กซ์ มาร์เกซจบอันดับห้าให้เกรซินี ดูคาติ ตามหลังพี่ชาย 3.410 วินาที เฟร์มิน อัลเดเกร์ เพื่อนร่วมทีม ซึ่งเป็นผู้ชนะอินโดนีเซียน กรังด์ปรีซ์ปี 2025 จบอันดับเจ็ด ตามหลัง 7.036 วินาที ฟรานเชสโก บัญญาญาจบอันดับแปด ตามหลัง 10.039 วินาที ส่วนฟาบิโอ กวาร์ตาราโรได้อันดับเก้าและคะแนนสปรินต์แต้มสุดท้าย โดยตามหลังบัญญาญาเพียง 0.209 วินาที
ด้านหลัง ท็อปรัก ราซกัตลิโอกลูจบการแข่งขันอันดับ 19 หลังมีรายงานว่าไหล่ขวาหลุดจากอุบัติเหตุในการซ้อมรอบสุดท้าย ทีมจัดไหล่ให้กลับเข้าที่ก่อนที่เขาจะกลับมาลงแข่งรอบควอลิฟาย เขาเข้าเส้นชัยตามหลังมาร์เกซ 23.834 วินาที และอยู่หน้าอเล็กซ์ เอสปาร์กาโร นักแข่งตัวแทนของฮอนด้า มีนักแข่งเข้าเส้นชัย 20 คน โดยเฟอร์นันเดซกับเบซเซคคีเป็นสองคนที่ถอนตัว
มาร์เกซประคองจังหวะเข้าเส้นชัยท่ามกลางความร้อน
ชัยชนะครั้งนี้ไม่ใช่ผลการแข่งขันที่มาร์เกซวางแผนไว้ เขาบอกว่าคาดว่าจะเสียคะแนนให้มาร์ติน และวางเป้าหมายในสุดสัปดาห์นี้ไว้ที่การจำกัดความเสียหาย โค้งแรกเปลี่ยนสถานการณ์ของเขา และความเร็วที่ลดลงของมาร์ตินในเวลาต่อมาก็เปิดโอกาสให้เปลี่ยนจากการพยายามตั้งรับเป็นการทำคะแนนเพิ่มในศึกชิงแชมป์
มาร์เกซเล่าถึงการเร่งเต็มกำลังหลังเห็นมาร์ตินขึ้นนำว่า:
เป็นการแข่งขันที่หนักมาก โดยเฉพาะช่วงเริ่มต้น และเมื่อผมเห็นว่ามาร์ตินนำอยู่ ผมก็เร่งเต็มที่
เขายังอธิบายว่าช่วงท้ายต้องรู้จักยับยั้งความเสี่ยงควบคู่ไปกับการทำความเร็ว:
ท้ายที่สุด ผมรู้สึกดีขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อผ่านแต่ละรอบ จังหวะของผมดีขึ้น แต่สุดท้ายก็เหมือนทุกครั้ง ผมพยายามควบคุมความเสี่ยง 12 คะแนนจากการแข่งขันสปรินต์ที่มันดาลิกาครั้งนี้สำคัญมาก
ความพยายามส่งผลต่อร่างกาย มาร์เกซรายงานว่ารู้สึกเวียนศีรษะบนโพเดียมหลังการแข่งขันสปรินต์ท่ามกลางอากาศร้อน ก่อนจะบอกว่าอาการกลับเป็นปกติแล้วและได้พักฟื้นเป็นการส่วนตัว คำบอกเล่าของเขาสะท้อนความอ่อนล้าหลังการแข่งขันที่เข้มข้น ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์
การแข่งขันวันอาทิตย์อาจพลิกตำแหน่งผู้นำชิงแชมป์ได้อีกครั้ง
การแข่งขันหลักมีกำหนดจัดในวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม เวลา 15:00 น. ตามเขตเวลา UTC+8 ของมันดาลิกา เวลา 14:00 น. WIB ที่ระบุในตารางแข่งขันของอินโดนีเซียคือเวลาเดียวกันในเขตเวลา UTC+7 ของอินโดนีเซียตะวันตก กรังด์ปรีซ์กำหนดแข่งขัน 27 รอบ เทียบกับ 13 รอบในวันเสาร์
ความแตกต่างของคะแนนทำให้ช่องว่าง 4 แต้มในตารางชิงแชมป์เปราะบาง ผู้ชนะกรังด์ปรีซ์ได้ 25 คะแนน ส่วนอันดับสองได้ 20 คะแนน หากมาร์ตินคว้าชัยและมาร์เกซจบอันดับสอง ส่วนต่าง 5 คะแนนจะทำให้มาร์ตินกลับขึ้นนำหนึ่งแต้ม ผลวันเสาร์ทำให้มาร์เกซขึ้นนำ แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะไม่ถูกพลิกกลับอีกครั้งทันที
คาดว่าเฟอร์นันเดซกับเบซเซคคีจะกลับมาลงแข่งหลังถอนตัวจากเหตุการณ์ที่โค้งแรก ความเร็วในการควอลิฟายยังมีความสำคัญต่อโอกาสของทั้งคู่ในวันอาทิตย์ แม้ทั้งสองคนจะลงแข่งสปรินต์ไม่ครบระยะพอที่จะพิสูจน์ความเร็วในการแข่งขันระยะยาว
มาร์เกซยังเตือนว่าไม่ควรมองชัยชนะสปรินต์เป็นหลักประกันสำหรับการแข่งขันที่ยาวกว่า เขากำลังพยายามจบการแข่งขัน MotoGP กรังด์ปรีซ์ที่มันดาลิกาให้ได้เป็นครั้งแรก หลังเคยล้มและประสบปัญหาทางเทคนิคหลายครั้ง รวมถึงอุบัติเหตุกับเบซเซคคีในปี 2025 ซึ่งทำให้ฤดูกาลของเขาต้องจบลงเพราะอาการบาดเจ็บ เมื่อยังเหลือการแข่งขันอีกห้าสุดสัปดาห์หลังจากอินโดนีเซีย ศึกชิงแชมป์ยังเปิดกว้าง
ประเด็นสำคัญ
- มาร์ก มาร์เกซคว้าชัยในการแข่งขันสปรินต์ 13 รอบที่มันดาลิกา ด้วยเวลา 19 นาที 37.125 วินาที
- ไอ โอกูระจบอันดับสอง ตามหลัง 0.509 วินาที ส่วนฟาบิโอ ดิ จานนันโตนิโอได้อันดับสาม
- มาร์เกซขึ้นนำในตารางชิงแชมป์ด้วย 343 คะแนน นำหน้าฆอร์เก มาร์ติน 4 คะแนน
- มาร์ตินจบอันดับสี่ หลังความเร็วลดลงซึ่งเชื่อมโยงกับปัญหาแรงดันยางที่อาจเกิดขึ้น และทำพลาดในช่วงท้าย
- มาร์โก เบซเซคคีและราอูล เฟอร์นันเดซ เจ้าของตำแหน่งโพล ล้มที่โค้ง 1 โดยมีรายงานว่าทั้งคู่ปลอดภัยดี
- โอกูระขยับเข้าใกล้เปโดร อคอสตาเหลือหนึ่งแต้ม ในการแย่งชิงอันดับสี่ของตาราง
- กรังด์ปรีซ์ 27 รอบมีกำหนดจัดวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม เวลา 15:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น เทียบเท่า 14:00 น. WIB






