ภาคต่อของ Rajinikanth ใกล้แตะ 800 ล้านรูปี
Jailer 2 ของ Rajinikanth ทำรายได้ทั่วโลกประมาณ 790.85 ล้านรูปี หลังเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ 17 วัน โดยยอดจำหน่ายตั๋วในต่างประเทศคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าหนึ่งในสามของรายได้ทั้งหมด ตัวเลขจาก Sacnilk ผู้ติดตามรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศระบุว่า จนถึงวันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2026 ภาพยนตร์ทำรายได้รวมในอินเดีย 520.35 ล้านรูปี และในต่างประเทศ 270.50 ล้านรูปี
สารบัญ
- ภาคต่อของ Rajinikanth ใกล้แตะ 800 ล้านรูปี
- ตัวเลขรายได้หมายถึงอะไร
- เส้นทางสู่สุดสัปดาห์ที่สาม
- รายได้วันเสาร์ฟื้นตัวหลังชะลอลงในวันธรรมดา
- ภาษาทมิฬนำ ขณะที่เวอร์ชันภาษาอื่นช่วยขยายฐานผู้ชม
- ตลาดหลัก 4 แห่งในอินเดียตอนใต้หนุนรายได้
- รายได้ต่างประเทศใกล้เคียง Pushpa 2
- ทิ้งห่าง Coolie อย่างมาก
- อีกไกลแค่ไหนจึงจะถึง 1,000 ล้านรูปี
- ประเด็นสำคัญ
ภาพยนตร์ภาคต่อกำกับโดย Nelson Dilipkumar และอำนวยการสร้างโดย Kalanithi Maran ภายใต้ Sun Pictures เข้าฉายเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม เมื่อถึงวันเสาร์ที่สาม ภาพยนตร์ทำรายได้ทั่วโลกขาดอีก 9.15 ล้านรูปีจะแตะ 800 ล้านรูปี และทำรายได้ในต่างประเทศต่ำกว่ายอดตลอดอายุการฉายโดยประมาณของ Pushpa 2: The Rule เพียง 5 แสนรูปี
ความสำเร็จนี้ทำให้เกิดคำกล่าวอ้างว่า Jailer 2 กลายเป็นภาพยนตร์ทมิฬที่ทำรายได้ทั่วโลกสูงสุด แซงหน้า 2.0 ของ Rajinikanth ซึ่งเข้าฉายในปี 2018 อย่างไรก็ตาม อันดับดังกล่าวขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้ โดยตัวเลขรายได้ตลอดอายุการฉายของ 2.0 ที่เผยแพร่มีตั้งแต่ราว 699 ล้านรูปีถึง 800 ล้านรูปี รายได้ปัจจุบันของ Jailer 2 สูงกว่าตัวเลขประมาณการระดับล่าง และกำลังเข้าใกล้ระดับบน
ตัวเลขยังสะท้อนให้เห็นว่าภาพยนตร์ทำรายได้ต่อเนื่องหลังพ้นช่วงเปิดตัว รายได้ลดลงในสัปดาห์ที่สอง ก่อนจะเพิ่มขึ้นอย่างมากในวันเสาร์ที่สาม รายได้ในต่างประเทศแซงหน้า KGF Chapter 2 แล้ว ขณะที่รายได้ในอินเดียยังต่ำกว่า Pushpa 2 มาก
ตัวเลขรายได้หมายถึงอะไร
ประมาณการของ Sacnilk ระบุว่า Jailer 2 ทำรายได้สุทธิในอินเดีย 444.75 ล้านรูปี หลังฉาย 17 วัน รายได้สุทธิคือรายได้จากการขายตั๋วหลังหักภาษีความบันเทิงที่เกี่ยวข้อง ส่วนรายได้รวมจะรวมภาษีเหล่านั้นด้วย จึงทำให้ตัวเลขรายได้รวมในอินเดียสูงกว่า อยู่ที่ 520.35 ล้านรูปี
รายได้รวมทั่วโลกคำนวณจากรายได้รวมในอินเดียกับรายได้รวมในต่างประเทศ ในกรณีนี้ รายได้ 520.35 ล้านรูปีจากอินเดีย บวกกับ 270.50 ล้านรูปีจากต่างประเทศ ทำให้ยอดรวมที่รายงานอยู่ที่ 790.85 ล้านรูปี หนึ่งโครเท่ากับ 10 ล้านรูปี ดังนั้น 790.85 ล้านรูปีจึงคิดเป็นประมาณ 7.91 พันล้านรูปี
ตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าประมาณจากการติดตามรายได้ และอาจเปลี่ยนแปลงเมื่อมีการปรับปรุงข้อมูล รายได้จากการขายตั๋วของภาพยนตร์จะถูกแบ่งให้โรงภาพยนตร์ ผู้จัดจำหน่าย และฝ่ายอื่น ๆ ดังนั้นยอดรวมทั่วโลกจึงไม่เท่ากับรายได้หรือกำไรของผู้ผลิต
เส้นทางสู่สุดสัปดาห์ที่สาม
Jailer 2 ทำรายได้ส่วนใหญ่ในช่วงต้น การฉายแปดวันแรกทำรายได้สุทธิในอินเดีย 334.35 ล้านรูปี ตามด้วย 95.55 ล้านรูปีในสัปดาห์ที่สอง เมื่อถึงวันที่ 17 รายได้สุทธิในอินเดียราวสามในสี่จึงมาจากแปดวันแรก
หมุดหมายรายได้ทั่วโลกที่รายงานแสดงให้เห็นว่ารายได้ช่วงเปิดตัวเพิ่มขึ้นรวดเร็วเพียงใด:
- 15 ตุลาคม: Jailer 2 เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วโลก
- วันที่ 3: รายได้รวมทั่วโลกทะลุ 300 ล้านรูปี
- วันที่ 4: รายได้รวมทั่วโลกแตะ 418.25 ล้านรูปี
- วันที่ 6: รายได้รวมทั่วโลกทะลุ 500 ล้านรูปี
- วันที่ 8: รายได้รวมทั่วโลกทะลุ 600 ล้านรูปี
- วันที่ 11: รายได้รวมทั่วโลกทะลุ 700 ล้านรูปี
- 26 ตุลาคม วันที่ 12: รายได้รวมทั่วโลกแตะ 733.35 ล้านรูปี
- 31 ตุลาคม วันที่ 17: รายได้รวมทั่วโลกแตะ 790.85 ล้านรูปี
ระหว่างวันที่ 12 ถึงวันที่ 17 ภาพยนตร์ทำรายได้ทั่วโลกเพิ่ม 57.50 ล้านรูปี รายได้รวมในอินเดียเพิ่มขึ้น 42.50 ล้านรูปีในช่วงดังกล่าว ส่วนรายได้ในต่างประเทศเพิ่มขึ้น 15 ล้านรูปี ช่วงท้ายจึงพึ่งพาโรงภาพยนตร์ในอินเดียมากกว่าช่วงเปิดตัว
รายได้วันเสาร์ฟื้นตัวหลังชะลอลงในวันธรรมดา
Jailer 2 ทำรายได้สุทธิในอินเดีย 9.35 ล้านรูปีเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม เพิ่มขึ้น 70% จากวันศุกร์ที่ทำได้ 5.50 ล้านรูปี สองวันก่อนหน้าในวันที่ 29 ตุลาคม ภาพยนตร์ทำรายได้ 5.90 ล้านรูปี ลดลง 18.1% จาก 7.20 ล้านรูปีของวันก่อนหน้า
รายได้วันเสาร์ที่ฟื้นตัวมาจากการฉาย 8,738 รอบทั่วอินเดีย ยอดขายตั๋วโดยประมาณในวันนั้นอยู่ที่ 692,764 ใบ ทำให้ยอดผู้ชมสะสมอยู่ที่ราว 30 ล้านครั้ง จำนวนผู้ชมคำนวณจากตั๋วที่ขายได้ รวมถึงกรณีที่คนคนเดียวเข้าชมซ้ำ
รอบฉายภาษาทมิฬมีผู้ชมเพิ่มขึ้นในช่วงวันเสาร์ อัตราการเข้าชมเฉลี่ย ซึ่งหมายถึงสัดส่วนที่นั่งว่างที่มีผู้จับจอง เพิ่มจาก 17.46% ในรอบเช้าเป็น 42.54% ในรอบกลางคืน อัตราการเข้าชมเฉลี่ยของรอบภาษาทมิฬตลอดทั้งวันอยู่ที่ 30.37%
รายได้สุทธิในอินเดียของสัปดาห์ที่สองต่ำกว่าแปดวันแรก 71.4% แม้ช่วงเวลาทั้งสองจะมีจำนวนวันไม่เท่ากัน แต่ยอดรวมก็ยังแสดงให้เห็นว่ารายได้ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในช่วงเปิดตัว รายได้ที่เพิ่มขึ้นในวันเสาร์ช่วยเติมรายได้หลังวันธรรมดาที่ค่อนข้างเงียบหลายวัน
ภาษาทมิฬนำ ขณะที่เวอร์ชันภาษาอื่นช่วยขยายฐานผู้ชม
เวอร์ชันภาษาทมิฬทำรายได้สุทธิในอินเดีย 6.70 ล้านรูปีจากยอด 9.35 ล้านรูปีในวันเสาร์ หรือราว 71.7% โดยฉาย 4,199 รอบ ซึ่งน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของรอบฉายทั้งหมดของภาพยนตร์ในวันนั้น
เวอร์ชันภาษาฮินดีทำรายได้ 1.45 ล้านรูปีจาก 3,549 รอบ รอบฉายภาษาเตลูกูทำรายได้ 9 แสนรูปีจาก 801 รอบ ขณะที่เวอร์ชันภาษากันนาดาทำรายได้เพิ่ม 3 แสนรูปีจาก 189 รอบ ทั้งสามเวอร์ชันทำรายได้รวมกัน 2.65 ล้านรูปี
รอบฉายภาษาฮินดีมีอัตราการเข้าชมเฉลี่ย 15.28% เทียบกับ 23.28% สำหรับภาษาเตลูกู เวอร์ชันภาษาฮินดีมีจำนวนรอบฉายมากกว่ามาก จึงทำรายได้สูงกว่าแม้สัดส่วนที่นั่งที่มีผู้จับจองจะน้อยกว่า
เมื่อถึงวันที่ 12 เวอร์ชันภาษาทมิฬทำรายได้สุทธิในอินเดีย 284.95 ล้านรูปี จากรายได้รวมทุกภาษา 408.15 ล้านรูปี คิดเป็นประมาณ 69.8% แสดงให้เห็นว่าเวอร์ชันภาษาอื่นสร้างรายได้สุทธิในประเทศราว 3 รูปีจากทุก ๆ 10 รูปี
ตลาดหลัก 4 แห่งในอินเดียตอนใต้หนุนรายได้
รัฐทมิฬนาฑูยังคงเป็นตลาดในอินเดียที่ใหญ่ที่สุดของ Jailer 2 เมื่อถึงวันที่ 12 ทำรายได้รวม 186.25 ล้านรูปี ตามด้วยรัฐอานธรประเทศและเตลังคานารวมกันที่ 87.55 ล้านรูปี รัฐกรณาฏกะ 82.75 ล้านรูปี และรัฐเกรละ 71.85 ล้านรูปี
พื้นที่ทั้งสี่แห่งทำรายได้รวมกัน 428.40 ล้านรูปี หรือราว 89.7% ของรายได้รวมในอินเดียที่ 477.85 ล้านรูปี ณ ช่วงนั้น ส่วนพื้นที่อื่น ๆ ในอินเดียทำรายได้ 49.45 ล้านรูปี ในการแจกแจงนี้ รัฐอานธรประเทศและเตลังคานาถูกนับรวมเป็นเขตจัดจำหน่ายเดียวกัน
คำกล่าวอ้างเกี่ยวกับหมุดหมายรายได้ 75 ล้านรูปีของภาพยนตร์ใช้หมวดหมู่ที่แตกต่างกัน ข้อมูลตามพื้นที่ครอบคลุมรัฐทมิฬนาฑู อานธรประเทศและเตลังคานา กรณาฏกะ และเกรละ ขณะที่สรุปการติดตามอีกชุดหนึ่งกล่าวถึงตลาดตามภาษา ได้แก่ ทมิฬ เตลูกู ฮินดี และกันนาดา ตัวเลขแยกรายพื้นที่ระบุว่าเกรละทำรายได้ 71.85 ล้านรูปีหลังฉาย 12 วัน และเกิน 72.75 ล้านรูปีหลังฉาย 13 วัน โดยไม่ได้ระบุวันที่แน่ชัดว่าทะลุ 75 ล้านรูปีเมื่อใด
เฉพาะวันเสาร์ที่สาม รัฐทมิฬนาฑูทำรายได้รวม 5.25 ล้านรูปี รัฐกรณาฏกะ 2 ล้านรูปี รัฐอานธรประเทศและเตลังคานา 1 ล้านรูปี และรัฐเกรละ 1 ล้านรูปี รัฐทมิฬนาฑูคิดเป็น 48.2% ของรายได้รวมในอินเดียที่มีการติดตามในวันนั้น ซึ่งอยู่ที่ 10.90 ล้านรูปี
รายได้ต่างประเทศใกล้เคียง Pushpa 2
รายได้รวมในต่างประเทศของ Jailer 2 อยู่ที่ 270.50 ล้านรูปีหลังฉาย 17 วัน สูงกว่ารายได้ตลอดอายุการฉายโดยประมาณของ KGF Chapter 2 ที่ 214.15 ล้านรูปีอยู่ 56.35 ล้านรูปี ภาพยนตร์ที่ทำรายได้ใกล้เคียงที่สุดถัดมาคือ Pushpa 2 ซึ่งทำรายได้ในต่างประเทศราว 271 ล้านรูปี
ส่วนต่าง 5 แสนรูปีที่ตามหลัง Pushpa 2 นั้นน้อยมากเมื่อเทียบกับรายได้ในต่างประเทศ 3 ล้านรูปีของ Jailer 2 ในวันล่าสุด ยอดรวมที่ได้รับการยืนยันและปรับปรุงแล้วจะเป็นตัวกำหนดว่าภาคต่อเรื่องนี้ข้ามหมุดหมายดังกล่าวเมื่อใด
Pushpa 2 ยังคงนำหน้ามากในด้านรายได้ทั่วโลก โดยทำรายได้รวมราว 1,742.10 ล้านรูปี ซึ่งรวมรายได้ในอินเดีย 1,471.10 ล้านรูปี รายได้สุทธิในอินเดียอยู่ที่ประมาณ 1,234.10 ล้านรูปี เทียบกับ 444.75 ล้านรูปีของ Jailer 2 หลังฉาย 17 วัน
การเปรียบเทียบที่เป็นประโยชน์คือแหล่งที่มาของรายได้แต่ละเรื่อง โรงภาพยนตร์ในต่างประเทศทำรายได้ประมาณ 34.2% ของรายได้ทั่วโลกของ Jailer 2 เทียบกับ 15.6% ของ Pushpa 2 รายได้ในต่างประเทศของทั้งสองเรื่องใกล้เคียงกัน ขณะที่รายได้รวมในอินเดียของ Pushpa 2 สูงกว่ายอดรายได้ในประเทศปัจจุบันของ Jailer 2 ราว 2.8 เท่า
ทิ้งห่าง Coolie อย่างมาก
เมื่อเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ครบระยะเวลาเท่ากัน Coolie ของ Rajinikanth ทำรายได้สุทธิในอินเดีย 276 ล้านรูปี และรายได้รวมทั่วโลก 499.40 ล้านรูปี Jailer 2 นำหน้าอยู่ 168.75 ล้านรูปีในด้านรายได้สุทธิในอินเดีย และ 291.45 ล้านรูปีในด้านรายได้ทั่วโลก
คิดเป็นรายได้สุทธิในอินเดียสูงกว่าราว 61.1% และรายได้รวมทั่วโลกสูงกว่าราว 58.4% เมื่อเทียบในช่วงเดียวกัน ส่วนรายได้ในต่างประเทศ Jailer 2 ทำได้ 270.50 ล้านรูปี เทียบกับ 177 ล้านรูปีของ Coolie ต่างกัน 93.50 ล้านรูปี
ตัวเลขวันที่ 17 ยังแสดงให้เห็นความแตกต่างด้านความต้องการชมที่ยังต่อเนื่อง Coolie ทำรายได้สุทธิ 2.80 ล้านรูปีจาก 3,998 รอบ ส่วน Jailer 2 ทำรายได้ 9.35 ล้านรูปีจาก 8,738 รอบ Jailer 2 มีจำนวนรอบฉายราว 2.2 เท่า และมีรายได้สุทธิรายวัน 3.3 เท่า
อีกไกลแค่ไหนจึงจะถึง 1,000 ล้านรูปี
Tiruppur Subramaniam ผู้จัดจำหน่ายและนักลงทุน คาดการณ์ว่า Jailer 2 จะกลายเป็นภาพยนตร์ทมิฬเรื่องแรกที่ทำรายได้ทั่วโลกถึง 1,000 ล้านรูปี จากยอดรวมในวันที่ 17 ภาพยนตร์ต้องทำรายได้เพิ่มอีก 209.15 ล้านรูปี หรือราว 26.4% ของรายได้ที่ทำได้แล้ว
Subramaniam ยังเชื่อว่าภาพยนตร์จะท้าชิงสถิติส่วนแบ่งรายได้ของผู้จัดจำหน่ายในรัฐทมิฬนาฑูของ Leo ซึ่งมีรายงานว่าอยู่ที่ 117 ล้านรูปี ส่วนแบ่งผู้จัดจำหน่ายหมายถึงสัดส่วนรายได้จากการขายตั๋วที่จ่ายให้ผู้จัดจำหน่าย หลังโรงภาพยนตร์หักส่วนแบ่งตามข้อตกลงแล้ว ตัวเลขรายได้ที่แสดงไว้ในที่นี้เป็นรายได้รวมแยกตามภูมิภาคของ Jailer 2 ไม่ใช่ส่วนแบ่งของผู้จัดจำหน่าย จึงยังเปรียบเทียบกันไม่ได้อย่างครบถ้วน
Jailer 2 เป็นการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งของ Rajinikanth กับผู้กำกับ Nelson หลังภาพยนตร์ Jailer ในปี 2023 นักแสดงในเรื่องยังประกอบด้วย Ramya Krishnan, SJ Suryah, Mohanlal, Vidya Balan, Suraj Venjaramoodu และ Mithun Chakraborty พร้อมดนตรีประกอบโดย Anirudh Ravichander หมุดหมายรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศที่ใกล้ที่สุดของภาคต่อนี้คือ 800 ล้านรูปี ส่วนเป้าหมายใหญ่ที่ 1,000 ล้านรูปีจะต้องอาศัยรายได้ต่อเนื่องหลังสุดสัปดาห์ที่สาม
ประเด็นสำคัญ
- Jailer 2 ทำรายได้ทั่วโลกโดยประมาณ 790.85 ล้านรูปีจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันที่ 17 ของการฉาย
- อินเดียทำรายได้รวม 520.35 ล้านรูปี และตลาดต่างประเทศ 270.50 ล้านรูปี
- รายได้สุทธิในอินเดียของวันเสาร์เพิ่มขึ้น 70% เป็น 9.35 ล้านรูปี
- รายได้ในต่างประเทศแซงหน้า KGF Chapter 2 และตามหลังยอดตลอดอายุการฉายโดยประมาณของ Pushpa 2 อยู่ 5 แสนรูปี
- การเปรียบเทียบสถิติภาพยนตร์ทมิฬขึ้นอยู่กับว่าจะใช้ตัวเลขรายได้ตลอดอายุการฉายระดับใดของ 2.0
- Jailer 2 ต้องทำรายได้ทั่วโลกเพิ่มอีก 9.15 ล้านรูปีเพื่อแตะ 800 ล้านรูปี และอีก 209.15 ล้านรูปีเพื่อแตะ 1,000 ล้านรูปี






