การหยุดเดินเครื่องของซัมมิตจะซ้ำเติมภาวะขาดแคลนก๊าซที่มีอยู่
คาดว่าอุปทานก๊าซของบังกลาเทศจะลดลงราว 13 เปอร์เซ็นต์ เมื่อสถานี LNG ซัมมิตในเมืองมเหศกาลี เขตค็อกซ์บาซาร์ ระงับการแปรสภาพกลับเป็นก๊าซเพื่อซ่อมบำรุงฉุกเฉิน ตั้งแต่เวลา 8.00 น. วันที่ 4 พฤศจิกายน จนถึงเวลา 16.00 น. วันที่ 7 พฤศจิกายน 2026 บริษัท Petrobangla เตือนว่าผู้ใช้ทั่วประเทศอาจเผชิญแรงดันก๊าซต่ำระหว่างการดำเนินงาน
สารบัญ
- การหยุดเดินเครื่องของซัมมิตจะซ้ำเติมภาวะขาดแคลนก๊าซที่มีอยู่
- สถานีจะหยุดจ่ายก๊าซเมื่อใด?
- เหตุใดการหยุดเดินเครื่องของสถานีจึงส่งผลต่อโครงข่ายระดับชาติ
- เหตุใดตัวเลขการลดลงจึงเป็นทั้ง 35 เปอร์เซ็นต์และ 13 เปอร์เซ็นต์
- ความต้องการใช้สูงกว่าอุปทานอยู่แล้วมาก
- ผลกระทบต่อครัวเรือน โรงงาน และผู้ผลิตไฟฟ้า
- กำลังการผลิตกับอุปทานจริงเป็นคนละเรื่อง
- ประเด็นสำคัญ
การหยุดเดินเครื่องจะทำให้ก๊าซหายไปจากโครงข่ายระดับชาติวันละ 320 ล้านลูกบาศก์ฟุต อุปทานจากก๊าซธรรมชาติเหลวที่นำเข้า หรือ LNG จะลดจากวันละ 920 ล้านลูกบาศก์ฟุต เหลือ 600 ล้านลูกบาศก์ฟุต ตามประกาศของรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน
คาดว่าอุปทานก๊าซทั้งหมดจะลดจากวันละประมาณ 2,550 ล้านลูกบาศก์ฟุต เหลือ 2,230 ล้านลูกบาศก์ฟุต ขณะที่ความต้องการใช้ก๊าซต่อวันของบังกลาเทศอยู่ที่ประมาณ 3,800 ล้านลูกบาศก์ฟุต หมายความว่าขณะนี้ประเทศมีปริมาณก๊าซน้อยกว่าความต้องการของผู้บริโภคอย่างมากอยู่แล้ว
ภาคอุตสาหกรรมและครัวเรือนในหลายพื้นที่กำลังเผชิญแรงดันก๊าซต่ำอยู่แล้ว การลดอุปทานชั่วคราวจะยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงตัวขึ้น และอาจส่งผลกระทบต่อโรงงาน บ้านเรือน และการผลิตไฟฟ้า Petrobangla ขอโทษผู้บริโภคต่อความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น
สถานีจะหยุดจ่ายก๊าซเมื่อใด?
กำหนดการของ Petrobangla ครอบคลุมช่วงเวลาบางส่วนของสี่วันตามปฏิทิน ตั้งแต่เช้าวันพุธถึงบ่ายวันเสาร์ รวมระยะเวลา 80 ชั่วโมง หรือสามวันกับอีกแปดชั่วโมง จึงเป็นที่มาของการเรียกช่วงซ่อมบำรุงนี้ว่าทั้งสามวันและสี่วัน
กำหนดการที่ประกาศไว้มีดังนี้:
- ธันวาคม 2025: มีการซ่อมบำรุงลักษณะเดียวกันที่สถานีของซัมมิต
- 1 พฤศจิกายน 2026: Petrobangla ประกาศการซ่อมบำรุงฉุกเฉินและเตือนถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดแรงดันต่ำ
- 4 พฤศจิกายน เวลา 8.00 น.: มีกำหนดหยุดการแปรสภาพกลับเป็นก๊าซที่สถานีของซัมมิต
- 7 พฤศจิกายน เวลา 16.00 น.: กำหนดสิ้นสุดการระงับให้บริการตามที่ประกาศไว้
ประกาศระบุว่าเป็นการซ่อมบำรุงฉุกเฉิน แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับอุปกรณ์หรือปัญหาเฉพาะที่ต้องแก้ไข ผู้บริโภคได้รับคำเตือนทั่วประเทศ โดยไม่มีตารางระบุว่าย่านใดหรือพื้นที่อุตสาหกรรมใดจะได้รับผลกระทบจากแรงดันที่ลดลงมากที่สุด
เหตุใดการหยุดเดินเครื่องของสถานีจึงส่งผลต่อโครงข่ายระดับชาติ
สถานีของซัมมิตจัดการ LNG นำเข้า ซึ่งเป็นก๊าซธรรมชาติที่ทำให้เย็นจนกลายเป็นของเหลวเพื่อให้เรือขนส่งได้ ก่อนส่งเชื้อเพลิงดังกล่าวเข้าสู่ท่อก๊าซของบังกลาเทศ สถานีต้องเปลี่ยนก๊าซกลับให้อยู่ในรูปก๊าซ กระบวนการนี้เรียกว่าการแปรสภาพกลับเป็นก๊าซ
มเหศกาลีมีหน่วยจัดเก็บและแปรสภาพ LNG กลับเป็นก๊าซแบบลอยน้ำสองแห่ง ซึ่งมักเรียกย่อว่า FSRU หน่วยเหล่านี้จัดเก็บ LNG และเปลี่ยนเป็นก๊าซเพื่อส่งเข้าสู่โครงข่ายระดับชาติ กลุ่มซัมมิตดำเนินงานหนึ่งสถานี ส่วนอีกแห่งดำเนินงานโดยบริษัท Excelerate Energy ของสหรัฐฯ
ก๊าซจากสถานีเหล่านี้จะเข้าสู่ระบบร่วมกับก๊าซที่ผลิตจากแหล่งก๊าซภายในประเทศ ทั้งสองแหล่งจ่ายเข้าสู่โครงข่ายที่ให้บริการแก่ผู้บริโภค ดังนั้นการลดอุปทานจากสถานีชายฝั่งแห่งหนึ่งจึงส่งผลต่อแรงดันได้ไกลเกินกว่าพื้นที่ค็อกซ์บาซาร์
ระหว่างที่ซัมมิตหยุดให้บริการ Petrobangla คาดว่าปริมาณ LNG ที่ส่งเข้าสู่โครงข่ายจะลดลงเหลือวันละ 600 ล้านลูกบาศก์ฟุต ตัวเลขนี้เท่ากับกำลังจ่ายรายวันที่ระบุไว้ของสถานี Excelerate Energy การซ่อมบำรุงจึงทำให้เส้นทางหนึ่งในสองเส้นทางของประเทศสำหรับเปลี่ยน LNG นำเข้าเป็นก๊าซในท่อหยุดให้บริการชั่วคราว
เหตุใดตัวเลขการลดลงจึงเป็นทั้ง 35 เปอร์เซ็นต์และ 13 เปอร์เซ็นต์
การหยุดเดินเครื่องทำให้เกิดตัวเลขการลดลงสองค่า เพราะ LNG นำเข้าเป็นเพียงส่วนหนึ่งของอุปทานก๊าซในบังกลาเทศ การสูญเสียก๊าซวันละ 320 ล้านลูกบาศก์ฟุตคิดเป็นประมาณ 35 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณ LNG ปัจจุบันที่วันละ 920 ล้านลูกบาศก์ฟุต
เมื่อเทียบกับอุปทานระดับชาติที่วันละ 2,550 ล้านลูกบาศก์ฟุต การสูญเสียปริมาณเท่าเดิมคิดเป็นประมาณ 12.5 เปอร์เซ็นต์ หรือปัดเป็น 13 เปอร์เซ็นต์ การผลิตภายในประเทศยังคงเป็นส่วนที่เหลือของอุปทานระดับชาติ จึงจำกัดสัดส่วนการลดลงของทั้งระบบไว้
ตัวเลขยังแสดงให้เห็นว่าสัดส่วนแหล่งอุปทานจะเปลี่ยนไปชั่วคราวอย่างไร ปัจจุบัน LNG นำเข้าคิดเป็นประมาณ 36 เปอร์เซ็นต์ของยอดรวมระดับชาติที่ระบุ โดยคำนวณจาก 920 ล้านจากอุปทานวันละ 2,550 ล้านลูกบาศก์ฟุต ระหว่างการซ่อมบำรุง สัดส่วนดังกล่าวจะลดเหลือประมาณ 27 เปอร์เซ็นต์ โดยคำนวณจาก 600 ล้านจาก 2,230 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน
สำหรับผู้บริโภค ประเด็นที่เกิดขึ้นจริงคือปริมาณก๊าซที่เข้าสู่โครงข่ายมีน้อยลง แรงดันอาจลดลงเมื่ออุปทานที่มีไม่เพียงพอต่อการใช้ ทำให้อุปกรณ์และเครื่องใช้ต่าง ๆ ทำงานได้ตามปกติยากขึ้น
ความต้องการใช้สูงกว่าอุปทานอยู่แล้วมาก
ความต้องการใช้ก๊าซโดยประมาณของบังกลาเทศที่วันละ 3,800 ล้านลูกบาศก์ฟุต สูงกว่าอุปทานหลักที่ระบุไว้ 2,550 ล้านลูกบาศก์ฟุตอยู่ 1,250 ล้านลูกบาศก์ฟุต ก่อนการซ่อมบำรุง ปริมาณก๊าซที่มีจึงรองรับความต้องการโดยประมาณได้เพียง 67 เปอร์เซ็นต์
เมื่ออุปทานลดเหลือวันละ 2,230 ล้านลูกบาศก์ฟุต ช่องว่างจะเพิ่มเป็น 1,570 ล้านลูกบาศก์ฟุต ปริมาณอุปทานที่มีจะรองรับความต้องการได้เพียงประมาณ 59 เปอร์เซ็นต์ การซ่อมบำรุงเพิ่มปริมาณการขาดแคลนอีกวันละ 320 ล้านลูกบาศก์ฟุต จากภาวะขาดแคลนที่มีอยู่มากแล้ว
ตัวเลขอีกชุดหนึ่งซึ่งระบุว่าเป็นข้อมูลจาก Petrobangla ประเมินอุปทานก๊าซระดับชาติปัจจุบันไว้ที่วันละ 2,520 ล้านลูกบาศก์ฟุต ประกอบด้วยก๊าซจากแหล่งในประเทศ 1,600 ล้านลูกบาศก์ฟุต และ LNG 920 ล้านลูกบาศก์ฟุต หากใช้ตัวเลขตั้งต้นชุดนี้ การลดลงเท่าเดิมจะทำให้อุปทานเหลือวันละ 2,200 ล้านลูกบาศก์ฟุต ตัวเลขทั้งสองชุดแสดงให้เห็นว่าประเทศเข้าสู่ช่วงซ่อมบำรุงโดยมีอุปทานต่ำกว่าความต้องการมาก
ภาวะขาดแคลนที่มีอยู่แล้วมีความสำคัญ เพราะโรงงานและครัวเรือนในหลายพื้นที่เผชิญแรงดันก๊าซต่ำอยู่ก่อน การหยุดจ่ายในเดือนพฤศจิกายนจะเกิดขึ้นขณะที่ผู้บริโภคเหล่านั้นกำลังได้รับบริการอย่างจำกัด ไม่ใช่ในช่วงที่อุปทานเพียงพอต่อการใช้สบาย ๆ
ผลกระทบต่อครัวเรือน โรงงาน และผู้ผลิตไฟฟ้า
คำเตือนของ Petrobangla ครอบคลุมผู้บริโภคทั่วบังกลาเทศ แม้ผลกระทบจะขึ้นอยู่กับสภาพของโครงข่ายก๊าซในแต่ละพื้นที่ การลดอุปทานระดับชาติไม่ได้หมายความว่าแรงดันที่จุดเชื่อมต่อทุกแห่งจะลดลงเท่ากัน
ครัวเรือนอาจได้รับก๊าซที่ไหลอ่อนลงเมื่อใช้เครื่องใช้ต่าง ๆ โรงงานที่ใช้ก๊าซให้ความร้อนหรือในกระบวนการผลิตอาจประสบปัญหามากขึ้นในการดำเนินงานตามปกติ หากแรงดันลดลงอีก การขาดแคลนก๊าซยังส่งผลต่อการผลิตไฟฟ้าในกรณีที่โรงไฟฟ้าพึ่งพาเชื้อเพลิงชนิดนี้
ข้อกังวลที่ชัดเจนคือผู้บริโภคหลายประเภทจะต้องใช้ก๊าซจากอุปทานที่ลดลงพร้อมกัน ความต้องการของครัวเรือน ภาคอุตสาหกรรม และเชื้อเพลิงสำหรับการผลิตไฟฟ้า ล้วนเพิ่มแรงกดดันต่อโครงข่ายโดยรวม
ประกาศของ Petrobangla เตือนถึงแรงดันต่ำ แต่ไม่ได้ระบุว่าจะตัดการเชื่อมต่อของผู้บริโภคทั่วประเทศ ไม่มีแผนจัดสรรก๊าซรายภาคส่วนหรือตารางแยกตามเขตพื้นที่สำหรับช่วงซ่อมบำรุง ดังนั้นครัวเรือนและธุรกิจจึงได้รับเพียงคำเตือนทั่วไปและช่วงเวลาที่สถานีมีกำหนดหยุดให้บริการ
กำลังการผลิตกับอุปทานจริงเป็นคนละเรื่อง
มีการระบุว่าสถานีของซัมมิตสามารถจ่ายก๊าซได้วันละ 500 ล้านลูกบาศก์ฟุต ส่วนสถานีของ Excelerate Energy จ่ายได้วันละ 600 ล้านลูกบาศก์ฟุต รวมแล้วมีกำลังการผลิตวันละ 1,100 ล้านลูกบาศก์ฟุต ขณะที่ตัวเลขกำลังการผลิตรวมอีกชุดหนึ่งซึ่งระบุว่าเป็นข้อมูลจาก Petrobangla อยู่ที่ 1,050 ล้านลูกบาศก์ฟุต
ไม่ว่าจะอ้างอิงตัวเลขชุดใด ปัจจุบันมีการจ่าย LNG อยู่วันละ 920 ล้านลูกบาศก์ฟุต กำลังการผลิตหมายถึงปริมาณที่สถานีอาจจ่ายได้ ส่วนอุปทานจริงหมายถึงปริมาณที่กำลังจ่ายอยู่ ณ เวลานั้น สำหรับการซ่อมบำรุงในเดือนพฤศจิกายน Petrobangla คาดการณ์การดำเนินงานว่าจะลดอุปทานลงวันละ 320 ล้านลูกบาศก์ฟุต
ดังนั้น ปริมาณที่คาดว่าจะหายไปจึงน้อยกว่ากำลังการผลิตที่ระบุของซัมมิต ซึ่งอยู่ที่วันละ 500 ล้านลูกบาศก์ฟุต การคำนวณผลกระทบจากการซ่อมบำรุงอ้างอิงการเปลี่ยนแปลงของปริมาณจ่ายที่ประกาศไว้ จาก 920 ล้านเป็น 600 ล้านลูกบาศก์ฟุต ไม่ใช่การนำกำลังการผลิตสูงสุดของสถานีมาหักออกจากอุปทานปัจจุบัน
แม้ใช้ตัวเลขกำลังการผลิตรวมที่สูงกว่า ก็ยังเห็นข้อจำกัดของสถานีทั้งสองแห่งเมื่อเทียบกับความต้องการระดับชาติ กำลังการผลิตสูงสุดที่ระบุไว้วันละ 1,100 ล้านลูกบาศก์ฟุต เทียบเท่าประมาณ 29 เปอร์เซ็นต์ของความต้องการโดยประมาณของประเทศที่วันละ 3,800 ล้านลูกบาศก์ฟุต การผลิตภายในประเทศจึงยังเป็นส่วนสำคัญของภาพรวมอุปทาน
เวลา 16.00 น. วันที่ 7 พฤศจิกายน เป็นกำหนดสิ้นสุดการระงับการแปรสภาพกลับเป็นก๊าซ Petrobangla ยังกล่าวถึงการดำเนินงานลักษณะเดียวกันเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ทำให้การหยุดให้บริการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการซ่อมบำรุงในระยะหลังที่ส่งผลต่อการจ่าย LNG สำหรับผู้บริโภค สถานการณ์เฉพาะหน้าคืออุปทานก๊าซที่มีจำกัดอยู่แล้วจะตึงตัวขึ้นอีกชั่วคราว
ประเด็นสำคัญ
- สถานี LNG ซัมมิตมีกำหนดระงับการแปรสภาพกลับเป็นก๊าซตั้งแต่เวลา 8.00 น. วันที่ 4 พฤศจิกายน ถึงเวลา 16.00 น. วันที่ 7 พฤศจิกายน 2026
- ช่วงซ่อมบำรุง 80 ชั่วโมงครอบคลุมบางส่วนของสี่วันตามปฏิทิน
- คาดว่าปริมาณ LNG ที่จ่ายเข้าสู่โครงข่ายระดับชาติจะลดจากวันละ 920 ล้านลูกบาศก์ฟุต เหลือ 600 ล้านลูกบาศก์ฟุต หรือลดลงประมาณ 35 เปอร์เซ็นต์
- คาดว่าอุปทานก๊าซระดับชาติทั้งหมดจะลดลงประมาณ 13 เปอร์เซ็นต์ จากราววันละ 2,550 ล้านลูกบาศก์ฟุต เหลือ 2,230 ล้านลูกบาศก์ฟุต
- ความต้องการใช้ก๊าซต่อวันอยู่ที่ประมาณ 3,800 ล้านลูกบาศก์ฟุต ทำให้ภาวะขาดแคลนรุนแรงขึ้นระหว่างการซ่อมบำรุง
- Petrobangla เตือนว่าอาจเกิดแรงดันต่ำทั่วบังกลาเทศ โดยภาคอุตสาหกรรมและครัวเรือนบางส่วนเผชิญอุปทานอ่อนอยู่แล้ว






