ข้อเสนอส่งอากาศยานเผชิญวิกฤตด้านทัศนวิสัย
มาเลเซียกำลังเตรียมความช่วยเหลือที่อาจส่งให้อินโดนีเซียเพื่อรับมือไฟป่าและไฟในพื้นที่พรุ ซึ่งรวมถึงเฮลิคอปเตอร์และอากาศยานทิ้งน้ำ ขณะที่หมอกควันทำให้เที่ยวบินกู้ภัยบางภารกิจที่เสนอไว้มีความเสี่ยงเกินกว่าจะปฏิบัติการได้ โมฮาหมัด ฮาซัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย กล่าวว่า มีรายงานว่าทัศนวิสัยในพื้นที่ประสบเหตุลดลงต่ำกว่า 50 เมตร ขณะที่ค่ามลพิษในบางส่วนของกาลิมันตันสูงถึง 1,000
สารบัญ
- ข้อเสนอส่งอากาศยานเผชิญวิกฤตด้านทัศนวิสัย
- เหตุใดอากาศยานเพิ่มเติมอาจยังต้องรอ
- กำลังภาคพื้นดินแบกรับภาระหลัก
- พื้นที่ถูกไฟไหม้มากเพียงใด
- การทำฝนเทียมขึ้นอยู่กับเมฆ
- โรงเรียนและโรงพยาบาลรับแรงกดดัน
- ควันกระทบเที่ยวบินและคุกคามพื้นที่อนุรักษ์
- ความช่วยเหลือจากต่างประเทศจะเป็นอย่างไรต่อ
- ความร่วมมือระดับภูมิภาคและข้อเสนอป้องกันไฟ
- ประเด็นสำคัญ
ข้อเสนอดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่อินโดนีเซียระดมกำลังเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินกว่า 60,000 นาย และมาเลเซียต้องเผชิญกับการปิดโรงเรียนและคุณภาพอากาศที่แย่ลง ก่อนหน้านี้ อาหมัด ซาฮิด ฮามิดี รองนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เคยกล่าวถึงข้อเสนอที่มาเลเซียจะส่งอากาศยานดับไฟ 1 ลำ เฮลิคอปเตอร์ 3 ลำ และเจ้าหน้าที่กับกำลังพล 52 นายไปช่วยเหลือ
โมฮาหมัดกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย สำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ และสภาความมั่นคงแห่งชาติ กำลังหารือกับหน่วยงานคู่เจรจาของอินโดนีเซียเพื่อพิจารณาความช่วยเหลือที่เหมาะสม จากนั้นจะเสนอข้อแนะนำต่อคณะรัฐมนตรีมาเลเซียเพื่อขออนุมัติ ยังไม่มีการประกาศวันส่งกำลัง
อินโดนีเซียตกลงรับความช่วยเหลือจากนานาชาติ พร้อมประเมินข้อเสนอแต่ละรายการให้สอดคล้องกับความต้องการในการปฏิบัติงาน ปัญหาหลักอยู่ที่ข้อจำกัดในทางปฏิบัติ: ไฟที่ลุกลามลึกเข้าไปในพื้นที่ตอนในเข้าถึงทางถนนได้ยาก แต่ควันที่เกิดขึ้นก็อาจขัดขวางไม่ให้อากาศยานเข้าไปถึงพื้นที่เหล่านั้นได้เช่นกัน
โมฮาหมัดกล่าวที่เมืองมะละกาเมื่อวันที่ 18 ตุลาคมว่า มาเลเซียจะให้ความปลอดภัยของนักบินและลูกเรือเป็นอันดับแรก พร้อมอธิบายข้อจำกัดที่รัฐบาลจะกำหนดกับทุกภารกิจว่า:
เราต้องระมัดระวัง เราบังคับให้นักบินบินในสภาพที่อันตรายไม่ได้ เราจะไม่ทำเช่นนั้น
เหตุใดอากาศยานเพิ่มเติมอาจยังต้องรอ
กาลิมันตันกลางเผชิญการหยุดชะงักของภารกิจดับไฟทางอากาศเป็นเวลานานแล้ว ในการประชุมวันที่ 12 ตุลาคม ซึ่งมีปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซียเป็นประธาน เจ้าหน้าที่ด้านภัยพิบัติระบุว่า เฮลิคอปเตอร์ทิ้งน้ำในจังหวัดดังกล่าวไม่สามารถบินได้ราวหนึ่งสัปดาห์ การปฏิบัติการจากปาลังกา รายาและบันจาร์มาซินได้รับผลกระทบ
พลตรีซาอินุล อารีฟิน ผู้บัญชาการทหารประจำภูมิภาค ระบุว่าทัศนวิสัยบริเวณอุทยานแห่งชาติตันจุงปูติงอยู่ที่ราว 500 เมตร ต่อมาโมฮาหมัดกล่าวถึงทัศนวิสัยต่ำกว่า 50 เมตรในพื้นที่ประสบเหตุ โดยไม่ได้ระบุว่าเป็นจุดเดียวกันหรือไม่ ทั้งสองรายงานบ่งชี้ว่าหมอกควันรุนแรงจนเป็นอุปสรรคต่อเที่ยวบินดับไฟ
สำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติอินโดนีเซีย หรือ BNPB บันทึกปัญหาเดียวกันไว้ก่อนหน้านั้นหลายสัปดาห์แล้ว ในการประเมินสถานการณ์ในกาลิมันตันกลาง ระบุว่าทัศนวิสัยเมื่อวันที่ 21 กันยายนอยู่ที่ราว 500 เมตร และเฮลิคอปเตอร์ต้องเตรียมพร้อมอยู่บนพื้น เนื่องจากสภาพการบินไม่ปลอดภัย
การทิ้งน้ำจากอากาศยานหมายถึงการปล่อยน้ำลงเหนือไฟ ลูกเรือต้องมีทัศนวิสัยเพียงพอในการนำทาง เข้าหาเป้าหมาย และปล่อยน้ำได้อย่างปลอดภัย การเพิ่มจำนวนอากาศยานจะช่วยได้ก็ต่อเมื่ออากาศยานเหล่านั้นเข้าถึงพื้นที่ไฟไหม้และหาแหล่งน้ำที่ใช้งานได้
โมฮาหมัดกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทีมจากญี่ปุ่นเดินทางกลับประเทศ หลังสภาพการณ์ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือต่อได้ คำกล่าวของเขาชี้ให้เห็นว่าเหตุใดการหารือของมาเลเซียจึงมุ่งพิจารณาประเภทความช่วยเหลือที่จำเป็น ไม่ใช่เพียงจำนวนอากาศยานที่มีอยู่
กำลังภาคพื้นดินแบกรับภาระหลัก
การประเมินของ BNPB เมื่อเดือนกันยายนระบุว่า มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ราว 10,700 นายเข้ารับมือสถานการณ์ในกาลิมันตันกลาง ทั้งจากกองทัพ ตำรวจ หน่วยงานด้านภัยพิบัติ เจ้าหน้าที่ดับไฟป่า อาสาสมัคร และรัฐบาลท้องถิ่น นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่สำนักงานป่าไม้ประจำจังหวัด 946 นายปฏิบัติงานผ่านจุดปฏิบัติการ 19 แห่ง และกำลังพลทหารราว 1,220 นาย
มีการเตรียมโดรนตรวจจับความร้อน 3 ลำและเครื่องสูบน้ำแบบเคลื่อนย้ายได้ราว 300 เครื่องสำหรับทีมภาคสนาม โดรนตรวจจับความร้อนช่วยให้เจ้าหน้าที่ระบุตำแหน่งพื้นที่ไฟไหม้ที่อาจมองเห็นได้ยากผ่านควัน ส่วนเครื่องสูบน้ำช่วยให้เจ้าหน้าที่ส่งน้ำผ่านสายยางไปยังจุดที่ยานพาหนะเข้าไม่ถึง
ในการประชุมระดับชาติเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม เท็ดดี อินดรา วีจายา เลขาธิการคณะรัฐมนตรีระบุว่า มีเจ้าหน้าที่กว่า 60,000 นายสนับสนุนปฏิบัติการภาคพื้นดิน ดุดุง อับดูรัชมาน รัฐมนตรีประสานงานด้านการเมืองและความมั่นคงกล่าวว่า ทีมผสมสามารถรับมือพื้นที่ได้สูงสุดวันละ 692 เฮกตาร์ โดยมีการหมุนเวียนกำลังพลเพื่อจำกัดความอ่อนล้า
พื้นที่ตันจุงปูติงมีทั้งไฟที่กระจายเป็นหย่อม พื้นที่ชุ่มน้ำ และอุปกรณ์ที่มีจำกัด ทำให้รับมือได้ยากเป็นพิเศษ ซาอินุลกล่าวว่า ยังต้องใช้เครื่องสูบน้ำบางส่วนเพื่อทำให้พื้นที่ที่ดับไฟแล้วเย็นลง ขณะที่บางครั้งต้องส่งอุปกรณ์ทดแทนมาจากเกาะชวา
เมื่อซาอินุลขอเครื่องสูบน้ำเพิ่ม 50 เครื่อง ปราโบโวให้คำมั่นว่าจะจัดส่ง 200 เครื่อง นอกจากนี้ประธานาธิบดียังรับปากจัดสรรเงิน 2 พันล้านรูเปียห์สำหรับเจาะบ่อน้ำ 200 จุด เมื่อคิดจากค่าใช้จ่ายจุดละ 10 ล้านรูเปียห์ งบประมาณดังกล่าวสอดคล้องกับจำนวนบ่อที่เสนอ ซาอินุลกล่าวว่าสามารถเข้าถึงน้ำใต้ดินที่ความลึกราว 10 ถึง 15 เมตร และประชาชนในพื้นที่ช่วยขุดเจาะได้
พื้นที่ถูกไฟไหม้มากเพียงใด
กระทรวงป่าไม้อินโดนีเซียบันทึกพื้นที่ได้รับผลกระทบจากไฟไหม้ 107,465 เฮกตาร์ในช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายน เพิ่มขึ้น 110% จากช่วงเดียวกันในปี 2023 หมายความว่าพื้นที่ถูกไฟไหม้มีขนาดมากกว่าตัวเลขก่อนหน้าเล็กน้อยกว่าสองเท่า เมื่อถึงการแถลงข่าววันที่ 12 ตุลาคม ซูฮาร์ยันโต หัวหน้า BNPB ระบุว่าพื้นที่ถูกไฟไหม้สะสมอยู่ที่เกือบ 130,000 เฮกตาร์ โดยยังมีไฟลุกไหม้ 639.23 เฮกตาร์ใน 6 จังหวัดที่จัดเป็นพื้นที่สำคัญ
การประเมินระดับจังหวัดโดยละเอียดของ BNPB บันทึกจุดความร้อนกว่า 142,000 จุด และเหตุไฟไหม้ราว 3,800 ครั้งในกาลิมันตันกลาง ระหว่างวันที่ 1 มกราคมถึง 19 กันยายน 2026 การวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมของกระทรวงป่าไม้วัดพื้นที่ถูกไฟไหม้ในจังหวัดดังกล่าวได้ 7,634 เฮกตาร์ ขณะที่พื้นที่ซึ่งทีมรับมือเข้าไปจัดการมีขนาดเกือบ 13,000 เฮกตาร์
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนสถานการณ์ฉุกเฉินคนละด้าน จุดความร้อนคือการตรวจพบความร้อนผิดปกติจากดาวเทียม โดยอาจตรวจพบซ้ำในบริเวณที่ไฟยังลุกไหม้ต่อเนื่อง พื้นที่ที่จัดการแล้วสะท้อนขอบเขตการปฏิบัติงานของทีมรับมือ ส่วนการวิเคราะห์จากดาวเทียมวัดพื้นที่ที่ระบุว่าถูกไฟไหม้
อินโดนีเซียกำหนดให้เรียว เจมบี และสุมาตราใต้บนเกาะสุมาตรา รวมทั้งกาลิมันตันตะวันตก กาลิมันตันกลาง และกาลิมันตันใต้บนเกาะบอร์เนียว เป็น 6 จังหวัดเป้าหมายหลัก เมื่อถึงวันที่ 12 ตุลาคม เจ้าหน้าที่รายงานว่าสถานการณ์ในเรียว เจมบี กาลิมันตันตะวันตก และกาลิมันตันใต้ดีขึ้น โดยปฏิบัติการมุ่งเน้นที่กาลิมันตันกลางและสุมาตราใต้
พื้นที่อื่นก็ได้รับผลกระทบจากไฟไหม้เช่นกัน ที่ภูเขาโบรโมในจังหวัดชวาตะวันออก กาตอต ซูโบรโต หัวหน้าหน่วยงานบรรเทาภัยพิบัติท้องถิ่นกล่าวว่า มีพื้นที่เสียหายอย่างน้อย 899 เฮกตาร์ และไฟส่วนใหญ่ดับแล้ว
การทำฝนเทียมขึ้นอยู่กับเมฆ
อินโดนีเซียใช้ทั้งปฏิบัติการภาคพื้นดิน อากาศยาน และความพยายามกระตุ้นให้เกิดฝน ดจามารี ชานีอาโก รัฐมนตรีประสานงานด้านความมั่นคง กล่าวว่ามีการส่งเฮลิคอปเตอร์ 43 ลำและอากาศยานปีกตรึง 15 ลำเข้าปฏิบัติงาน นอกจากนี้ยังกล่าวถึงความยากลำบากในการทำฝนเทียมเมื่อมีเมฆฝนน้อย
การทำฝนเทียมคือการโปรยสาร เช่น เกลือ เข้าไปในเมฆที่เหมาะสมเพื่อช่วยให้หยดน้ำรวมตัวและตกลงมาเป็นฝน โดยต้องอาศัยสภาพเมฆที่มีอยู่แล้วและสามารถทำให้เกิดฝนได้ ดังนั้น ท้องฟ้าที่แห้งแล้งจึงจำกัดปฏิบัติการในช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่ดับไฟต้องการน้ำมากที่สุด
การประเมินของ BNPB เมื่อเดือนกันยายนกำหนดปฏิบัติการปรับเปลี่ยนสภาพอากาศไว้ระหว่างวันที่ 20 ถึง 29 กันยายน หน่วยงานอุตุนิยมวิทยาของอินโดนีเซียพบความเป็นไปได้ที่จะมีเมฆฝนระหว่างวันที่ 21 ถึง 28 กันยายน จึงวางแผนย้ายอากาศยานทำฝนเทียมจากปาลังกา รายาไปยังบันจาร์มาซินและปังกาลันบุน เพื่อให้ทีมสามารถปฏิบัติภารกิจช่วยกาลิมันตันกลาง
การแถลงข่าวในช่วงต่อมาของเดือนตุลาคมระบุว่าเที่ยวบินทำฝนเทียมและเที่ยวบินทิ้งน้ำต่างได้รับผลกระทบ จุมฮูร์ ฮิดายัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อมยังระบุว่า แหล่งน้ำที่มีจำกัดเป็นอุปสรรคต่อการดับไฟอย่างต่อเนื่อง
ดานา ปรีมา ตาริกัน จาก WALHI ซึ่งเป็นกลุ่มสิ่งแวดล้อมของอินโดนีเซีย ระบุว่าสาเหตุหลักของไฟไหม้มาจากการถางที่ดินเพื่อทำสวน ทำเหมือง และใช้ประโยชน์ด้านอื่น ซึ่งรุนแรงขึ้นจากปรากฏการณ์เอลนีโญ เอลนีโญเป็นรูปแบบความแปรปรวนของภูมิอากาศในมหาสมุทรแปซิฟิกที่อาจทำให้ฝนในอินโดนีเซียลดลง ส่งผลให้พืชพรรณและผืนดินแห้งแล้งนานขึ้น
โรงเรียนและโรงพยาบาลรับแรงกดดัน
อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กล่าวว่าเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2026 ว่าไฟป่าส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและชีวิตประจำวัน รวมถึงการปิดโรงเรียนในหลายรัฐและหลายพื้นที่ ในรัฐยะโฮร์ มีคำสั่งให้โรงเรียนและสถานศึกษาปิดจนถึงวันที่ 23 ตุลาคม
ปอนเตียนัก เมืองหลวงของกาลิมันตันตะวันตก เปลี่ยนการเรียนการสอนของนักเรียนทั้งหมดเป็นระบบออนไลน์ หลังคุณภาพอากาศแย่ลง ส่วนในรัฐซาราวักของมาเลเซีย มี 11 พื้นที่ที่คุณภาพอากาศอยู่ในระดับไม่ดีต่อสุขภาพ และกรมการศึกษาสั่งให้โรงเรียนงดกิจกรรมกลางแจ้งเมื่อดัชนีคุณภาพอากาศสูงกว่า 100 หรืออุณหภูมิสูงเกินไป
กระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียบันทึกผู้ป่วยติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลันเกือบ 175,000 รายในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่าและไฟบนบก ระหว่างวันที่ 18 สิงหาคมถึง 21 กันยายน ในจำนวนนี้กว่า 40,000 รายเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี กระทรวงฯ ระบุว่ากำลังเสริมความพร้อมของหน่วยบริการสุขภาพและโรงพยาบาลเพื่อดูแลผู้ที่มีปัญหาสุขภาพในช่วงเกิดไฟไหม้
การติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลันส่งผลต่อระบบหายใจและเกิดขึ้นในช่วงเวลาค่อนข้างสั้น ควันยังมีอนุภาคขนาดเล็กที่เข้าสู่ปอดและระคายเคืองทางเดินหายใจ ทำให้อากาศเป็นพิษเป็นปัญหาอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจอยู่แล้ว
บริษัท AA Alive ซึ่งจำหน่ายอุปกรณ์ทางการแพทย์และตั้งอยู่นอกกรุงกัวลาลัมเปอร์ รายงานว่ายอดขายถังออกซิเจนเพิ่มขึ้น 35% ราฟิเนีย ฟาร์เดต พนักงานฝ่ายขาย ระบุว่าการเพิ่มขึ้นดังกล่าวมีสาเหตุมาจากหมอกควัน ผู้จำหน่ายยังรายงานว่ายอดขายเครื่องฟอกอากาศเพิ่มขึ้น 600% ระหว่างวันที่ 28 กันยายนถึง 12 ตุลาคม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือคิดเป็น 7 เท่าของระดับเดิม
ช่างเทคนิคของ AA Alive กล่าวว่าไส้กรองในอุปกรณ์ออกซิเจน ซึ่งปกติใช้งานได้นานราว 1,000 ชั่วโมง กลับมีอายุการใช้งานเหลือประมาณครึ่งหนึ่งท่ามกลางมลพิษ สำหรับครัวเรือนที่ใช้อุปกรณ์ดังกล่าวอยู่แล้ว หมอกควันทำให้ต้องบำรุงรักษาเพิ่มขึ้น พร้อมกับความกังวลเรื่องอากาศภายนอก
ควันกระทบเที่ยวบินและคุกคามพื้นที่อนุรักษ์
กระทรวงคมนาคมอินโดนีเซียนับเที่ยวบินภายในประเทศตามกำหนด 1,673 เที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่าระหว่างวันที่ 11 สิงหาคมถึง 9 ตุลาคม ลูกมัน เอฟ ไลซา อธิบดีกรมการบินพลเรือนกล่าวว่า 745 เที่ยวบินล่าช้า 907 เที่ยวบินถูกยกเลิกหรือเลื่อน 15 เที่ยวบินเปลี่ยนเส้นทาง และ 6 เที่ยวบินบินกลับฐาน
เที่ยวบินที่ยกเลิกหรือเลื่อนคิดเป็นราว 54% ของเที่ยวบินที่ได้รับผลกระทบ ลูกมันกล่าวว่ามีการจำกัดเที่ยวบินเพื่อปกป้องผู้โดยสารและลูกเรือเมื่อทัศนวิสัยต่ำกว่ามาตรฐานการปฏิบัติงาน หมอกควันที่จำกัดเที่ยวบินฉุกเฉินยังส่งผลกระทบต่อการเดินทางทั่วไปด้วย
มีไฟไหม้พื้นที่กว่า 500 เฮกตาร์ในอุทยานแห่งชาติตันจุงปูติงและพื้นที่โดยรอบในเขตปกครองโกตาวาริงินตะวันตกและเซรูยัน ตามรายละเอียดที่นำเสนอในการประชุมช่วงวันที่ 12 ตุลาคม ปราโบโวสั่งให้เจ้าหน้าที่ให้ความสำคัญกับการดับไฟในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งเป็นศูนย์กลางการอนุรักษ์และฟื้นฟูลิงอุรังอุตังที่เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ
ซาอินุลกล่าวว่าเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 247 คนเข้าเยี่ยมชมอุทยาน ทำให้ยอดรวมของปี 2026 อยู่ที่ 66,000 คน เจ้าหน้าที่ดับไฟที่เข้าไปในพื้นที่ประสบเหตุจำเป็นต้องประสานงานกับหน่วยงานภัยพิบัติท้องถิ่น ตำรวจ และหน่วยงานระดับภูมิภาค เนื่องจากเข้าถึงพื้นที่ยากและมีอันตรายจากสัตว์ป่า
ไฟป่าและไฟในพื้นที่พรุทำให้เจ้าหน้าที่ต้องรับมือกับความท้าทายต่างกัน พรุคือชั้นวัสดุจากพืชที่ย่อยสลายไปบางส่วน ซึ่งสามารถติดไฟใต้พื้นผิวได้ ดังนั้น หลังดับเปลวไฟที่มองเห็นแล้ว อาจยังต้องทำให้พื้นที่เย็นลงและชุ่มน้ำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยอธิบายได้ว่าเหตุใดจึงยังต้องการเครื่องสูบน้ำและแหล่งน้ำใกล้เคียง
ความช่วยเหลือจากต่างประเทศจะเป็นอย่างไรต่อ
ข้อเสนอของมาเลเซียกำลังเข้าสู่ขั้นตอนหารือเรื่องการรับความช่วยเหลือจากนานาชาติ ความต้องการในการปฏิบัติงานของอินโดนีเซีย และการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีมาเลเซีย เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียกล่าวว่า ข้อเสนอจากมาเลเซียและสิงคโปร์ไม่ได้ถูกหยิบยกขึ้นหารือในการประชุมของปราโบโวเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ซึ่งมุ่งเน้นการรับมือภายในประเทศ
จุมฮูร์กล่าวเมื่อวันที่ 13 ตุลาคมว่า อินโดนีเซียจะประเมินความช่วยเหลือจากต่างประเทศจากประสิทธิภาพในการเร่งการดับไฟ เขากล่าวว่าการส่งเจ้าหน้าที่จำนวนไม่มากอาจมีผลจำกัดเมื่อเทียบกับกำลังเจ้าหน้าที่อินโดนีเซียหลายหมื่นนาย ขณะที่อากาศยานก็ต้องเหมาะกับสภาพการณ์ภาคพื้นดินด้วย
เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นต่อเนื่องกันหลายสัปดาห์:
- 31 สิงหาคมถึง 29 กันยายน: ช่วงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้านไฟป่าในกาลิมันตันกลาง ตามบันทึกของ BNPB
- 21 กันยายน: BNPB บันทึกทัศนวิสัยราว 500 เมตร และเรียกร้องให้เสริมปฏิบัติการภาคพื้นดิน
- 12 ตุลาคม: ปราโบโวเป็นประธานการประชุมรับมือสถานการณ์ พร้อมรับปากจัดหาเครื่องสูบน้ำและงบประมาณเพิ่มเติมสำหรับการเจาะบ่อน้ำ
- 13 ตุลาคม: จุมฮูร์กล่าวว่าจะประเมินข้อเสนอจากต่างประเทศตามประสิทธิภาพ และหวังว่าจะดับไฟได้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน
- 18 ตุลาคม: อันวาร์ยืนยันความพร้อมของมาเลเซียที่จะช่วยเหลืออีกครั้ง ขณะที่โมฮาหมัดกล่าวถึงการหารือเรื่องความช่วยเหลือที่เหมาะสมและความปลอดภัยของลูกเรือ
- 23 ตุลาคม: วันสิ้นสุดตามคำสั่งปิดโรงเรียนในยะโฮร์
กรอบเวลาที่จุมฮูร์คาดการณ์ไว้ตั้งอยู่บนการประเมินว่าความรุนแรงของไฟลดลง และการหารือกับ BNPB การขาดแคลนน้ำ การเข้าถึงพื้นที่ และสภาพการบินยังเป็นปัจจัยในทางปฏิบัติที่กำหนดว่าทีมงานจะทำภารกิจเสร็จได้เร็วเพียงใด
ความร่วมมือระดับภูมิภาคและข้อเสนอป้องกันไฟ
อันวาร์เสนอให้เสริมความร่วมมือผ่านสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน เพื่อยกระดับการเตรียมพร้อมและการดำเนินงานร่วมกันในการรับมือหมอกควันที่ข้ามพรมแดน เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงข้อเสนอนี้ว่า:
เราเสนอให้มีกลไกความร่วมมือในระดับอาเซียน เพื่อเสริมสร้างการประสานงาน การเตรียมพร้อม และการดำเนินการร่วมกันในการรับมือหมอกควันข้ามพรมแดน
โมฮาหมัดกล่าวว่ามาเลเซียจะหยิบยกปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนขึ้นหารือในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนครั้งถัดไปที่กรุงมะนิลาในเดือนพฤศจิกายน การประสานงานระดับภูมิภาคจะช่วยรับมือปัญหาที่ส่งผลกระทบกว้างไกลเกินกว่าประเทศต้นเหตุของไฟไหม้ โดยขณะนี้โรงเรียนที่ต้องปิด ปัญหาการหายใจ และข้อจำกัดด้านการบิน ล้วนส่งผลกระทบข้ามพรมแดนแล้ว
อินโดนีเซียกำลังพิจารณาปรับเปลี่ยนกฎป้องกันไฟด้วย จุมฮูร์กล่าวว่ารัฐบาลมีแผนยกเลิกข้อยกเว้นที่อนุญาตให้แต่ละครัวเรือนเผาพื้นที่ไม่เกิน 2 เฮกตาร์ตามแนวปฏิบัติดั้งเดิม นอกจากนี้ยังพิจารณาห้ามปลูกพืชสวน เช่น ปาล์มน้ำมันซ้ำในพื้นที่สัมปทานที่ถูกเผาก่อนเริ่มปลูกเชิงพาณิชย์
มาตรการเหล่านั้นยังเป็นเพียงข้อเสนอ จุมฮูร์ยังเตือนว่าจะมีบทลงโทษอย่างเข้มงวดสำหรับการจุดไฟเผาโดยเจตนาในพื้นที่สัมปทาน ปราโบโวเรียกร้องให้เริ่มงานป้องกันตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน และย้ำข้อเสนอให้มีเจ้าหน้าที่ป่าไม้ 70,000 นาย โดยอาจได้รับการสนับสนุนด้านการฝึกอบรมจากกองทัพและตำรวจ
การตัดสินใจเร่งด่วนของมาเลเซียคือการพิจารณาความช่วยเหลือที่สามารถปฏิบัติการได้อย่างปลอดภัยและเกิดประโยชน์ ขณะเดียวกัน อินโดนีเซียมุ่งเน้นการเข้าถึงพื้นที่ไฟไหม้ที่ห่างไกล การจัดหาแหล่งน้ำ และการป้องกันไฟปะทุรอบใหม่ ส่วนประชาชนยังคงรอให้อากาศสะอาดขึ้นและโรงเรียนกลับมาเปิดอีกครั้ง
ประเด็นสำคัญ
- มาเลเซียเสนออากาศยานดับไฟ 1 ลำ เฮลิคอปเตอร์ 3 ลำ และเจ้าหน้าที่กับกำลังพล 52 นาย โดยกำลังหารือเรื่องความช่วยเหลือที่เหมาะสมและต้องได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี
- หมอกควันหนาทึบทำให้อากาศยานดับไฟในกาลิมันตันกลางต้องงดบิน ส่งผลให้กำลังภาคพื้นดิน เครื่องสูบน้ำ และการเข้าถึงแหล่งน้ำเป็นหัวใจสำคัญของการรับมือ
- อินโดนีเซียรายงานพื้นที่ถูกไฟไหม้สะสมเกือบ 130,000 เฮกตาร์ ณ วันที่ 12 ตุลาคม และระดมกำลังเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินกว่า 60,000 นาย
- มีคำสั่งปิดโรงเรียนในยะโฮร์จนถึงวันที่ 23 ตุลาคม ขณะที่ปอนเตียนักเปลี่ยนการเรียนการสอนเป็นระบบออนไลน์
- อินโดนีเซียบันทึกผู้ป่วยติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลันเกือบ 175,000 รายในพื้นที่ประสบเหตุ ระหว่างวันที่ 18 สิงหาคมถึง 21 กันยายน
- มาเลเซียเสนอให้เสริมความร่วมมือผ่านอาเซียน ขณะที่อินโดนีเซียพิจารณาปรับกฎข้อยกเว้นการเผาและกฎเกี่ยวกับการปลูกพืชสวน






