เกาหลีใต้ประกาศคลื่นความร้อนเป็นภัยพิบัติระดับชาติ หลังอุณหภูมิทำสถิติใหม่และคร่าชีวิต 19 ราย

ใช้เวลาอ่าน 5 นาที
เกาหลีใต้ประกาศคลื่นความร้อนเป็นภัยพิบัติระดับชาติ หลังอุณหภูมิทำสถิติใหม่และคร่าชีวิต 19 ราย

อุณหภูมิทำสถิติใหม่ ทุบสถิติในอดีต

เกาหลีใต้เผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยอุณหภูมิพุ่งสูงถึงระดับที่ไม่เคยพบในบันทึกสถิติกว่า 100 ปี เมืองยางซานทางตะวันออกเฉียงใต้มีอุณหภูมิสูงถึง 42.5 องศาเซลเซียสเมื่อวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นอุณหภูมิสูงสุดในรอบ 122 ปีของการบันทึกข้อมูลโดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาเกาหลี พื้นที่อื่นอย่างโกเรียงมีอุณหภูมิสูงถึง 41.2 องศาเซลเซียส ขณะที่เขตหนึ่งในกรุงโซลมีอุณหภูมิแตะ 39 องศาเซลเซียส นักพยากรณ์อากาศเชื่อมโยงสภาพอากาศรุนแรงนี้กับระบบความกดอากาศสูงหลายระลอกที่ซ้อนทับกัน ประกอบกับปรากฏการณ์เฟิน ซึ่งทำให้อากาศอุ่นขึ้นขณะเคลื่อนตัวลงจากแนวเทือกเขา

สารบัญ
  1. อุณหภูมิทำสถิติใหม่ ทุบสถิติในอดีต
  2. ประธานาธิบดีอี แจ-มยองสั่งรับมือระดับชาติ
  3. โซลประกาศเตือนภัยระดับสูงสุด
  4. ชุมชนเปราะบางเผชิญความยากลำบากอย่างหนัก
  5. คลื่นความร้อนแผ่ขยายทั่วเอเชียตะวันออก
  6. ระบบไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานเผชิญแรงกดดัน
  7. รูปแบบภูมิอากาศเปลี่ยนบรรทัดฐานของฤดูร้อน
  8. ประเด็นสำคัญ

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเกาหลีประกาศเตือนภัยคลื่นความร้อนรุนแรงเป็นครั้งแรกครอบคลุมทั่วกรุงโซลเมื่อวันอังคาร หลังขยายการแจ้งเตือนจากเขตทางใต้และตะวันตก เกณฑ์การแจ้งเตือนนี้จะเริ่มใช้เมื่ออุณหภูมิที่ร่างกายรู้สึกได้เกิน 38 องศาเซลเซียส หรืออุณหภูมิสูงสุดจริงเกิน 39 องศาเซลเซียส ทางการแนะนำให้ประชาชนงดกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น ทำเกษตร เล่นกีฬา และทำงานก่อสร้าง

โฆษณา

ประธานาธิบดีอี แจ-มยองสั่งรับมือระดับชาติ

ประธานาธิบดีอี แจ-มยองกล่าวในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคาร พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับมือสถานการณ์นี้ในฐานะภัยพิบัติระดับชาติ เขาสั่งให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองกลุ่มเปราะบาง ตรวจสอบโครงข่ายไฟฟ้าท่ามกลางความต้องการใช้เครื่องปรับอากาศที่พุ่งสูง และปรับปรุงกรอบการรับมือภัยพิบัติ อีระบุว่ารูปแบบสภาพอากาศที่ผิดปกติทำให้มีโอกาสเกิดสภาพอากาศรุนแรงต่อเนื่องมากขึ้นในระยะต่อไป

สำนักงานควบคุมและป้องกันโรคเกาหลีรายงานผู้เสียชีวิตจากสาเหตุเกี่ยวเนื่องกับความร้อน 19 ราย โดย 13 รายมีอายุ 80 ปีขึ้นไป นับตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม มีผู้เข้ารับการรักษาอาการเจ็บป่วยจากความร้อนทั่วประเทศอย่างน้อย 2,025 ราย ชายสูงอายุสองคนเสียชีวิตขณะทำงานกลางแจ้งเมื่อวันอาทิตย์ คนหนึ่งทำงานในโรงเรือนเพาะปลูกใกล้กรุงโซล ส่วนอีกคนอยู่ในเมืองปูซาน

โซลประกาศเตือนภัยระดับสูงสุด

เจ้าหน้าที่ขยายประกาศเตือนภัยระดับสูงสุดครอบคลุมทั่วเมืองหลวงเมื่อเช้าวันอังคาร มาตรการดังกล่าวกำหนดให้ระงับงานกลางแจ้งที่ไม่จำเป็นทันที เจ้าหน้าที่กรุงโซลจัดประชุมฉุกเฉินและส่งพยาบาลไปตรวจเยี่ยมประชาชนกลุ่มเสี่ยง 63,000 คน รวมถึงผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ตามลำพังและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง รถบรรทุก 200 คันฉีดพ่นน้ำบนถนนยาวเกือบ 2,000 กิโลเมตร สูงสุดวันละ 6 รอบ ขณะที่ระบบพ่นละอองน้ำทำงานต่อเนื่อง

การแข่งขันเบสบอลอาชีพสองนัดที่กำหนดจัดในกรุงโซลและเมืองควางจูถูกยกเลิกด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ในจังหวัดคยองซังเหนือใช้โดรนติดตั้งลำโพงและกล้องถ่ายภาพความร้อน เพื่อตรวจตราสถานที่กลางแจ้งยอดนิยมและแจ้งเตือนประชาชน

โฆษณา

ชุมชนเปราะบางเผชิญความยากลำบากอย่างหนัก

ผู้อยู่อาศัยในชุมชนจจ็อกบัง ซึ่งเป็นที่พักห้องเดี่ยวที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ เล่าว่าสภาพอากาศเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โช ซังยอน ซึ่งอาศัยอยู่ในเขตยองดึงโพทางตะวันตกของกรุงโซลมาเกือบ 20 ปี กล่าวว่าอากาศร้อนครั้งนี้รุนแรงกว่าที่เคยพบ บางคนย้ายไปพักชั่วคราวในศูนย์พักพิงของรัฐบาลที่มีเครื่องทำความเย็น ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงฉีดพ่นน้ำตามถนนและเฝ้าระวังคนไร้บ้าน

ประธานาธิบดีอีเน้นย้ำให้บังคับใช้สิทธิของแรงงานในการหยุดงานระหว่างสภาพอากาศร้อนจัด และเรียกร้องให้กำกับดูแลสถานที่ทำงานกลางแจ้งและพื้นที่ปิดอย่างเข้มงวดยิ่งขึ้น มาตรการช่วยเหลือมุ่งเป้าไปที่ผู้สูงอายุที่อยู่ตามลำพังและผู้คนที่อาศัยในที่พักคับแคบ

คลื่นความร้อนแผ่ขยายทั่วเอเชียตะวันออก

วิกฤตครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในเกาหลีใต้ ในญี่ปุ่น มีผู้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจากโรคลมแดดเกือบ 18,600 คน ระหว่างวันที่ 20-26 กรกฎาคม โดยมีผู้เสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล 45 คน สิงโตสามตัวที่สวนสัตว์ทามะในกรุงโตเกียวตายจากภาวะที่สงสัยว่าเกิดจากโรคลมแดด แม้มีมาตรการรับมือแล้วก็ตาม โฆษกหญิงของสวนสัตว์ระบุว่า ความชื้นสูงเป็นปัจจัยที่ทำให้ฤดูร้อนของญี่ปุ่นแตกต่างจากสภาพอากาศที่แห้งกว่าในแอฟริกา ส่วนเกาหลีเหนือยังคงประกาศเตือนภัยความร้อนทั่วประเทศ ขณะที่สวนน้ำในกรุงเปียงยางมีผู้คนไปใช้บริการจำนวนมาก

นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ทำให้คลื่นความร้อนเกิดบ่อยและรุนแรงขึ้น หน่วยงานด้านสภาพอากาศของสหประชาชาติเตือนว่าเอลนีโญกำลังทวีความรุนแรง และมีแนวโน้มทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นรวมถึงเปลี่ยนแปลงรูปแบบฝน

โฆษณา

ระบบไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานเผชิญแรงกดดัน

เจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามโครงข่ายไฟฟ้า ขณะที่ความต้องการใช้เครื่องปรับอากาศพุ่งทำสถิติใหม่ ประธานาธิบดีอีสั่งตรวจสอบระบบเพื่อป้องกันไฟฟ้าดับ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อประชาชนในช่วงที่อากาศร้อนจัด จำนวนวันในแต่ละปีที่อุณหภูมิสูงถึงอย่างน้อย 33 องศาเซลเซียสเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าในช่วงห้าปีที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับทศวรรษ 1970

รูปแบบภูมิอากาศเปลี่ยนบรรทัดฐานของฤดูร้อน

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเกาหลีระบุว่า ความร้อนที่ยืดเยื้อมีสาเหตุมาจากระบบความกดอากาศสูงแปซิฟิกเหนือที่มาเร็วกว่าปกติและมีกำลังแรงขึ้น รวมถึงอุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่อุ่นขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ความชื้นคงอยู่และเกิดคืนที่อากาศร้อนชื้นบ่อยขึ้น ปัจจุบันคลื่นความร้อนเริ่มมาเร็วกว่าเดิมและกินเวลานานกว่าหลายทศวรรษที่ผ่านมา

ไต้ฝุ่นดอลฟินที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาจากทางตะวันออก อาจทำให้ความชื้นเพิ่มขึ้นหรือนำความเย็นมาบรรเทาชั่วคราว ขึ้นอยู่กับเส้นทางของพายุ นักพยากรณ์คาดว่าพายุจะอ่อนกำลังก่อนขึ้นฝั่ง โดยจะอยู่ในระดับไต้ฝุ่นขั้น 1 หรือ 2

โฆษณา

ประเด็นสำคัญ

  • ประธานาธิบดีอี แจ-มยองประกาศให้คลื่นความร้อนเป็นภัยพิบัติระดับชาติ และสั่งปรับปรุงระบบรับมือวิกฤต
  • เมืองยางซานมีอุณหภูมิ 42.5 องศาเซลเซียส สูงสุดในรอบ 122 ปีของการบันทึกข้อมูล
  • มีผู้เสียชีวิตจากสาเหตุเกี่ยวเนื่องกับความร้อน 19 ราย โดย 13 รายมีอายุ 80 ปีขึ้นไป และมีผู้เข้ารับการรักษามากกว่า 2,000 รายตั้งแต่เดือนพฤษภาคม
  • กรุงโซลประกาศเตือนภัยความร้อนรุนแรงครอบคลุมทั่วเมืองหลวงเป็นครั้งแรก
  • สิงโตสามตัวตายจากภาวะที่สงสัยว่าเกิดจากโรคลมแดดที่สวนสัตว์ในกรุงโตเกียว ท่ามกลางคลื่นความร้อนที่แผ่ขยายทั่วภูมิภาค
  • การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและเอลนีโญมีส่วนทำให้เกิดสภาพอากาศสุดขั้วบ่อยและรุนแรงขึ้น
แชร์บทความนี้

เรื่องที่คุณอาจชอบ