ยอดโจมตีใน 9 เดือนสูงกว่าตลอดปี 2025
ธนาคารกลางเกาหลีใต้และธนาคารของรัฐ 3 แห่งตรวจพบความพยายามแฮ็ก 1,024,478 ครั้ง ระหว่างเดือนมกราคมถึงกันยายน 2026 สูงกว่ายอด 934,858 ครั้งที่ตรวจพบตลอดปี 2025 อยู่ 89,620 ครั้ง หรือ 9.6% สถาบันเหล่านี้รายงานว่าไม่มีการเจาะระบบสำเร็จจากความพยายามดังกล่าว แม้การโจมตีธนาคารพาณิชย์แยกต่างหากจะทำให้ข้อมูลลูกค้ารั่วไหล
สารบัญ
- ยอดโจมตีใน 9 เดือนสูงกว่าตลอดปี 2025
- ความพยายามโจมตีที่ตรวจพบเพิ่มขึ้นเร็วแค่ไหน?
- เหตุใด IBK จึงมีสัดส่วนกิจกรรมส่วนใหญ่
- การทำให้บริการหยุดชะงักเป็นรูปแบบการโจมตีที่พบบ่อยที่สุด
- ไม่มีรายงานการเจาะระบบ แต่ไม่ได้หมายความว่าปลอดภัยทุกด้าน
- คำเตือนเรื่องการโจมตีด้วย AI ยืนยันอะไรบ้าง
- ลูกค้าธนาคารพาณิชย์เผชิญข้อมูลรั่วไหลที่ยืนยันแล้ว
- วงเงินที่จัดสรรไม่เท่ากับยอดใช้จ่ายด้านความปลอดภัย
- แผนลงทุนและปัญหาผู้ให้บริการภายนอกในวงกว้าง
- ประเด็นที่ยังไม่มีข้อยุติ
- ประเด็นสำคัญ
ตัวเลขที่ยื่นต่อคัง มิน-กุก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคพลังประชาชน และเปิดเผยเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ระบุว่ามีความพยายามโจมตีสะสม 4,986,964 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2020 ถึงเดือนกันยายน 2026 ธนาคารอุตสาหกรรมเกาหลี (IBK) คิดเป็น 91.9% ของยอดทั้งหมด สะท้อนบริการธนาคารทางอินเทอร์เน็ตและมือถือที่ครอบคลุมทั้งลูกค้าบุคคลและธุรกิจ
การแยกความแตกต่างระหว่างความพยายามโจมตีกับการเจาะระบบที่ยืนยันแล้วเป็นเรื่องสำคัญต่อการทำความเข้าใจตัวเลขนี้ การตรวจพบความพยายามโจมตีไม่ได้ยืนยันว่าผู้โจมตีเข้าสู่ระบบหรือขโมยข้อมูลได้ ในทางกลับกัน การไม่มีการบุกรุกสำเร็จในชุดข้อมูลนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าบริการหรือผู้ให้บริการภายนอกที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะไม่หยุดชะงักหรือไม่มีข้อมูลรั่วไหล
เหตุการณ์อื่นแสดงให้เห็นความแตกต่างดังกล่าว การบุกรุกระบบของผู้ให้บริการฝึกอบรมภายนอกทำให้ข้อมูลของพนักงานธนาคารกลางเกาหลี 186 คนรั่วไหลในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน 2026 ธนาคารพาณิชย์ก็เปิดเผยกรณีข้อมูลลูกค้ารั่วไหลเช่นกัน ส่งผลให้หน่วยงานกำกับดูแลสั่งตรวจสอบระบบที่เข้าถึงได้จากอินเทอร์เน็ต เสริมการยืนยันตัวตนและการควบคุมสิทธิ์เข้าถึง ตลอดจนเพิ่มการแบ่งปันข้อมูลวิธีโจมตีและหมายเลข IP ที่น่าสงสัย
แรงกดดันไม่ได้จำกัดอยู่ที่จำนวนการโจมตี การเปิดเผยข้อมูลต่อรัฐสภาระบุถึงงบด้านความปลอดภัยที่ใช้จ่ายไม่เต็มจำนวน กำลังคนที่ไม่เท่าเทียมกันในธนาคารของรัฐ และภัยคุกคามที่กำลังเกิดขึ้นจากเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ซึ่งช่วยเร่งการค้นหาช่องโหว่
ความพยายามโจมตีที่ตรวจพบเพิ่มขึ้นเร็วแค่ไหน?
ตัวเลขรายปีแสดงให้เห็นว่ายอดเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2020 เมื่อถึงเดือนกันยายน 2026 จำนวนครั้งที่ตรวจพบก็สูงกว่ายอด 358,800 ครั้งตลอดปี 2020 แล้วประมาณ 2.86 เท่า การเปรียบเทียบนี้น่าสังเกตเป็นพิเศษ เพราะช่วงเวลาล่าสุดครอบคลุมเพียง 9 เดือน ไม่ใช่ทั้งปี
ลำดับตัวเลขยังแสดงให้เห็นว่าการเพิ่มขึ้นไม่ได้เริ่มจากกรณีข้อมูลรั่วไหลของธนาคารพาณิชย์ที่เกิดขึ้นล่าสุด:
- ปี 2020: ตรวจพบความพยายามโจมตี 358,800 ครั้งในสถาบันทั้ง 4 แห่ง
- ปี 2021: ตรวจพบความพยายามโจมตี 564,430 ครั้ง
- ปี 2022: ตรวจพบความพยายามโจมตี 585,563 ครั้ง
- ปี 2023: ตรวจพบความพยายามโจมตี 738,312 ครั้ง
- ปี 2024: ตรวจพบความพยายามโจมตี 780,524 ครั้ง
- ปี 2025: ตรวจพบความพยายามโจมตี 934,858 ครั้ง ศูนย์ไอทีคยองกีของธนาคารกลางเกาหลีเปิดให้บริการในเดือนตุลาคม
- เดือนมกราคมถึงกันยายน 2026: ตรวจพบความพยายามโจมตี 1,024,478 ครั้ง
- 11 ตุลาคม 2026: มีการเปิดเผยตัวเลขล่าสุดผ่านคัง
จำนวนความพยายามโจมตีที่ตรวจพบวัดกิจกรรมที่ระบบรักษาความปลอดภัยตรวจจับได้ ไม่ใช่จำนวนผู้โจมตีแต่ละรายหรือจำนวนครั้งที่เจาะระบบสำเร็จ คำขออัตโนมัติที่เกิดซ้ำอาจทำให้ระบบตรวจพบได้หลายครั้ง คำชี้แจงของ IBK ยังบ่งชี้ว่าขนาดของบริการที่เปิดให้ผู้ใช้ภายนอกเข้าถึงมีความสำคัญต่อการเปรียบเทียบระหว่างสถาบัน
ยอดรวมที่เผยแพร่มีความคลาดเคลื่อนทางตัวเลขเล็กน้อย: เมื่อนำตัวเลขรายปีที่แจกแจงไว้มาบวกกันจะได้ 4,986,965 ครั้ง มากกว่ายอดสะสมที่ระบุไว้ 4,986,964 ครั้งอยู่หนึ่งครั้ง ความต่างนี้ไม่เปลี่ยนแนวโน้มที่รายงานหรือสัดส่วนความพยายามโจมตีที่กระจุกตัวอยู่ใน IBK
เหตุใด IBK จึงมีสัดส่วนกิจกรรมส่วนใหญ่
IBK ตรวจพบความพยายามโจมตีประมาณ 4.584 ล้านครั้งในช่วงเวลาสะสม ธนาคารพัฒนาเกาหลี (KDB) ตามมาเป็นอันดับสองที่ 399,379 ครั้ง ขณะที่ธนาคารกลางเกาหลีตรวจพบ 3,076 ครั้ง และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งเกาหลีตรวจพบ 510 ครั้ง
IBK ระบุว่ายอดที่สูงกว่ามากเป็นผลจากบริการอินเทอร์เน็ตและมือถือที่มีขนาดใกล้เคียงกับธนาคารพาณิชย์ บริการเหล่านี้เชื่อมธนาคารกับลูกค้าทั้งบุคคลและธุรกิจ ทำให้มีช่องทางที่การรับส่งข้อมูลที่เป็นอันตรายอาจเข้าถึงระบบซึ่งเปิดให้สาธารณชนใช้งานได้มากขึ้น
ตัวเลขเหล่านี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่า IBK มีระบบป้องกันที่อ่อนแอกว่าสถาบันอื่น คำชี้แจงของธนาคารกล่าวถึงปริมาณบริการและความพยายามโจมตีที่ตรวจพบ ขณะที่สถาบันทั้ง 4 แห่งรายงานว่าไม่เกิดการเจาะระบบจากความพยายามที่นับรวมในชุดข้อมูลสะสม
ศูนย์ไอทีคยองกีของธนาคารกลางเกาหลี ซึ่งเป็นที่ตั้งเซิร์ฟเวอร์ประมวลผลหลักของธนาคาร ตรวจพบความพยายามโจมตี 145 ครั้งหลังเปิดให้บริการในเดือนตุลาคม 2025 ตัวเลขนี้เป็นข้อมูลของสถานที่แห่งหนึ่งโดยเฉพาะ จึงไม่ควรนำไปเทียบแทนยอดรวมของธนาคารกลางในทุกระบบและทุกปี
การทำให้บริการหยุดชะงักเป็นรูปแบบการโจมตีที่พบบ่อยที่สุด
การโจมตีแบบปฏิเสธการให้บริการ (denial of service) คิดเป็น 2,275,006 ครั้ง หรือ 45.6% ของยอดสะสม การโจมตีลักษณะนี้มุ่งทำให้บริการใช้งานไม่ได้ เช่น ส่งคำขอจำนวนมากจนระบบรับไม่ไหว หรือใช้ทรัพยากรประมวลผลที่จำเป็นต่อการให้บริการผู้ใช้ทั่วไป
หมวดหมู่ที่มีจำนวนรองลงมา ได้แก่ การรวบรวมข้อมูล 866,776 ครั้ง มัลแวร์ 475,026 ครั้ง และการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต 456,783 ครั้ง การรวบรวมข้อมูลอาจรวมถึงการตรวจสอบระบบเพื่อระบุซอฟต์แวร์ ฟังก์ชันที่เปิดให้ใช้งาน หรือจุดอ่อน มัลแวร์คือซอฟต์แวร์ประสงค์ร้าย ส่วนความพยายามเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตมุ่งเข้าสู่ระบบโดยไม่มีสิทธิ์ที่ถูกต้อง
การโจมตี 4 หมวดนี้รวมกันได้ 4,073,591 ครั้ง จึงยังไม่ครอบคลุมความพยายามโจมตีทั้งหมดในยอดสะสม และไม่มีการระบุรายละเอียดของหมวดหมู่ที่เหลือ
การที่การโจมตีแบบปฏิเสธการให้บริการมีสัดส่วนสูงสุดอธิบายได้ว่าเหตุใดผลกระทบจากการโจมตีจึงอาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่การขโมยข้อมูล เว็บไซต์ธนาคารหรือบริการทำธุรกรรมอาจใช้งานได้ยาก แม้ผู้โจมตีจะไม่ได้ควบคุมระบบภายในก็ตาม
คัง มิน-กุก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคพลังประชาชนผู้เปิดเผยตัวเลขดังกล่าว กล่าวถึงความเสี่ยงที่สถาบันซึ่งจัดการการเงินภาครัฐและภาคธุรกิจต้องเผชิญว่า:
การโจมตีธนาคารของรัฐอาจทำให้ระบบการเงินทั้งในประเทศและต่างประเทศหยุดชะงัก และทำให้ข้อมูลอ่อนไหวของรัฐบาลและภาคธุรกิจตกอยู่ในความเสี่ยง" คังกล่าว "เราต้องสร้างระบบป้องกันรับมือการโจมตีทางไซเบอร์ที่ใช้ AI ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และร่วมมือกับหน่วยงานด้านการเงินเพื่อจำลองสถานการณ์การโจมตีทางไซเบอร์
ไม่มีรายงานการเจาะระบบ แต่ไม่ได้หมายความว่าปลอดภัยทุกด้าน
สถาบันทั้ง 4 แห่งระบุว่าความพยายามโจมตีที่นับตั้งแต่ปี 2020 ถึงเดือนกันยายน 2026 ไม่ได้นำไปสู่การเจาะระบบ อย่างไรก็ตาม การเปิดเผยข้อมูลแยกต่างหากกล่าวถึงเหตุขัดข้องก่อนหน้านี้และกรณีข้อมูลของผู้รับเหมาธนาคารกลางเกาหลีรั่วไหล
การโจมตีแบบปฏิเสธการให้บริการแบบกระจายทำให้การเข้าถึงเว็บไซต์ธนาคารกลางเกาหลีช้าลงเป็นระยะในเดือนธันวาคม 2023 ส่วนการบุกรุกระบบของผู้ให้บริการฝึกอบรมภายนอกในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน 2026 ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานธนาคารกลาง 186 คนรั่วไหล เหตุการณ์เหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ต้องแยกความแตกต่างระหว่างบริการหยุดชะงัก การบุกรุกระบบของธนาคารเอง และข้อมูลรั่วไหลจากผู้ให้บริการ
การเปิดเผยข้อมูลอีกชุดระบุว่าธนาคารกลางเกาหลีตรวจพบความพยายามโจมตี 136 ครั้งจนถึงวันที่ 2 ตุลาคม 2026 เทียบกับ 30 ครั้งตลอดปี 2025 เป้าหมายที่เข้าถึงได้จากอินเทอร์เน็ต ได้แก่ เว็บไซต์หลัก พอร์ทัลสถิติเศรษฐกิจ และห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ ธนาคารกลางระบุว่าไม่พบการบุกรุกสำเร็จ การหยุดชะงัก หรือข้อมูลรั่วไหล ตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนถึงวันที่ 2 ตุลาคม
ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าเปิดเผยแยกต่างหากว่าตรวจพบความพยายามโจมตี 283 ครั้งจนถึงวันที่ 5 ตุลาคม เทียบกับ 36 ครั้งตลอดปี 2025 ในจำนวน 283 ครั้ง มี 272 ครั้งมาจากหมายเลข IP ในต่างประเทศ ตำแหน่งของหมายเลข IP ระบุจุดที่ดูเหมือนเป็นต้นทางของการรับส่งข้อมูล แต่ไม่ได้ยืนยันสัญชาติหรือสถานที่จริงของผู้โจมตี
การเปิดเผยดังกล่าวยังระบุว่าธนาคารตรวจพบความพยายามโจมตี 197 ครั้งในช่วง 5 ปีก่อนหน้า เมื่อนำมารวมกับยอดล่าสุด 283 ครั้ง จะได้ 480 ครั้ง ไม่ใช่ 510 ครั้งตามข้อมูลสะสมภาพรวม ความแตกต่างอาจอธิบายได้ด้วยวันตัดยอดหรือวิธีนับที่ไม่เหมือนกัน แต่รายงานเหล่านี้ไม่ได้ชี้แจงตัวเลขให้ตรงกัน
คำเตือนเรื่องการโจมตีด้วย AI ยืนยันอะไรบ้าง
สถาบันความมั่นคงทางการเงินจัดสัมมนาด้านความมั่นคงปลอดภัยของ AI ในภาคการเงิน เมื่อวันที่ 17 กันยายน โดยมีเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยเข้าร่วมประมาณ 160 คน เอกสารที่ฮัน ชัง-มิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคสังคมประชาธิปไตยได้รับมา ระบุถึงกรณีที่นำเสนอในงานว่าเป็นการโจมตีภาคการเงินครั้งแรกของเกาหลีใต้ที่ใช้เอเจนต์ AI
เอเจนต์ AI คือซอฟต์แวร์ที่สามารถทำงานต่อเนื่องหลายขั้นตอนโดยใช้โมเดล AI ไม่ใช่เพียงตอบคำถาม ในกรณีที่บรรยายในการสัมมนา ผู้โจมตีสั่งให้เอเจนต์ที่พัฒนาบน DeepSeek ค้นหาโปรแกรมบนเซิร์ฟเวอร์การเงิน
มีรายงานว่าเอเจนต์พบและใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ภายในหนึ่งวัน ติดตั้งซอฟต์แวร์ที่เปิดทางให้ควบคุมระบบจากระยะไกล และค้นหาเซิร์ฟเวอร์ภายใน บริษัทการเงินที่ตกเป็นเป้าหมายบล็อกการโจมตีก่อนจะติดตั้งมัลแวร์เพิ่มเติม ไม่มีการเปิดเผยชื่อบริษัท
สถาบันฯ เรียกร้องให้เฝ้าติดตามระบบที่เปิดให้เข้าถึงจากอินเทอร์เน็ตอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตือนว่าการตรวจสอบปีละครั้งหรือสองครั้งอาจพลาดกิจกรรมลักษณะนี้ นอกจากนี้ยังระบุจุดอ่อนในการครอบคลุมการประเมิน ได้แก่ อินเทอร์เฟซการเขียนโปรแกรมประยุกต์ (API) ซึ่งเป็นช่องทางที่เว็บไซต์และแอปใช้แลกเปลี่ยนข้อมูลจะอยู่ในการตรวจสอบช่องโหว่ แต่บริษัทการเงินเป็นผู้เลือกว่าจะตรวจสอบระบบใด
มีรายงานเชื่อมโยงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังในธนาคารพาณิชย์กับเครื่องมือ AI อย่างไรก็ตาม ทางการยังอยู่ระหว่างตรวจสอบบทบาทของ AI รวมถึงว่ามีการใช้ระบบอัตโนมัติในบางส่วนของการโจมตีหรือไม่ ประธานาธิบดีอี แจ-มยองกล่าวว่า AI ดูเหมือนมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ยังไม่ยืนยันวิธีการที่แน่ชัด กรณีที่นำเสนอในงานสัมมนาแสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถที่มีรายงาน ไม่ใช่หลักฐานว่าการเจาะระบบที่เกิดขึ้นล่าสุดทุกรายใช้เทคนิคเดียวกัน
ลูกค้าธนาคารพาณิชย์เผชิญข้อมูลรั่วไหลที่ยืนยันแล้ว
มีการระบุสถาบันการเงิน 7 แห่งในเหตุการณ์แฮ็กที่เกิดขึ้นต่อเนื่องเมื่อไม่นานมานี้ ได้แก่ ธนาคารชินฮัน ธนาคารเคบี กุกมิน ธนาคารฮานา ธนาคารบีเอ็นเค ปูซาน ธนาคารออมทรัพย์เยกาแรม ธนาคารออมทรัพย์เวลคัม และฮุนไดแคปปิตอล
ชินฮันเปิดเผยว่าบุคคลภายนอกที่ไม่ได้รับอนุญาตข้ามระบบยืนยันตัวตนในบริการที่เชื่อมต่อกับสินเชื่อ และได้ข้อมูลส่วนบุคคลกับข้อมูลเครดิตของลูกค้าประมาณ 25,000 คน ข้อมูลที่รั่วไหลประกอบด้วยชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ รายได้ต่อปี และวงเงินกู้ที่คำนวณไว้
จอง ซัง-ฮย็อก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของชินฮัน ขอโทษและให้คำมั่นว่าจะชดเชยความเสียหายที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้อย่างเต็มจำนวน สำนักงานกฎหมายแห่งหนึ่งในกรุงโซลกำลังรับสมัครลูกค้าที่ได้รับผลกระทบเพื่อดำเนินคดีเรียกค่าเสียหาย โดยตั้งใจเรียกร้องเงิน 100,000 ถึง 300,000 วอนต่อผู้เข้าร่วม ยังไม่มีการประกาศวันยื่นฟ้อง
ที่เคบี กุกมิน การโจมตีระบบสนับสนุนงานผ่านมือถือทำให้ข้อมูลของลูกค้า 119 คนถูกเจาะ พนักงานจากเคบี กุกมิน ฮานา ฮุนไดแคปปิตอล และเวลคัม แบงก์ เข้าร่วมสัมมนาด้านความปลอดภัยเมื่อเดือนกันยายน ชินฮันส่งเจ้าหน้าที่จากกลุ่มการเงินเข้าร่วม ส่วนบีเอ็นเค ปูซานไม่มีชื่ออยู่ในรายชื่อผู้เข้าร่วม
บันทึกการเข้าร่วมแสดงให้เห็นว่าองค์กรที่ได้รับผลกระทบหลายแห่งได้รับคำเตือนไม่นานก่อนเกิดเหตุ แต่ไม่ได้ยืนยันว่าความบกพร่องเฉพาะด้านใดเปิดทางให้เกิดการบุกรุกแต่ละครั้ง หรือมาตรการป้องกันใดมาตรการหนึ่งจะหยุดเหตุได้หรือไม่
วงเงินที่จัดสรรไม่เท่ากับยอดใช้จ่ายด้านความปลอดภัย
ข้อมูลที่หน่วยงานด้านการเงินยื่นต่อพัค ซอง-ฮุน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคพลังประชาชน แสดงให้เห็นว่าบริษัทการเงิน 20 แห่งที่มีปัญหาระบบไอทีขัดข้องบ่อยที่สุด จัดสรรงบด้านความปลอดภัยสารสนเทศ 438,000 ล้านวอนในปี 2025 แต่ใช้จ่ายไป 305,000 ล้านวอน คิดเป็นอัตราการเบิกจ่ายประมาณ 69.6% เหลือเงินที่ไม่ได้ใช้ 133,000 ล้านวอน
ชินฮันจัดสรรงบประมาณประมาณ 45,300 ล้านวอน และใช้จ่าย 31,700 ล้านวอน คิดเป็นอัตราการเบิกจ่ายที่รายงานไว้ 69.9% งบประมาณที่จัดสรรในปี 2026 อยู่ที่ 40,500 ล้านวอน ต่ำกว่างบปีก่อนหน้าประมาณ 10.6% เคบี กุกมินจัดสรรงบ 67,600 ล้านวอน และใช้จ่าย 39,300 ล้านวอน คิดเป็นอัตราการเบิกจ่าย 58.1%
พัค ซอง-ฮุน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ได้รับข้อมูลการใช้จ่าย กล่าวถึงการลงทุนว่าเป็นเรื่องของความเชื่อมั่นสาธารณะ:
การลงทุนด้านความปลอดภัยที่ไม่เพียงพอไม่ใช่เรื่องที่ปัดตกได้ว่าเป็นเพียงประเด็นประสิทธิภาพการบริหารจัดการ แต่เป็นเรื่องความเชื่อมั่นต่อระบบการเงิน
การเปิดเผยข้อมูลของธนาคารรัฐยังชี้ให้เห็นถึงทรัพยากรที่ไม่เท่าเทียมกัน จำนวนเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยของ KDB ลดจาก 23 คน ณ สิ้นปี 2024 เหลือ 19 คน ณ สิ้นปี 2025 ก่อนเพิ่มกลับเป็น 22 คนในเดือนมิถุนายน 2026 ส่วน IBK มีเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยโดยเฉพาะ 46 คน ณ สิ้นปี 2025 ขณะที่ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้ามี 9 คน
มาตรวัดกำลังคนอีกชุดของ IBK นับบุคลากรภายในและบุคลากรจ้างภายนอกรวมกัน 72.5 คน ประกอบด้วยพนักงานภายใน 53.5 คน และพนักงานจ้างภายนอก 19 คน ไม่ควรนำตัวเลขที่ครอบคลุมกว้างกว่านี้ไปเทียบเสมือนเป็นจำนวนเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะ 46 คนของธนาคาร การลงทุนด้านความปลอดภัยของ IBK ในปี 2025 อยู่ที่ 66,100 ล้านวอน หรือ 15.1% ของการลงทุนด้านไอทีทั้งหมด
ตัวเลขงบประมาณของ KDB มีความคลาดเคลื่อนในการรายงานมากกว่า ตัวเลขภาษาเกาหลีระบุว่างบด้านความปลอดภัยของธนาคาร ณ ครึ่งแรกของปี 2026 อยู่ที่ 17,231 ล้านวอน ลดจาก 17,611 ล้านวอนในปี 2025 แต่สรุปภาษาอังกฤษระบุเป็น 172,310 ล้านและ 176,110 ล้านวอน ซึ่งสูงกว่าตัวเลขดังกล่าว 10 เท่า ทั้งสองฉบับระบุว่าลดลง 2.2%
แผนลงทุนและปัญหาผู้ให้บริการภายนอกในวงกว้าง
เคบี กุกมินกำลังพิจารณางบด้านความปลอดภัยสารสนเทศมากกว่า 100,000 ล้านวอนสำหรับปี 2027 ควบคู่กับการปรับปรุงระบบตรวจจับและป้องกันการบุกรุก รวมถึงไฟร์วอลล์เว็บ ข้อเสนอนี้กล่าวถึงขนาดของงบประมาณ ไม่ใช่การยืนยันว่าจะเพิ่มงบ 100,000 ล้านวอน
ชินฮันวางแผนลงทุนด้านความปลอดภัยเพิ่มเติมและรับสมัครผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย AI กับแฮ็กเกอร์สายขาว ฮานากำลังทบทวนสถาปัตยกรรม zero trust ซึ่งกำหนดให้ตรวจสอบสิทธิ์เข้าถึง แทนที่จะเชื่อถือผู้ใช้หรืออุปกรณ์โดยอัตโนมัติเพียงเพราะอยู่ภายในเครือข่าย ส่วนวูรีกำลังพิจารณาเพิ่มงบประมาณมากกว่า 20% และเพิ่มจำนวนผู้เชี่ยวชาญมากกว่า 10%
ตัวแทนธนาคารของรัฐรายหนึ่งกล่าวว่า ธนาคารดำเนินการทดสอบเจาะระบบจากมุมมองของผู้โจมตี และมีแผนเพิ่มการลงทุนกับการตรวจสอบต่อไป ยังไม่มีการประกาศกำหนดเวลาที่แน่ชัดสำหรับการดำเนินมาตรการเหล่านี้
เหตุการณ์นอกภาคธนาคารแสดงให้เห็นความเสี่ยงจากผู้รับเหมาและการเก็บรักษาข้อมูล ผู้ใช้งานแพลตฟอร์มฝึกอบรมด้านจริยธรรมของภาครัฐกว่า 100,000 คนมีข้อมูลรั่วไหลจากระบบเก่าที่ถูกแทนที่ในเดือนเมษายน 2025 ผู้รับเหมาเก็บบันทึกเก่าไว้แทนที่จะลบหลังการเปลี่ยนระบบ ต่อมาบันทึกที่เหลือถูกลบออกแล้ว
Oasis Security ยังรายงานกรณีสงสัยว่าข้อมูลของคริสตจักรยออีโด ฟูล กอสเปล และคริสตจักรซารังรั่วไหล ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคริสตจักรยออีโดประกอบด้วยบันทึกสมาชิกประมาณ 960,000 รายการ และบันทึกการบริจาค 330,000 รายการ จำนวนบันทึกเหล่านี้ไม่ได้ยืนยันว่ามีผู้ได้รับผลกระทบกี่คน คริสตจักรทั้งสองแห่งกำลังตรวจสอบเหตุการณ์
ประเด็นที่ยังไม่มีข้อยุติ
คำถามสำคัญที่ยังไม่มีคำตอบคือ ผู้โจมตีธนาคารพาณิชย์ในเหตุการณ์ล่าสุดเข้าถึงระบบได้อย่างไร AI มีส่วนมากน้อยเพียงใด และการลงทุนที่วางแผนไว้จะนำไปสู่การปรับปรุงความปลอดภัยที่เสร็จสมบูรณ์หรือไม่ ยังไม่มีคำอธิบายทางเทคนิคที่ยืนยันร่วมกันสำหรับสถาบันการเงินทั้ง 7 แห่ง
ตัวเลขของธนาคารยังต้องตีความอย่างระมัดระวัง ช่วงเวลารายงานที่ต่างกัน จำนวนของแต่ละสถาบันที่ผ่านการปัดเศษ และวิธีนับกำลังคนที่ไม่เหมือนกัน ล้วนจำกัดการเปรียบเทียบโดยตรง การรายงานว่าไม่มีการเจาะระบบในสถาบันภาครัฐทั้ง 4 แห่งเป็นข้อมูลที่มีความหมาย แต่ไม่ได้ลบล้างหลักฐานแยกต่างหากเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่หยุดชะงักและข้อมูลรั่วไหลจากผู้ให้บริการ
หน่วยงานกำกับดูแลสั่งให้บริษัทการเงินตรวจสอบระบบที่เข้าถึงได้จากภายนอก เสริมการยืนยันตัวตนและการกำหนดสิทธิ์ ตลอดจนแลกเปลี่ยนข้อมูลภัยคุกคาม คังเรียกร้องให้จำลองการโจมตีและจัดการฝึกซ้อมร่วมกัน บททดสอบในทางปฏิบัติขั้นต่อไปคือ มาตรการเหล่านี้ครอบคลุมบริการ อินเทอร์เฟซ และผู้รับเหมาที่เป็นช่องทางเข้าถึงข้อมูลอ่อนไหวจริงหรือไม่
ประเด็นสำคัญ
- ธนาคารกลางเกาหลีและธนาคารของรัฐ 3 แห่งตรวจพบความพยายามแฮ็ก 1,024,478 ครั้งจนถึงเดือนกันยายน 2026 สูงกว่ายอดตลอดปี 2025 อยู่ 9.6%
- IBK คิดเป็น 91.9% ของความพยายามโจมตีสะสมที่รายงานตั้งแต่ปี 2020
- การโจมตีแบบปฏิเสธการให้บริการเป็นหมวดหมู่ใหญ่ที่สุด โดยมีความพยายามโจมตี 2,275,006 ครั้ง
- สถาบันทั้ง 4 แห่งรายงานว่าไม่มีการเจาะระบบจากความพยายามโจมตีที่นับรวม ขณะที่เหตุการณ์แยกต่างหากเกี่ยวข้องกับบริการหยุดชะงักและผู้ให้บริการฝึกอบรมของธนาคารกลาง
- เหตุการณ์ล่าสุดในธนาคารพาณิชย์ทำให้ข้อมูลของลูกค้าชินฮันประมาณ 25,000 คน และลูกค้าเคบี กุกมิน 119 คนรั่วไหล
- ทางการยังอยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีการใช้ AI ในการโจมตีล่าสุดอย่างไร
- บริษัทการเงิน 20 แห่งใช้จ่าย 305,000 ล้านวอน จากงบความปลอดภัยที่จัดสรรไว้ 438,000 ล้านวอนในปี 2025
- ธนาคารหลายแห่งวางแผนหรือกำลังพิจารณาเพิ่มการลงทุน แต่ยังไม่มีการประกาศกำหนดเวลาแล้วเสร็จที่แน่นอน






