การโจมตีขยายวงพ้นฐานที่มั่นเดิมทางเหนือ
มีรายงานการต่อต้านการปกครองของตอลิบานด้วยอาวุธในพื้นที่กว้างขึ้นทั่วอัฟกานิสถาน รวมถึงจังหวัดทางใต้ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นฐานทางการเมืองของขบวนการนี้ กิจกรรมดังกล่าวยังไม่ได้ก่อให้เกิดรัฐบาลคู่แข่งหรือคุกคามการควบคุมเมืองใหญ่ของตอลิบาน แต่ก็ทำให้คำกล่าวอ้างของตอลิบานที่ว่าการควบคุมของตนนำมาซึ่งความมั่นคงอย่างยั่งยืนมีน้ำหนักน้อยลง
สารบัญ
รายงานของสหประชาชาติให้ภาพสถานการณ์อย่างระมัดระวัง เลขาธิการสหประชาชาติบันทึกเหตุโจมตี 88 ครั้งที่กลุ่มต่อต้านด้วยอาวุธอ้างความรับผิดชอบใน 21 จังหวัด ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคมถึง 31 กรกฎาคม 2026 ผู้ตรวจสอบยืนยันเหตุการณ์ได้ 55 ครั้ง และประเมินว่ากลุ่มเหล่านี้ไม่ได้คุกคามการควบคุมพื้นที่ของตอลิบานอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ตัวเลขที่รวบรวมแยกต่างหากสำหรับเดือนสิงหาคมและกันยายนระบุว่า มีการอ้างเหตุโจมตี 119 ครั้งใน 26 จากทั้งหมด 34 จังหวัดของอัฟกานิสถาน ตัวเลขช่วงหลังมาจากกลุ่มผู้ก่อเหตุเอง จึงไม่อาจถือเป็นยอดที่ได้รับการยืนยันโดยอิสระ
รายงานอื่น ๆ ในช่วงที่ผ่านมาเล่าถึงการโจมตีใน 9 จังหวัดภายในสัปดาห์เดียว โดยแนวร่วมต่อต้านอ้างว่าปฏิบัติการอย่างน้อย 15 ครั้ง พวกเขารายงานว่ามีสมาชิกตอลิบานเสียชีวิตราว 30 คน แต่ยังไม่มีการยืนยันข้อกล่าวอ้างเหล่านี้โดยอิสระ ตัวเลขเช่นนี้ควรพิจารณาด้วยความระมัดระวัง ภาพการกระจายตัวทางภูมิศาสตร์อาจให้ข้อมูลมากกว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตที่ยังเป็นข้อโต้แย้ง โดยมีรายงานการโจมตีในบาดัคชานและบักลาน รอบกรุงคาบูล ตลอดจนจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงเฮรัต กันดาฮาร์ และเฮลมันด์
รูปแบบดังกล่าวบ่งชี้ว่าการต่อต้านด้วยอาวุธกำลังกระจายตัวมากขึ้น แต่เพียงเท่านี้ยังไม่อาจสรุปได้ว่ากลุ่มต่าง ๆ แข็งแกร่งขึ้นหรือประสานงานกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ การโจมตีที่กระจัดกระจายอาจเผยให้เห็นช่องโหว่ด้านความมั่นคงในระดับท้องถิ่น ขณะเดียวกันก็ช่วยให้กองกำลังตอลิบานเห็นเบาะแสว่าควรเสริมกำลังที่ใด
เหตุใดภาคใต้จึงสำคัญ
ในช่วงปีแรก ๆ หลังตอลิบานกลับมามีอำนาจในปี 2021 แนวร่วมต่อต้านแห่งชาติ (NRF) และแนวร่วมเสรีภาพอัฟกานิสถาน (AFF) มักถูกเชื่อมโยงกับความเคลื่อนไหวในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ตอลิบานสามารถนำเสนอฝ่ายต่อต้านว่าเป็นเพียงเศษซากของสาธารณรัฐเดิม ซึ่งกระจุกตัวอยู่ในชุมชนและเครือข่ายทางการเมืองที่เชื่อมโยงกับพันธมิตรภาคเหนือในอดีต
แนวร่วมสหรัฐอัฟกานิสถาน (AUF) ซึ่งนำโดยซามี ซาดัต อดีตพลโทกองทัพอัฟกานิสถาน อ้างว่าได้ปฏิบัติการในจังหวัดทางใต้และตะวันตก รวมถึงกันดาฮาร์ เฮลมานด์ นิมรูซ กอร์ บาดกิส และฟารยาบ AUF วางภาพตนเองเป็นขบวนการระดับชาติและอาศัยกำลังจากอดีตเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง การปรากฏตัวที่มีรายงานในพื้นที่ชาวพาชตุนท้าทายแนวคิดที่ว่าการต่อต้านด้วยอาวุธจำกัดอยู่แค่ทางเหนือ แต่ไม่ได้เป็นหลักฐานว่าชาวพาชตุนลุกฮือเป็นวงกว้าง และไม่ได้แสดงว่าตอลิบานใกล้สูญเสียกันดาฮาร์หรือเฮลมานด์
ข้อกล่าวอ้างล่าสุดสะท้อนทั้งการขยายตัวทางภูมิศาสตร์และข้อจำกัดของสิ่งที่ยืนยันได้ AUF ระบุว่าได้สังหารเจ้าหน้าที่ตอลิบานผู้รับผิดชอบการบังคับใช้กฎว่าด้วยความประพฤติในที่สาธารณะ ในเขตคักเรซของกันดาฮาร์ ส่วนอีกกรณีหนึ่ง แนวร่วมระดมพลแห่งชาติระบุว่าได้สังหารหัวหน้าหน่วยข่าวกรองประจำเรือนจำนังการ์ฮาร์ในเมืองจาลาลาบัด รายงานที่มีอยู่ยังไม่มีการยืนยันข้อกล่าวอ้างทั้งสองกรณีโดยอิสระ
ในเมืองมะซารีชารีฟ แนวร่วมเอกราชแห่งชาติอ้างว่าโจมตีด้วยจรวดใส่สำนักงานข่าวกรองของตอลิบาน และระบุว่ามีผู้เสียชีวิต 5 คน รวมถึงรองผู้อำนวยการ ส่วน AUF รายงานแยกต่างหากว่าได้ปฏิบัติการ 68 ครั้งใน 19 จังหวัดตลอดสองเดือน โดยอ้างว่าสังหารสมาชิกตอลิบาน 102 คน และทำให้บาดเจ็บ 45 คน ตัวเลขเหล่านี้ยังคงเป็นข้อกล่าวอ้างของกลุ่มติดอาวุธ ไม่ใช่ยอดผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยัน
บาดัคชานกลายเป็นจุดสนใจ
บาดัคชาน จังหวัดภูเขาที่มีพรมแดนติดทาจิกิสถาน จีน และปากีสถาน เป็นพื้นที่สำคัญของการต่อต้านการปกครองของตอลิบานมาอย่างยาวนาน รายงานจากจังหวัดนี้ในปี 2026 กล่าวถึงการโจมตีโดยแนวร่วมที่จัดตั้งมานาน การเกิดขึ้นของกลุ่มท้องถิ่นขนาดเล็ก มาตรการรักษาความมั่นคงของตอลิบานที่เข้มงวดขึ้น ตลอดจนข้อพิพาทเรื่องทรัพยากรและอำนาจในท้องถิ่น
มีรายงานว่าแนวร่วมทหารผู้พิทักษ์มาตุภูมิ หรือที่รู้จักในชื่อซีปาฮียานเอมีฮาน เปิดฉากโจมตีในยาftัลเอซุฟลาเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม รายงานระบุว่านักรบยึดศูนย์กลางเขต รวมถึงอาคารฝ่ายปกครอง ตำรวจ และข่าวกรองไว้ได้ชั่วครู่ก่อนถอนกำลัง หากยืนยันได้ตามที่รายงาน นี่จะเป็นกรณีผิดปกติที่ตอลิบานสูญเสียศูนย์กลางเขต นับตั้งแต่กลับมามีอำนาจ รายงานระบุว่าผู้นำกลุ่มคือกอยุม มาลัง อดีตเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง และสมาชิกเป็นทั้งอดีตเจ้าหน้าที่กับชาวบ้านในพื้นที่ ตอลิบานระบุว่ามีการจับกุมหลังการโจมตี ขณะที่กลุ่มปฏิเสธว่าสมาชิกถูกจับ
NRF และ AFF ยังอ้างว่าปฏิบัติการในบาดัคชาน รวมถึงบริเวณยาftัลเอซุฟลา เซบัก และดาราเยมด้วย ช่วงต้นเดือนตุลาคม NRF อ้างว่าได้สังหารรองเจ้าหน้าที่ข่าวกรองตอลิบานและองครักษ์ 2 คนในไฟซาบัด รายงานเบื้องต้นจากท้องถิ่นกล่าวถึงเหตุระเบิดและเจ้าหน้าที่ข่าวกรองที่ได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ NRF ระบุว่าเป็นการสังหารแบบเจาะจง ตอลิบานไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ และไม่สามารถยืนยันตัวตนหรือชะตากรรมของเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวได้โดยอิสระ
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม AFF อ้างความรับผิดชอบต่อเหตุระเบิดใกล้กองบัญชาการตำรวจตอลิบานในไฟซาบัด โดยระบุว่ามีสมาชิกตอลิบานเสียชีวิต 4 คน รวมถึงผู้บัญชาการ ตำรวจตอลิบานยืนยันว่าเกิดระเบิดโจมตีรถยนต์ และระบุว่าพลเรือน 2 คนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย รายงานจากท้องถิ่นระบุว่ามีผู้ถูกควบคุมตัวจำนวนมากหลังเหตุการณ์ ขณะที่ตำรวจกล่าวว่าระบุตัวและจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 4 คน ไม่สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงจากรายงานที่แตกต่างกันเหล่านี้ให้ตรงกันได้โดยอิสระ
ความไม่สงบในบาดัคชานมีรากเหง้าทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ จังหวัดนี้มีแหล่งแร่ทองคำ เงิน และลาพิสลาซูลีที่มีมูลค่าสูง ความพยายามของทางการตอลิบานในการรวมศูนย์รายได้จากเหมือง มีรายงานว่าก่อให้เกิดความไม่พอใจและความขัดแย้งในหมู่ผู้บัญชาการท้องถิ่น การบังคับใช้คำสั่งห้ามปลูกฝิ่นในปี 2022 ยังสร้างความโกรธแค้นให้เกษตรกร และรายงานเกี่ยวกับจังหวัดนี้ระบุว่า การประท้วงต่อต้านปฏิบัติการกำจัดฝิ่นในปี 2024 ถูกตอบโต้ด้วยความรุนแรง ข้อจำกัดที่กระทบชุมชนอิสมาอีลี ตลอดจนความตึงเครียดเรื่องการแต่งตั้งและอำนาจในท้องถิ่น ล้วนเพิ่มความคับข้องใจที่มีอยู่เดิม
ชาวเมืองยาftัลเอซุฟลารายหนึ่งบอกกับเรดิโออาซาดีว่า มาตรการรักษาความมั่นคงเข้มงวดขึ้นหลังเกิดเหตุการณ์ล่าสุด เขากล่าวถึงด่านตรวจ การตรวจค้น การตรวจโทรศัพท์ และการลาดตระเวนยามค่ำคืน คำบอกเล่าเช่นนี้ไม่อาจยืนยันได้ว่ามาตรการเหล่านี้แพร่หลายเพียงใด แต่แสดงให้เห็นว่าการโจมตีส่งผลต่อชีวิตพลเรือนได้ แม้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงการควบคุมพื้นที่
หลายแนวร่วม แต่ไม่มีศูนย์บัญชาการร่วม
ฝ่ายต่อต้านในอัฟกานิสถานประกอบด้วยองค์กรแยกจากกัน ไม่ใช่กองทัพเดียว NRF ซึ่งนำโดยอะห์หมัด มัสอูด, AFF ซึ่งนำโดยยาซิน เซีย อดีตผู้บัญชาการกองทัพ และ AUF ของซาดัต ต่างมีผู้นำและจุดยืนทางการเมืองของตนเอง องค์กรขนาดเล็ก เช่น แนวร่วมทหารผู้พิทักษ์มาตุภูมิ แนวร่วมเอกราชแห่งชาติ แนวร่วมระดมพลแห่งชาติ และกลุ่มอื่น ๆ ยิ่งทำให้ภูมิทัศน์นี้ซับซ้อนขึ้น
กลุ่มต่าง ๆ มีฐานสนับสนุน เป้าหมาย และขีดความสามารถทางทหารแตกต่างกัน AFF นำเสนอแนวนโยบายทางการเมืองสำหรับรัฐหลังตอลิบาน NRF อาศัยประวัติศาสตร์และเครือข่ายของพันธมิตรภาคเหนือในอดีต ส่วน AUF ระบุว่าต้องการกลับไปสู่การปกครองตามรัฐธรรมนูญ จุดยืนเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาตกลงกันได้ว่าใครควรปกครอง จะแบ่งปันอำนาจกันอย่างไร หรือการเปลี่ยนผ่านจะเกิดขึ้นด้วยวิธีใด
อดีตนายพลอัฟกานิสถานคนหนึ่งกล่าวถึงความแตกแยกระหว่างแนวร่วมติดอาวุธว่า
มีแนวร่วมอยู่เป็นสิบกลุ่ม ทำให้ประสานงานกันได้ยาก ผมกลัวว่าพวกเขาจะเริ่มสู้กันเอง
ความเสี่ยงนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องสมมติ สงครามกลางเมืองอัฟกานิสถานในทศวรรษ 1990 เกิดขึ้นหลังศัตรูร่วมพ่ายแพ้ และกลุ่มคู่แข่งต่างต่อสู้แย่งชิงอำนาจ แม้กลุ่มต่อต้านในปัจจุบันจะไม่มีอาวุธหนักหรือพื้นที่ยึดครองเท่ากลุ่มหลักในช่วงเวลานั้น แต่การขาดการประสานงานจะทำให้การสร้างทางเลือกทางการเมืองที่มั่นคงเป็นเรื่องยากขึ้น หากการปกครองของตอลิบานอ่อนแอลง
ยังมีหลักฐานเพียงเล็กน้อยว่ามีความพยายามจัดส่งความช่วยเหลือจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจรวมแนวร่วมต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ผู้สนับสนุนในต่างประเทศอาจให้การสนับสนุนทางการเมือง แต่กลุ่มติดอาวุธยังไม่แสดงให้เห็นว่ามีเส้นทางส่งกำลังบำรุงที่ไว้ใจได้หรือศูนย์บัญชาการร่วม ดังนั้น จำนวนการโจมตีและข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับจังหวัดที่เพิ่มขึ้นจึงไม่ควรถูกเข้าใจผิดว่าเป็นการก่อความไม่สงบระดับชาติที่เป็นเอกภาพ
การปราบปรามอาจเพิ่มจำนวนผู้เข้าร่วมฝ่ายต่อต้าน
หลังยึดอำนาจในปี 2021 ตอลิบานประกาศนิรโทษกรรมทั่วไปแก่เจ้าหน้าที่และบุคลากรฝ่ายความมั่นคงในรัฐบาลเดิม นับแต่นั้น คณะผู้แทนช่วยเหลือแห่งสหประชาชาติในอัฟกานิสถานได้บันทึกข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการละเมิดหลายร้อยกรณีต่ออดีตเจ้าหน้าที่และสมาชิกกองกำลังความมั่นคงชุดเดิม ซึ่งรวมถึงการสังหาร การควบคุมตัวโดยพลการ การทรมาน การปฏิบัติที่โหดร้าย และการบังคับบุคคลให้สูญหาย รายงานการละเมิดยังคงมีต่อเนื่องในปี 2026
ตอลิบานอาจอธิบายการกระทำเหล่านี้ว่าเป็นมาตรการรักษาความมั่นคง แต่ก็อาจให้ผลตรงกันข้าม อดีตทหาร ตำรวจ หน่วยคอมมานโด และเจ้าหน้าที่ข่าวกรองมีทั้งการฝึก ความรู้เกี่ยวกับภูมิประเทศในท้องถิ่น เครือข่ายติดต่อ และประสบการณ์เกี่ยวกับยุทธวิธีของตอลิบาน มีรายงานว่าอดีตบุคลากรฝ่ายความมั่นคงบางส่วนเข้าร่วม ก่อตั้ง หรือสนับสนุนกลุ่มต่อต้านด้วยอาวุธ
การประหัตประหารยังอาจทำให้การวางตัวเป็นกลางดูเหมือนจะไม่ช่วยให้ปลอดภัย หากอดีตเจ้าหน้าที่เชื่อว่านิรโทษกรรมไม่อาจคุ้มครองพวกเขาได้ พวกเขาอาจเต็มใจหลบหนี รวมตัวกัน หรือจับอาวุธต่อสู้มากขึ้น ไม่ได้หมายความว่ารายงานการละเมิดทุกกรณีจะนำไปสู่การเข้าร่วมกลุ่ม หรือฝ่ายต่อต้านจะเปลี่ยนความคับข้องใจให้กลายเป็นกำลังทางทหารที่ยั่งยืนได้ แต่หมายความว่าการปฏิบัติต่ออดีตบุคลากรฝ่ายความมั่นคงของตอลิบานอาจส่งผลต่อจำนวนคนที่องค์กรต่อต้านเข้าถึงได้
การต่อต้านกับรัฐอิสลามเป็นภัยคนละประเภท
ตอลิบานยังเผชิญภัยคุกคามด้วยอาวุธอีกกลุ่มหนึ่งจากจังหวัดโคราซานของรัฐอิสลาม หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อไอซิส-เค นี่คือองค์กรก่อการร้ายที่มีเป้าหมายและอุดมการณ์ต่างจากกลุ่มอัฟกันที่ต่อสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงทางการเมือง จึงไม่ควรจัดกลุ่มทั้งสองเข้าด้วยกันเพียงเพราะต่างโจมตีเป้าหมายของตอลิบาน
ความแตกต่างดังกล่าวเห็นได้ชัดในบาดัคชาน ตอลิบานระบุว่าไอซิส-เคอ้างความรับผิดชอบต่อการสังหารซาบิฮุลลาห์ อามิรี เจ้าหน้าที่ข้อมูลและวัฒนธรรมประจำจังหวัด เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ส่วนการโจมตีอื่น ๆ ในจังหวัดนี้ NRF, AFF หรือกลุ่มต่อต้านที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นผู้กล่าวอ้างความรับผิดชอบ ข้อกล่าวอ้างและผู้รับผิดชอบไม่ได้รับการยืนยันโดยอิสระเสมอไป โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เข้าถึงข้อมูลได้อย่างจำกัด
ดังนั้น ตอลิบานจึงต้องรับมือกับความรุนแรงหลายรูปแบบที่แตกต่างกันในเวลาเดียวกัน ทั้งการโจมตีจากกลุ่มติดอาวุธข้ามชาติ และปฏิบัติการของกลุ่มต่อต้านอัฟกันที่ต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครองทางการเมือง ภาระที่รวมกันนี้อาจกดดันขีดความสามารถด้านความมั่นคงและการบริหารในท้องถิ่น แม้ปัจจุบันภัยทั้งสองประเภทจะยังไม่สามารถยึดและรักษาการควบคุมพื้นที่ขนาดใหญ่ไว้ได้
ยังคงควบคุมพื้นที่ได้ แต่สถานการณ์ความมั่นคงยังไม่คลี่คลาย
การประเมินของสหประชาชาติที่ว่าการต่อต้านด้วยอาวุธไม่ได้คุกคามการควบคุมดินแดนของตอลิบานอย่างมีนัยสำคัญ เป็นประเด็นสำคัญในการประเมินสถานการณ์ ไม่มีกลุ่มต่อต้านใดควบคุมเมืองใหญ่ได้ และไม่มีฝ่ายใดแสดงแสนยานุภาพตามแบบที่จำเป็นต่อการบุกกรุงคาบูล ตอลิบานยังได้เปรียบด้านกำลังพล การขนส่ง ข่าวกรอง และอาวุธหนัก
อย่างไรก็ตาม การควบคุมพื้นที่เป็นเพียงตัวชี้วัดหนึ่งของเสถียรภาพ การโจมตีที่เกิดซ้ำอาจบีบให้ต้องส่งกำลังเพิ่ม ขัดขวางการบริหาร และเพิ่มแรงกดดันต่อพลเรือน การก่อความไม่สงบแบบกระจายศูนย์อาจดำเนินต่อไปในหลายจังหวัด โดยไม่มีกลุ่มใดแข็งแกร่งพอที่จะเข้ามาแทนที่รัฐบาล ผลที่ตามมาคือภาระด้านความมั่นคงที่ยืดเยื้อ ไม่ใช่การล่มสลายทางทหารที่ใกล้จะเกิดขึ้น
ความแตกต่างนี้สำคัญต่อรัฐบาลที่กำลังพิจารณาสร้างความสัมพันธ์กับตอลิบาน การควบคุมเมืองหลวงและศูนย์กลางจังหวัดแสดงให้เห็นถึงอำนาจเข้าถึงพื้นที่ของทางการ แต่ไม่ได้ชี้ขาดว่าประเทศมีเสถียรภาพทางการเมืองหรือระเบียบปัจจุบันจะยั่งยืนหรือไม่ การพิจารณาเรื่องนี้ต้องคำนึงถึงประวัติการโจมตี การปฏิบัติต่ออดีตบุคลากรฝ่ายความมั่นคง ความสามารถของกลุ่มต่าง ๆ ในการร่วมมือกัน และการมีช่องทางสันติสำหรับการแสดงความเห็นต่าง
ประเด็นสำคัญ
- กลุ่มต่อต้านอ้างว่าโจมตี 119 ครั้งใน 26 จังหวัดในเดือนสิงหาคมและกันยายน 2026 แต่ตัวเลขดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยันโดยอิสระทั้งหมด
- ขณะนี้มีรายงานความเคลื่อนไหวในจังหวัดทางใต้ด้วย นอกเหนือจากพื้นที่ต่อต้านดั้งเดิมทางเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ
- บาดัคชานเผชิญการโจมตี รายงานการยึดศูนย์กลางเขตไว้ชั่วคราว การจับกุม และมาตรการรักษาความมั่นคงที่เข้มงวดขึ้น
- แนวร่วมต่อต้านหลักยังคงแตกแยก ไม่มีศูนย์บัญชาการร่วม และยังไม่แสดงความสามารถในการยึดครองพื้นที่ขนาดใหญ่
- รายงานของสหประชาชาติระบุว่า ขณะนี้การต่อต้านด้วยอาวุธไม่ได้คุกคามการควบคุมดินแดนของตอลิบานอย่างมีนัยสำคัญ
- ข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดนิรโทษกรรมของตอลิบานอาจเพิ่มความไม่ไว้วางใจ และผลักดันให้อดีตบุคลากรฝ่ายความมั่นคงบางส่วนเข้าร่วมเครือข่ายต่อต้าน
- ไอซิส-เคเป็นภัยคุกคามจากองค์กรก่อการร้ายอีกกลุ่มหนึ่ง ไม่ควรเหมารวมกับกลุ่มต่อต้านอัฟกันที่มีแรงจูงใจทางการเมือง






