ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 9 ล้านคนถูกตัดสิทธิ: วิกฤตการเลือกตั้งในเบงกอลตะวันตกสั่นคลอนประชาธิปไตยของอินเดีย

ใช้เวลาอ่าน 14 นาที
ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 9 ล้านคนถูกตัดสิทธิ: วิกฤตการเลือกตั้งในเบงกอลตะวันตกสั่นคลอนประชาธิปไตยของอินเดีย

ขนาดของการกีดกัน

มูฮัมหมัด ดาวูด อาลี รับใช้ชาติอินเดียมาหลายปีในฐานะช่างเทคนิคประจำกองทัพ และได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบระหว่างสงครามคาร์กิล ขณะอายุ 65 ปี เขามีหนังสือเดินทาง เอกสารรับเงินบำนาญ และหลักฐานการรับราชการทหาร ซึ่งควรรับรองสถานะพลเมืองของเขาได้ ทว่าเมื่อการทบทวนบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งใหญ่เป็นพิเศษ (SIR) ในรัฐเบงกอลตะวันตกสิ้นสุดลงเมื่อต้นปีนี้ อาลีกลับพบว่าตนเองและลูกทั้งสามคนถูกลบออกจากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เหลือเพียงภรรยาของเขาที่ยังมีชื่ออยู่ “ผมพูดไม่ออก รู้สึกเจ็บปวดและถูกหยามเกียรติอย่างมาก พวกเขาจะจัดการเลือกตั้งได้อย่างไร ทั้งที่ยังไม่คลี่คลายข้อพิพาทของเรา ผมไม่รู้เลยว่าจะไปร้องขอความเป็นธรรมจากใคร” อาลีกล่าวกับผู้สื่อข่าว

สารบัญ
  1. ขนาดของการกีดกัน
  2. ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนับล้านหายไปจากบัญชีรายชื่อได้อย่างไร
  3. เรื่องราวของผู้ถูกตัดสิทธิ
  4. แนวรบทางการเมือง
  5. รูปแบบการถอดชื่อในแต่ละพื้นที่
  6. ภาวะค้างคาทางกฎหมายและท่าทีของศาล
  7. ตัวเลขเลือกตั้งและเดิมพันของประชาธิปไตย
  8. ประเด็นสำคัญ

อาลีไม่ได้เผชิญเรื่องนี้เพียงลำพัง เขาเป็นหนึ่งในผู้มีสิทธิเลือกตั้งราว 9 ล้านคน หรือประมาณ 12% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 76 ล้านคนในรัฐเบงกอลตะวันตก ที่ถูกถอดชื่อออกจากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งปี 2026 การลบชื่อเกิดขึ้นระหว่างการปรับปรุงบัญชีรายชื่อครั้งใหญ่โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งของอินเดีย ก่อนการเลือกตั้งสภานิติบัญญัติประจำรัฐซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 23 และ 29 เมษายน แม้มีผู้ถูกถอดชื่อมากกว่า 6 ล้านคนในฐานะผู้ไม่อยู่ในพื้นที่หรือผู้เสียชีวิต แต่ชะตาของอีก 2.7 ล้านคน ซึ่งรวมถึงครอบครัวของอาลี ยังค้างคาอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย คดีของพวกเขายังไม่มีคำวินิจฉัย ติดอยู่ในเขาวงกตระบบราชการของคณะอนุญาโตตุลาการและบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ถูกระงับการแก้ไข

มี 13 รัฐและดินแดนที่อยู่ภายใต้การบริหารของรัฐบาลกลางผ่านกระบวนการ SIR แต่เบงกอลตะวันตกเป็นแห่งเดียวที่มีการพิจารณาชี้ขาดเป็นพิเศษเพิ่มเติมหลังจากนั้น คณะกรรมการการเลือกตั้งยืนยันว่าการปรับปรุงครั้งนี้มีเป้าหมายกำจัดรายชื่อซ้ำหรือข้อมูลล้าสมัย และเพิ่มชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม การถอดชื่อในวงกว้างก่อให้เกิดวิกฤตการเมืองครั้งใหญ่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน การท้าทายทางกฎหมาย และคำถามเกี่ยวกับความเที่ยงตรงของประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดในโลก

โฆษณา

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนับล้านหายไปจากบัญชีรายชื่อได้อย่างไร

การทบทวนบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งใหญ่เป็นพิเศษถือเป็นการตรวจสอบและปรับปรุงบัญชีรายชื่อครั้งใหญ่ที่สุดในเบงกอลตะวันตกนับตั้งแต่ปี 2002 ต่างจากการทบทวนตามปกติ SIR ประกอบด้วยการตรวจสอบตามบ้าน การตรวจเอกสารที่เข้มงวดขึ้น และการใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อค้นหาสิ่งที่เจ้าหน้าที่เรียกว่า “ความคลาดเคลื่อนเชิงตรรกะ” กระบวนการเริ่มต้นในเดือนพฤศจิกายน 2025 โดยมีผู้ลงทะเบียนเลือกตั้ง 7.66 โกฏิคน ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 บัญชีรายชื่อฉบับร่างแสดงจำนวนลดลงอย่างมากเหลือประมาณ 7.04 โกฏิรายชื่อ

การถอดชื่อแบ่งออกเป็นสามประเภท ประเภทแรกคือการลบชื่อซ้ำ ผู้เสียชีวิต และผู้ที่ย้ายที่อยู่โดยไม่ได้ปรับปรุงข้อมูล ซึ่งเป็นการดำเนินการทางธุรการตามปกติ ประเภทที่สองคือผู้ไม่อยู่ในพื้นที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ระดับคูหาเลือกตั้งไม่สามารถพบได้ระหว่างการตรวจสอบ ส่วนประเภทที่สามและเป็นประเด็นโต้เถียงมากที่สุด คือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 2.7 ล้านคนที่ถูกระบบอัลกอริทึมซึ่งขับเคลื่อนด้วย AI ทำเครื่องหมายว่า “มีความคลาดเคลื่อนเชิงตรรกะ” โดยระบบค้นหาความผิดปกติระหว่างบัญชีรายชื่อปี 2002 ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นฐานข้อมูลครั้งสุดท้ายที่สะอาด กับข้อมูลปัจจุบัน

ระบบ AI ระบุสัญญาณเตือนต่าง ๆ เช่น การสะกดชื่อไม่ตรงกันระหว่างข้อมูลต่างช่วงเวลา มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งมากกว่าหกคนเชื่อมโยงกับบรรพบุรุษคนเดียว ช่องว่างอายุระหว่างพ่อแม่กับบุตรที่ไม่น่าเป็นไปได้และอยู่นอกช่วง 15-45 ปี ช่องว่างอายุระหว่างปู่ย่าตายายกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่น้อยกว่า 40 ปี และความไม่สอดคล้องระหว่างเพศกับชื่อ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งอย่างอาลี แม้ยื่นแบบสำรวจที่เชื่อมโยงข้อมูลของตนกับทะเบียนปี 2002 และส่งเอกสารประกอบจำนวนมาก ก็ยังถูกจัดเป็นกรณีที่มีข้อสงสัย หลังการไต่สวนเพื่อตรวจสอบซ้ำ หลายคนก็ยังถูกตัดชื่อออก

ข้อมูลรายเขตเลือกตั้งที่พรรคการเมืองรวบรวมชี้ว่า ราว 65% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 2.7 ล้านคนที่ยังอยู่ในภาวะค้างคาเป็นชาวมุสลิม โดยรวมแล้ว ชาวมุสลิมคิดเป็น 3.11 ล้านคน หรือประมาณ 34% ของผู้ถูกถอดชื่อ 9 ล้านคน ซึ่งสูงกว่าสัดส่วน 27% ของประชากรในเบงกอลตะวันตกอย่างมาก ตามสำมะโนประชากรปี 2011 อย่างไรก็ตาม การกวาดล้างรายชื่อส่งผลกระทบต่อผู้คนในหลายชุมชน ทั้งชาวฮินดูดาลิตจากชุมชนผู้ลี้ภัยมาตัว ผู้อพยพที่พูดภาษาฮินดีในเขตเมือง และแม้แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล

โฆษณา

เรื่องราวของผู้ถูกตัดสิทธิ

เบื้องหลังตัวเลขเหล่านี้คือเรื่องราวของผู้คนที่เผชิญความอับอายและความสับสน สุประพุทธะ เสน วิศวกรวัย 88 ปี ซึ่งทำงานที่บริษัทดาโมดาร์แวลลีย์คอร์ปอเรชันนาน 32 ปี และเป็นหลานชายทางมารดาของนันทลาล โบส ศิลปินในตำนาน พบว่าชื่อของตนถูกลบ แม้จะยื่นใบรับรองจบมัธยมศึกษา หนังสือเดินทาง ประวัติการทำงาน และเอกสารรับเงินบำนาญแล้ว “ผมไม่สนใจอีกแล้วว่าจะถูกตัดสิทธิหรือไม่” เสนกล่าว “คนที่ลบชื่อผมควรตอบได้ว่าทำไมผมถึงไม่มีชื่อในบัญชีรายชื่อ”

นาวาอากาศโท เอ็มดี ชามิม อัคตาร์ นายทหารกองทัพอากาศอินเดียผู้ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ซึ่งเคยถือหนังสือเดินทางทูตและรับใช้ชาตินาน 17 ปี เฝ้ามองชื่อของตนเปลี่ยนจากบัญชีรายชื่อฉบับสุดท้ายไปเป็นสถานะ “อยู่ระหว่างการพิจารณาชี้ขาด” ก่อนถูกลบออกทั้งหมด ความพยายามขอคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ระดับคูหาเลือกตั้งไม่เป็นผล “ผมติดต่อเจ้าหน้าที่ BLO ของผมชื่อมอนดัล แต่เขาไม่ได้บอกว่าต้องทำตามขั้นตอนใด และรับรองว่าชื่อจะกลับมาโดยอัตโนมัติ จากนั้นในวันที่ 28 มีนาคม เมื่อชื่อผมถูกลบในบัญชีรายชื่อฉบับที่สอง เจ้าหน้าที่ BLO กลับบอกให้จ้างทนายและยื่นเรื่องต่อคณะอนุญาโตตุลาการ” อัคตาร์เล่า

ลักษณะตามอำเภอใจของกระบวนการนี้ปรากฏให้เห็นผ่านความขัดแย้งที่ชวนเหลือเชื่อ ในบางครอบครัว สมาชิกที่เสียชีวิตแล้วยังมีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อ ขณะที่ญาติซึ่งยังมีชีวิตกลับถูกลบชื่อ รัฐมนตรีประจำรัฐ กูลาม รับบานี ซึ่งลงสมัครเลือกตั้งมาแล้วสี่ครั้งและไปใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นประจำมาหลายทศวรรษ พบว่าชื่อของตนอยู่ระหว่างการพิจารณาชี้ขาด รัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรี ชาชี ปันจา ถูกทำเครื่องหมายให้ตรวจสอบ ทั้งที่สมาชิกครอบครัวของเธอยังคงมีสิทธิ แม้แต่นันทินี จักรวรตี เลขาธิการใหญ่รัฐเบงกอลตะวันตก และริชา โฆช นักคริกเก็ตวัย 22 ปี สมาชิกทีมอินเดียชุดคว้าแชมป์คริกเก็ตเวิลด์คัพหญิงปี 2025 ก็ถูกตรวจสอบระหว่างแข่งขันในต่างประเทศ

ในเขตเลือกตั้งฮาริศจันทระปุระ ซึ่งอยู่ในอำเภอมาลดาติดชายแดนบังกลาเทศ ฮัสนารา คาตุน วัย 35 ปี เป็นตัวแทนของบาดแผลที่ส่งต่อข้ามรุ่นจากการกวาดล้างรายชื่อ “ฉันโกรธมาก” เธอกล่าว พร้อมระบุว่าพ่อ ปู่ และทวดของเธอล้วนเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ตอนนี้สมาชิกห้าคนจากทั้งหมดเจ็ดคนในครอบครัวถูกระงับสิทธิเลือกตั้ง “เราแทบจะถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นคนไร้สัญชาติ ใครจะรู้ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น” เธอถาม “เราไว้ใจระบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว”

ถ้าเราไม่ได้ลงคะแนนเสียง ก็จะไม่มีใครสนใจจดจำด้วยซ้ำว่าคนจนมีตัวตนอยู่

ความรู้สึกนี้ ซึ่งผู้มีสิทธิเลือกตั้งคนหนึ่งในซุนดาร์บันส์ของรัฐเบงกอลตะวันตกเล่าให้นักมานุษยวิทยา มุกุลิกา บาเนอร์จี จากวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์แห่งลอนดอนฟัง สะท้อนมิติของการถูกตัดสิทธิที่กระทบถึงการมีตัวตน บาเนอร์จีชี้ว่า การลงคะแนนเสียงไม่ใช่เพียงสิทธิในเชิงขั้นตอน แต่เป็นการกระทำที่มีความหมายลึกซึ้งสำหรับชุมชนชายขอบ “การปฏิเสธสิทธิเลือกตั้งของพวกเขา คือการพรากสิทธิขั้นพื้นฐานข้อหนึ่งไป และเป็นสิทธิที่มีความหมายอย่างยิ่งต่อพวกเขา ทั้งยังเปิดโอกาสให้พวกเขาได้ส่งเสียง” เธอกล่าว

โฆษณา

แนวรบทางการเมือง

วิกฤตการลบชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้เปลี่ยนภูมิทัศน์ทางการเมืองของเบงกอลตะวันตกให้กลายเป็นสมรภูมิของเรื่องเล่าที่ขัดแย้งกัน มามาตา บาเนอร์จี มุขมนตรีรัฐ และพรรคตรีนามูลคองเกรส (TMC) ของเธอ กล่าวหาว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งทำงานประสานกับพรรคภารติยะชนตะ (BJP) ของนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรี เพื่อเพิกถอนสิทธิผู้มีสิทธิเลือกตั้งฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะชาวมุสลิม บาเนอร์จีประกาศแผนจัดการประท้วงและยื่นเรื่องต่อศาลฎีกาอีกครั้ง พร้อมตั้งคำถามว่า “จะเริ่มการเลือกตั้งได้อย่างไร ทั้งที่ยังไม่ตัดสินคดีของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 2.7 ล้านคน”

BJP ปกป้องการดำเนินการนี้ว่าเป็นการจัดระเบียบฐานข้อมูลของประเทศที่จำเป็น ซูกันตา มาจุมดาร์ รัฐมนตรีรัฐบาลกลางให้เหตุผลว่า รัฐธรรมนูญอนุญาตให้เฉพาะพลเมืองอินเดียเลือกผู้นำได้ “ดังนั้น การกวาดล้างรายชื่อผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองจึงเป็นเรื่องสำคัญ” เขากล่าว พร้อมตำหนิรัฐบาลประจำรัฐว่าทำให้กระบวนการล่าช้า ด้วยการนำเรื่องขึ้นสู่ศาลฎีกา นายกรัฐมนตรีโมดีระบุในการหาเสียงว่า การปรับปรุงครั้งนี้มุ่งเป้าผู้ลักลอบเข้าเมืองจากบังกลาเทศอย่างผิดกฎหมาย ซึ่ง TMC ระบุว่าเป็นถ้อยคำที่ใช้เรียกชาวมุสลิมโดยอ้อม

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทำให้เรื่องเล่าที่แบ่งแยกตามศาสนาอย่างง่าย ๆ ซับซ้อนขึ้น แม้ชาวมุสลิมจะได้รับผลกระทบอย่างไม่ได้สัดส่วนในอำเภออย่างมูร์ชิดาบาดและมาลดา แต่ชุมชนชาวฮินดูในพื้นที่อื่นก็ได้รับผลกระทบหนักเช่นกัน ในเขตนอร์ท 24 ปาร์กานัสและนาเดีย ชาวฮินดูดาลิตจากชุมชนมาตัว ซึ่งเป็นผู้อพยพจากบังกลาเทศและเคยสนับสนุน BJP เป็นหลัก ถูกลบชื่อจำนวนมาก ในโกลกาตา ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกือบ 29.6% ในเขตเหนือและ 27.5% ในเขตใต้ถูกถอดชื่อ โดย 80% ของผู้ถูกลบชื่อเป็นชาวฮินดู หลายคนมาจากชุมชนที่พูดภาษาฮินดีและมีรากเหง้าอยู่ทางตอนเหนือของอินเดีย

ข้อโต้เถียงถึงจุดเดือดเมื่อคณะผู้แทน TMC เข้าพบเกียน คูมาร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในกรุงเดลี หลังการประชุมเจ็ดนาที ดีเร็ก โอไบรอัน สมาชิกคณะผู้แทนกล่าวหาว่าคูมาร์ปฏิเสธตอบคำถามและดูหมิ่นคณะ โดยบอกให้พวกเขา “ไสหัวไป” คณะกรรมการการเลือกตั้งปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างหนักแน่น และอ้างแทนว่าผู้นำ TMC ขึ้นเสียงและสร้างบรรยากาศรบกวน การโต้เถียงนี้สะท้อนความเชื่อมั่นที่พังทลายระหว่างองค์กรตามรัฐธรรมนูญ

โฆษณา

รูปแบบการถอดชื่อในแต่ละพื้นที่

การลบชื่อไม่ได้เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอทั่วรัฐเบงกอลตะวันตก แต่กระจุกตัวอยู่ในบางพื้นที่ที่มีน้ำหนักทางการเลือกตั้งสูง อำเภอชายแดนติดบังกลาเทศ ได้แก่ นอร์ท 24 ปาร์กานัส นาเดีย มูร์ชิดาบาด มาลดา อุตตาร์ ดินาชปูร์ และคูชเบฮาร์ มีจำนวนผู้ถูกถอดชื่อสูง นอร์ท 24 ปาร์กานัสเพียงแห่งเดียวมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งหายไป 1.26 ล้านคน คิดเป็น 15% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่ ส่วนมูร์ชิดาบาด ซึ่งเป็นอำเภอที่มีประชากรมุสลิมมากที่สุดในอินเดีย มีชื่อถูกลบ 749,000 รายชื่อ หรือราว 13% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

อำเภอปัศจิม บาร์ธามานมีจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งลดลงสูงเป็นอันดับสองทั่วรัฐ โดยลดลง 16.9% รูปแบบเหล่านี้มีความสำคัญ เพราะการแข่งขันเลือกตั้งในเบงกอลตะวันตกมักตัดสินกันด้วยคะแนนที่ห่างกันเพียงเล็กน้อยในบางเขตเลือกตั้ง ที่นันทิกราม ซึ่งมามาตา บาเนอร์จีแพ้ให้กับสุเวนดู อธิการี จาก BJP ด้วยคะแนนเพียง 1,956 เสียงในปี 2021 มีรายงานว่าผู้ถูกลบชื่อมากถึง 95.5% เป็นชาวมุสลิม แม้ชุมชนนี้มีสัดส่วนเพียง 25% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่

ในเขตเลือกตั้งภวานีปุระของบาเนอร์จีเอง ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวมุสลิม 51.8% ถูกจัดให้อยู่ระหว่างการพิจารณาชี้ขาด ทั้งที่ชาวมุสลิมมีสัดส่วนเพียง 21.9% ของประชากร เขตเลือกตั้งนี้มีผู้ถูกถอดชื่อหลายหมื่นคน การพุ่งเป้าไปยังเขตเลือกตั้งที่ชี้ขาดผลทางการเมืองเช่นนี้บ่งชี้ว่า การปรับปรุงรายชื่ออาจเปลี่ยนผลการเลือกตั้งไม่ใช่ด้วยการโน้มน้าว แต่ด้วยการตัดผู้มีสิทธิเลือกตั้งออก

ชุมชนมาตัว ซึ่งเป็นกลุ่มวรรณะตามกำหนดที่มีอิทธิพลทางการเมืองสูงในอำเภอชายแดน สะท้อนความซับซ้อนของการเมืองอัตลักษณ์ในภูมิภาคนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวฮินดูมาตัวจำนวนมากถูกลบชื่อในเขตเลือกตั้งอย่างบักดาและบองกาออน อุตตาร์ บั่นทอนเรื่องเล่าที่ว่าการกวาดล้างมุ่งเป้าเฉพาะชาวมุสลิม ชาวมาตัวอพยพมาจากพื้นที่ซึ่งปัจจุบันเป็นบังกลาเทศ และมีอิทธิพลต่อที่นั่งในสภานิติบัญญัติหลายสิบเขต โดยส่วนใหญ่สนับสนุน BJP ในปี 2021 และมีส่วนช่วยให้พรรคเพิ่มจำนวนที่นั่งจาก 3 เป็น 77 ที่นั่ง การถูกตัดสิทธิในครั้งนี้จึงเสี่ยงทำให้แนวร่วมที่ BJP สร้างขึ้นแตกแยก

โฆษณา

ภาวะค้างคาทางกฎหมายและท่าทีของศาล

ศาลฎีกาอินเดียต้องรับมือกับสถานการณ์ละเอียดอ่อนระหว่างการรักษาความเที่ยงตรงของการเลือกตั้งกับการเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง หลังมีการท้าทายทางกฎหมายหลายครั้ง ศาลสูงสุดอนุญาตให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการเลือกตั้งในเดือนเมษายนต่อไปโดยไม่ต้องยุติข้อพิพาททั้งหมดเกี่ยวกับการลบชื่อ ซึ่งส่งผลให้บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งถูกระงับการแก้ไข ขณะที่ยังมีคดีค้างพิจารณา 2.7 ล้านคดี องค์คณะซึ่งประกอบด้วยประธานศาลฎีกา สุรยา กันต์ และผู้พิพากษาจอยมาลยา บักชี เรียกสถานการณ์นี้ว่า “ภาวะขาดความไว้วางใจ” ระหว่างองค์กรตามรัฐธรรมนูญกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

ศาลมีคำสั่งแทรกแซงเป็นพิเศษ โดยส่งเจ้าหน้าที่ตุลาการราว 700 คนจากเบงกอลตะวันตก โอฑิศา และฌารขัณฑ์ มารับหน้าที่กึ่งตุลาการแทนเจ้าหน้าที่ทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง มีการจัดตั้งคณะอนุญาโตตุลาการพิเศษ 19 คณะ ซึ่งมีอดีตประธานศาลและผู้พิพากษาศาลสูงเป็นหัวหน้า เพื่อพิจารณาคำอุทธรณ์จำนวนมหาศาล อย่างไรก็ตาม ปริมาณคดีที่ล้นหลามทำให้ระบบรับมือไม่ไหว ดีเอส ไนดู ทนายความอาวุโสซึ่งเป็นตัวแทนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง แจ้งต่อศาลว่าขณะนี้มีคำอุทธรณ์ค้างอยู่ 30-34 แสนคดี โดยแต่ละคณะต้องรับผิดชอบมากกว่าหนึ่งแสนคดี

ผู้พิพากษาบักชีอธิบายความสำคัญของประเด็นนี้ด้วยถ้อยคำที่สะท้อนอารมณ์อย่างไม่ธรรมดา “สิทธิเลือกตั้งในประเทศที่คุณเกิดมาไม่ได้เป็นเพียงสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่ยังผูกพันกับความรู้สึกด้วย มันหมายถึงการได้เป็นส่วนหนึ่งของประชาธิปไตยและมีส่วนช่วยเลือกตั้งรัฐบาล” เขากล่าว อย่างไรก็ตาม ศาลยืนยันว่าการแทรกแซงของฝ่ายตุลาการมีเป้าหมายสนับสนุนให้เกิดการเลือกตั้ง ไม่ใช่ขัดขวาง องค์คณะเน้นว่า กระบวนการเลือกตั้งไม่อาจถูกระงับ เว้นแต่จะมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งถูกตัดออกเป็นจำนวนมหาศาลจนส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผลการเลือกตั้ง

ผลที่เกิดขึ้นจริงสร้างความเสียหายอย่างหนักแก่ผู้ที่ต้องการให้คืนสิทธิ จากชื่อ 2.7 ล้านรายที่ถูกลบหลังการพิจารณาชี้ขาด มีเพียงสองรายที่ได้รับการคืนชื่อจนถึงขณะนี้ ทั้งคู่หลังศาลฎีกาเข้าแทรกแซงเป็นกรณีเฉพาะ มหาตับ เชค ผู้สมัครจากพรรคคองเกรสในเขตฟารักกา และมอตตาคิน อาลัม อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติซึ่งปัจจุบันเป็นผู้สมัครจากพรรคคองเกรสในเขตมานิกจัก ได้สิทธิเลือกตั้งกลับคืน ส่วนคนอีกหลายล้านคนยังไม่อาจใช้บริการของคณะอนุญาโตตุลาการได้อย่างเต็มที่ แม้จะมีการเตรียมสถานที่อย่างสถาบันแห่งชาติด้านน้ำและสุขาภิบาลสยามะ ปราสาด มูเคอร์จีแล้วก็ตาม

เมื่อบัญชีรายชื่อถูกระงับการแก้ไขและวันเลือกตั้งใกล้เข้ามา ศาลฎีกากำหนดไต่สวนสำคัญในวันที่ 13 เมษายน เพื่อพิจารณาว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่คณะอนุญาโตตุลาการรับรองหลังการระงับบัญชีรายชื่อแล้ว จะยังลงคะแนนได้หรือไม่ คำถามหลักคือ การรับรองหลังพ้นกำหนดเวลาจะคืนสิทธิเลือกตั้งให้ทันรอบการเลือกตั้งครั้งนี้ได้หรือไม่ หรือพลเมืองที่มีสิทธิจะต้องรออีกหลายปีกว่าจะมีโอกาสเข้าร่วม

โฆษณา

ตัวเลขเลือกตั้งและเดิมพันของประชาธิปไตย

การลบชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 9 ล้านคนไม่ได้เป็นเพียงการปรับข้อมูลทางราชการ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างต่อสมการการเลือกตั้งในเบงกอลตะวันตก ในหลายอำเภอ จำนวนผู้ถูกลบชื่อมากกว่าส่วนต่างคะแนนชัยชนะในการเลือกตั้งสภานิติบัญญัติปี 2021 ที่อำเภอฮูกลี TMC ชนะด้วยคะแนน 2.79 แสนเสียงในปี 2021 แต่มีผู้ถูกลบชื่อ 8.68 แสนคน ส่วนอำเภอปูร์บา บาร์ธามาน ต้องเผชิญกับผู้ถูกลบชื่อ 8.35 แสนคน เทียบกับส่วนต่างคะแนน 2.75 แสนเสียง ขณะที่อำเภอปัศจิม บาร์ธามาน การถอดชื่อ 3.14 แสนคนบดบังส่วนต่างคะแนนที่มีเพียง 43,893 เสียง

ตัวเลขเหล่านี้เปลี่ยนพลวัตพื้นฐานของการแข่งขัน การเลือกตั้งในเบงกอลตะวันตกมักตัดสินกันด้วยคะแนนที่ห่างกันเพียงเล็กน้อยในระดับเขตเลือกตั้ง การลดจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพียงไม่กี่พันคนในบางคูหาก็อาจพลิกผลได้ โดยเฉพาะในเขตเมืองและกึ่งเมือง เมื่อฐานผู้มีสิทธิเลือกตั้งหดตัว พรรคการเมืองจึงต้องปรับยุทธศาสตร์ใหม่ทั้งหมด โดยเปลี่ยนจากการโน้มน้าวใจไปสู่การระดมผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ยังมีชื่ออยู่

สิบาจี ประติม บาซู นักรัฐศาสตร์ ระบุว่าอินเดียไม่เคยมีกรณีจัดการเลือกตั้งในขณะที่สิทธิของผู้มีสิทธิเลือกตั้งยังถูกระงับ “ไม่เคยมีตัวอย่างการเลือกตั้งในอินเดียที่สิทธิของผู้มีสิทธิเลือกตั้งยังถูกระงับอยู่” เขากล่าว “นี่เป็นเรื่องน่าอับอายสำหรับประชาธิปไตย” ข้อโต้เถียงนี้ก่อให้เกิดคำถามสำคัญเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างความเที่ยงตรงของการเลือกตั้งกับการมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง แม้การทำความสะอาดบัญชีรายชื่อจะจำเป็นต่อการเลือกตั้งที่น่าเชื่อถือ แต่ขนาด วิธีการ และช่วงเวลาของการดำเนินการครั้งนี้กลับสร้างความหวาดกลัวแทนที่จะสร้างความเชื่อมั่น

ความเสียหายต่อผู้คนไม่ได้จำกัดอยู่แค่การถูกตัดสิทธิเป็นรายบุคคล แต่ยังบั่นทอนศรัทธาต่อประชาธิปไตย เมื่อทหารผ่านศึก รัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรี นักกีฬาผู้ได้รับรางวัล และพลเมืองที่อยู่มาทั้งชีวิต พบว่าตนเองถูกลบชื่อออกจากบัญชีรายชื่อ ทั้งที่มีเอกสารถูกต้อง สารที่ส่งไปยังชุมชนซึ่งกังขาอำนาจรัฐอยู่แล้วก็ยิ่งชัดเจน เมื่อครอบครัวของฮัสนารา คาตุนเผชิญการสูญเสียสิทธิเลือกตั้งที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน ระบบก็เสี่ยงเปลี่ยนความผิดพลาดทางธุรการให้กลายเป็นความแปลกแยกทางการเมือง

เบงกอลตะวันตกเป็นเดิมพันสำคัญในการเมืองระดับชาติ เพราะมีจำนวนที่นั่งในรัฐสภาสูงเป็นอันดับสี่ การคลี่คลายวิกฤตนี้จึงส่งผลเกินขอบเขตของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นคณะอนุญาโตตุลาการที่สามารถให้ความยุติธรรมได้ทันเวลาหรือไม่ ศาลฎีกาจะหาทางประสานบัญชีรายชื่อที่ถูกระงับกับสิทธิของผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้หรือไม่ และคณะกรรมการการเลือกตั้งจะฟื้นฟูความไว้วางใจของสาธารณชนได้หรือไม่ ล้วนเป็นปัจจัยที่จะกำหนดไม่เพียงผลการเลือกตั้งเดือนเมษายน แต่ยังรวมถึงความน่าเชื่อถือของสถาบันประชาธิปไตยอินเดียด้วย

ประเด็นสำคัญ

  • ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 9 ล้านคนถูกถอดชื่อจากบัญชีรายชื่อในเบงกอลตะวันตก คิดเป็น 12% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 76 ล้านคนในรัฐ
  • ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 2.7 ล้านคนยังติดค้างในกระบวนการทางกฎหมายภายใต้สถานะ “อยู่ระหว่างการพิจารณาชี้ขาด” ขณะที่กำหนดเลือกตั้งคือวันที่ 23 และ 29 เมษายน
  • มีเพียงสองรายที่ได้รับการคืนชื่อจากกรณีพิพาท 2.7 ล้านคดี แม้จะจัดตั้งคณะอนุญาโตตุลาการแล้ว
  • ศาลฎีกาอนุญาตให้จัดการเลือกตั้งต่อไปโดยใช้บัญชีรายชื่อที่ถูกระงับการแก้ไข ขณะที่ข้อพิพาทยังไม่ได้รับการคลี่คลาย
  • กระบวนการที่ขับเคลื่อนด้วย AI ทำเครื่องหมาย “ความคลาดเคลื่อนเชิงตรรกะ” โดยเปรียบเทียบข้อมูลปัจจุบันกับฐานข้อมูลปี 2002
  • ชาวมุสลิมคิดเป็น 34% ของผู้ถูกลบชื่อทั้งหมด ทั้งที่มีสัดส่วน 27% ของประชากร ขณะที่ชุมชนฮินดูมาตัวก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน
  • อำเภอชายแดน รวมถึงมูร์ชิดาบาด มาลดา และนอร์ท 24 ปาร์กานัส มีอัตราการลบชื่อสูงที่สุด
  • บุคคลสำคัญที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ ทหารผ่านศึกสงครามคาร์กิล รัฐมนตรีประจำรัฐ เลขาธิการใหญ่รัฐ และริชา โฆช นักคริกเก็ตผู้คว้าแชมป์เวิลด์คัพ
  • TMC กล่าวหาคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าสมคบคิดกับ BJP เพื่อตัดสิทธิผู้มีสิทธิเลือกตั้งฝ่ายตรงข้าม
  • BJP ปกป้องการดำเนินการนี้ว่าเป็นการถอดชื่อผู้ลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายและผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็น
แชร์บทความนี้

เรื่องที่คุณอาจชอบ