ผู้ว่าฯ โตเกียวผลักดันเก็บค่ากำจัดขยะใน 23 เขต หวังลดปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้น

ใช้เวลาอ่าน 7 นาที
ผู้ว่าฯ โตเกียวผลักดันเก็บค่ากำจัดขยะใน 23 เขต หวังลดปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้น

ผู้ว่าฯ โคอิเกะประกาศยุทธศาสตร์จัดการขยะใหม่

ยูริโกะ โคอิเกะ ผู้ว่าการกรุงโตเกียว ประกาศปรับเปลี่ยนนโยบายสิ่งแวดล้อมของเมืองครั้งสำคัญ โดยระบุว่าตั้งใจส่งเสริมให้มีการเก็บค่ากำจัดขยะครัวเรือนใน 23 เขตของเมืองหลวง ในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 9 ม.ค. โคอิเกะเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการลดขยะ เนื่องจากสถานที่กำจัดขั้นสุดท้ายมีขีดความสามารถจำกัด แม้เธอชี้แจงว่าการตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะจัดเก็บค่าธรรมเนียมหรือไม่ขึ้นอยู่กับรัฐบาลของแต่ละเขต แต่รัฐบาลมหานครโตเกียวมีแผนสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านอย่างจริงจัง ด้วยการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับความสำคัญและประสิทธิผลของระบบดังกล่าว

สารบัญ
  1. ผู้ว่าฯ โคอิเกะประกาศยุทธศาสตร์จัดการขยะใหม่
  2. ความท้าทายจากพื้นที่ฝังกลบที่มีจำกัด
  3. รูปแบบการเก็บค่ากำจัดขยะ
  4. บทเรียนเปรียบเทียบจากเมืองอื่น
  5. เส้นทางสู่การนำไปใช้
  6. สรุปประเด็นสำคัญ

ข้อเสนอนี้ถือเป็นการเปลี่ยนจากระบบปัจจุบันใน 23 เขต ซึ่งไม่เก็บค่ากำจัดขยะครัวเรือนที่ไม่ใช่ขยะชิ้นใหญ่ ขณะที่เมืองและเทศบาล 29 แห่งในภูมิภาคทามะทางตะวันตกของโตเกียวเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับขยะเผาได้และขยะประเภทอื่นอยู่แล้ว โครงการริเริ่มของผู้ว่าฯ มีเป้าหมายให้เขตใจกลางเมืองใช้แนวทางเดียวกับพื้นที่เหล่านี้ เพื่อสร้างแนวทางจัดการขยะที่เป็นเอกภาพทั่วทั้งมหานคร

โคอิเกะกล่าวระหว่างการแถลงข่าวว่า “เราต้องการทำงานอย่างใกล้ชิดกับเขตต่าง ๆ โดยนำเสนอความสำคัญ ผลลัพธ์ และตัวอย่างการนำไปใช้ เพื่อผลักดันมาตรการที่ส่งเสริมการหมุนเวียนทรัพยากร”

ความท้าทายจากพื้นที่ฝังกลบที่มีจำกัด

ปัจจัยหลักที่ผลักดันข้อเสนอนโยบายนี้คือการขาดแคลนพื้นที่ฝังกลบอย่างหนักในกรุงโตเกียวและบริเวณโดยรอบ ในฐานะมหานครที่มีประชากรหนาแน่นและมีพื้นที่ทางภูมิศาสตร์จำกัด โตเกียวเผชิญความท้าทายเฉพาะด้านในการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน ผู้ว่าฯ ระบุว่าสถานที่กำจัดขั้นสุดท้ายมีความจุสำหรับฝังกลบจำกัด การลดขยะเพิ่มเติมจึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อความยั่งยืนของเมืองในระยะยาว

ปัจจุบัน ญี่ปุ่นพึ่งพาการเผาขยะอย่างมากในการจัดการขยะ เนื่องจากมีพื้นที่สำหรับฝังกลบไม่เพียงพอ โตเกียวมีโรงเผาขยะเทคโนโลยีขั้นสูง 21 แห่งใน 23 เขต โรงงานเหล่านี้เผาขยะอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปริมาตรลดลงเหลือประมาณหนึ่งในยี่สิบของขนาดเดิม แม้การเผาจะมีประสิทธิภาพ แต่ก็ไม่ใช่ทางออกที่สมบูรณ์ เพราะต้องใช้พลังงานจำนวนมากและยังเกิดเถ้าที่ต้องนำไปกำจัด การลดปริมาณขยะตั้งแต่ต้นทางจะช่วยให้เมืองยืดอายุการใช้งานของพื้นที่ฝังกลบที่เหลืออยู่ และลดภาระการดำเนินงานของโรงเผาขยะ

ปัญหานี้ยิ่งซับซ้อนขึ้นจากปริมาณขยะมหาศาลที่เกิดขึ้นในเมืองซึ่งมีประชากรหลายล้านคน รายงานล่าสุดชี้ให้เห็นถึงความยากลำบากต่อเนื่องในการจัดการขยะบางประเภท เช่น ขยะอาหารจากร้านสะดวกซื้อที่มีอยู่ทั่วไปและเติมสินค้าบนชั้นวางตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งมักทำให้มีสินค้าเหลือจำนวนมากและถูกทิ้ง ขยะเชิงพาณิชย์เหล่านี้รวมกับขยะครัวเรือน เพิ่มภาระให้โครงสร้างพื้นฐานของเมือง

รูปแบบการเก็บค่ากำจัดขยะ

ผู้ว่าฯ โคอิเกะกล่าวถึงภาพรวมการจัดการขยะในญี่ปุ่น โดยระบุว่าในบรรดาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 1,741 แห่งทั่วประเทศ มี 1,169 แห่งที่ใช้ระบบเก็บค่ากำจัดขยะแล้ว สถิตินี้ชี้ว่าการเก็บค่ากำจัดขยะเป็นแนวทางปกติของประเทศ มากกว่าจะเป็นข้อยกเว้น ข้อเสนอสำหรับ 23 เขตของโตเกียวจึงเป็นการขยับไปสู่การกำหนดแนวทางมาตรฐานเดียวกันในศูนย์กลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ

งานศึกษาเรื่องการกำกับดูแลขยะในเมืองใหญ่ของเอเชียช่วยให้เห็นภาพการทำงานของระบบที่แตกต่างกัน ในโตเกียว รูปแบบการจัดการในปัจจุบันมีลักษณะเด่นคือครัวเรือนและผู้รีไซเคิลในระบบมีส่วนร่วมสูง ขณะที่ผู้รีไซเคิลนอกระบบแทบไม่มีบทบาท ระบบที่เป็นทางการนี้อาศัยกฎระเบียบที่เข้มงวดและสำนึกในหน้าที่พลเมืองของประชาชน การเริ่มเก็บค่ากำจัดขยะจะเพิ่มแรงจูงใจทางเศรษฐกิจเข้าไปในกรอบการปฏิบัติตามกติกาทางสังคมที่มีอยู่

ในระดับนานาชาติ ระบบ “จ่ายตามปริมาณขยะที่ทิ้ง” เป็นที่ยอมรับว่าเป็นเครื่องมือช่วยลดขยะได้อย่างมีประสิทธิผล งานศึกษาทางวิชาการชี้ว่าระบบคิดค่าบริการแบบแปรผัน ซึ่งประชาชนจ่ายตามปริมาณขยะที่ทิ้ง สามารถลดปริมาณขยะที่ส่งไปกำจัดได้อย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างเช่น งานศึกษาเกี่ยวกับการคิดค่าบริการแบบแปรผันพบว่า เมื่อประชาชนต้องจ่ายค่ากำจัดขยะโดยตรง ก็มีแรงจูงใจมากขึ้นในการคัดแยกวัสดุรีไซเคิล ซึ่งมักเก็บรวบรวมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สัญญาณทางเศรษฐกิจนี้ช่วยแยกให้เห็นความแตกต่างระหว่างขยะที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจัดการ กับทรัพยากรที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้

บทเรียนเปรียบเทียบจากเมืองอื่น

โตเกียวไม่ใช่เมืองเดียวที่ต้องรับมือกับการจัดการขยะ และประสบการณ์จากเมืองอื่นก็ให้บทเรียนที่มีคุณค่า ฮ่องกงเป็นตัวอย่างเตือนใจถึงความท้าทายในการนำนโยบายไปใช้ หลังวางแผนมาหลายปีและใช้งบหลายล้านไปกับถุงขยะที่กำหนดไว้โดยเฉพาะและการประชาสัมพันธ์ โครงการเก็บค่ากำจัดขยะของฮ่องกงถูกระงับหลายครั้งเพราะประชาชนต่อต้าน นโยบายเผชิญกระแสคัดค้านจากประชาชนและภาคธุรกิจที่กังวลเรื่องค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในเศรษฐกิจที่มีค่าครองชีพสูงอยู่แล้ว กรณีนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญอย่างยิ่งของการสื่อสารกับสาธารณะ การยอมรับของสังคม และการดำเนินนโยบายอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ในทางกลับกัน เมืองอย่างโซลและไทเปมักถูกยกเป็นตัวอย่างความสำเร็จ ทั้งสองเมืองเริ่มใช้ระบบเก็บค่ากำจัดขยะเมื่อหลายปีก่อน ควบคู่กับการให้ความรู้แก่ประชาชนอย่างทั่วถึงและการคัดแยกวัสดุรีไซเคิลอย่างชัดเจน การดำเนินงานเป็นระยะช่วยให้ประชาชนค่อย ๆ ปรับตัวเข้ากับแนวปฏิบัติใหม่ โดยเฉพาะไทเปที่มีอัตราการรีไซเคิลเพิ่มขึ้นอย่างมากหลังเริ่มใช้ระบบเก็บค่าบริการ “เก็บขยะตามถุง” ซึ่งกำหนดให้ประชาชนใช้ถุงทางการที่ต้องซื้อสำหรับขยะที่รีไซเคิลไม่ได้

ในภูมิภาคทามะของญี่ปุ่นเอง ระบบเก็บค่ากำจัดขยะที่ใช้อยู่ใน 29 เมืองเป็นพื้นที่ทดลองในระดับท้องถิ่น พื้นที่เหล่านี้ผ่านการเปลี่ยนจากการกำจัดขยะฟรีมาเป็นการเก็บค่าธรรมเนียมแล้ว จึงมีตัวอย่างที่นำไปใช้ได้จริงทั้งด้านโครงสร้างค่าบริการ กลไกการบังคับใช้ และปฏิกิริยาของประชาชน รัฐบาลมหานครโตเกียวตั้งใจนำตัวอย่างเหล่านี้มาแสดงให้ 23 เขตเห็นว่าการเปลี่ยนผ่านไม่เพียงทำได้จริง แต่ยังเป็นประโยชน์ต่อการหมุนเวียนทรัพยากรด้วย

โฆษณา

ผู้ว่าฯ โคอิเกะระบุอย่างชัดเจนว่าเป้าหมายของเธอคือ “ส่งเสริมให้ชาวโตเกียวปรับเปลี่ยนพฤติกรรม” เป้าหมายนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การจัดเก็บค่าธรรมเนียม แต่ยังมุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมให้ประชาชนตระหนักถึงขยะที่ตนเองสร้างขึ้นมากขึ้น และกระตือรือร้นที่จะลดขยะ การกำหนดต้นทุนโดยตรงสำหรับการกำจัดขยะมีเป้าหมายทำให้ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการบริโภคปรากฏให้เห็นในชีวิตประจำวัน

การเปลี่ยนพฤติกรรมที่ฝังรากลึกเป็นกระบวนการซับซ้อน เศรษฐศาสตร์พฤติกรรมชี้ว่า แม้แรงจูงใจทางการเงินจะมีพลัง แต่ต้องเสริมด้วยปัจจัยอื่นจึงจะได้ผลในระยะยาว ในบริบทของโตเกียว ซึ่งประชาชนปฏิบัติตามกฎการคัดแยกที่ซับซ้อนอยู่แล้วด้วยสำนึกในหน้าที่พลเมือง การเพิ่มองค์ประกอบด้านการเงินอาจช่วยเสริมพฤติกรรมเชิงบวก อย่างไรก็ตาม หากสื่อสารไม่ชัดเจน ก็มีความเสี่ยงที่ประชาชนจะมองมาตรการนี้เป็นภาษีมากกว่ามาตรการด้านสิ่งแวดล้อม

มีโอกาสที่ประชาชนจะต่อต้าน ข้อเสนอคล้ายกันในพื้นที่อื่นของโลก เช่น ระบบติดป้ายขยะที่มีการถกเถียงในออตตาวา ประเทศแคนาดา เผชิญเสียงวิจารณ์เรื่องความเป็นธรรม ข้อกังวลที่มักเกิดขึ้นคือระบบจ่ายตามปริมาณที่ทิ้งส่งผลกระทบต่อครอบครัวขนาดใหญ่หรือครัวเรือนรายได้น้อยอย่างไม่เป็นธรรม เพราะอาจสร้างขยะมากกว่า หรือมีทรัพยากรน้อยกว่าที่จะนำไปใช้ลดขยะ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและได้รับการสนับสนุนจากสาธารณะ การนำระบบนี้มาใช้ในโตเกียวอาจต้องพิจารณาข้อยกเว้นหรือเงินอุดหนุนสำหรับกลุ่มเปราะบาง เช่นเดียวกับที่พบในรูปแบบนโยบายบางประเภท

เส้นทางสู่การนำไปใช้

แม้ผู้ว่าฯ จะกำหนดทิศทางไว้แล้ว แต่การนำไปใช้จริงจะเป็นกระบวนการซับซ้อนที่ต้องอาศัยการประสานงานระหว่างรัฐบาลมหานครโตเกียวกับสำนักงานทั้ง 23 เขต แต่ละเขตมีอิสระในการดำเนินงานจัดการขยะของตนเอง จึงอาจมีความแตกต่างกันในการบังคับใช้นโยบายทั่วเมือง แนวทางกระจายอำนาจเช่นนี้พบได้ทั่วไปในญี่ปุ่น ซึ่งการจัดการขยะเป็นความรับผิดชอบของเทศบาล และเมืองที่อยู่ติดกันก็มักใช้กฎต่างกัน

คาดว่าสำนักสิ่งแวดล้อมของรัฐบาลมหานครโตเกียวจะมีบทบาทสำคัญในการอำนวยความสะดวกให้การเปลี่ยนผ่านนี้ ด้วยการให้ข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิผลของระบบเก็บค่ากำจัดขยะในพื้นที่อื่นและสนับสนุนด้านเทคนิค สำนักฯ ตั้งเป้าสร้างความเชื่อมั่นให้เขตต่าง ๆ เห็นถึงประโยชน์ กระบวนการนี้น่าจะประกอบด้วยการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ โครงการนำร่อง และการหารืออย่างครอบคลุมกับกลุ่มชุมชน เพื่อรับมือกับข้อกังวลและปรับระบบให้เหมาะกับความต้องการในแต่ละพื้นที่

ท้ายที่สุด การผลักดันให้เก็บค่ากำจัดขยะเป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ที่กว้างขึ้นในการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน โตเกียวหวังลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างสภาพแวดล้อมเมืองที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น ด้วยการลดขยะและเพิ่มการรีไซเคิล ความสำเร็จของโครงการริเริ่มนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการออกแบบนโยบายเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับความสามารถของเมืองในการชักชวนให้ประชาชนร่วมมือกันจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดของมหานคร

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ยูริโกะ โคอิเกะ ผู้ว่าการกรุงโตเกียว ประกาศแผนส่งเสริมการเก็บค่ากำจัดขยะครัวเรือนใน 23 เขตของเมือง
  • ข้อเสนอนี้มีเป้าหมายลดปริมาณขยะและยืดอายุการใช้งานของพื้นที่ฝังกลบที่มีจำกัด
  • ปัจจุบันการกำจัดขยะครัวเรือนใน 23 เขตไม่มีค่าใช้จ่าย ต่างจากภูมิภาคทามะที่เทศบาล 29 แห่งเก็บค่าธรรมเนียม
  • ทั่วประเทศมีเทศบาล 1,169 แห่งจากทั้งหมด 1,741 แห่งที่ใช้ระบบเก็บค่ากำจัดขยะแล้ว
  • รัฐบาลมหานครโตเกียวจะทำงานร่วมกับเขตต่าง ๆ โดยนำเสนอตัวอย่างและข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิผลของระบบเก็บค่ากำจัดขยะ
  • นโยบายนี้มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อสนับสนุนการหมุนเวียนทรัพยากร
  • รายละเอียดการนำไปใช้ รวมถึงโครงสร้างค่าธรรมเนียมและข้อยกเว้นที่อาจมี จะกำหนดร่วมกับหน่วยงานของแต่ละเขต
แชร์บทความนี้

เรื่องที่คุณอาจชอบ