น้ำท่วมอัสสัมทำผู้คนหลายพันไร้ที่อยู่อาศัย ขณะที่สังฆมณฑลดิบรูการ์ห์นำความช่วยเหลือและฟื้นฟู

ใช้เวลาอ่าน 9 นาที
Assam floods: Dibrugarh Church leading in relief work | AsiaNews

น้ำลดแล้ว แต่วิกฤตยังดำเนินต่อไป

รัฐอัสสัมกำลังเผชิญภัยพิบัติน้ำท่วมรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายทศวรรษ หลังฝนมรสุมตกหนักทำให้แม่น้ำดิโคว์ ดิสัง และธันสิรีเอ่อล้นตลิ่งระหว่างวันที่ 19 ถึง 24 กรกฎาคม หมู่บ้านหลายร้อยแห่งทั่วอัสสัมตอนบนจมอยู่ใต้น้ำ โดยเขตชาไรเดโอ ศิวะสาคร และจอร์ฮัต ซึ่งอยู่ในพื้นที่เชื่อมโยงกับสังฆมณฑลดิบรูการ์ห์ ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด

สารบัญ
  1. น้ำลดแล้ว แต่วิกฤตยังดำเนินต่อไป
  2. การตอบสนองของสังฆมณฑลดิบรูการ์ห์
  3. เหตุใดหมู่บ้านห่างไกลจึงต้องได้รับความใส่ใจเป็นพิเศษ
  4. ครอบครัวทยอยกลับบ้านที่เสียหาย
  5. ฟื้นฟูบ้านเรือนและอาชีพ
  6. ความช่วยเหลือจากรัฐบาลและการทำงานของคริสตจักร
  7. การฟื้นฟูระยะยาวในอัสสัมตอนบน
  8. สรุปประเด็นสำคัญ

บ้านเรือน ถนน สะพาน พืชผล และโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะได้รับความเสียหายหรือถูกน้ำพัดพาไป หลายพันครอบครัวต้องอพยพออกจากบ้าน ไปพักพิงในค่ายของรัฐบาล ริมฝั่งแม่น้ำ หรือที่พักชั่วคราว แม้ฝนจะซาลงและระดับน้ำในแม่น้ำหลายสายลดต่ำกว่าระดับอันตรายแล้ว แต่น้ำยังคงขังอยู่ในหลายพื้นที่เนื่องจากการระบายน้ำเป็นไปอย่างล่าช้า

รายงานจากหน่วยงานรัฐและองค์กรด้านมนุษยธรรมระบุตัวเลขแตกต่างกันไปตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง UCA News รายงานเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมว่า มีผู้เสียชีวิต 68 คน ผู้ประสบภัยมากกว่า 37,000 คนพักอยู่ในค่ายบรรเทาทุกข์ของรัฐบาล 109 แห่ง และมีผู้ได้รับผลกระทบราว 650,000 คนทั่วรัฐอัสสัม ข้อมูลของรัฐที่รายงานก่อนหน้านี้และสื่ออื่นอ้างถึงระบุยอดผู้เสียชีวิต 62 คน ขณะที่รายงานฉบับหลังระบุผู้เสียชีวิต 66 คน และประชาชนที่ได้รับผลกระทบมากกว่า 6.5 แสนคน ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนการประเมินที่เปลี่ยนแปลงระหว่างสถานการณ์ฉุกเฉินที่ยังดำเนินอยู่

ความเสียหายไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการพลัดถิ่นในระยะเร่งด่วน มีรายงานว่าพื้นที่เกษตรกรรมกว่า 34,000 เฮกตาร์จมอยู่ใต้น้ำ ขณะที่สัตว์และปศุสัตว์หลายแสนตัวได้รับผลกระทบ สำหรับครอบครัวในชนบท การสูญเสียวัวควาย พืชผล และอุปกรณ์การเกษตรอาจทำให้ขาดรายได้ที่จำเป็นต่อการซ่อมแซมบ้านและซื้ออาหาร

โฆษณา

การตอบสนองของสังฆมณฑลดิบรูการ์ห์

สังฆมณฑลดิบรูการ์ห์เริ่มจัดความช่วยเหลือผ่านวัด บาทหลวง คณะนักบวช อาสาสมัคร และผู้บริจาคทันทีที่สามารถเดินทางเข้าพื้นที่ได้ กลุ่มคริสตจักรมุ่งช่วยเหลือหมู่บ้านที่ถนนเสียหายหรือที่ซึ่งสิ่งของจากรัฐบาลยังไปไม่ถึงประชาชน

บาทหลวงจอห์น มินจ์ แห่งสังฆมณฑลกล่าวว่าได้เตรียมสิ่งของบรรเทาทุกข์ไว้แล้ว ขณะที่ทีมงานรอให้ฝนหยุดและเส้นทางกลับมาเปิดใช้งานได้ เขาระบุว่าโบสถ์ในสังกัด 5 แห่งได้รับผลกระทบอย่างหนัก แต่ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตในชุมชนคริสตจักรภายในสังฆมณฑล

การแจกจ่ายสิ่งของระยะแรกครอบคลุมพื้นที่โกนา ลักวา และนาโฮร์ฮาบี ในเขตชาไรเดโอ ระยะที่สองให้ความช่วยเหลือ 106 ครอบครัวในบิฮูบอร์ ชูเทีย บาสตี และเนปาลี เกา สิ่งของที่แจกจ่ายประกอบด้วยข้าว ถั่วเลนทิล น้ำมันมัสตาร์ด เกลือ มันฝรั่ง และมุ้ง เพื่อให้ครอบครัวมีอาหารและสิ่งจำเป็นด้านสุขภาพขั้นพื้นฐาน หลังจากเสบียงในบ้านสูญหาย

วัดราชาบารีจัดหานม บิสกิต ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ผ้าอนามัย ของใช้ส่วนตัวเพื่อสุขอนามัย อุปกรณ์ทำความสะอาด และน้ำดื่ม วัดและกลุ่มต่าง ๆ ในสังฆมณฑลแห่งอื่นยังส่งเสื้อผ้า อาหาร น้ำ และของใช้เพื่อสุขอนามัย โดยไม่แบ่งแยกตามวรรณะ ศาสนา หรือชนชั้นทางสังคม

เหตุใดหมู่บ้านห่างไกลจึงต้องได้รับความใส่ใจเป็นพิเศษ

รัฐอัสสัมเสี่ยงต่อภาวะน้ำท่วมเป็นพิเศษ เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนที่ราบน้ำท่วมถึงของแม่น้ำพรหมบุตรและแม่น้ำสาขา ในช่วงมรสุม แม่น้ำจะมีปริมาณน้ำมหาศาล ขณะที่ฝนที่ตกฉับพลันในพื้นที่ภูเขาของรัฐใกล้เคียงอาจทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมง เมื่อถนนเสียหาย มีโคลน สะพานจมอยู่ใต้น้ำ และระบบไฟฟ้าขัดข้อง หมู่บ้านต่าง ๆ ก็อาจถูกตัดขาดจากศูนย์บรรเทาทุกข์อย่างเป็นทางการ

ระหว่างน้ำท่วมเดือนกรกฎาคม เจ้าหน้าที่ระบุว่าทีมกู้ภัยจากกองกำลังรับมือภัยพิบัติของรัฐ กองกำลังรับมือภัยพิบัติแห่งชาติ กองทัพบก และกองทัพอากาศ ได้ช่วยเหลือผู้คนหลายหมื่นคน มีรายงานว่าหมู่บ้านกว่า 2,000 แห่งจมอยู่ใต้น้ำในช่วงหนึ่ง โดยบางพื้นที่ของนาซิราและศิวะสาครเป็นจุดที่ทีมภาคพื้นดินเข้าถึงได้ยากหรือไม่สามารถเข้าถึงได้

องค์กรคริสตจักรใช้เครือข่ายวัดเพื่อระบุชุมชนที่ต้องการความช่วยเหลือและแจกจ่ายสิ่งของในพื้นที่ เครือข่ายนี้เป็นประโยชน์ในบริเวณที่โบสถ์ สำนักแม่ชี และกลุ่มชุมชนรู้จักหมู่บ้าน ครอบครัว และเส้นทางในท้องถิ่นอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม โบสถ์ประจำหมู่บ้าน อาคารวัด และสำนักแม่ชีหลายแห่งก็จมอยู่ใต้น้ำ ส่งผลให้ความสามารถในการช่วยเหลือของกลุ่มเหล่านี้ลดลง ขณะเดียวกันก็ยิ่งต้องพึ่งความช่วยเหลือจากภายนอก

โจนัส ลักรา อดีตเจ้าหน้าที่คาริตัส อินเดีย ซึ่งทำงานร่วมกับองค์กรด้านมนุษยธรรมในท้องถิ่น กล่าวว่า กลุ่มคริสเตียนกำลังประเมินพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติมก่อนเริ่มปฏิบัติการรอบใหม่ เขากล่าวว่าทีมงานพร้อมลงมือเมื่อได้รับข้อมูลและการอนุมัติจากทางการ

โฆษณา

ครอบครัวทยอยกลับบ้านที่เสียหาย

น้ำท่วมสิ้นสุดลงไม่ได้หมายความว่าชีวิตจะกลับสู่ภาวะปกติ หลายครอบครัวกลับไปยังบ้านที่พังเสียหาย โครงสร้างอ่อนแอ หรือเต็มไปด้วยโคลนและเศษซาก บ้านไม้ไผ่ที่จมอยู่ใต้น้ำหลายวันพังถล่มลงในหลายพื้นที่ ส่วนบ้านอื่น ๆ ต้องซ่อมแซมหลังคา ประตู หน้าต่าง และโครงสร้างก่อนจึงจะเข้าอยู่อาศัยได้อย่างปลอดภัย

ประชาชนยังสูญเสียเครื่องครัว อาหารที่เก็บไว้ เสื้อผ้า เตียง ผ้าห่ม ภาชนะใส่น้ำ และอุปกรณ์ทำความสะอาด อัลเบิร์ต เฮมรม บิชอปแห่งดิบรูการ์ห์กล่าวว่า บางครอบครัวได้รับอาหารแล้ว แต่ไม่มีสถานที่หรืออุปกรณ์สำหรับทำอาหาร เพราะข้าวของเครื่องใช้ในบ้านถูกน้ำพัดหายไป

บิชอปกล่าวถึงระดับน้ำที่ลดลงอย่างช้า ๆ ในบางส่วนของสังฆมณฑล โดยระบุว่าแม้ฝนจะหยุดตกมาหลายวันแล้ว แต่สถานการณ์ก็ยังไม่ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะน้ำท่วมไม่มีทางระบายออกอย่างชัดเจน

แม้ช่วงสามถึงสี่วันที่ผ่านมาไม่มีฝนตก แต่น้ำก็ไม่มีทางระบายออก ระดับน้ำยังไม่ลดลง

การกลับบ้านยังนำมาซึ่งความกังวลด้านสุขภาพ น้ำที่ขังอยู่อาจปนเปื้อนบ่อน้ำและกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ซากสัตว์และเศษวัสดุที่เน่าเปื่อยอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ขณะที่ผู้ที่อาศัยในศูนย์พักพิงที่แออัดอาจเผชิญความเสี่ยงเพิ่มเติม ผู้นำคริสตจักรเรียกร้องให้มีแพทย์ พยาบาล และยาเตรียมพร้อม หากเกิดการระบาดของโรค

ฟื้นฟูบ้านเรือนและอาชีพ

สังฆมณฑลดิบรูการ์ห์เปลี่ยนจากการแจกจ่ายอาหารฉุกเฉินไปสู่โครงการฟื้นฟูระยะยาว ระยะต่อไปมีเป้าหมายช่วยครอบครัวซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้ปลอดภัย จัดหาสิ่งของจำเป็นในบ้านทดแทน และฟื้นฟูช่องทางทำมาหากิน

วัสดุก่อสร้างที่ต้องการ ได้แก่ แผ่นมุงหลังคา ไม้ไผ่ ไม้ ปูนซีเมนต์ ผ้าใบกันฝน ประตู หน้าต่าง และเครื่องมือ ครอบครัวยังต้องการเครื่องครัว เตียง ผ้าห่ม เสื้อผ้า โคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ เครื่องกรองน้ำ ภาชนะเก็บของ และชุดสุขอนามัย สิ่งเหล่านี้เป็นของจำเป็นพื้นฐาน แต่เป็นตัวกำหนดว่าครัวเรือนจะออกจากค่ายบรรเทาทุกข์และเริ่มใช้ชีวิตได้ด้วยตนเองอย่างปลอดภัยหรือไม่

การฟื้นฟูภาคเกษตรต้องอาศัยเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย เครื่องมือ และความช่วยเหลือด้านปศุสัตว์ พื้นที่เกษตรยังปกคลุมด้วยตะกอนและเศษซาก ขณะที่เกษตรกรจำนวนมากสูญเสียสัตว์ที่ใช้เป็นแหล่งอาหาร แรงงานขนส่ง หรือสร้างรายได้ พ่อค้ารายย่อยและเจ้าของร้านก็อาจต้องการความช่วยเหลือเพื่อจัดหาสินค้ามาทดแทนและกลับมาเปิดกิจการ

เด็ก ๆ เผชิญกับความสูญเสียอีกด้านหนึ่ง น้ำท่วมทำลายหนังสือเรียน สมุด กระเป๋านักเรียน เครื่องแบบ ใบรับรอง และเอกสารทะเบียนต่าง ๆ วัดต่าง ๆ กำลังช่วยครอบครัวจัดหาอุปกรณ์การเรียนทดแทน เพื่อให้เด็ก ๆ กลับไปเรียนได้ การจัดทำใบรับรองทะเบียนฉบับใหม่โดยรัฐบาลอาจช่วยนักเรียนที่ทำเอกสารสูญหายด้วย

บิชอปเฮมรมกล่าวว่า ค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูจะสูงกว่าการแจกจ่ายอาหารในช่วงฉุกเฉิน เขาเรียกร้องให้มีความช่วยเหลือในการสร้างบ้านใหม่ จัดหาเครื่องครัวและเสื้อผ้าทดแทน ตลอดจนรองรับความต้องการด้านการแพทย์

ผมขอเรียกร้องให้ผู้มีจิตเมตตาทุกคนยื่นมือเข้ามาช่วย โดยเฉพาะในระยะที่สองของการฟื้นฟู ซึ่งเราต้องสร้างบ้านและจัดซื้อเครื่องครัวกับเสื้อผ้า

โฆษณา

ความช่วยเหลือจากรัฐบาลและการทำงานของคริสตจักร

การตอบสนองของคริสตจักรเกิดขึ้นควบคู่กับปฏิบัติการขนาดใหญ่ของรัฐบาล ทางการรัฐอัสสัมเปิดค่ายบรรเทาทุกข์และศูนย์แจกจ่ายสิ่งของ ทยอยฟื้นฟูระบบไฟฟ้า และส่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าไปในพื้นที่น้ำท่วม รัฐบาลกลางระบุว่ากำลังใช้เงินจากกองทุนรับมือภัยพิบัติของรัฐเพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน และคาดว่าจะจัดสรรงบประมาณจากส่วนกลางเพิ่มเติมหลังการประเมินความเสียหายโดยละเอียด

ทีมงานของรัฐบาลรายงานความเสียหายต่อคันกั้นน้ำ ถนน สะพาน โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และนาข้าว ทีมสัตวแพทย์ยังลงพื้นที่รักษาสัตว์ที่ได้รับผลกระทบด้วย รัฐบาลทั้งระดับรัฐและส่วนกลางกำลังเผชิญภารกิจยากลำบากในการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ พร้อมกับช่วยครอบครัวจัดหาทรัพย์สินส่วนตัวทดแทน ซึ่งมักไม่ครอบคลุมอยู่ในสิ่งของบรรเทาทุกข์มาตรฐาน

ผู้นำคริสตจักรกล่าวว่า บทบาทของพวกเขาคือการเข้าถึงผู้ที่อาจตกหล่นจากระบบช่วยเหลือขนาดใหญ่ โดยเฉพาะประชาชนในหมู่บ้านห่างไกล งานของพวกเขาครอบคลุมการแจกจ่ายอาหารและน้ำ ระบุครัวเรือนที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน และติดต่อกับครอบครัวอย่างต่อเนื่องหลังค่ายพักพิงปิดลง

ความช่วยเหลือครั้งนี้มีคณะกรรมการสตรีประจำสังฆมณฑล คณะกรรมการเยาวชน และวัดในดูมดูมา ดูเลียจัน นิลโมนี และราชาบารีเข้าร่วม กลุ่มแม่บ้าน อาสาสมัครเยาวชน และศูนย์เซวาเคนดราของสังฆมณฑลยังร่วมกันรวบรวมและส่งมอบสิ่งของ องค์กรพัฒนาเอกชนขนาดเล็กหลายแห่งก็เข้าร่วมด้วย แม้เจ้าหน้าที่คริสตจักรระบุว่าความเสียหายมีขนาดใหญ่เกินกว่าจะรับมือได้โดยลำพัง และจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากเครือข่ายองค์กรการกุศล บริษัท และผู้บริจาคที่กว้างขวางขึ้น

การฟื้นฟูระยะยาวในอัสสัมตอนบน

น้ำท่วมที่เกิดซ้ำเป็นสิ่งคุ้นเคยในชีวิตของผู้คนในรัฐอัสสัม แต่ความรวดเร็วและวงกว้างของภัยพิบัติครั้งนี้สร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อครอบครัวและหน่วยงานรับมือ รายงานระบุว่า ปริมาณฝนในบางพื้นที่ของอัสสัมและนากาแลนด์ระหว่างวันที่ 18 ถึง 20 กรกฎาคม สูงกว่าระดับปกติหลายเท่า โดยบางพื้นที่ถูกน้ำท่วมภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

การฟื้นฟูไม่ได้ขึ้นอยู่กับการจัดหาสิ่งของที่สูญเสียไปทดแทนเท่านั้น ครอบครัวต้องมีที่พักพิงที่ปลอดภัยก่อนฝนตกหนักระลอกต่อไป มีน้ำสะอาดเพื่อป้องกันการเจ็บป่วย มีเครื่องมือสำหรับเคลียร์พื้นที่เพาะปลูก และได้รับความช่วยเหลือในการเริ่มทำเกษตรหรือกิจการขนาดเล็กอีกครั้ง เด็ก ๆ ต้องมีเอกสารและอุปกรณ์การเรียน ส่วนผู้สูงอายุ ผู้หญิง คนพิการ และผู้ที่สูญเสียญาติอาจต้องได้รับการดูแลเฉพาะด้าน

ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมยังกลายเป็นหัวข้อถกเถียงในที่สาธารณะ คนในพื้นที่บางส่วนเชื่อมโยงความเสียหายจากการทำเหมืองและการตัดไหล่เขาในบางพื้นที่ของอัสสัมตอนบนกับความรุนแรงของน้ำท่วม แม้ยังไม่มีหน่วยงานทางการใดยืนยันว่ากิจกรรมดังกล่าวเป็นสาเหตุของภัยพิบัติครั้งนี้ เป้าหมายเร่งด่วนยังคงเป็นการกู้ภัย สาธารณสุข และการฟื้นฟู ส่วนประเด็นเรื่องการระบายน้ำ การใช้ที่ดิน คันกั้นน้ำ และการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมในวงกว้างจะต้องได้รับการทบทวนแยกต่างหาก

บิชอปเฮมรมเรียกร้องให้ผู้บริจาคและองค์กรต่าง ๆ ช่วยชุมชนฟื้นคืนศักดิ์ศรีและพึ่งพาตนเอง สังฆมณฑลระบุว่าเป้าหมายคือการจัดหาวัสดุและความช่วยเหลือทางการเงิน เพื่อให้ครอบครัวสร้างบ้านใหม่ ฟื้นฟูอาชีพ และส่งลูกกลับไปโรงเรียนได้

ขอให้เราร่วมกันเป็นเครื่องมือแห่งความเมตตาของพระเจ้า ช่วยให้พี่น้องของเราสร้างบ้านขึ้นใหม่ ฟื้นฟูอาชีพ และมองไปยังอนาคตด้วยความหวังที่กลับคืนมา

สรุปประเด็นสำคัญ

  • น้ำท่วมระหว่างวันที่ 19 ถึง 24 กรกฎาคมสร้างความเสียหายอย่างหนักในบางพื้นที่ของอัสสัมตอนบน โดยเฉพาะเขตชาไรเดโอ ศิวะสาคร และจอร์ฮัต
  • รายงานจากรัฐและหน่วยงานด้านมนุษยธรรมระบุยอดผู้เสียชีวิตอยู่ระหว่าง 62 ถึง 68 คน โดยตัวเลขเปลี่ยนแปลงตามการประเมินในช่วงฉุกเฉิน
  • มีรายงานว่าประชาชนราว 650,000 คนทั่วรัฐอัสสัมได้รับผลกระทบ และหลายหมื่นคนพักอยู่ในค่ายบรรเทาทุกข์
  • สังฆมณฑลดิบรูการ์ห์แจกจ่ายอาหาร น้ำ ของใช้เพื่อสุขอนามัย และมุ้งให้หมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงช่วยเหลือ 106 ครอบครัวในสามชุมชน
  • ระยะต่อไปมุ่งเน้นการซ่อมแซมบ้าน จัดหาของใช้ในครัวเรือน การดูแลสุขภาพ การศึกษา และการฟื้นฟูเกษตรกรรมกับธุรกิจขนาดเล็ก
  • กลุ่มคริสตจักรเรียกร้องให้องค์กรการกุศล บริษัท และผู้บริจาครายบุคคลร่วมสนับสนุนการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง
แชร์บทความนี้

เรื่องที่คุณอาจชอบ