เสียชีวิต 76 ราย สูญหาย 12 ราย หลังพบตัวกัปตัน
เหตุเพลิงไหม้บนเรือ MV June Aster นอกชายฝั่งเมืองโครอน ในจังหวัดปาลาวันของฟิลิปปินส์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 76 ราย โดยยอดล่าสุดระบุว่ามีผู้รอดชีวิต 44 คน และยังสูญหาย 12 คน การปรากฏตัวของกัปตันที่สำนักงานบริษัทผู้เดินเรือเมื่อวันที่ 14 กันยายน ช่วยคลี่คลายข้อสงสัยเกี่ยวกับที่อยู่ของผู้สูญหายได้หนึ่งคน ขณะที่ครอบครัวยังคงรอผลพิสูจน์อัตลักษณ์ของผู้เสียชีวิตที่ถูกไฟไหม้อย่างรุนแรง
สารบัญ
- เสียชีวิต 76 ราย สูญหาย 12 ราย หลังพบตัวกัปตัน
- การเดินทางจากมะนิลาสิ้นสุดลงใกล้เมืองโครอน
- ความร้อนและควันทำให้การค้นหาล่าช้า
- มีรายงานเสียงระเบิด แต่ยังไม่ทราบสาเหตุ
- การพิสูจน์อัตลักษณ์อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน
- ครอบครัวรอข่าว ขณะที่บริษัทผู้เดินเรือรับปากให้ความช่วยเหลือ
- การปรากฏตัวของกัปตันเปิดประเด็นสอบสวนอีกด้าน
- การสอบสวนด้านแรงงานกล่าวหาว่าขาดแผนและค้างจ่ายสวัสดิการ
- การตรวจเรือและการสอบสวนแยกกันยังอยู่ภายใต้การตรวจสอบ
- ประเด็นสำคัญ
ตัวเลขล่าสุดของหน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์ระบุว่า มีผู้โดยสารและลูกเรือรวม 132 คนที่เชื่อว่าโดยสารเรือลำนี้ บัญชีรายชื่อผู้โดยสารเดิมระบุไว้ 134 คน แต่ภายหลังมีสองคนแจ้งว่าไม่ได้เดินทาง รายงานก่อนหน้านี้ระบุว่ามีผู้รอดชีวิต 43 คน และสูญหาย 13 คน ก่อนพบตัวกัปตันโรเอล ซาร์เมียนโต
ภัยพิบัติครั้งนี้นำไปสู่การสอบสวนแยกกันในประเด็นสาเหตุเพลิงไหม้ การปฏิบัติหน้าที่ของกัปตัน และมาตรการความปลอดภัยของบริษัทผู้เดินเรือ การสอบสวนด้านแรงงานที่นำเสนอเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2026 กล่าวหาว่ามีการค้างจ่ายค่าจ้างและสวัสดิการรวม 665,873.85 เปโซ ควบคู่กับการไม่มีแผนฉุกเฉินและข้อบกพร่องด้านความปลอดภัยในสถานที่ทำงานอื่น ๆ ข้อกล่าวหาเหล่านี้ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ และผู้สอบสวนยังไม่ได้ข้อสรุปว่าข้อบกพร่องดังกล่าวมีส่วนทำให้เกิดผู้เสียชีวิตหรือไม่
สำหรับญาติผู้ประสบเหตุ สิ่งที่เร่งด่วนเป็นเรื่องส่วนตัวมากกว่า ผู้เชี่ยวชาญนิติเวชระบุว่า การพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน เนื่องจากศพจำนวนมากถูกไฟไหม้เกรียม และมีชิ้นส่วนจำนวนมากที่ต้องตรวจสอบ ยอดผู้เสียชีวิตที่ยืนยันแล้วคิดเป็นราว 58 เปอร์เซ็นต์ของผู้โดยสารและลูกเรือ 132 คน เมื่อยังมีผู้สูญหาย 12 คน ผลการค้นหาขั้นสุดท้ายจึงยังไม่ชัดเจน
การเดินทางจากมะนิลาสิ้นสุดลงใกล้เมืองโครอน
เรือ June Aster ออกจากท่าเรือบาเซโกในกรุงมะนิลาเมื่อเวลา 20.13 น. วันที่ 8 กันยายน และมีกำหนดถึงเมืองโครอนเวลา 18.00 น. ของวันถัดไป ไฟเริ่มลุกไหม้ราว 18.45 น. วันที่ 9 กันยายน ห่างจากบารังไกมาร์เซยาไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 2.2 กิโลเมตร ใกล้จุดหมายปลายทาง
ผู้โดยสารบนเรือมีทั้งผู้ที่เดินทางไปพักผ่อน ทำงาน และเยี่ยมครอบครัว เมืองโครอนดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวฟิลิปปินส์และชาวต่างชาติด้วยชายหาดและแหล่งดำน้ำชมซากเรือรบสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง แต่เส้นทางนี้ยังให้บริการชาวบ้านที่ต้องพึ่งพาการเดินทางระหว่างเกาะในชีวิตประจำวัน
ลำดับเหตุการณ์แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์ฉุกเฉินพัฒนาอย่างรวดเร็วเพียงใด และสภาพการณ์ทำให้ต้องรอนานเท่าใดกว่าจะค้นหาเรือได้อย่างทั่วถึง:
- 8 กันยายน: เรือออกจากกรุงมะนิลาเวลา 20.13 น.
- 9 กันยายน: เกิดเพลิงไหม้ราว 18.45 น. ใกล้เมืองโครอน มีการช่วยเหลือผู้รอดชีวิตขึ้นจากทะเลในคืนนั้น
- 11 กันยายน: หน่วยยามฝั่งประกาศในช่วงเช้าว่าดับไฟได้แล้ว ทำให้เจ้าหน้าที่เข้าไปในเรือได้
- 14 กันยายน: กัปตันโรเอล ซาร์เมียนโตปรากฏตัวที่สำนักงานของบริษัทผู้เดินเรือในปาลาวัน
- 8 ตุลาคม 2026: เจ้าหน้าที่แรงงานนำเสนอผลการตรวจสอบเบื้องต้นเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการค้างจ่ายค่าจ้างและการละเมิดมาตรการความปลอดภัยของบริษัทผู้เดินเรือ
รายงานเบื้องต้นระบุว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย และช่วยเหลือผู้รอดชีวิตได้ 42 คน ตัวเลขเปลี่ยนแปลงเมื่อทีมกู้ภัยเข้าไปในเรือ และเจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่ามีใครขึ้นเรือจริงบ้าง ยอดผู้รอดชีวิต 44 คนในเวลาต่อมารวมกัปตันด้วย
ความร้อนและควันทำให้การค้นหาล่าช้า
ไฟลุกไหม้นานกว่าหนึ่งวัน ก่อให้เกิดความร้อนสูง ควันหนาทึบ และก๊าซพิษ รายงานระบุว่าเจ้าหน้าที่ต้องราว 40 ชั่วโมงจึงจะขึ้นเรือได้ โดยบางรายงานระบุว่านานกว่า 40 ชั่วโมง หน่วยยามฝั่งประกาศว่าดับไฟได้แล้วในช่วงเช้าของวันที่ 11 กันยายน
นักดับเพลิงพบศพ 30 รายหลังเข้าไปในเรือเมื่อวันศุกร์ วันเสาร์ ทีมงานเข้าถึงพื้นที่ที่ก่อนหน้านี้เข้าไปไม่ได้ และพบร่างผู้เสียชีวิตที่ถูกไฟไหม้เกรียมเพิ่มอีก 41 ราย ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตที่รายงานเพิ่มเป็น 76 ราย พบผู้เสียชีวิตที่ถูกไฟไหม้ในส่วนที่พักชั้นประหยัด
ภาพที่หน่วยยามฝั่งเผยแพร่แสดงให้เห็นโครงเตียงเหล็กบิดงอจากความร้อนและปกคลุมด้วยเถ้าถ่าน ภาพบางภาพดูคล้ายมีซากโครงกระดูก ริชาร์ด อัลลัน มังกาลิป ผู้เชี่ยวชาญนิติเวชของสำนักงานตำรวจแห่งชาติฟิลิปปินส์ กล่าวว่า พบผู้เสียชีวิตบางส่วนอยู่รวมกันเป็นกลุ่มในพื้นที่บางส่วนของเรือ
ข้อค้นพบเหล่านี้แสดงให้เห็นความรุนแรงของเพลิงไหม้ แต่ไม่ได้ระบุว่าผู้เสียชีวิตแต่ละรายเสียชีวิตอย่างไร หรือเหตุใดผู้โดยสารจึงไปรวมกันอยู่ในบางพื้นที่ ผู้สอบสวนยังต้องสร้างลำดับการลุกลามของไฟและตรวจสอบสภาพการณ์ภายในพื้นที่ผู้โดยสาร
มีรายงานเสียงระเบิด แต่ยังไม่ทราบสาเหตุ
มีรายงานว่าไฟเริ่มต้นในห้องบรรทุกสินค้าซึ่งมีรถยนต์ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ และรถยก ผู้รอดชีวิตเล่าว่าได้ยินเสียงระเบิดก่อนเปลวไฟลุกลามไปทั่วเรือ สำนักงานอุตสาหกรรมการเดินเรืออ้างคำให้การว่าเกิดระเบิดสองครั้งภายในเรือไม่นานก่อนเกิดเพลิงไหม้
การมีรถเหล่านี้อยู่บนเรือไม่ได้ยืนยันว่าเป็นต้นเหตุของการติดไฟ ทางการยังไม่ทราบว่าอะไรเป็นสาเหตุของเพลิงไหม้ และรายงานเรื่องเสียงระเบิดยังเป็นส่วนหนึ่งของหลักฐานที่อยู่ระหว่างตรวจสอบ ผู้รอดชีวิตคนหนึ่งเล่าว่าเห็นควันเล็กน้อย ก่อนจะกลายเป็นไฟที่ลุกลามภายในไม่กี่วินาที
พลเรือจัตวาโนเอมี กายาบยับ โฆษกหน่วยยามฝั่ง กล่าวว่า คำให้การของผู้รอดชีวิตบ่งชี้ว่าลมอาจช่วยให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว เธอยังกล่าวถึงรายงานที่ว่าผู้โดยสารกระโดดลงทะเลโดยไม่มีเวลาหยิบอุปกรณ์ความปลอดภัย:
มีรายงานว่าผู้โดยสารบางคนกระโดดลงน้ำเมื่อเห็นไฟ และอาจไม่มีเวลาหยิบเสื้อชูชีพ
ผู้รอดชีวิตอีกคนเล่าว่าตนล้มลง ถูกเหยียบย่ำท่ามกลางความชุลมุน แล้วกระโดดลงทะเลก่อนจะได้รับการช่วยเหลือในอีกหลายชั่วโมงต่อมา คำบอกเล่าเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าสถานการณ์ฉุกเฉินเลวร้ายลงอย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่สามารถสรุปลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดได้
การพิสูจน์อัตลักษณ์อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน
ร่างผู้เสียชีวิตที่กู้ขึ้นมาได้ถูกนำไปยังเมืองโครอน ซึ่งทีมพิสูจน์หลักฐานและตำรวจท้องถิ่นเริ่มดำเนินการระบุตัวบุคคล มีการขอให้ครอบครัวมอบสิ่งของส่วนตัวหรือตัวอย่างดีเอ็นเอ เพื่อช่วยยืนยันอัตลักษณ์ของผู้เสียชีวิต
การเปรียบเทียบดีเอ็นเอทำได้โดยนำสารพันธุกรรมจากร่างผู้เสียชีวิตไปเทียบกับตัวอย่างอ้างอิง รวมถึงตัวอย่างที่ญาติมอบให้ สิ่งของส่วนตัวและลักษณะเฉพาะอื่น ๆ ก็ช่วยในการตรวจสอบได้เช่นกัน แม้การถูกไฟไหม้อย่างรุนแรงอาจทำให้การตรวจสอบเหล่านี้ยากขึ้น
มังกาลิป ผู้เชี่ยวชาญนิติเวชของสำนักงานตำรวจแห่งชาติฟิลิปปินส์ อธิบายสภาพของร่างผู้เสียชีวิตระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า:
ส่วนใหญ่ถูกไฟไหม้เกรียมแล้ว
เขากล่าวว่า ชิ้นส่วนจำนวนมากทำให้ยากต่อการกำหนดกรอบเวลาที่แน่นอนให้ครอบครัว โดยประเมินว่าอาจใช้เวลานานเท่าใดดังนี้:
อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ หรืออาจเป็นหลายเดือน
กระบวนการนี้มุ่งยืนยันอัตลักษณ์ ไม่ใช่เพียงนับจำนวนร่างที่กู้ขึ้นมาได้ ตราบใดที่ยังดำเนินการไม่เสร็จ ยอดผู้เสียชีวิตที่ยืนยันแล้วก็ไม่อาจทำให้ทุกครอบครัวทราบแน่ชัดว่าญาติของตนเป็นอย่างไร ยังไม่มีการประกาศกำหนดวันที่คาดว่าจะดำเนินการเสร็จ
ครอบครัวรอข่าว ขณะที่บริษัทผู้เดินเรือรับปากให้ความช่วยเหลือ
อาเนลิน มักบานัว วัย 37 ปี กล่าวว่า สามีของเธอกำลังเดินทางกลับเมืองโครอนหลังไปเยี่ยมลูก ๆ ที่กรุงมะนิลา เธอหวังว่าเขาจะรอดชีวิตและลอยไปติดเกาะอื่น เธอเล่าว่ายากที่จะยอมรับว่าเขาอาจเสียชีวิตแล้ว และกล่าวว่าสามีรักลูก ๆ มาก
เรื่องราวของเธอสะท้อนความไม่แน่นอนที่ครอบครัวต้องเผชิญ เมื่อญาติไม่ได้รับการยืนยันว่าเป็นผู้รอดชีวิต และยังไม่พบในกลุ่มผู้เสียชีวิตที่พิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว ปฏิบัติการกู้ร่างและการตรวจพิสูจน์ทางนิติเวชให้คำตอบคนละด้าน ซึ่งอาจได้คำตอบในเวลาต่างกัน
หน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์ยอมรับถึงความไม่แน่นอนดังกล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ว่า:
เราขอส่งความห่วงใยไปยังผู้รอดชีวิตและครอบครัวที่ยังรอข่าวคราวของคนที่รักเช่นกัน
แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติมว่า:
เราตระหนักถึงความเจ็บปวดและความไม่แน่นอนที่พวกเขายังคงเผชิญ ขณะที่การกู้ร่างและการพิสูจน์อัตลักษณ์ยังดำเนินอยู่
Atienza Interisland Ferries Inc. บริษัทผู้เดินเรือ ให้คำมั่นว่าจะดำเนินงานอย่างโปร่งใสและช่วยเหลือเรื่องที่พัก การเดินทาง และการรักษาพยาบาล ยังไม่มีการยืนยันว่าครอบครัวแต่ละรายได้รับความช่วยเหลือมากน้อยเพียงใด
การปรากฏตัวของกัปตันเปิดประเด็นสอบสวนอีกด้าน
กัปตันโรเอล ซาร์เมียนโตเข้าพบโดยสมัครใจที่สำนักงานของ Atienza ในปาลาวันเมื่อวันที่ 14 กันยายน โดยมีดินโด มาคาลิเนา ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลของบริษัทไปด้วย หน่วยยามฝั่งยืนยันการปรากฏตัวของเขาในแถลงการณ์ที่ออกเมื่อวันที่ 15 กันยายน
ก่อนพบตัวเขา กายาบยับกล่าวว่าได้รับข้อมูลว่ากัปตันยังมีชีวิตอยู่ แม้ไม่มีชื่ออยู่ในรายชื่อผู้รอดชีวิตที่ยืนยันแล้ว 43 คน การนับรวมเขาทำให้ยอดผู้รอดชีวิตเพิ่มเป็น 44 คน และยอดผู้สูญหายลดจาก 13 คนเหลือ 12 คน
กายาบยับกล่าวว่า ผู้สอบสวนจะสอบถามกัปตันเกี่ยวกับ:
สถานการณ์แวดล้อมเหตุการณ์ รวมถึงที่อยู่ของเขาหลังเกิดไฟไหม้ และสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนเขาปรากฏตัว
การปฏิบัติหน้าที่ของกัปตันในช่วงแรกของภัยพิบัติและขั้นตอนความปลอดภัยบนเรืออยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ การปรากฏตัวของเขายืนยันว่าเขารอดชีวิต แต่ไม่ได้อธิบายด้วยตัวมันเองว่าเขาไปอยู่ที่ใดหลังเกิดเหตุไฟไหม้ หรือคลี่คลายข้อสงสัยเกี่ยวกับการรับมือเหตุบนเรือ
การสอบสวนด้านแรงงานกล่าวหาว่าขาดแผนและค้างจ่ายสวัสดิการ
ในการสอบสวนที่กรุงมะนิลาเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2026 สำนักงานเขต 4B มิมาโรปาของกระทรวงแรงงานและการจ้างงานนำเสนอผลการตรวจสอบเบื้องต้นเกี่ยวกับ Atienza Interisland Ferries Inc. เจ้าหน้าที่กล่าวว่ากำลังตรวจสอบว่าการละเมิดมาตรฐานอาชีวอนามัยและความปลอดภัยตามข้อกล่าวหามีส่วนทำให้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งนี้หรือไม่
ข้อบกพร่องด้านความปลอดภัยที่ถูกกล่าวหา ได้แก่ การไม่มีแผนป้องกันและระงับอัคคีภัยกับแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน ไม่มีโครงการป้องกันอันตราย ไม่มีโครงการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย และไม่มีคณะกรรมการความปลอดภัยและสุขภาพ ผู้ตรวจสอบยังกล่าวหาว่าอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลมีไม่เพียงพอ ไม่มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยที่ผ่านการฝึกอบรม และขาดรายงานด้านความปลอดภัยของฝ่ายบริหาร
ฟรานซิส โตเลนติโน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงความรับผิดชอบของบริษัทผู้เดินเรือในการคุ้มครองผู้คนบนเรือว่า:
เรือถูกสร้างขึ้นเพื่อพาผู้คนเดินทางข้ามทะเลอย่างปลอดภัย ไม่ใช่ให้กลายเป็นสถานที่พักพิงสุดท้ายของพวกเขา ทะเลอาจคาดเดาไม่ได้ แต่หน้าที่ในการคุ้มครองชีวิตมนุษย์ไม่เคยเป็นเรื่องคลุมเครือ
มูลค่าการละเมิดกฎหมายแรงงานตามข้อกล่าวหารวม 665,873.85 เปโซ ประกอบด้วยการจ่ายค่าจ้างต่ำกว่ากำหนด และการค้างจ่ายค่าล่วงเวลา ค่าทำงานวันหยุด ค่าตอบแทนเพิ่มสำหรับวันพิเศษและวันหยุดพักผ่อน ส่วนต่างค่าจ้างกะกลางคืน และสิทธิประโยชน์วันลาพักผ่อนตามอายุงาน
ตัวแทนบริษัทกล่าวว่าฝ่ายบริหารยังไม่ได้ตรวจสอบตัวเลขดังกล่าว ตัวแทนฝ่ายทรัพยากรบุคคลยังระบุว่า Atienza ยังคงจ่ายค่าจ้างให้พนักงานอย่างน้อย 123 คน แม้ไม่มีรายได้มาประมาณหนึ่งเดือนหลังเกิดภัยพิบัติ
กระทรวงแรงงานและการจ้างงานระบุว่า อาจมีค่าปรับรายวันราว 1,000 และ 5,000 เปโซ รวมถึงค่าปรับ 10,000 เปโซต่อเหตุการณ์ที่คนงานได้รับบาดเจ็บจากการละเมิดข้อกำหนดที่ถูกอ้างถึง ทั้งหมดนี้เป็นบทลงโทษที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่บทลงโทษขั้นสุดท้ายที่ประกาศแล้ว และข้อกล่าวหายังไม่ได้รับการพิสูจน์
การตรวจเรือและการสอบสวนแยกกันยังอยู่ภายใต้การตรวจสอบ
เรือเฟอร์รีผ่านการตรวจสอบก่อนออกเดินทางจากกรุงมะนิลา และผ่านการตรวจบังคับใช้มาตรฐานความปลอดภัยของเรือเมื่อเดือนมีนาคม สำนักงานอุตสาหกรรมการเดินเรือได้เปิดการสอบสวนเหตุเพลิงไหม้ของตนเองแล้ว
ผลการตรวจเรือกับข้อกล่าวหาด้านแรงงานในภายหลังเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบคนละประเภท การผ่านการตรวจเรือไม่ได้อธิบายสาเหตุเพลิงไหม้ ขณะที่ข้อกล่าวหาเรื่องความปลอดภัยในสถานที่ทำงานก็ไม่ได้ยืนยันว่าข้อบกพร่องใดเป็นสาเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ผู้สอบสวนต้องพิจารณาว่าบนเรือมีสภาพการณ์อย่างไร และส่งผลต่อเหตุฉุกเฉินอย่างไร
เจโรนิโม ตูวิยา เจ้าหน้าที่หน่วยยามฝั่ง ระบุว่าการพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตและการหาสาเหตุเพลิงไหม้เป็นภารกิจสำคัญ ปฏิบัติการค้นหาและกู้ร่างผู้สูญหายยังดำเนินต่อไป ยังไม่มีการประกาศข้อสรุปขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับต้นเหตุของไฟ การปฏิบัติหน้าที่ของกัปตัน หรือความรับผิดทางกฎหมายของบริษัทผู้เดินเรือ
ยังไม่มีการระบุวันที่สำหรับการไต่สวนเพิ่มเติม รายงานสอบสวนฉบับสมบูรณ์ หรือคำตัดสินเรื่องบทลงโทษ ขณะนี้ความสูญเสียที่ยืนยันแล้ว อัตลักษณ์ที่ยังไม่ทราบ และข้อสงสัยหลายประเด็นเกี่ยวกับความปลอดภัย จำเป็นต้องได้รับคำตอบแยกกัน ไม่ใช่คำอธิบายเพียงข้อเดียว
ประเด็นสำคัญ
- ยอดล่าสุดระบุผู้เสียชีวิต 76 ราย ผู้รอดชีวิต 44 คน และผู้สูญหาย 12 คน จากผู้โดยสารและลูกเรือ 132 คน
- บัญชีรายชื่อผู้โดยสารระบุไว้ 134 คน แต่ภายหลังมีสองคนแจ้งว่าไม่ได้ขึ้นเรือ
- ไฟเริ่มลุกไหม้ใกล้เมืองโครอนเมื่อวันที่ 9 กันยายน ความร้อนและควันทำให้เจ้าหน้าที่ต้องราว 40 ชั่วโมงจึงจะเข้าไปในเรือได้
- กัปตันโรเอล ซาร์เมียนโตปรากฏตัวที่สำนักงานของบริษัทผู้เดินเรือในปาลาวันเมื่อวันที่ 14 กันยายน และจะถูกสอบปากคำ
- การพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน โดยขอให้ครอบครัวส่งมอบสิ่งของส่วนตัวหรือตัวอย่างดีเอ็นเอ
- กระทรวงแรงงานและการจ้างงานกล่าวหาว่ามีการละเมิดกฎหมายแรงงานมูลค่า 665,873.85 เปโซ และมีข้อบกพร่องด้านความปลอดภัยหลายประการ ข้อกล่าวหายังไม่ได้รับการพิสูจน์
- ยังไม่มีข้อสรุปขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับสาเหตุเพลิงไหม้และผู้รับผิดชอบต่อภัยพิบัติครั้งนี้






