ยอดล่าสุดระบุบ้านเสียหาย 305 หลัง มูลค่า 2 พันล้านรูเปียห์
เหตุเพลิงไหม้ที่ลุกลามจากพื้นที่โล่งเข้าสู่ชุมชนที่อยู่อาศัยในดุซุนเซอร์ดัง เขตบังกาใต้ เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2026 ส่งผลกระทบต่อบ้าน 305 หลังและประชาชน 1,800 คน ตามรายงานเบื้องต้นฉบับปรับปรุงของสำนักงานจัดการภัยพิบัติประจำจังหวัด ซึ่งเผยแพร่เมื่อเวลา 20.10 น. ตามเวลาอินโดนีเซียตะวันตก วันที่ 11 ตุลาคม ประเมินความเสียหายไว้ที่ 2 พันล้านรูเปียห์ ครอบคลุมพื้นที่ 8.3 เฮกตาร์ และมีผู้ลงทะเบียนพักพิงในศูนย์อพยพ 2 แห่ง 500 คน
สารบัญ
- ยอดล่าสุดระบุบ้านเสียหาย 305 หลัง มูลค่า 2 พันล้านรูเปียห์
- เหตุใดยอดความเสียหายจึงเปลี่ยนแปลง
- ไฟลุกลามผ่านเซอร์ดังได้อย่างไร
- เจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังปฏิบัติงานหลังเปลวไฟดับ
- ศูนย์พักพิงสองแห่งรองรับประชาชน 500 คน
- ส่งอาหาร น้ำ และเสื้อผ้าไปยังจุดประสานงานฉุกเฉิน
- แพทย์รักษาแผลไฟไหม้และอาการระคายเคืองดวงตา
- การเรียนการสอนและไฟฟ้าต้องปรับการดำเนินงานแยกกัน
- แผนฟื้นฟูต้องคำนึงถึงพื้นที่และความเสี่ยงน้ำท่วม
- สาเหตุยังอยู่ระหว่างการสอบสวน
- ประเด็นสำคัญ
ยอดช่วงค่ำต่ำกว่าประมาณการก่อนหน้านี้ที่ 600 หลังคาเรือนและ 2,400 คน สะท้อนว่าผลประเมินเปลี่ยนแปลงมากเพียงใดขณะที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความเสียหาย รายงานเบื้องต้นฉบับหนึ่งระบุว่าบ้านอย่างน้อย 288 หลังถูกทำลาย และประชาชน 1,152 คนได้รับผลกระทบ ตัวเลขทั้งหมดนี้ยังไม่ควรถือเป็นยอดสรุปสุดท้าย
ไฟไหม้เกิดขึ้นในหมู่บ้านเซอร์ดัง ตำบลเจลูตุง 2 อำเภอซิมปังริมบา จังหวัดหมู่เกาะบังกาเบอลีตุงของอินโดนีเซีย ลมแรง สภาพอากาศแห้ง และบ้านเรือนที่ส่วนใหญ่สร้างด้วยไม้กระดาน ทำให้เปลวไฟลุกลามจากพื้นที่ใกล้เคียงเข้าสู่ชุมชน ทางการรายงานว่าไม่มีผู้เสียชีวิต แม้ทีมแพทย์จะรักษาประชาชนที่มีแผลไฟไหม้และระคายเคืองดวงตา
เมื่อถึงวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม เปลวไฟดับลงแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังคงฉีดน้ำหล่อเย็นท่ามกลางควันและวัสดุอาคารที่ถูกไฟไหม้ งานฉุกเฉินยังครอบคลุมไปถึงเรื่องอื่นนอกเหนือจากจุดเกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าที่กำลังจัดหาอาหาร น้ำดื่ม ที่พักพิง การดูแลทางการแพทย์ และการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่หน่วยงานด้านที่อยู่อาศัยเริ่มพิจารณาว่าควรย้ายบางครอบครัวออกจากพื้นที่ที่เสี่ยงน้ำท่วมด้วยหรือไม่
เหตุใดยอดความเสียหายจึงเปลี่ยนแปลง
สำนักงานจัดการภัยพิบัติประจำจังหวัด หรือ BPBD เผยแพร่ยอดเบื้องต้นหลายครั้งในวันที่ 11 ตุลาคม รายงานเวลา 07.00 น. ประเมินผลกระทบไว้ที่บ้านประมาณ 500 หลัง 500 ครัวเรือน และประชาชน 2,000 คน ต่อมาเวลา 09.40 น. หน่วยงานรายงานบ้าน 600 หลัง 600 ครัวเรือน และประชาชน 2,400 คน ส่วนรายงานเวลา 20.10 น. ปรับยอดดังกล่าวลงเหลือบ้าน 305 หลัง 450 ครัวเรือน และประชาชน 1,800 คน
รายงานอื่นไม่ได้สอดคล้องกับลำดับตัวเลขนี้อย่างชัดเจน คำอธิบายการประเมินเวลา 07.00 น. ฉบับหนึ่งระบุบ้านประมาณ 600 หลัง แต่ยังคงตัวเลข 500 ครัวเรือนและประชาชน 2,000 คนไว้ ตำรวจรายงานแยกต่างหากว่ามีบ้านถูกไฟไหม้ 350 หลัง ขณะที่สำนักงานการเคหะระดับอำเภอบันทึกบ้านได้รับผลกระทบ 305 หลังในการประเมินเบื้องต้นของตน รายงานก่อนหน้านี้ประเมินว่ามีบ้านหลายสิบหลัง รวมถึงรายงานมากกว่า 60 หลังในช่วงชั่วโมงแรกของเหตุเพลิงไหม้
อากุส อาฟันดี รักษาการหัวหน้า BPBD ประจำจังหวัด ยอมรับว่าหน่วยงานต่าง ๆ รายงานยอดไม่ตรงกัน ไม่มีการชี้แจงรายละเอียดว่าเหตุใดยอดประเมินจึงลดลงระหว่างช่วงเช้ากับช่วงค่ำ อีกทั้งตัวเลขใช้คำอธิบายต่างกัน เช่น บ้านที่ได้รับผลกระทบ บ้านที่ถูกไฟไหม้ และบ้านที่ถูกทำลาย จึงไม่อาจถือว่าหมวดหมู่เหล่านี้มีความหมายเทียบเท่ากันโดยอัตโนมัติ
ความแตกต่างระหว่างจำนวนบ้านกับจำนวนครัวเรือนมีความสำคัญต่อการฟื้นฟู ยอดล่าสุดระบุ 450 ครัวเรือนในบ้านที่ได้รับผลกระทบ 305 หลัง ดังนั้น แผนฟื้นฟูที่นับเฉพาะจำนวนอาคารจึงไม่สะท้อนจำนวนครอบครัวทั้งหมดที่ต้องการความช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เผยแพร่รายละเอียดความรุนแรงของความเสียหายฉบับสุดท้าย หรือชี้แจงว่ามีการปรับยอดครัวเรือนกับจำนวนอาคารให้สอดคล้องกันอย่างไร
ไฟลุกลามผ่านเซอร์ดังได้อย่างไร
BPBD ระบุว่าไฟเริ่มขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 15.10 น. วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม ขณะเกิดไฟไหม้พื้นที่ใกล้ชุมชน รายงานของหน่วยงานระบุว่าทีมรับมือระดับจังหวัดได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้พื้นที่ดังกล่าว และเตรียมกำลังพลกับอุปกรณ์หลังตรวจสอบข้อมูลกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานแล้ว
ตำรวจระบุว่าจุดเริ่มต้นที่สงสัยเป็นพื้นที่พรุใกล้บ้านเรือน ราว 4 เฮกตาร์ ตัวเลขนี้แตกต่างจากพื้นที่ 8.3 เฮกตาร์ในผลประเมินภายหลังของ BPBD ซึ่งหมายถึงพื้นที่ได้รับผลกระทบ จึงไม่ควรอ่านตัวเลขทั้งสองเป็นค่าประมาณที่ขัดแย้งกันของสิ่งเดียวกันโดยตรง
รายงานต่าง ๆ ระบุช่วงเวลาไม่ตรงกัน ตำรวจระบุว่าเหตุเกิดเวลา 17.20 น. ขณะที่รายงานเบื้องต้นอื่นระบุว่าเห็นเปลวไฟราว 17.45 น. เวลาเหล่านี้อาจหมายถึงคนละช่วงของเหตุเพลิงไหม้ แต่ทางการยังไม่ได้สรุปลำดับเหตุการณ์ให้ตรงกัน รายงานของตำรวจยังมีการอ้างถึงวันที่ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งขัดแย้งกับคำระบุเหตุการณ์วันที่ 10 ตุลาคมและลำดับเหตุการณ์โดยรวมระหว่างวันที่ 10 ถึง 11 ตุลาคม
ลำดับเหตุการณ์หลักที่เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินรายงานมีดังนี้
- 10 ตุลาคม เวลาประมาณ 15.10 น.: BPBD บันทึกเหตุไฟไหม้พื้นที่ใกล้ชุมชน
- 10 ตุลาคม ช่วงบ่ายแก่ ๆ: มีรายงานว่าไฟลุกลามอย่างรวดเร็วไปตามบ้านไม้
- 10 ตุลาคม เวลา 21.10 น.: BPBD ได้รับรายงานว่าบ้านหลายร้อยหลังถูกไฟไหม้
- 10 ตุลาคม เวลา 22.00 น.: เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินระบุว่าทีมที่สนธิกำลังกันยังคงดับไฟ
- 11 ตุลาคม ช่วงเช้ามืด: มีรายงานว่าดับไฟได้แล้ว ก่อนดำเนินการฉีดน้ำหล่อเย็นต่อ
- 11 ตุลาคม เวลา 20.10 น.: BPBD เผยแพร่ยอดปรับปรุง โดยระบุบ้าน 305 หลังและประชาชน 1,800 คนได้รับผลกระทบ
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังปฏิบัติงานหลังเปลวไฟดับ
เขตบังกาใต้ส่งรถดับเพลิง 3 คัน โดยมีทีมระดับจังหวัด ตำรวจ ทหาร และประชาชนร่วมสนับสนุน บูดี อูตามา หัวหน้าหน่วยงานระเบียบเรียบร้อยและดับเพลิงประจำจังหวัด ระบุว่าการปฏิบัติงานร่วมกันมุ่งดับไฟและอพยพประชาชนเป็นอันดับแรก ลมแรงและทรัพยากรจำกัดทำให้การรับมือในช่วงแรกเป็นไปอย่างยากลำบาก
รายงานระบุว่าดับไฟได้ในช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ หรือภายในช่วงเช้าวันอาทิตย์ ตำรวจระบุเวลา 00.30 น. แม้วันที่ในรายงานประกอบจะไม่สอดคล้องกัน BPBD และเจ้าหน้าที่ระดับอำเภอเห็นตรงกันว่ามีการฉีดน้ำหล่อเย็นต่อหลังเปลวไฟดับ
การฉีดน้ำหล่อเย็นคือการตรวจสอบวัสดุที่ถูกไฟไหม้และฉีดน้ำในจุดที่ยังมีความร้อน แทนที่จะสันนิษฐานว่าพื้นที่ปลอดภัยเพียงเพราะไม่เห็นเปลวไฟแล้ว อากุสกล่าวว่าบ้านที่เสียหายมีวัสดุไม้จำนวนมาก จึงต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินอื่น ๆ ยังคงเตรียมพร้อมเพื่อลดความเสี่ยงที่ไฟจะปะทุขึ้นอีก
ผู้ว่าการฮิดายัต อาร์ซานีลงพื้นที่ประสบภัย และระบุว่าความปลอดภัย สุขภาพ และอาหารเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สุด เขายังกล่าวว่าเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้เป็นภัยพิบัติประเภทเดียวกันที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย แต่ไม่มีการนำข้อมูลเปรียบเทียบระดับประเทศมาแสดงเพื่อยืนยันคำกล่าวดังกล่าว จึงควรเข้าใจว่าเป็นการประเมินของผู้ว่าการ ไม่ใช่การจัดอันดับที่ได้รับการยืนยัน
ศูนย์พักพิงสองแห่งรองรับประชาชน 500 คน
เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 11 ตุลาคม BPBD บันทึกผู้อพยพ 300 คนที่โรงเรียนประถม SDN 7 ซิมปังริมบา และ 200 คนที่มัสยิดอัลมูฮาญิริน ยอดรวม 500 คนนี้ปรากฏในรายงานปรับปรุงของหน่วยงานเวลา 20.10 น. เช่นกัน อากุสกล่าวว่าเต็นท์อพยพเต็มแล้ว และ BPBD หน่วยงานบริการสังคม ตำรวจ และทหารจะจัดหาสถานที่พักพิงเพิ่มเติม
จำนวนผู้พักพิงแตกต่างจากจำนวนผู้ได้รับผลกระทบจากไฟไหม้ ประชาชนจำนวนมากพักอยู่กับญาติในพื้นที่อื่นของเขตบังกาใต้ และบางส่วนกลับไปยังปาเล็มบัง ครอบครัวเหล่านี้ยังคงได้รับความเสียหาย แม้ไม่ได้พักค้างคืนในศูนย์อพยพ
รายงานก่อนหน้านี้ระบุว่ามีคนประมาณ 60 คนอยู่ในห้องเรียนที่ SDN 7 ตัวเลขดังกล่าวหมายถึงผู้ที่อยู่ในห้องเรียน ไม่จำเป็นต้องหมายรวมทุกคนที่ใช้บริเวณโรงเรียนหรือเต็นท์ จึงไม่ควรนำไปเปรียบเทียบโดยตรงกับยอดภายหลังที่ระบุว่ามี 300 คนในศูนย์อพยพของโรงเรียน
รัฐบาลจังหวัดและหน่วยงานบริการสังคมจัดตั้งครัวสนามและเต็นท์อพยพในคืนวันเสาร์ เจ้าหน้าที่ระดับอำเภอยังแจกขนมแก่ประชาชนที่พักในห้องเรียน และเตรียมจัดทำครัวส่วนกลางเพิ่มเติม ตำรวจประกาศแผนจัดตั้งครัวสาธารณะของตนเอง สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนต่าง ๆ ของการรับมือเหตุฉุกเฉิน ไม่ใช่หลักฐานว่าครัวทุกแห่งที่วางแผนไว้เปิดดำเนินการแล้ว
ส่งอาหาร น้ำ และเสื้อผ้าไปยังจุดประสานงานฉุกเฉิน
รีซา เฮอร์ดาวิด ผู้ว่าการเขตบังกาใต้ ลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และกล่าวว่าเขตจะให้ความช่วยเหลือตามความต้องการของประชาชนและศักยภาพของรัฐบาล ความช่วยเหลือที่เริ่มแจกจ่ายแล้วประกอบด้วยอาหาร น้ำสะอาด และเสื้อผ้าที่นำไปใช้ได้ สิ่งของฉุกเฉินอื่น ๆ ที่เขตระบุ ได้แก่ ยา ที่นอน เสื่อ และอุปกรณ์สำหรับครัวส่วนกลาง
เดบบี วิตา เดวี รองผู้ว่าการเขตกล่าวว่า การรับมือครั้งนี้ประสานงานทั้งด้านดับเพลิง บริการสุขภาพ และการขนส่งสิ่งของ เธอและหัวหน้าหน่วยงานหลายคนอยู่ในพื้นที่ตั้งแต่คืนวันเสาร์ เธอแนะนำให้ประชาชนสงบสติอารมณ์และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้การทำงานฉุกเฉินและการแจกจ่ายความช่วยเหลือเป็นไปอย่างเรียบร้อย
จุดรับบริจาคของ BPBD รายงานว่าได้รับน้ำแร่ 231 ลัง ไข่ 90 ถาด เสื้อผ้า 79 ห่อ หน้ากาก 150 กล่อง และถุงมือ 10 กล่อง นอกจากนี้ยังระบุว่ามีกระสอบ 242 ใบ โดยไม่ได้ระบุว่าบรรจุอะไร หน่วยงานขอรับบริจาคเพิ่มเติมเป็นอาหาร เสื้อผ้า ยา ของใช้สำหรับทารก และสิ่งของที่ผู้หญิงต้องการ
ตำรวจส่งกำลังเจ้าหน้าที่สนธิ 170 นาย โดยมีตำรวจระดับจังหวัดสนับสนุน อากุส อาริฟ วิจายันโต ผู้กำกับการตำรวจเขตบังกาใต้กล่าวว่า ทีมประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษา ตำรวจชุมชน บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล หน้าที่ของทีมครอบคลุมตั้งแต่ช่วยเหลือครอบครัวที่ต้องอพยพไปจนถึงสนับสนุนการทำงาน ณ จุดเกิดเหตุ
แพทย์รักษาแผลไฟไหม้และอาการระคายเคืองดวงตา
ฮิมาวัน เซเตียนโต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทั่วไปประจำภูมิภาคกริโอปันติงปายุง กล่าวว่า การรับมือด้านสุขภาพมีศูนย์สุขภาพชุมชนซิมปังริมบา ปูเลาเบซาร์ และปายุงเข้าร่วม โดยบุคลากรทางการแพทย์สลับกันปฏิบัติงาน มีการจัดเตรียมจุดบริการสุขภาพฉุกเฉินและยาไว้สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
ในช่วงที่เขาให้ข้อมูล เจ้าหน้าที่ได้รักษาผู้มีแผลไฟไหม้และอาการระคายเคืองดวงตา เขากล่าวว่ายังไม่พบอาการของโรคอื่น การติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลันและโรคท้องร่วงเป็นความเสี่ยงที่กำลังเฝ้าระวัง ไม่ใช่การระบาดที่ได้รับการยืนยัน ควัน เถ้า และสารตกค้างจากการเผาไหม้ยังเป็นสิ่งที่ต้องระวังบริเวณชุมชนที่เสียหาย
ฮิมาวันขอให้ประชาชนสวมหน้ากากเมื่ออยู่ใกล้พื้นที่ไฟไหม้ และเรียกร้องให้เร่งแจกจ่ายน้ำสะอาดตามศูนย์อพยพ เขาระบุว่าเด็กและผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ผู้พลัดถิ่นจำเป็นต้องมีน้ำใช้เพื่อสุขอนามัยนอกเหนือจากน้ำดื่ม
การรายงานซ้ำ ๆ ว่าไม่มีผู้เสียชีวิตไม่ควรบดบังเรื่องผู้บาดเจ็บหรือความต้องการด้านสุขภาพที่ยังดำเนินอยู่ ทางการไม่ได้เผยแพร่จำนวนผู้บาดเจ็บทั้งหมด และการดูแลทางการแพทย์ยังคงดำเนินต่อไป ขณะที่ครอบครัวต่าง ๆ ต้องอาศัยอยู่นอกบ้าน
การเรียนการสอนและไฟฟ้าต้องปรับการดำเนินงานแยกกัน
อันโซรี หัวหน้าสำนักงานการศึกษาประจำเขตบังกาใต้กล่าวว่า เด็กที่ได้รับผลกระทบจะไม่ได้หยุดเรียนโดยอัตโนมัติ สำนักงานการศึกษากำลังรวบรวมจำนวนเด็กนักเรียนและจัดการเรียนการสอนให้เหมาะกับสถานการณ์ ทางเลือกต่าง ๆ ได้แก่ อนุญาตให้เข้าเรียนโดยไม่ต้องสวมเครื่องแบบทางการ และส่งครูไปยังจุดพักพิงเมื่อเด็กไม่สามารถเดินทางไปโรงเรียนได้
สำนักงานยังเตรียมอุปกรณ์การเรียนให้เด็กที่สูญเสียข้าวของ จำนวนเด็กนักเรียนที่ได้รับผลกระทบยังไม่ได้ประกาศ และอันโซรีกล่าวว่าการจัดการจะปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ในชุมชนและโรงเรียน
การไฟฟ้า PLN ส่งเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่ตั้งแต่เริ่มเกิดเหตุเพื่อดูแลระบบเครือข่าย อีรา ซาวิตรี ผู้จัดการทั่วไปของหน่วยงานระดับภูมิภาคบังกาเบอลีตุงของ PLN กล่าวว่าเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอุปกรณ์ที่เสียหายก่อนทยอยคืนกระแสไฟฟ้า ประชาชนได้รับคำเตือนให้อยู่ห่างจากสายไฟที่เปลือยหรือห้อยลงมา และอย่าซ่อมระบบไฟฟ้าด้วยตนเอง สามารถแจ้งอันตรายผ่าน PLN Mobile หรือศูนย์ติดต่อ PLN 123 ได้
รายงานเกี่ยวกับบริการไฟฟ้าแตกต่างกันตามเวลาและสถานที่ บูดีรายงานว่าไฟฟ้าดับและสัญญาณสื่อสารขัดข้องในคืนวันเสาร์ ขณะที่รีซากล่าวภายหลังว่าประชาชนในพื้นที่ประสบภัยยังใช้ไฟฟ้าจาก PLN ได้หลายชั่วโมงหลังเกิดเหตุ ทั้งสองคำกล่าวไม่ได้ยืนยันว่ามีไฟฟ้าใช้ต่อเนื่องทั่วเซอร์ดัง ประธานสภานิติบัญญัติระดับจังหวัด ดิดิต ศรี กุสจายา ยังกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าที่เข้ารับมือเหตุการณ์
แผนฟื้นฟูต้องคำนึงถึงพื้นที่และความเสี่ยงน้ำท่วม
วีรา ดวี เซตา รักษาการหัวหน้าสำนักงานการเคหะและพื้นที่ชุมชนเขตบังกาใต้กล่าวว่า บ้านที่เสียหายหนักจะได้รับการเสนอให้สร้างใหม่ ยอดเบื้องต้นของหน่วยงานเธอที่ระบุว่ามีบ้านได้รับผลกระทบ 305 หลัง ตรงกับตัวเลขล่าสุดช่วงค่ำของ BPBD แต่การประเมินยังอยู่ระหว่างปรับปรุง
ก่อนเริ่มก่อสร้าง เจ้าหน้าที่มีแผนตรวจสอบสถานะทางปกครองของทั้งบ้านและที่ดิน สำนักงานกำลังประสานงานกับรัฐบาลหมู่บ้านเพื่อตรวจสอบเอกสารกรรมสิทธิ์และความเป็นไปได้ในการใช้ที่ดินหมู่บ้านเพื่อย้ายถิ่นฐาน บ้านทดแทนอาจสร้างในพื้นที่เดิมหรือในสถานที่อื่น
มีการพิจารณาย้ายถิ่นฐานเพราะรัฐบาลหมู่บ้านระบุว่าบางส่วนของเซอร์ดังเสี่ยงน้ำท่วม ดังนั้นการตัดสินใจฟื้นฟูจึงไม่ได้มีเพียงการสร้างบ้านทดแทนบ้านที่ถูกไฟไหม้ เจ้าหน้าที่ยังต้องพิจารณาว่าพื้นที่เดิมเหมาะสมให้ประชาชนกลับไปอยู่อาศัยหรือไม่
วีรากล่าวว่าข้อเสนอด้านที่อยู่อาศัยจะดำเนินการผ่านกระบวนการแยกต่างหาก โดยมีการประกาศสถานะภัยพิบัติรองรับ ไม่รวมเข้ากับโครงการที่อยู่อาศัยอื่น ๆ ยังไม่มีการประกาศกำหนดเวลาก่อสร้าง สถานที่ย้ายถิ่นฐานที่ยืนยันแล้ว งบประมาณที่อยู่อาศัยที่ได้รับอนุมัติ หรือรายชื่อผู้ได้รับประโยชน์ฉบับสุดท้าย
การประเมินความเสียหายโดยรวมยังไม่เสร็จสิ้นเช่นกัน BPBD บันทึกอาคารเลี้ยงนกนางแอ่นที่ได้รับผลกระทบ 50 หลัง ซึ่งเป็นอาคารสำหรับเลี้ยงนกเพื่อนำรังไปเก็บเกี่ยว ขณะที่ยังอยู่ระหว่างรวบรวมความเสียหายต่อสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะ ส่วนตัวเลขความเสียหาย 2 พันล้านรูเปียห์เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้นและไม่มีรายละเอียดแจกแจงประกอบ
สาเหตุยังอยู่ระหว่างการสอบสวน
อากุส ซูกียาร์โซ โฆษกตำรวจประจำจังหวัดกล่าวว่า ทีมตำรวจสนธิกำลังอยู่ระหว่างสอบสวนสาเหตุและจะตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ทางการระบุอย่างต่อเนื่องว่าไฟลุกลามมาจากพื้นที่ใกล้เคียง แต่ไม่ได้ยืนยันว่าอะไรเป็นต้นเหตุให้พื้นที่นั้นเกิดไฟไหม้ หรือมีผู้ใดต้องรับผิดชอบหรือไม่
รายงานบางฉบับกล่าวถึงการเผาพื้นที่ ขณะที่บางฉบับระบุว่าเป็นไฟไหม้พื้นที่พรุ อากุส อาริฟ วิจายันโต ผู้กำกับการตำรวจเตือนประชาชนไม่ให้ถางพื้นที่ด้วยการเผาในช่วงฤดูแล้ง และขอให้รีบแจ้งเมื่อพบจุดความร้อน คำเตือนของเขาเป็นข้อความเพื่อป้องกันเหตุ ไม่ใช่ข้อสรุปว่าการถางพื้นที่โดยเจตนาเป็นสาเหตุของเหตุการณ์ครั้งนี้
ขั้นตอนต่อไปที่เจ้าหน้าที่ประกาศไว้ ได้แก่ การตรวจสอบความเสียหายเพิ่มเติม การตรวจจุดเกิดเหตุ การเพิ่มศักยภาพรองรับผู้อพยพ และการเตรียมเอกสารด้านที่อยู่อาศัย ไม่มีการกำหนดกรอบเวลาสำหรับบัญชีผู้เสียชีวิตและทรัพย์สินฉบับสุดท้าย ผลการสอบสวน หรือการอนุมัติความช่วยเหลือเพื่อสร้างใหม่ เดียน เซอร์ซานาวาตี สมาชิกสภานิติบัญญัติระดับอำเภอซึ่งช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ได้เรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนผู้ประสบภัยในช่วงฉุกเฉินด้วย
ประเด็นสำคัญ
- ไฟไหม้วันที่ 10 ตุลาคมลุกลามจากพื้นที่ใกล้เคียงเข้าสู่อาคารที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่ซึ่งสร้างด้วยไม้ในเซอร์ดัง
- รายงานล่าสุดของ BPBD เมื่อเวลา 20.10 น. วันที่ 11 ตุลาคม ระบุบ้านได้รับผลกระทบ 305 หลัง 450 ครัวเรือน และประชาชน 1,800 คน
- ยอดก่อนหน้านี้สูงถึงบ้าน 600 หลังและประชาชน 2,400 คน ตัวเลขทั้งหมดเป็นเพียงยอดเบื้องต้น
- ประเมินความเสียหายไว้ที่ 2 พันล้านรูเปียห์ ครอบคลุมพื้นที่ 8.3 เฮกตาร์ และมีอาคารเลี้ยงนกนางแอ่นได้รับผลกระทบ 50 หลัง
- ทางการรายงานว่าไม่มีผู้เสียชีวิต ทีมแพทย์รักษาผู้มีแผลไฟไหม้และอาการระคายเคืองดวงตา
- มีการบันทึกผู้อพยพ 500 คนที่โรงเรียน SDN 7 และมัสยิดอัลมูฮาญิริน ขณะที่อีกหลายคนพักอยู่กับญาติ
- การฉีดน้ำหล่อเย็น การแจกจ่ายความช่วยเหลือ การปรับการเรียนการสอน และการตรวจสอบความปลอดภัยทางไฟฟ้ายังคงดำเนินต่อ
- สาเหตุของไฟไหม้ ยอดความเสียหายสุดท้าย และแผนการสร้างใหม่หรือย้ายถิ่นฐานยังไม่ได้ข้อสรุป






