มติอนุมัติการนัดหยุดงานกดดันบอร์ดไมครอน
พนักงานของไมครอน เทคโนโลยี ในไต้หวันซึ่งปฏิบัติงานที่เถาหยวนลงมติท่วมท้นอนุมัติให้มีการนัดหยุดงาน เพิ่มแรงกดดันให้ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำสัญชาติอเมริกันเจรจาจัดทำระบบแบ่งปันผลกำไรอย่างถาวร จากสมาชิกสหภาพแรงงานที่มีสิทธิลงคะแนน 2,258 คน มีผู้ลงคะแนนระหว่างวันที่ 1 ถึง 6 ตุลาคม 2026 จำนวน 2,012 คน โดยเห็นชอบ 1,994 เสียง ไม่เห็นชอบ 14 เสียง และบัตรเสีย 4 ใบ
สารบัญ
- มติอนุมัติการนัดหยุดงานกดดันบอร์ดไมครอน
- บัตรลงคะแนนให้อำนาจอะไร
- สูตรแบ่งปันผลกำไรแทนรางวัลตามดุลยพินิจ
- เหตุใดแพ็กเกจเดือนกันยายนจึงไม่ยุติข้อพิพาท
- การเปรียบเทียบเงินสดและหุ้นจุดชนวนข้อร้องเรียนของพนักงาน
- เปรียบเทียบวงเงินที่เสนอเรียกร้องกับคู่แข่ง
- ผลประกอบการโดดเด่นทำให้เดิมพันสูงขึ้น
- ความเสี่ยงต่อการผลิตขึ้นอยู่กับขอบเขตการนัดหยุดงาน
- เจรจาแยกกัน แต่ประสานข้อเรียกร้องร่วมกัน
- กำหนดการสำคัญที่กำลังจะมาถึง
- ประเด็นสำคัญ
สหภาพแรงงานประกาศผลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม แต่ยังไม่กำหนดวันนัดหยุดงาน เจอร์รี ลิน ประธานสหภาพกล่าวว่า สมาชิกอาจได้รับข้อความแจ้งให้นัดหยุดงานกะทันหัน หากบริษัทไม่ยื่นข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมหลังการประชุมบอร์ดที่กำหนดไว้ในวันที่ 8 และ 9 ตุลาคม ตามเวลาสหรัฐฯ สหภาพระบุว่าการแจ้งล่วงหน้าเพียงเล็กน้อยจะจำกัดโอกาสที่บริษัทจะเตรียมรับมือ
ข้อเรียกร้องไม่ได้จำกัดอยู่ที่การเพิ่มโบนัสในปีนี้ สหภาพแรงงานเถาหยวนและไถจงต้องการให้จัดสรร 15% ของกำไรจากการดำเนินงานของไมครอนเป็นผลตอบแทนแก่พนักงาน รวมถึงระบบจ่ายแบ่งปันผลกำไรรายไตรมาสอย่างถาวรตั้งแต่ปีงบประมาณ 2027 นอกจากนี้ยังเรียกร้องเงินจ่ายเพิ่มเติมสำหรับปีงบประมาณ 2026 ซึ่งประเมินว่าอาจเทียบเท่าเงินเดือนราว 83 เดือนต่อพนักงานหนึ่งคนในไต้หวัน
ไมครอนระบุว่าเคารพสิทธิตามกฎหมายของพนักงาน ให้ความสำคัญกับข้อกังวลของพวกเขาอย่างจริงจัง และจะเดินหน้าเจรจาและไกล่เกลี่ยต่อไป กระทรวงแรงงานไต้หวันเรียกร้องให้บริษัทเสนอแนวทางที่เป็นรูปธรรมและปฏิบัติได้ ประเด็นเร่งด่วนคือการเจรจาจะลดช่องว่างระหว่างแพ็กเกจค่าตอบแทนพิเศษของไมครอนกับข้อเรียกร้องของสหภาพที่ต้องการสูตรคำนวณแน่นอน ซึ่งใช้ได้ต่อเนื่องไม่ใช่เฉพาะปีที่บริษัททำกำไรสูงเป็นพิเศษ ได้หรือไม่
บัตรลงคะแนนให้อำนาจอะไร
เจ้าหน้าที่สหภาพระบุว่า ผลลงคะแนนให้อำนาจสหภาพเถาหยวนดำเนินการนัดหยุดงานและจัดตั้งแนวรั้วชุมนุมได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าการหยุดงานเริ่มขึ้นแล้ว ทั้งกำหนดเวลา จำนวนผู้เข้าร่วม และรูปแบบการดำเนินการที่แน่ชัดยังไม่มีข้อสรุป
ยอดลงคะแนนยังอธิบายได้ว่าเหตุใดรายงานต่าง ๆ จึงระบุเปอร์เซ็นต์แตกต่างกันเล็กน้อย คะแนนเห็นชอบ 1,994 เสียงคิดเป็น 88.3% ของสมาชิกที่มีสิทธิทั้งหมด และประมาณ 99.1% ของบัตรลงคะแนน 2,012 ใบที่มีการส่ง รวมบัตรเสีย รายงานที่ระบุว่ามีผู้สนับสนุน 99% ใช้ตัวเลขปัดเศษ ส่วนผู้มาใช้สิทธิอยู่ที่ประมาณ 89.1% ซึ่งบางครั้งปัดเป็น 89%
เฉิน เหยียนไค เลขาธิการสหภาพแรงงาน เชื่อมโยงผลลงคะแนนโดยตรงกับความไม่พอใจต่อระบบแผนจ่ายค่าตอบแทนจูงใจของไมครอน หรือ Incentive Pay Plan ซึ่งเรียกย่อว่า IPP และเป็นระบบโบนัสผลงานประจำปี
การลงคะแนนครั้งนี้ “สะท้อนให้เห็นว่าพนักงานไม่ไว้วางใจระบบ IPP”
การไกล่เกลี่ยที่เถาหยวนสิ้นสุดลงโดยไม่มีข้อตกลงในเดือนกันยายน ขณะนี้สหภาพกำลังใช้มติอนุมัติการนัดหยุดงานควบคู่กับการเรียกร้องให้เจรจาต่อ โดยยังไม่ได้ประกาศหยุดงานทันที
สูตรแบ่งปันผลกำไรแทนรางวัลตามดุลยพินิจ
ข้อเสนอหลักของสหภาพคือแทนที่ระบบโบนัสที่พวกเขาระบุว่าขาดความโปร่งใส ด้วยการจ่ายผลตอบแทนที่ผูกกับตัวชี้วัดผลประกอบการของบริษัทซึ่งเปิดเผยต่อสาธารณะ กำไรจากการดำเนินงานคือรายได้ที่ธุรกิจได้รับหลังหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน แต่ก่อนหักรายการต่าง ๆ เช่น ดอกเบี้ยและภาษีเงินได้ การผูกวงเงินโบนัสกับตัวเลขนี้จะทำให้ขนาดของวงเงินเปลี่ยนแปลงตามผลการดำเนินงานของบริษัท
ข้อเรียกร้องร่วมประกอบด้วยโบนัสเพิ่มเติมสำหรับปีงบประมาณ 2026 โดยคำนวณจาก 15% ของกำไรจากการดำเนินงานทั่วโลก ตามด้วยการแบ่งจ่ายรายไตรมาสในอัตราเดียวกันตั้งแต่ปีงบประมาณ 2027 สหภาพยังต้องการให้มีข้อกำหนดรองรับกรณีพนักงานได้รับประโยชน์จากข้อตกลงโดยไม่ได้เข้าร่วมสหภาพ และให้ความคุ้มครองไม่ให้มีการตอบโต้จากการทำกิจกรรมสหภาพแรงงาน ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยถ้อยคำในสัญญาที่แน่ชัด
ลิน ประธานสหภาพเถาหยวน อธิบายเป้าหมายของการปฏิรูปที่เสนอไว้ดังนี้:
สิ่งที่เราต้องการคือการจัดตั้งระบบแบ่งปันผลกำไรที่เปิดเผยและโปร่งใส
สหภาพระบุว่าไม่ได้เรียกร้องให้จ่ายเงินก้อนใหญ่ในช่วงที่บริษัทขาดทุน แต่เห็นว่าพนักงานต้องแบกรับความเสี่ยงทางธุรกิจในช่วงขาลง จึงควรได้รับส่วนแบ่งที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนเมื่อความต้องการและผลกำไรเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังระบุว่าไมครอนเคยแบ่งกำไรสุทธิรายไตรมาส 10% ให้พนักงานตามระบบเดิม ซึ่งเป็นตัวเลขทางบัญชีคนละประเภทกับกำไรจากการดำเนินงานที่เสนอในครั้งนี้
เหตุใดแพ็กเกจเดือนกันยายนจึงไม่ยุติข้อพิพาท
ไมครอนประกาศผลตอบแทนสำหรับปีงบประมาณ 2026 ในเดือนกันยายนให้แก่พนักงานทั่วโลกกว่า 60,000 คน หลังจากปีที่บริษัทเรียกว่า “เป็นปีที่โดดเด่นเป็นพิเศษ” สำหรับพนักงานที่มีสิทธิในไต้หวัน แพ็กเกจดังกล่าวประกอบด้วยโบนัสเงินสด 1 ล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (NT$) รางวัลผลงานประจำปีที่มีรายงานว่าจ่ายได้สูงสุด 500% ของเป้าหมายพื้นฐาน และหุ้นชดเชยเพิ่มเติม
รายงานให้รายละเอียดแพ็กเกจไม่ตรงกัน แหล่งข่าวหนึ่งระบุว่าพนักงานในไต้หวันได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินสดขั้นต่ำ NT$1.7 ล้าน ขณะที่อีกหลายแหล่งระบุว่าเงิน NT$1 ล้านเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่ง อีกแหล่งหนึ่งบรรยายว่าแพ็กเกจมีมูลค่าสูงสุดเทียบเท่าเงินเดือน 68 เดือน ตัวเลขเหล่านี้ใช้นิยามค่าตอบแทนต่างกัน จึงไม่ควรนำมาเปรียบเสมือนเป็นจำนวนเงินเดียวกันที่รับประกันว่าพนักงานทุกคนจะได้รับ
สหภาพปฏิเสธแพ็กเกจดังกล่าว เพราะไม่ได้จัดตั้งกลไกถาวรตามที่ต้องการ และยังวิจารณ์ไมครอนที่ประกาศผลตอบแทนระหว่างที่การไกล่เกลี่ยกำลังดำเนินอยู่ โดยไม่บรรลุข้อตกลงกับสหภาพก่อน ไมครอนไม่ได้เชื่อมโยงการประกาศผลตอบแทนสำหรับปีงบประมาณ 2026 เข้ากับข้อพิพาทแรงงานในไต้หวัน
ประเด็นแตกต่างกันระหว่างจำนวนเงินที่จ่ายเป็นกรณีพิเศษครั้งหนึ่ง กับกฎเกณฑ์ที่กำกับการจ่ายในอนาคต รางวัลก้อนใหญ่ที่มอบเป็นกรณีพิเศษก็ยังอาจทำให้พนักงานไม่แน่ใจเรื่องคุณสมบัติ วิธีคำนวณ และสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปีงบประมาณถัดไป สหภาพต้องการให้ฝ่ายบริหารเจรจาเรื่องกฎเหล่านี้ควบคู่กับจำนวนเงินของปีนี้
การเปรียบเทียบเงินสดและหุ้นจุดชนวนข้อร้องเรียนของพนักงาน
สหภาพยกค่าตอบแทนในปีงบประมาณ 2025 เป็นหลักฐานที่ชี้ว่าพนักงานเข้าถึงผลประโยชน์จากบริษัทไม่เท่าเทียมกัน โดยระบุว่าค่าตัวคูณผลการดำเนินงาน IPP สำหรับพนักงานทั่วโลกอยู่ที่ 93.9% ส่งผลให้โบนัสผลงานของพนักงานในไต้หวันช่วงแรกมีมูลค่าราว 2.3 เดือนของเงินเดือน ก่อนปรับเป็น 2.6 เดือน สหภาพนำตัวเลขนี้ไปเปรียบเทียบกับค่าตอบแทนผลงานประจำปีในรูปเงินสดของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งคำนวณว่าเทียบเท่าเงินเดือน 32.4 เดือน
การเปรียบเทียบนี้มีข้อควรคำนึงว่า รางวัลของพนักงานและผู้บริหารมาจากคนละโครงการ การแสดงมูลค่ารางวัลแต่ละฝ่ายเป็นจำนวนเดือนของเงินเดือนผู้รับ ไม่ได้ยืนยันว่าโครงการทั้งสองมีเป้าหมาย เงื่อนไข หรือวิธีคำนวณเหมือนกัน สหภาพยอมรับความแตกต่างนี้ แต่เห็นว่าไมครอนควรชี้แจงว่าเหตุใดผลตอบแทนที่ผูกกับผลประกอบการของบริษัทจึงแตกต่างกันมาก
รางวัลหุ้นเป็นอีกประเด็นที่ยังโต้แย้งกัน สหภาพระบุว่าพนักงานในไต้หวันราว 40% ได้รับรางวัลหุ้นแบบมีเงื่อนไขในปี 2025 เฉียว เหยียนเซียง ตัวแทนสหภาพไถจง เปรียบเทียบกับการที่พนักงานในสหรัฐฯ เกือบทั้งหมดได้รับหุ้นประเภทนี้ รางวัลหุ้นแบบมีเงื่อนไขคือหุ้นของบริษัทที่มอบให้โดยมีข้อกำหนด ซึ่งโดยทั่วไปมักรวมถึงการทำงานต่อเนื่องจนกว่าจะได้สิทธิเป็นเจ้าของหุ้นเต็มจำนวน
สหภาพยังระบุว่า ในปี 2025 พนักงานทั่วโลกได้รับหุ้นเฉลี่ยราว 207 หุ้น เทียบกับประธานเจ้าหน้าที่บริหารที่ได้รับ 83,015 หุ้น หรือประมาณ 400 เท่า และกล่าวว่าในปี 2023 ซึ่งไมครอนขาดทุนและลดพนักงานเกือบ 15% ประธานเจ้าหน้าที่บริหารได้รับหุ้นราว 225,000 หุ้น หรือประมาณ 570 เท่าของค่าเฉลี่ยที่พนักงานทั่วโลกได้รับ
ตัวเลขเหล่านี้เป็นการเปรียบเทียบของสหภาพ ไม่ใช่ข้อสรุปที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าค่าตอบแทนเทียบเคียงกันได้ สหภาพระบุว่าไมครอนประกาศภายหลังว่าจะให้พนักงานทุกคนได้รับรางวัลหุ้น แต่ยังคงเรียกร้องให้กำหนดหลักเกณฑ์ด้านคุณสมบัติและการจัดสรรให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
เปรียบเทียบวงเงินที่เสนอเรียกร้องกับคู่แข่ง
สหภาพยกซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ และเอสเค ไฮนิกซ์ เป็นตัวอย่างผู้ผลิตหน่วยความจำที่ผูกผลตอบแทนเข้ากับผลกำไรหรือผลการดำเนินงาน นอกจากนี้ยังอ้างถึงบริษัท ไต้หวัน เซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟกเจอริง, นันย่า เทคโนโลยี, วินบอนด์ อิเล็กทรอนิกส์ และพาวเวอร์ชิป เซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟกเจอริง ว่าเป็นบริษัทที่ให้รางวัลพนักงานโดยเชื่อมโยงกับผลประกอบการ
มีรายงานว่าข้อตกลงของซัมซุงจัดสรรผลกำไรจากการดำเนินงานในสัดส่วนเทียบเท่า 10.5% เป็นโบนัสให้พนักงานฝ่ายเซมิคอนดักเตอร์ โดยมีพนักงานที่มีสิทธิประมาณ 78,000 คน สหภาพไมครอนเรียกร้อง 15% ซึ่งสูงกว่า 4.5 จุดเปอร์เซ็นต์ สัดส่วนที่เสนอสูงกว่าตัวเลขที่มีรายงานของซัมซุงราว 43% แต่ตัวเลขนี้เพียงอย่างเดียวไม่อาจยืนยันได้ว่าพนักงานบริษัทใดจะได้รับเงินมากกว่า เพราะผลกำไร จำนวนพนักงาน หลักเกณฑ์การจัดสรร และโครงสร้างเงินเดือนล้วนมีผลต่อยอดที่แต่ละคนได้รับ
สหภาพประเมินว่าข้อเสนอสำหรับปีงบประมาณ 2026 อาจทำให้รางวัลมีมูลค่าเทียบเท่าเงินเดือนราว 83 เดือนต่อพนักงานหนึ่งคนในไต้หวัน นี่เป็นการคำนวณของสหภาพ ไม่ใช่คำมั่นจากบริษัท สหภาพยังโต้แย้งว่าแม้จัดสรร 15% ก็ไม่ได้แปลว่าพนักงานไมครอนจะได้รับผลตอบแทนมากกว่าพนักงานในเกาหลีใต้เสมอไป
ข้อพิพาทนี้ยังมีการกล่าวถึงเพดานโบนัสที่แตกต่างกัน รายงานระบุว่าเพดานการประเมินผลของระบบ IPP เดิมอยู่ที่ 200% ซึ่งเทียบเท่าโบนัสประมาณห้าเดือน ขณะที่แพ็กเกจพิเศษสำหรับปีงบประมาณ 2026 มีรางวัลสูงสุด 500% ของเป้าหมายพื้นฐาน ไม่ควรนำคำอธิบายเหล่านี้มารวมเป็นกฎเดียวกัน การเจรจาครอบคลุมทั้งรางวัลพิเศษและกรอบการจ่ายสำหรับปีต่อ ๆ ไป
ผลประกอบการโดดเด่นทำให้เดิมพันสูงขึ้น
ข้อเรียกร้องด้านค่าตอบแทนเกิดขึ้นท่ามกลางความต้องการชิปหน่วยความจำที่ใช้ในโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ซึ่งแข็งแกร่ง ตัวเลขปีงบประมาณ 2026 ที่มีรายงานระบุว่าไมครอนมีรายได้ 133.19 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำไรจากการดำเนินงาน 99.34 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปีที่สิ้นสุดวันที่ 3 กันยายน ตัวเลขดังกล่าวคิดเป็นอัตรากำไรจากการดำเนินงานประมาณ 74.6% เมื่อคำนวณจากกำไรจากการดำเนินงานหารด้วยรายได้
หากนำข้อเสนอของสหภาพที่ต้องการจัดสรร 15% ไปคำนวณจากกำไรจากการดำเนินงานที่มีรายงานดังกล่าว จะได้วงเงินสำหรับพนักงานทั่วโลกราว 14.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ การคำนวณนี้แสดงให้เห็นขนาดของข้อเรียกร้อง แต่ไม่ได้ยืนยันสิทธิที่พนักงานคนใดจะได้รับจริง จำนวนเงินที่จ่ายจริงขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์การจัดสรรและกลุ่มพนักงานที่ครอบคลุม
อีกแหล่งข่าวระบุว่ารายได้ปีงบประมาณ 2026 อยู่ที่ประมาณ 133 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 256% จากราว 37 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีก่อน ตัวเลขรายได้ที่ปัดเศษแล้วคำนวณกลับไปไม่ได้อัตราการเติบโตดังกล่าวอย่างแม่นยำ จึงไม่สามารถใช้เปรียบเทียบอย่างละเอียดได้หากไม่มีตัวเลขที่ลงรายละเอียดมากกว่านี้
มีรายงานว่าหุ้นไมครอนปรับลงมากกว่า 2% ในการซื้อขายที่สหรัฐฯ ก่อนตลาดเปิดวันที่ 7 ตุลาคม ราคาหุ้นเคลื่อนไหวในช่วงที่มีการเปิดเผยผลอนุมัติการนัดหยุดงาน แต่การเคลื่อนไหวนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่าข้อพิพาทแรงงานเป็นสาเหตุของการลดลงมากน้อยเพียงใด
ความเสี่ยงต่อการผลิตขึ้นอยู่กับขอบเขตการนัดหยุดงาน
ไต้หวันเป็นฐานการผลิตสำคัญของไมครอนสำหรับ DRAM และหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง หรือ HBM โดย DRAM เป็นหน่วยความจำหลักที่ใช้กับคอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์ ส่วน HBM วางชิปหน่วยความจำซ้อนกันเพื่อรับส่งข้อมูลปริมาณมากได้อย่างรวดเร็ว จึงมีความสำคัญต่อการประมวลผล AI ที่ต้องใช้ทรัพยากรสูง
โรงงานเถาหยวนผลิต DRAM เป็นหลัก การนัดหยุดงานที่กระทบการบำรุงรักษาอุปกรณ์หรือการตรวจสอบกระบวนการผลิตอาจลดเสถียรภาพการผลิตและสัดส่วนชิปที่ผ่านมาตรฐานคุณภาพ หากการหยุดชะงักยืดเยื้อ ก็อาจค่อย ๆ กระทบต่อปริมาณการผลิตและอุปทาน ผลกระทบจริงขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เข้าร่วม ระยะเวลา และมาตรการรองรับของไมครอน
รายงานต่าง ๆ ให้ตัวเลขสัดส่วนการผลิตของไมครอนในไต้หวันไม่ตรงกัน แหล่งหนึ่งระบุว่าชิปของบริษัทประมาณ 50% ถึง 60% ผลิตที่นั่น อีกแหล่งหนึ่งอ้างคำกล่าวของสหภาพว่าฐานการผลิตเถาหยวนและไถจงรวมกันคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 60% ของผลผลิตทั่วโลก ตัวเลขทั้งสองไม่ได้หมายความว่าการนัดหยุดงานที่เถาหยวนเพียงแห่งเดียวจะทำให้การผลิตทั้งหมดในสัดส่วนดังกล่าวหยุดลง
ไมครอนระบุว่าไต้หวันเป็นศูนย์กลางการผลิตที่สำคัญ และได้ลงทุนที่นั่นมากกว่า NT$1.6 ล้านล้าน การหยุดชะงักอาจเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดหน่วยความจำที่ตึงตัวอยู่แล้ว แต่ยังไม่มีการประกาศยืนยันว่าการผลิตสูญเสียไปเท่าใด เกิดความล่าช้าในการส่งมอบ หรือมีผลกระทบต่อลูกค้า
เจรจาแยกกัน แต่ประสานข้อเรียกร้องร่วมกัน
ไมครอนมีพนักงานในไต้หวันประมาณ 15,000 คน การประเมินในพื้นที่ระบุว่าเถาหยวนมีพนักงานราว 3,000 คน โดยประมาณ 2,400 คนเป็นสมาชิกสหภาพ ส่วนไถจงมีพนักงาน 12,300 คน รวมสมาชิกสหภาพประมาณ 11,000 คน ตัวเลขโดยประมาณของแต่ละพื้นที่ไม่ตรงกับยอดรวมระดับประเทศพอดี รายงานยังระบุจำนวนสมาชิกสหภาพทั่วไต้หวันต่างกัน ตั้งแต่เกือบ 12,000 คนไปจนถึงมากกว่า 80% ของพนักงานทั้งหมด
ข้อแตกต่างด้านขั้นตอนที่สำคัญคือทั้งสองพื้นที่มีสหภาพแยกกัน เถาหยวนได้รับอนุมัติให้ดำเนินการนัดหยุดงานแล้ว ส่วนไถจงยังอยู่ระหว่างการเจรจา การไกล่เกลี่ยครั้งถัดไปกำหนดไว้วันที่ 22 ตุลาคม รายงานส่วนใหญ่ระบุว่าเป็นการไกล่เกลี่ยครั้งที่สอง ขณะที่รายงานหนึ่งเรียกว่าเป็นครั้งที่สาม แต่วันที่นัดหมายตรงกัน
สหภาพระบุว่าได้ยื่นข้อเรียกร้องร่วมกันและจะประสานงานต่อไป สหภาพไถจงวางแผนเชิญตัวแทนจากเถาหยวนเข้าร่วมการไกล่เกลี่ยวันที่ 22 ตุลาคม เพื่อหารือข้อเสนอของบริษัทร่วมกัน ส่วนไถจงยังไม่ได้ประกาศมติเรื่องการนัดหยุดงาน
ไมครอนระบุว่าจะสื่อสารกับสหภาพทั้งสองแห่งต่อไป ในแถลงการณ์เกี่ยวกับข้อพิพาท บริษัทกล่าวถึงแนวทางดำเนินการดังนี้:
เราจะเดินหน้าผ่านกระบวนการเจรจาและไกล่เกลี่ยที่กำหนดไว้
กระทรวงแรงงานระบุว่าผลลงคะแนนสะท้อนความคาดหวังของพนักงานต่อระบบแบ่งปันผลกำไรที่สมเหตุสมผล พร้อมกล่าวว่าการนัดหยุดงานเป็นทางเลือกสุดท้ายเพื่อให้เกิดการเจรจาอย่างเท่าเทียม และจะร่วมมือกับรัฐบาลนครเถาหยวนและสำนักงานอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคกลางไต้หวันเพื่อสนับสนุนการเจรจาเพิ่มเติม
กำหนดการสำคัญที่กำลังจะมาถึง
ลำดับการเจรจาเร่งด่วนจะอยู่ที่การตอบสนองของบอร์ด การชุมนุมสาธารณะ และการไกล่เกลี่ยเพิ่มเติม สหภาพระบุชัดเจนว่าการชุมนุมวันที่ 19 ตุลาคมไม่ใช่การนัดหยุดงาน และเชิญชวนให้พนักงานลางานเพื่อเข้าร่วม
- กันยายน: การไกล่เกลี่ยที่เถาหยวนสิ้นสุดลงโดยไม่มีข้อตกลง และไมครอนประกาศแพ็กเกจผลตอบแทนสำหรับปีงบประมาณ 2026
- 1 ถึง 6 ตุลาคม: สมาชิกสหภาพเถาหยวนลงคะแนนเรื่องการอนุมัติให้มีการนัดหยุดงาน โดยนับคะแนนเสร็จสิ้นวันที่ 6 ตุลาคม
- 7 ตุลาคม: สหภาพประกาศผลและระบุว่ายังอยู่ระหว่างพิจารณานัดหยุดงานแบบกะทันหัน
- 8 และ 9 ตุลาคม ตามเวลาสหรัฐฯ: กำหนดการประชุมบอร์ด หลังจากนั้นสหภาพเรียกร้องให้มีข้อเสนอที่เป็นรูปธรรม
- 19 ตุลาคม: กำหนดการชุมนุมที่ถนนเคตากาลัน กรุงไทเป โดยเข้าร่วมผ่านการลางานของพนักงาน ไม่ใช่การนัดหยุดงานอย่างเป็นทางการ
- 22 ตุลาคม: กำหนดการไกล่เกลี่ยที่ไถจง โดยเชิญตัวแทนเถาหยวนเข้าร่วม
ยังไม่มีการประกาศวันนัดหยุดงานหรือข้อตกลงจากการเจรจา สูตรการจัดสรร การปฏิบัติต่อพนักงานกลุ่มต่าง ๆ และความคุ้มครองที่เกี่ยวข้องกับการเข้าร่วมสหภาพยังไม่ได้ข้อยุติ มติอนุมัติการนัดหยุดงานเพิ่มแรงกดดันต่อไมครอน แต่ไม่ได้ทำให้การเจรจาสิ้นสุดลงหรือยืนยันว่าจะมีการหยุดผลิต
ประเด็นสำคัญ
- พนักงานเถาหยวนลงมติเห็นชอบให้มีการนัดหยุดงาน 1,994 เสียง คิดเป็น 88.3% ของสมาชิกที่มีสิทธิลงคะแนน
- ยังไม่มีการกำหนดวันนัดหยุดงาน สหภาพอาจแจ้งสมาชิกผ่านข้อความทางโทรศัพท์
- สหภาพเรียกร้องโบนัสสำหรับปีงบประมาณ 2026 และการแบ่งจ่ายรายไตรมาสอย่างถาวร โดยคำนวณจาก 15% ของกำไรจากการดำเนินงาน
- แพ็กเกจผลตอบแทนพิเศษของไมครอนไม่ได้คลี่คลายข้อเรียกร้องให้มีกฎค่าตอบแทนที่โปร่งใสและมีผลต่อเนื่อง
- การชุมนุมที่ไทเปวันที่ 19 ตุลาคมไม่ใช่การนัดหยุดงานอย่างเป็นทางการ ส่วนการไกล่เกลี่ยที่ไถจงกำหนดไว้วันที่ 22 ตุลาคม
- ผลกระทบต่อการผลิตขึ้นอยู่กับขนาดและระยะเวลาของการนัดหยุดงาน รวมถึงการตอบสนองของบริษัท






