บรู๊กเปลี่ยนการออกสตาร์ตอย่างเชื่องช้าเป็น 202 ที่ราวัลปินดี
แฮร์รี บรู๊กทำ 202 แต้มจาก 116 ลูก ช่วยให้อังกฤษทำได้ 429 แต้ม เสีย 4 วิกเก็ต พบศรีลังกาที่ราวัลปินดี เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2026 และกลายเป็นผู้เล่นอังกฤษคนแรกที่ทำดับเบิลเซ็นจูรีในคริกเก็ตวันเดย์อินเตอร์เนชันแนลชาย เขาทำครบ 200 แต้มจาก 114 ลูก เป็นดับเบิลเซ็นจูรีที่เร็วที่สุดในรูปแบบนี้
สารบัญ
- บรู๊กเปลี่ยนการออกสตาร์ตอย่างเชื่องช้าเป็น 202 ที่ราวัลปินดี
- อังกฤษต้องตอบโต้หลังแพ้ปากีสถาน
- แบนตันและดักเก็ตต์สร้างฐานให้อินนิงส์ช่วงต้น
- ซิกซ์สองลูกเปลี่ยนจังหวะเกม
- รูตประคองเกม แจ็กส์ช่วยเร่งเครื่องอีกระดับ
- บรู๊กทำครบ 200 ได้อย่างไร
- สถิติสำคัญเบื้องหลังยอดแต้ม
- ช่วงปิดเกมของอังกฤษยกระดับภารกิจไล่แต้ม
- ลำดับเหตุการณ์ในอินนิงส์
- ประเด็นสำคัญ
กัปตันทีมอังกฤษตีได้ 21 โฟร์และ 10 ซิกซ์ พร้อมประสานงานทำแต้ม 159 แต้มกับโจ รูต และ 185 แต้มกับวิล แจ็กส์ อังกฤษทำได้ 156 แต้มใน 10 โอเวอร์สุดท้าย ทำให้ศรีลังกาต้องทำ 430 แต้มเพื่อคว้าชัยในนัดที่สามของทัวร์นาเมนต์สามชาติที่จัดขึ้นในปากีสถาน
อินนิงส์ของบรู๊กช่วยให้อังกฤษทำยอดรวม ODI สูงสุดเป็นอันดับสี่ เป็นยอดรวมสูงสุดเมื่อลงเล่นนอกประเทศพบชาติที่เล่นเทสต์ และเป็นยอดรวม ODI สูงที่สุดที่เคยทำได้ในปากีสถาน ก่อนหน้านี้ศรีลังกาไม่เคยเสียแต้มมากขนาดนี้ในรูปแบบดังกล่าว
ช่วงท้ายของอินนิงส์แตกต่างอย่างชัดเจนกับช่วงเริ่มต้นของบรู๊ก เขาทำได้เพียง 13 แต้มจาก 24 ลูกแรก ก่อนเปิดเกมบุกใส่ผู้ขว้างลูกสนับสนุนของศรีลังกา และเร่งทำแต้มด้วยการตีสกู๊ป ตีรีเวิร์สสกู๊ป และหวดลูกอย่างทรงพลังไปตามแนวสนามต่อเนื่องกัน
รูตทำได้ 69 แต้ม ทอม แบนตันทำ 50 แต้ม ส่วนแจ็กส์ปิดอินนิงส์ด้วยสถิติไม่เสียวิกเก็ตที่ 66 แต้มจาก 30 ลูก บรู๊กทำดับเบิลเซ็นจูรีด้วยการตีแพดเดิลสวีปเป็นโฟร์ในโอเวอร์สุดท้าย ก่อนถูกแคตช์ที่ดีปพอยต์จากลูกสุดท้าย
ศรีลังกาทำได้ 60 แต้ม เสีย 2 วิกเก็ต หลังผ่าน 10 โอเวอร์ โดยต้องทำอีก 370 แต้มจาก 40 โอเวอร์ คามินดู เมนดิสถูกจอช ทังก์ขว้างให้ล้มวิกเก็ตเมื่อทำได้ 18 แต้ม ส่วนคูซัล เมนดิสถูกกัส แอตกินสันรันเอาต์โดยทำแต้มไม่ได้ อาวิชกา เฟอร์นันโดไม่เสียวิกเก็ตที่ 32 แต้ม โดยมีปาวัน รัตนายาเกอยู่ที่ 12 แต้ม การแข่งขันยังดำเนินอยู่ในรายงานล่าสุด และยังไม่มีผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ เมื่อพักอินนิงส์ ภารกิจเฉพาะหน้าคือทำแต้มเฉลี่ย 8.6 แต้มต่อโอเวอร์ตลอด 50 โอเวอร์เพื่อไล่ให้ถึงเป้าหมาย
อังกฤษต้องตอบโต้หลังแพ้ปากีสถาน
อังกฤษลงสนามนัดนี้หลังแพ้ปากีสถาน 87 แต้ม โดยถูกขว้างให้ล้มครบทุกวิกเก็ตที่ 215 แต้ม ทั้งที่ก่อนหน้านั้นทำได้ 120 แต้ม เสีย 1 วิกเก็ต อาราฟัต มินฮาส สปินเนอร์ของปากีสถานคว้า 6 วิกเก็ตในเกมเปิดสนามนัดนั้น
ศรีลังกาก็ต้องการชัยชนะนัดแรกของทัวร์นาเมนต์เช่นกัน หลังแพ้ปากีสถาน 37 แต้ม กัปตันคูซัล เมนดิสชนะการเสี่ยงทายที่ราวัลปินดีและเลือกให้ทีมลงสนามขว้างลูก นับเป็นการชนะเสี่ยงทายติดต่อกันครั้งที่ห้าของเขาในทัวร์นี้
อังกฤษส่งจอช ทังก์ ผู้ขว้างลูกเร็ว และเลียม ดอว์สัน สปินเนอร์ ลงแทนซันนี เบเกอร์ และอาดิล ราชิด ส่วนศรีลังกาเลือกดูนิธ เวลาลาเกลงเล่นแทนซาชินดู โคลอมเบจ การเปลี่ยนตัวนี้ทำให้ผู้ขว้างลูกที่ทำผลงานดีที่สุดของศรีลังกาในอินนิงส์ของอังกฤษได้เข้าร่วมทีม
ทั้งสองทีมพบกันที่อังกฤษเมื่อเดือนก่อน โดยเจ้าบ้านชนะซีรีส์ ODI 2-1 การพบกันครั้งนี้เปิดโอกาสให้ทั้งคู่เรียกฟอร์มกลับมาในทัวร์นาเมนต์ที่เหลือการแข่งขันอีกสี่นัด รวมถึงนัดชิงชนะเลิศวันที่ 31 ตุลาคม ซึ่งกำหนดจัดที่ลาฮอร์
แบนตันและดักเก็ตต์สร้างฐานให้อินนิงส์ช่วงต้น
อังกฤษทำได้ 54 แต้มโดยไม่เสียวิกเก็ตหลังผ่าน 10 โอเวอร์แรก โดยแบนตันได้เผชิญลูกส่วนใหญ่และเป็นผู้ทำแต้มหลัก ช่วงพาวเวอร์เพลย์แรก ซึ่งมีข้อจำกัดจำนวนผู้เล่นฝ่ายรับที่ยืนใกล้เส้นเขตสนาม เป็นการเริ่มต้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป มากกว่าจะเร่งทำแต้มทันที
แบนตันทำ 50 แต้มเป็นอินนิงส์ที่สี่ติดต่อกัน ก่อนถูกจับได้ในอีกสามลูกถัดมา เมื่อหวดลูกของเวลาลาเกตรงไปยังลองออน ผลงานของเขาช่วยให้อังกฤษตั้งหลักได้ตั้งแต่ต้น แม้การเสียสองวิกเก็ตในช่วงเวลาค่อนข้างสั้นจะทำให้รูตและบรู๊กต้องช่วยกันประคองอินนิงส์
เบน ดักเก็ตต์รอดจากโอกาสถูกเอาต์สองครั้งที่เกี่ยวข้องกับซาฮาน อราชชิเก้ที่พอยต์ การขว้างตรงที่พลาดช่วยให้เขารอดจากการอาจถูกรันเอาต์ จากนั้นอราชชิเก้ยังรับลูกจากการตีคัตที่ผิดจังหวะหลุดมือ
ท้ายที่สุดดักเก็ตต์ทำได้ 29 แต้มจาก 39 ลูก ก่อนเวลาลาเกจะขว้างโดนขาเขาจนเป็นแอลบีดับเบิลยู ขณะที่เขาพยายามตีสวีป บรู๊กลงมาเล่นในตำแหน่งหมายเลขสี่ระหว่างโอเวอร์ที่ 17 โดยช่วงเร่งทำแต้มครั้งใหญ่ของอังกฤษยังรออยู่
ซิกซ์สองลูกเปลี่ยนจังหวะเกม
ช่วงแรกบรู๊กหาช่องว่างและจับจังหวะลูกได้ไม่ถนัด ลูก 24 ลูกแรกของเขาทำได้ 13 แต้ม คิดเป็นอัตราทำแต้มเพียงเล็กน้อยกว่าครึ่งแต้มต่อลูก
คามินดู เมนดิส ผู้ขว้างลูกสปินแขนซ้าย เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนเกม บรู๊กตีซิกซ์สองลูกติดกันและเริ่มบุกใส่กลุ่มผู้ขว้างลูกสนับสนุนที่ศรีลังกาสลับกันลงมา เขาตีไดรฟ์ใส่ชานิธ ลิยานาเกตรงไปตามแนวสนาม และยังใช้ลูกตีแบบแล็ปส่งลูกของเขาออกไปเป็นซิกซ์
การที่ศรีลังกาต้องพึ่งผู้ขว้างลูกที่แบ่งกันรับภาระนอกเหนือจากตัวหลัก ทำให้เสียแต้มมาก ผู้ขว้างลูกกลุ่มสนับสนุนเสียไป 123 แต้ม เปิดโอกาสให้บรู๊กสร้างโมเมนตัมในช่วงกลางโอเวอร์ แทนที่จะต้องรอเร่งเครื่องในช่วงท้าย
บรู๊กยังบุกใส่ดิลชาน มธุชังกา โดยตีได้สองโฟร์และหนึ่งซิกซ์ในโอเวอร์เดียว ลูกที่เฉือนจากลูกช้าต่อมาตกลงก่อนถึงคูซัล เมนดิส ผู้รักษาวิกเก็ตเพียงเล็กน้อย ตอนนั้นบรู๊กทำได้ 67 แต้ม ศรีลังกาไม่เสียโฟร์จากลูกนั้น แต่พลาดโอกาสหยุดอินนิงส์ที่กำลังเร่งความเร็ว
รูตประคองเกม แจ็กส์ช่วยเร่งเครื่องอีกระดับ
ผลงาน 69 แต้มของรูตช่วยเปลี่ยนช่วงที่อังกฤษเสียหลักหลังเสียวิกเก็ตช่วงต้นให้กลายเป็นการประสานงานทำแต้ม 159 แต้ม บรู๊กสามารถเพิ่มความหลากหลายในการตี ขณะที่คู่หูมากประสบการณ์ช่วยขับเคลื่อนอินนิงส์ที่อีกด้านของสนาม
ในที่สุดอาซิธา เฟอร์นันโดก็เอารูตออกได้ หลังรูตชิปลูกลอยไปให้ผู้เล่นตำแหน่งชอร์ตมิดวิกเก็ตรับ อังกฤษเลื่อนแจ็กส์ขึ้นมาตีก่อนแซม เคอร์แรนและจอร์แดน ค็อกซ์ เพื่อให้มีกำลังบุกอีกคนอยู่เคียงข้างกัปตันทีม
แจ็กส์ทำครึ่งเซ็นจูรีจาก 25 ลูก และปิดอินนิงส์ด้วยผลงานไม่เสียวิกเก็ตที่ 66 แต้ม โดยตีได้ 8 โฟร์และ 3 ซิกซ์ การทำแต้มจากลูกเหล่านี้รวมกันคิดเป็น 50 แต้ม แสดงให้เห็นว่าเขาใช้เวลาเพียงน้อยนิดก็สร้างผลงานได้อย่างมาก
บรู๊กกับแจ็กส์ทำแต้มร่วมกัน 185 แต้มจาก 79 ลูก การประสานงานทำแต้มครั้งใหญ่ที่สุดสองครั้งของอังกฤษรวมกันสร้าง 344 แต้ม คิดเป็นเพียงกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของยอดรวมสุดท้าย รูตช่วยให้อังกฤษคุมเกมได้ ส่วนแจ็กส์ช่วยเปลี่ยนความได้เปรียบนั้นให้เป็นช่วงปิดเกมที่รวดเร็วเป็นพิเศษ
บรู๊กทำครบ 200 ได้อย่างไร
บรู๊กทำเซ็นจูรีแรกจาก 75 ลูก โดยทำได้ด้วยการตีสกู๊ปเป็นโฟร์จากลูกของอาซิธา เฟอร์นันโด เขาใช้ลูกเพิ่มเพียง 39 ลูกทำเซ็นจูรีที่สอง เร็วเกือบสองเท่าสำหรับการทำแต้มจำนวนเท่ากัน
คริกเก็ตอังกฤษเน้นให้เห็นการเร่งทำแต้มดังกล่าวในข้อความแสดงความยินดีกับอินนิงส์นี้ โดยกล่าวถึงครึ่งหลังของดับเบิลเซ็นจูรีของบรู๊กว่า:
เซ็นจูรีที่สองจากเพียง 39 ลูก
บรู๊กทำลายสถิติเดิมของอังกฤษที่เบน สโตกส์ทำไว้ 182 แต้ม ด้วยการหวดลูกของมธุชังกาเป็นซิกซ์ผ่านสแควร์เลก ต่อมาอาวิชกา เฟอร์นันโดรับลูกที่มิดออฟหลุดมือในช่วงท้ายอินนิงส์ ทำให้กัปตันทีมมีโอกาสเล่นต่อจนถึงโอเวอร์สุดท้าย
ลิยานาเกเริ่มโอเวอร์นั้นขณะที่บรู๊กยังขาดอีกเล็กน้อยจึงจะครบ 200 ซิกซ์ข้ามฝั่งออฟและการวิ่งสองแต้มสองครั้งติดกันทำให้เขาเหลืออีกเพียงลูกเดียวก็จะถึงหลักไมล์ บรู๊กจึงตีแพดเดิลสวีปเป็นโฟร์ พร้อมยกแขนขึ้นเมื่อทำสำเร็จ
หลังจากตีอยู่ราวสองชั่วโมงครึ่งท่ามกลางอากาศร้อนช่วงบ่าย บรู๊กรับเสียงปรบมือยืนจากห้องแต่งตัวของอังกฤษ เขาทำเพิ่มอีกสองแต้ม ก่อนถูกแคตช์ที่ดีปพอยต์จากลูกสุดท้ายและจบอินนิงส์
สถิติสำคัญเบื้องหลังยอดแต้ม
ผลงาน 202 แต้มของบรู๊กสูงกว่าสถิติเดิมของอังกฤษที่สโตกส์ทำไว้ 20 แต้ม สโตกส์เคยทำได้ 182 แต้มพบกับนิวซีแลนด์ที่เดอะโอวัลในเดือนกันยายน 2023 บรู๊กยังทำสถิติอังกฤษใน ODI ด้วยการตีลูกออกเขตได้ 31 ครั้ง
โฟร์ 21 ครั้งของเขาทำได้ 84 แต้ม ส่วนซิกซ์ 10 ครั้งเพิ่มอีก 60 แต้ม รวมกันคิดเป็น 144 จาก 202 แต้ม หรือประมาณ 71 เปอร์เซ็นต์ เขาทำ 10 จาก 13 ซิกซ์ของอังกฤษ
ดับเบิลเซ็นจูรีจาก 114 ลูกของบรู๊กแซงหน้าผลงานล่าสุดของชุบมาน กิลล์ ที่ทำไว้พบเวสต์อินดีสในกูวาฮาติ สถิติเดิมของกิลล์ระบุไว้ที่ 116 ลูกในบันทึกที่เผยแพร่บางแหล่ง และ 117 ลูกในบางแหล่ง ไม่ว่าจะนับตัวเลขใด อินนิงส์ของบรู๊กก็เร็วกว่า
กัปตันทีมอังกฤษยังทำสถิติร่วมกับคริส เกย์ล ด้วยการคว้าความสำเร็จอันหาได้ยากในคริกเก็ตทีมชาติครบทั้งสามรูปแบบ ได้แก่ ทริปเปิลเซ็นจูรีในเทสต์ ดับเบิลเซ็นจูรีใน ODI และเซ็นจูรีใน T20 แต่ละสถิติต้องอาศัยสมดุลระหว่างความอึดและความเร็วที่ต่างกัน ทำให้ความสำเร็จของบรู๊กมีความหมายกว้างกว่าสถิติการทำแต้มระดับชาติรายการเดียว
ช่วงปิดเกมของอังกฤษยกระดับภารกิจไล่แต้ม
อังกฤษทำได้ 156 แต้มใน 10 โอเวอร์สุดท้าย เฉลี่ย 15.6 แต้มต่อโอเวอร์ ยอดรวมจึงเพิ่มจาก 273 แต้มหลังผ่าน 40 โอเวอร์เป็น 429 แต้มหลังผ่าน 50 โอเวอร์ แต้มมากกว่าหนึ่งในสามของอินนิงส์ทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงหนึ่งในห้าสุดท้าย
ยอดรวมดังกล่าวสูงกว่าสถิติเดิมของอังกฤษเมื่อลงเล่นนอกประเทศพบชาติที่เล่นเทสต์ ซึ่งอยู่ที่ 418 แต้ม เสีย 6 วิกเก็ต พบเวสต์อินดีสที่เกรเนดาในปี 2019 อยู่ 11 แต้ม และยังมากกว่าสองเท่าของ 215 แต้มที่ทำได้พบปากีสถานในนัดก่อนหน้า
เวลาลาเกจบด้วยผลงาน 2 วิกเก็ต เสีย 56 แต้ม โดยเอาผู้เล่นเปิดเกมทั้งสองคนออกได้ อาซิธา เฟอร์นันโดและลิยานาเกทำได้คนละหนึ่งวิกเก็ต กลุ่มผู้ขว้างลูกเร็วของศรีลังกาเสียแต้มอย่างหนัก โดยเอชาน มาลิงกาเสีย 91 แต้ม มธุชังกาเสีย 89 แต้ม และดาสุน ชานากาเสีย 74 แต้มจาก 6 โอเวอร์
ตอนนี้ศรีลังกาต้องการมากกว่าการประสานงานช่วงเปิดเกมที่รวดเร็ว เป้าหมาย 430 แต้มต้องอาศัยการทำแต้มต่อเนื่องในช่วงกลางโอเวอร์ รวมถึงการเร่งปิดเกมอย่างดุดัน อังกฤษแสดงให้เห็นแล้วว่าอินนิงส์ที่คุมเกมอยู่สามารถเร่งขยายแต้มได้เร็วเพียงใด แต่ทีมเยือนต้องเผชิญโจทย์นั้นตั้งแต่เริ่มต้นอินนิงส์ตอบโต้
ลำดับเหตุการณ์ในอินนิงส์
สถิติของบรู๊กเกิดขึ้นผ่านหลายช่วงที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การเริ่มต้นอย่างรอบคอบไปจนถึงการทำสถิติในโอเวอร์สุดท้าย:
- 10 โอเวอร์แรก: อังกฤษทำได้ 54 แต้มโดยไม่เสียวิกเก็ต
- ช่วงกลางโอเวอร์แรก ๆ: เวลาลาเกเอาแบนตันที่ทำได้ 50 แต้มและดักเก็ตต์ที่ทำได้ 29 แต้มออก
- 24 ลูกแรกของบรู๊ก: เขาทำได้ 13 แต้ม ก่อนตีซิกซ์สองลูกติดจากคามินดู เมนดิสเพื่อเปลี่ยนจังหวะการทำแต้ม
- วิกเก็ตที่สาม: บรู๊กกับรูตทำแต้มร่วมกัน 159 แต้ม ก่อนรูตออกเมื่อทำได้ 69 แต้ม
- ลูกที่ 75 ของบรู๊ก: การตีสกู๊ปทำให้เขาทำเซ็นจูรีแรกได้สำเร็จ
- 10 โอเวอร์สุดท้าย: อังกฤษทำได้ 156 แต้ม โดยแจ็กส์ช่วยประคองเกมบุก
- โอเวอร์สุดท้าย: บรู๊กทำ 200 แต้มจาก 114 ลูก ก่อนถูกเอาต์ด้วยยอด 202 แต้มจาก 116 ลูกในลูกสุดท้าย
ลำดับดังกล่าวอธิบายได้ว่าเหตุใดอังกฤษจึงพลิกสถานการณ์ในอินนิงส์ได้มากขนาดนี้ ยอดรวมสูงสุดเป็นสถิติของพวกเขาเกิดจากฐานที่ผู้เล่นเปิดเกมสร้างไว้ การประสานงานทำแต้มครั้งใหญ่กับรูต และการเร่งเครื่องที่ศรีลังกาหยุดไม่ได้เมื่อแจ็กส์เข้ามาสมทบบรู๊ก
ประเด็นสำคัญ
- แฮร์รี บรู๊กทำ 202 แต้มจาก 116 ลูก เป็นผู้เล่นคนแรกของอังกฤษที่ทำดับเบิลเซ็นจูรีรายบุคคลใน ODI ชาย
- เขาทำครบ 200 แต้มจาก 114 ลูก สร้างสถิติเร็วที่สุดในรูปแบบนี้
- อังกฤษปิดอินนิงส์ที่ 429 แต้ม เสีย 4 วิกเก็ต ทิ้งเป้าหมาย 430 แต้มให้ศรีลังกา
- ศรีลังกาทำได้ 60 แต้ม เสีย 2 วิกเก็ต หลังผ่าน 10 โอเวอร์ โดยต้องทำอีก 370 แต้มจาก 40 โอเวอร์ การแข่งขันยังดำเนินอยู่
- บรู๊กตีได้ 21 โฟร์และ 10 ซิกซ์ พร้อมประสานงานทำแต้ม 159 แต้มกับโจ รูต และ 185 แต้มกับวิล แจ็กส์
- อังกฤษทำได้ 156 แต้มใน 10 โอเวอร์สุดท้าย แจ็กส์จบอินนิงส์แบบไม่เสียวิกเก็ตที่ 66 แต้มจาก 30 ลูก
- ทั้งสองทีมลงสนามนัดนี้หลังแพ้ปากีสถาน นัดชิงชนะเลิศของทัวร์นาเมนต์กำหนดจัดวันที่ 31 ตุลาคมที่ลาฮอร์






