ร้านอาหารญี่ปุ่นในต่างประเทศลดลงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลังเศรษฐกิจจีนซบเซากระทบหนัก

ใช้เวลาอ่าน 12 นาที
ร้านอาหารญี่ปุ่นในต่างประเทศลดลงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลังเศรษฐกิจจีนซบเซากระทบหนัก

การขยายตัวของอาหารญี่ปุ่นทั่วโลกสะดุดลง

เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ญี่ปุ่นเริ่มติดตามการแพร่ขยายของอาหารญี่ปุ่นทั่วโลก จำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นที่เปิดดำเนินการในต่างประเทศลดลง ตามผลสำรวจของรัฐบาลที่เผยแพร่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน การเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์นี้ถือเป็นจุดสำคัญของกระแสโลกาภิวัตน์ด้านอาหาร ซึ่งทำให้ร้านอาหารญี่ปุ่นขยายจาก 55,000 แห่งในปี 2013 สู่จุดสูงสุดที่ 187,000 แห่งเมื่อเพียงสองปีก่อน ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ในปี 2025 มีร้านอาหารญี่ปุ่นในต่างประเทศประมาณ 181,000 แห่ง สะท้อนการพลิกกลับอย่างเห็นได้ชัดของแนวโน้มขาขึ้นที่ดำเนินต่อเนื่องมานานกว่าทศวรรษ

สารบัญ
  1. การขยายตัวของอาหารญี่ปุ่นทั่วโลกสะดุดลง
  2. เศรษฐกิจจีนชะลอตัวเป็นแรงขับให้จำนวนร้านลดลง
  3. พฤติกรรมผู้บริโภคจีนเปลี่ยนไป
  4. ตลาดที่เติบโตอย่างเหนือความคาดหมาย
  5. ผลกระทบในวงกว้างต่อยุทธศาสตร์ส่งออกอาหารของญี่ปุ่น
  6. ความตึงเครียดทางการทูตซ้ำเติมความท้าทายทางเศรษฐกิจ
  7. การเปลี่ยนแปลงระดับภูมิภาคของโลกาภิวัตน์ด้านอาหารญี่ปุ่น
  8. ยุทธศาสตร์รับมือกับตลาดที่เปลี่ยนแปลงของญี่ปุ่น
  9. อนาคตของอาหารญี่ปุ่นในต่างประเทศ
  10. ประเด็นสำคัญ

แม้การลดลงจะอยู่ที่เพียงกว่า 3% เมื่อเทียบกับตัวเลขปี 2023 แต่ก็สะท้อนแนวโน้มทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อธุรกิจระหว่างประเทศและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงของญี่ปุ่นจัดทำการสำรวจทุกสองปีนี้มาตั้งแต่ปี 2013 โดยใช้เป็นตัวชี้วัดสำคัญของการยอมรับผลิตภัณฑ์อาหารญี่ปุ่นในต่างประเทศ ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลอ้างอิงสำคัญสำหรับความพยายามของรัฐบาลญี่ปุ่นในการขยายการส่งออกอาหารไปทั่วโลก โดยจำนวนร้านในต่างประเทศเป็นทั้งเครื่องชี้อิทธิพลทางวัฒนธรรมและช่องทางกระจายวัตถุดิบญี่ปุ่น

โฆษณา

เศรษฐกิจจีนชะลอตัวเป็นแรงขับให้จำนวนร้านลดลง

การลดลงของร้านอาหารญี่ปุ่นในต่างประเทศกระจุกตัวอยู่ในจีนเป็นหลัก ซึ่งยังคงมีร้านอาหารญี่ปุ่นมากที่สุดนอกประเทศญี่ปุ่น ผลสำรวจพบว่าในช่วงสองปีที่ผ่านมา จีนมีร้านอาหารญี่ปุ่นลดลงอย่างมากประมาณ 15,260 แห่ง ทำให้เหลือทั้งหมด 63,500 แห่ง ลดลงเกือบ 20% ในเวลาเพียง 24 เดือน สะท้อนให้เห็นว่าความท้าทายทางเศรษฐกิจของจีนส่งผลกระทบต่อธุรกิจต่างชาติที่ดำเนินงานในประเทศนี้อย่างลึกซึ้งเพียงใด

ปัญหาเศรษฐกิจของจีนในช่วงที่ผ่านมาเป็นที่รับรู้กันอย่างกว้างขวาง โดยประเทศกำลังเผชิญทั้งอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแอ วิกฤตภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยืดเยื้อ และหนี้สินของรัฐบาลท้องถิ่นในระดับสูง ความท้าทายเหล่านี้ทำให้ร้านอาหารที่ตอบโจทย์รสนิยมอาหารนานาชาติต้องดำเนินธุรกิจในสภาพแวดล้อมที่ยากลำบาก ขณะที่ผู้บริโภคจีนรัดเข็มขัดมากขึ้นและหันไปเลือกสินค้าในประเทศเป็นหลัก วิกฤตอสังหาริมทรัพย์ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปทั่วเศรษฐกิจ โดยทำให้ความมั่งคั่งของครัวเรือนลดลงและบั่นทอนความเชื่อมั่นผู้บริโภค

ผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อร้านอาหารญี่ปุ่นในจีนเกิดขึ้นพร้อมกับความตึงเครียดทางการค้าที่กว้างขึ้นระหว่างสองประเทศ เมื่อต้นปีนี้ จีนระงับการนำเข้าอาหารทะเลจากญี่ปุ่นทั้งหมด หลังมีการปล่อยน้ำที่ผ่านการบำบัดจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ไดอิจิ มาตรการดังกล่าวซึ่งเริ่มในเดือนสิงหาคม 2023 มีส่วนทำให้การส่งออกอาหารญี่ปุ่นไปจีนลดลง 14.6% ในปีนั้น แม้การส่งออกอาหารโดยรวมของญี่ปุ่นจะทำสถิติสูงสุดก็ตาม การเผชิญทั้งแรงกดดันทางเศรษฐกิจและความตึงเครียดทางการเมืองได้สร้างสถานการณ์ที่ยากลำบากอย่างยิ่งให้กับร้านอาหารญี่ปุ่นในเมืองใหญ่ของจีน

โฆษณา

พฤติกรรมผู้บริโภคจีนเปลี่ยนไป

ข้อมูลเศรษฐกิจของจีนบ่งชี้ว่า จำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นที่ลดลงสะท้อนการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างของพฤติกรรมผู้บริโภคจีน ตามตัวชี้วัดเศรษฐกิจล่าสุด ยอดค้าปลีกในจีนเพิ่มขึ้นเพียง 1.3% ในเดือนพฤศจิกายนเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2022 ยอดขายรถยนต์ลดลง 8.3% ส่วนการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ภาพและเสียงลดลง 19.4% ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนภาพผู้บริโภคที่ระมัดระวังการใช้จ่ายตามความต้องการมากขึ้น โดยการรับประทานอาหารนอกบ้านในร้านอาหารต่างชาติมักเป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยกลุ่มแรกที่ถูกตัด

ความท้าทายที่ร้านอาหารญี่ปุ่นในจีนเผชิญไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภาคอาหาร การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรของจีนลดลง 2.6% ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2025 โดยการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ลดลง 15.9% จากปีก่อนหน้า ตัวเลขการลงทุนเหล่านี้เป็นผลการดำเนินงานที่อ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2020 บ่งชี้ว่าธุรกิจในหลายภาคส่วนกำลังชะลอแผนขยายกิจการ สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารญี่ปุ่นที่เคยเร่งขยายธุรกิจในจีนอย่างหนักในช่วงทศวรรษก่อน สภาพเศรษฐกิจเช่นนี้ทำให้ต้องตัดสินใจอย่างยากลำบากเกี่ยวกับการปิดสาขาและลดขนาดการดำเนินงาน

โฆษณา

ตลาดที่เติบโตอย่างเหนือความคาดหมาย

ขณะที่ภาคธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นในจีนหดตัวลงอย่างมาก ภูมิภาคอื่นกลับเติบโตอย่างโดดเด่นและช่วยชดเชยการลดลงในเอเชีย อเมริกากลางและอเมริกาใต้กลายเป็นตลาดเติบโตที่น่าประหลาดใจ โดยจำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นประมาณ 20% หรือราว 2,400 แห่ง เจ้าหน้าที่กระทรวงระบุว่าการขยายตัวนี้มาจากความสนใจในอนิเมะญี่ปุ่นและกระแสวัฒนธรรมป๊อปอื่น ๆ ที่เพิ่มขึ้น ทำให้คนรุ่นใหม่ในประเทศต่าง ๆ ทั่วลาตินอเมริกาอยากลิ้มลองอาหารญี่ปุ่นมากขึ้น

ธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นในตะวันออกกลางก็เติบโตอย่างแข็งแกร่งเช่นกัน โดยจำนวนร้านเพิ่มขึ้นราว 20% หรือประมาณ 300 แห่ง จากการวิเคราะห์ของกระทรวง การขยายตัวนี้เกิดจากผู้บริโภคในตะวันออกกลางใส่ใจสุขภาพมากขึ้น และมองว่าอาหารญี่ปุ่นเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพกว่าอาหารนานาชาติประเภทอื่น ฐานผู้บริโภคที่มีฐานะค่อนข้างดีในภูมิภาคนี้เริ่มชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นมากขึ้น โดยเฉพาะการเน้นวัตถุดิบสดใหม่ โปรตีนไขมันต่ำ และผัก

"ความนิยมที่เพิ่มขึ้นของวัฒนธรรมและอาหารญี่ปุ่นในประเทศยุโรปอย่างเยอรมนี ฝรั่งเศส และอิตาลี ทำให้ยอดขายทำสถิติสูงสุด โดยการส่งออกรวมไปยังสหภาพยุโรปและอังกฤษเพิ่มขึ้น 16.2%" ตามข้อมูลการส่งออกล่าสุด

การเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์ของการขยายตัวของร้านอาหารญี่ปุ่นนี้ชี้ให้เห็นว่าปัจจัยทางวัฒนธรรมมีอิทธิพลอย่างมากต่อรูปแบบโลกาภิวัตน์ด้านอาหาร แม้ภาวะเศรษฐกิจยังคงมีความสำคัญ แต่ความนิยมของวัฒนธรรมป๊อปญี่ปุ่นและภาพลักษณ์ด้านสุขภาพของอาหารญี่ปุ่นได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตที่ทรงพลังในภูมิภาคที่ธุรกิจญี่ปุ่นเคยมีบทบาทจำกัด

โฆษณา

ผลกระทบในวงกว้างต่อยุทธศาสตร์ส่งออกอาหารของญี่ปุ่น

รัฐบาลญี่ปุ่นตั้งเป้าหมายการส่งออกอาหารไว้อย่างทะเยอทะยาน โดยมุ่งให้ถึง 2 ล้านล้านเยนภายในปี 2025 และ 5 ล้านล้านเยนภายในปี 2030 เป้าหมายเหล่านี้เผชิญอุปสรรคจากข้อจำกัดการนำเข้าระยะหลังของจีนและเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดยเฉพาะเมื่อจีนเคยเป็นตลาดส่งออกอาหารรายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ในปี 2023 แม้มูลค่าการส่งออกอาหารโดยรวมทำสถิติสูงสุดที่ 1.45 ล้านล้านเยน แต่การส่งออกไปจีนลดลง 14.6% เหลือ 237,600 ล้านเยน

การลดลงของร้านอาหารญี่ปุ่นในจีนอาจส่งผลระยะยาวต่อการส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารญี่ปุ่น เพราะร้านเหล่านี้มักเป็นช่องทางสำคัญในการนำสินค้าเข้าสู่ตลาดและกระจายวัตถุดิบญี่ปุ่น ข้อมูลการสำรวจนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากจำนวนร้านอาหารในต่างประเทศเป็นข้อมูลอ้างอิงหลักที่ใช้วัดการยอมรับผลิตภัณฑ์อาหารญี่ปุ่นในตลาดต่างชาติ การมีร้านอาหารญี่ปุ่นในจีนน้อยลงอาจหมายถึงความต้องการวัตถุดิบญี่ปุ่นแท้ที่ลดลง ตั้งแต่โชยุและมิโซะเกรดพรีเมียมไปจนถึงผลิตภัณฑ์อาหารทะเลเฉพาะทาง

อย่างไรก็ตาม ยุทธศาสตร์ส่งออกอาหารของญี่ปุ่นแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นผ่านการกระจายตลาด ในปี 2024 การส่งออกสาเกญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 6.4% เป็น 43,500 ล้านเยน โดยยอดส่งออกไปสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างมาก 25.9% เป็น 11,400 ล้านเยน ซึ่งเกือบเทียบเท่ากับยอดส่งออกไปจีนที่ 11,700 ล้านเยน การเติบโตในตลาดอื่น ๆ แสดงให้เห็นว่าผู้ผลิตอาหารญี่ปุ่นปรับตัวเข้ากับสภาพการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงได้สำเร็จ ด้วยการเข้าถึงผู้บริโภครายใหม่ในภูมิภาคต่าง ๆ

โฆษณา

ความตึงเครียดทางการทูตซ้ำเติมความท้าทายทางเศรษฐกิจ

การลดลงของร้านอาหารญี่ปุ่นในจีนไม่อาจมองผ่านมุมเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ความตึงเครียดทางการทูตระหว่างโตเกียวกับปักกิ่งเพิ่มสูงขึ้นจนน่ากังวล โดยผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าปัจจัยทางการเมืองมีส่วนทำให้สภาพแวดล้อมทางธุรกิจยากลำบาก ความตึงเครียดเหล่านี้ส่งผลต่อภาคการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นเป็นพิเศษ ซึ่งพึ่งพานักท่องเที่ยวจีนอย่างมาก โดยปกติแล้วนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เป็นผู้ใช้จ่ายรายใหญ่ที่สุดของประเทศ

ข้อมูลล่าสุดเผยผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวญี่ปุ่น โดยมีการยกเลิกการจองเที่ยวบินจากจีนไปญี่ปุ่นมากกว่า 500,000 รายการ และบริษัทนำเที่ยวจีนระงับทัวร์แบบหมู่คณะ การหยุดชะงักดังกล่าวมีสาเหตุมาจากความกังวลด้านการเมืองและความปลอดภัย รวมถึงถ้อยแถลงที่เป็นข้อถกเถียงของเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นและความวิตกกังวลที่เพิ่มขึ้นในหมู่ชาวจีน อุตสาหกรรมท่องเที่ยวญี่ปุ่นซึ่งมีรายได้จากการท่องเที่ยวราว 8.1 ล้านล้านเยนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และมีนักท่องเที่ยวจีนคิดเป็นประมาณหนึ่งในห้าของรายได้ทั้งหมด อาจเผชิญความสูญเสียทางเศรษฐกิจอย่างหนักหากความตึงเครียดนี้ยังดำเนินต่อไป

โอซาก้า ศูนย์กลางเศรษฐกิจใหญ่อันดับสองของญี่ปุ่น ได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยวที่ลดลงอย่างหนักเป็นพิเศษ เด็นริว หลิน ซึ่งดูแลที่พักให้เช่าสำหรับนักท่องเที่ยวประมาณ 80 แห่งในใจกลางโอซาก้า เล่าว่าธุรกิจของเขาค่อย ๆ หายไปตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน ขณะที่ความตึงเครียดระหว่างโตเกียวกับปักกิ่งทวีความรุนแรงขึ้น หลินกล่าวว่า "มีการยกเลิกการจองมากกว่า 600 รายการ ซึ่งเกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวจีนกว่า 1,000 คน จนถึงสิ้นปี" พร้อมเสริมว่า "ทุกคนที่ผมรู้จักในแวดวงอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกำลังลำบาก" ความรู้สึกตึงเครียดทั่วทั้งภาคธุรกิจนี้สะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมต่าง ๆ ของญี่ปุ่นเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวจีนมากเพียงใด

ดูเหมือนว่าความขัดแย้งทางการทูตจะรุนแรงขึ้นจากถ้อยแถลงของนักการเมืองญี่ปุ่นและความกังวลด้านความปลอดภัยในญี่ปุ่นที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้มีการยกเลิกการเดินทางและระงับแพ็กเกจทัวร์มากขึ้น สนามบินนานาชาติคันไซมียอดลดเที่ยวบินสูงที่สุดในประเทศ ขณะที่โรงแรม ร้านค้าปลีก และร้านอาหารเผชิญการยกเลิกจำนวนมาก จีนสั่งให้สายการบินของประเทศลดเที่ยวบินไปญี่ปุ่นจนถึงเดือนมีนาคม 2025 ยิ่งจำกัดการเดินทางระหว่างสองประเทศ

โฆษณา

การเปลี่ยนแปลงระดับภูมิภาคของโลกาภิวัตน์ด้านอาหารญี่ปุ่น

แม้ต้องเผชิญอุปสรรคในจีน แต่เรื่องราวการเผยแพร่อาหารญี่ปุ่นไปทั่วโลกยังคงดำเนินต่อไปในทิศทางที่ดีในภูมิภาคอื่น สหรัฐฯ ยังคงเป็นตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นใหญ่อันดับสอง โดยมีประมาณ 26,360 แห่ง และมีจำนวนค่อนข้างคงที่แม้ตัวเลขในจีนจะลดลง ส่วนเกาหลีใต้รั้งอันดับสามด้วยร้านอาหารญี่ปุ่น 19,800 แห่ง ตามด้วยเม็กซิโกที่ 7,430 แห่ง

การเติบโตในอเมริกากลางและอเมริกาใต้เป็นเรื่องน่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะสะท้อนปรากฏการณ์การผสมผสานทางวัฒนธรรม อนิเมะและมังงะญี่ปุ่นได้รับความนิยมอย่างมากทั่วลาตินอเมริกา จนเกิดสิ่งที่นักวิเคราะห์บางคนเรียกว่าอิทธิพลแบบ "ซอฟต์พาวเวอร์" ซึ่งกระตุ้นความสนใจในแง่มุมอื่นของวัฒนธรรมญี่ปุ่น รวมถึงอาหาร ความผูกพันทางวัฒนธรรมนี้ช่วยให้ร้านอาหารญี่ปุ่นตั้งหลักในตลาดที่อาจต้องเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงกว่าจากอาหารเอเชียประเภทอื่นหรือวัฒนธรรมการกินท้องถิ่น

ตลาดยุโรปก็มีแนวโน้มที่ดีต่อการส่งออกอาหารญี่ปุ่นเช่นกัน โดยประเทศอย่างเยอรมนี ฝรั่งเศส และอิตาลีมียอดขายผลิตภัณฑ์ญี่ปุ่นทำสถิติสูงสุด การส่งออกรวมไปยังสหภาพยุโรปและอังกฤษเพิ่มขึ้น 16.2% เป็น 2,700 ล้านเยนในปี 2024 บ่งชี้ว่าผู้บริโภคยุโรปมีความเข้าใจและชื่นชอบอาหารกับวัตถุดิบญี่ปุ่นที่ซับซ้อนขึ้น การกระจายตลาดเช่นนี้ช่วยลดความเปราะบางของญี่ปุ่นต่อปัญหาเศรษฐกิจหรือการเมืองในประเทศใดประเทศหนึ่ง

โฆษณา

ยุทธศาสตร์รับมือกับตลาดที่เปลี่ยนแปลงของญี่ปุ่น

เมื่อเผชิญความท้าทายสองด้าน ทั้งเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวและความตึงเครียดทางการทูต ภาคธุรกิจและเจ้าหน้าที่รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพัฒนายุทธศาสตร์อย่างจริงจังเพื่อรักษาแรงส่งของการเผยแพร่อาหารไปทั่วโลก ที่โรงแรมสตาร์เกต โฮเทล คันไซ แอร์พอร์ต ในโอซาก้า จิโร่ โคบายาชิ ผู้อำนวยการฝ่ายห้องพักระบุว่า สัดส่วนลูกค้าจีนลดลง 20 จุดเปอร์เซ็นต์ เหลือ 30% จากระดับก่อนเกิดโรคระบาด ขณะนี้โรงแรมกำลังมุ่งเจาะตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไต้หวัน และเกาหลีใต้เพื่อเติมเต็มอุปสงค์ที่หายไป

ยุทธศาสตร์กระจายตลาดนี้เห็นได้ทั่วทั้งภาคการท่องเที่ยวและการส่งออกอาหารของญี่ปุ่น ผู้ค้าปลีกกำลังปรับความคาดหวังและแนวทางการตลาด โดยบางเครือร้านค้ามียอดขายสินค้าปลอดภาษีลดลง แต่ยังรักษารายได้โดยรวมไว้ได้จากอุปสงค์ภายในประเทศ เครือร้านเครื่องสำอางโยจิยะในเกียวโตรายงานว่ายอดขายให้แก่นักท่องเที่ยวจีนลดลง 10% ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน แต่ชดเชยการสูญเสียนี้ได้ด้วยการใช้จ่ายในประเทศที่เพิ่มขึ้น

นับตั้งแต่ญี่ปุ่นเปิดประเทศอีกครั้งหลังการระบาด รัฐบาลได้ผลักดันให้ภูมิภาคต่าง ๆ ขยายความหลากหลายของกลุ่มนักท่องเที่ยว แม้ความคืบหน้าจะไม่เท่ากันแต่ก็เห็นได้ชัด ในจังหวัดกิฟุ นักท่องเที่ยวจีนคิดเป็น 10% ของผู้เข้าพัก ลดลงจาก 41% ในปี 2019 ส่วนในจังหวัดชิซูโอกะ สัดส่วนดังกล่าวลดลงเหลือ 45% จาก 71% แม้การลดลงนี้หมายถึงรายได้ที่หายไป แต่ก็สะท้อนว่าการกระจายตลาดประสบผลสำเร็จ ทำให้ภูมิภาคเหล่านี้เปราะบางต่อความผันผวนในความสัมพันธ์จีน-ญี่ปุ่นน้อยลง

การท่องเที่ยวจีนที่ลดลงอย่างฉับพลันอาจช่วยเร่งให้ญี่ปุ่นหันไปพึ่งพาฐานนักท่องเที่ยวที่หลากหลายขึ้นในท้ายที่สุด" อากิโกะ โคซากะ นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันวิจัยญี่ปุ่นกล่าว "เรื่องนี้อาจกระตุ้นให้ภูมิภาคต่าง ๆ ปรับเปลี่ยนวิธีวางตำแหน่งของตนในตลาดมากขึ้น การวางรากฐานสำหรับอนาคตเป็นสิ่งสำคัญ
โฆษณา

อนาคตของอาหารญี่ปุ่นในต่างประเทศ

แม้กำลังเผชิญความท้าทายในปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญมองว่าแนวโน้มระยะยาวของอาหารญี่ปุ่นในต่างประเทศยังเป็นบวก แม้การกระจายตัวทางภูมิศาสตร์จะแตกต่างจากที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ การลดลงเกือบ 20% ของร้านอาหารญี่ปุ่นในจีนถือเป็นการปรับฐานครั้งสำคัญ แต่จำนวนร้านทั่วโลกโดยรวมยังสูงกว่าตัวเลข 55,000 แห่งในปี 2013 มากกว่าสามเท่า

ยุทธศาสตร์ส่งออกอาหารของญี่ปุ่นมุ่งให้ความสำคัญกับตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูงกว่าและความสัมพันธ์ทางการทูตที่มั่นคงกว่า สหรัฐฯ กลายเป็นตลาดที่มีแนวโน้มโดดเด่น โดยการส่งออกสาเกเพิ่มขึ้น 25.9% ในปี 2024 และการส่งออกอาหารโดยรวมเติบโต 6.4% แตะ 206,200 ล้านเยนในปี 2023 การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนจากยอดขายบุริ (ปลาหางเหลือง) และชาเขียวที่แข็งแกร่ง บ่งชี้ว่าผู้บริโภคอเมริกันมีรสนิยมต่อผลิตภัณฑ์อาหารญี่ปุ่นที่ซับซ้อนขึ้น

ในเดือนธันวาคม 2024 ความรู้และทักษะการผลิตสาเกแบบดั้งเดิมได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นความสนใจในวัฒนธรรมและอาหารญี่ปุ่นทั่วโลก สมาคมผู้ผลิตสาเกและโชจูแห่งญี่ปุ่นกำลังประชาสัมพันธ์สาเกแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างจริงจัง และสร้างความร่วมมือกับซอมเมอลิเยร์เพื่อขยายฐานผู้ชื่นชอบ สะท้อนว่าคุณค่าทางวัฒนธรรมจะยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเผยแพร่อาหารไปทั่วโลก

คาดว่าความท้าทายในตลาดจีนจะยังคงดำเนินต่อไปในระยะใกล้ สุพรามาเนีย บัตต์ ซีอีโอของไชน่า เทรดดิง เดสก์ คาดการณ์ว่า "ญี่ปุ่นอาจดึงปริมาณที่หายไปจากจีนกลับคืนมาได้ราวครึ่งหนึ่งถึงสองในสามในช่วง 12-18 เดือนข้างหน้า แต่ในเวลานี้ ยุคที่ญี่ปุ่นมองว่าจีนเป็นเครื่องยนต์การเติบโตที่เชื่อถือได้ไม่รู้จบสำหรับการท่องเที่ยวและพื้นที่อย่างโอซาก้าได้สิ้นสุดลงแล้ว" การประเมินนี้สะท้อนความตระหนักในวงกว้างว่าญี่ปุ่นจำเป็นต้องพัฒนายุทธศาสตร์ที่หลากหลายขึ้นสำหรับการขยายธุรกิจอาหารและการท่องเที่ยว

โฆษณา

ประเด็นสำคัญ

  • จำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นในต่างประเทศลดลงเป็นครั้งแรกในปี 2025 จาก 187,000 แห่งเหลือประมาณ 181,000 แห่ง
  • จีนมีจำนวนร้านลดลงมากที่สุด โดยหายไปประมาณ 15,260 แห่ง (ลดลงเกือบ 20%) เหลือ 63,500 แห่ง
  • การเติบโตในอเมริกากลางและอเมริกาใต้ (เพิ่มขึ้น 20% หรือ 2,400 แห่ง) และตะวันออกกลาง (เพิ่มขึ้น 20% หรือ 300 แห่ง) ช่วยชดเชยการลดลงในเอเชีย
  • สหรัฐฯ ยังคงเป็นตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นใหญ่อันดับสอง มี 26,360 แห่ง ตามด้วยเกาหลีใต้ 19,800 แห่ง และเม็กซิโก 7,430 แห่ง
  • ความท้าทายทางเศรษฐกิจของจีน รวมถึงอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแอและวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ มีส่วนทำให้ร้านอาหารญี่ปุ่นลดลง
  • ความตึงเครียดทางการทูตระหว่างญี่ปุ่นกับจีนซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจ โดยมีการยกเลิกการจองเที่ยวบินมากกว่า 500,000 รายการ และบริษัทนำเที่ยวจีนระงับทัวร์แบบหมู่คณะ
  • แม้จำนวนจะลดลง แต่ร้านอาหารญี่ปุ่นในต่างประเทศโดยรวมยังมีมากกว่าตัวเลข 55,000 แห่งในปี 2013 มากกว่าสามเท่า
  • การส่งออกอาหารญี่ปุ่นทำสถิติสูงสุดที่ 1.45 ล้านล้านเยนในปี 2023 แม้การส่งออกไปจีนจะลดลง 14.6%
  • รัฐบาลญี่ปุ่นตั้งเป้าหมายการส่งออกอาหารที่ 2 ล้านล้านเยนภายในปี 2025 และ 5 ล้านล้านเยนภายในปี 2030
  • ญี่ปุ่นหันมาให้ความสำคัญกับการกระจายตลาดส่งออกและแหล่งนักท่องเที่ยวมากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาจีน
แชร์บทความนี้

เรื่องที่คุณอาจชอบ