ภาพยนตร์ในประเทศ 8 เรื่องติด 10 อันดับรายได้ประจำปี
รายได้บ็อกซ์ออฟฟิศของจีนในปี 2026 ทะลุ 3.1 หมื่นล้านหยวน รวมยอดจำหน่ายตั๋วล่วงหน้าแล้ว ณ วันที่ 11 ตุลาคม ภาพยนตร์ในประเทศ 8 เรื่องติด 10 อันดับรายได้ประจำปี ขณะที่มีภาพยนตร์ 9 เรื่องทำรายได้เรื่องละมากกว่า 1 พันล้านหยวน ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ภาพยนตร์จีนประกาศกำหนดฉายในเอเชีย ยุโรป อเมริกาเหนือ และโอเชียเนีย ขณะที่โรงภาพยนตร์ทดลองจับมือกับพิพิธภัณฑ์ มอบส่วนลดร้านค้าปลีก และถ่ายทอดการแข่งขันเทนนิสสด
สารบัญ
- ภาพยนตร์ในประเทศ 8 เรื่องติด 10 อันดับรายได้ประจำปี
- ตัวเลขสำคัญในเดือนตุลาคมวัดอะไรบ้าง
- วันหยุดวันชาติทำรายได้ต่อเนื่อง แต่ไม่ได้สะท้อนการฟื้นตัวทั่วทั้งตลาด
- เทศกาลตรุษจีนแสดงให้เห็นว่าภาพยนตร์เรื่องเดียวสามารถครองตลาดได้มากเพียงใด
- ภาพยนตร์เข้าฉายในต่างประเทศตามกำหนดการเฉพาะในเดือนตุลาคม
- การส่งชื่อเข้าชิงออสการ์ไม่เท่ากับการได้รับการเสนอชื่อ
- จำนวนจอที่เพิ่มขึ้นไม่ได้แปลว่าโรงภาพยนตร์มีผู้ชมเต็มมากขึ้นโดยอัตโนมัติ
- พิพิธภัณฑ์ หนังสือ และเทนนิสช่วยขยายธุรกิจโรงภาพยนตร์
- เหตุใดจึงควรใช้ความระมัดระวังเมื่อพิจารณาอันดับรายได้ประจำปี
- ประเด็นสำคัญ
รายได้ประจำปีทะลุหลักดังกล่าวหลังช่วงวันหยุดวันชาติทำรายได้ 1.165 พันล้านหยวน และมีผู้เข้าชม 31.9959 ล้านคน ตามข้อมูลของสำนักงานบริหารภาพยนตร์แห่งชาติจีน ภาพยนตร์ในประเทศคิดเป็น 78.7% ของรายได้ค่าตั๋วในช่วงวันหยุด ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความแข็งแกร่งของภาพยนตร์จีนในตลาด แต่รายได้รวมประจำปีที่เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่าจำนวนผู้เข้าชมหรือรายได้เติบโตเมื่อเทียบกับปี 2025
ภาพยนตร์ในประเทศ 8 เรื่องที่ติดกลุ่มผู้นำรายได้ประจำปี ได้แก่ Feichi Rensheng 3, Huan Ying Lai Long Can Guan, Gong Fu Nu Zu, Ba Xian!, Gei A Ma De Qing Shu, Biao Ren: Feng Qi Da Mo, Jing Zhe Wu Sheng และ Xiong Chu Mo: Nian Nian You Xiong การใช้ชื่อภาษาจีนถอดเสียงเป็นอักษรโรมันช่วยหลีกเลี่ยงการตั้งชื่อภาษาอังกฤษให้ภาพยนตร์ที่อาจยังไม่มีชื่อเผยแพร่อย่างเป็นทางการ
ตลอดปีมีภาพยนตร์มากกว่า 400 เรื่อง ทั้งแนวตลก แอ็กชัน นิยายวิทยาศาสตร์ ระทึกขวัญ และแอนิเมชัน เข้าสู่กำหนดฉาย นอกเหนือจากรายได้ค่าตั๋วแล้ว ยังมีการประเมินว่ามูลค่าผลผลิตตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมภาพยนตร์โดยรวมสูงกว่า 480 พันล้านหยวน ตัวเลขที่สูงกว่านี้เป็นการวัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจคนละประเภท ไม่ใช่เงินที่เก็บได้จากการจำหน่ายตั๋วในโรงภาพยนตร์
ตัวเลขสำคัญในเดือนตุลาคมวัดอะไรบ้าง
การเพิ่มขึ้นจาก 30 พันล้านหยวนเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม เป็นมากกว่า 31 พันล้านหยวนเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม แสดงให้เห็นลำดับความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน แต่ทั้งสองตัวเลขรวมยอดจำหน่ายตั๋วล่วงหน้าไว้ด้วย ตั๋วสำหรับรอบฉายในอนาคตอาจถูกนับรวมก่อนผู้ชมเข้าชม ดังนั้นจึงไม่ควรตีความตัวเลขเหล่านี้ว่าเป็นรายได้จากการฉายที่เสร็จสิ้นแล้วเท่านั้น
ตัวเลขอีกชุดหนึ่งเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ระบุว่ารายได้ประจำปีอยู่ที่ 30.746 พันล้านหยวน และมีผู้เข้าชม 784 ล้านคน ส่วนตัวเลข ณ วันที่ 3 ตุลาคมอยู่ที่ผู้เข้าชม 763 ล้านคน และมีรอบฉาย 112 ล้านรอบ จำนวนผู้เข้าชมที่เพิ่มขึ้นประมาณ 21 ล้านคนระหว่างการรายงานสองครั้งช่วยสะท้อนว่าเทศกาลวันหยุดมีส่วนกระตุ้นกิจกรรมในโรงภาพยนตร์อย่างไร แม้ตัวเลขรวมจะผ่านการปัดเศษแล้วก็ตาม
วันรายงานตัวเลขสำคัญมีดังนี้:
- 24 กุมภาพันธ์ เวลา 9.00 น.: สำนักงานบริหารภาพยนตร์แห่งชาติจีนรายงานรายได้ประจำปี 8.335 พันล้านหยวน และรายได้ช่วงเทศกาลตรุษจีน 5.752 พันล้านหยวน
- 3 ตุลาคม: รายได้ประจำปีรวมยอดจำหน่ายล่วงหน้าทะลุ 30 พันล้านหยวน ส่วนรายได้ช่วงวันหยุดวันชาติซึ่งรวมยอดจำหน่ายล่วงหน้าเช่นกัน ทะลุ 400 ล้านหยวน
- 7 ตุลาคม: มีรายงานรายได้ประจำปี 30.746 พันล้านหยวน และผู้เข้าชม 784 ล้านคน
- 9 ตุลาคม: สำนักงานบริหารภาพยนตร์ฯ เผยแพร่ตัวเลขสรุปช่วงวันหยุดวันชาติ
- 11 ตุลาคม: รายได้ประจำปีรวมยอดจำหน่ายล่วงหน้าทะลุ 31 พันล้านหยวน
ตัวเลขเหล่านี้เป็นภาพ ณ เวลาต่างกัน ไม่ใช่รายงานที่ขัดแย้งกันในช่วงเวลาเดียวกัน และไม่มีตัวเลขใดเป็นผลสรุปทั้งปี การทะลุหลักดังกล่าวเมื่อวันที่ 11 ตุลาคมจึงยังไม่ใช่ยอดรวมสุดท้ายของปี 2026
วันหยุดวันชาติทำรายได้ต่อเนื่อง แต่ไม่ได้สะท้อนการฟื้นตัวทั่วทั้งตลาด
สถิติช่วงวันหยุดวันชาติที่สำนักงานบริหารภาพยนตร์แห่งชาติจีนเผยแพร่เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ระบุรายได้ 1.165 พันล้านหยวน โดยรายได้รายวันสูงกว่า 100 ล้านหยวนติดต่อกัน 7 วัน ยอดผู้เข้าชมอยู่ที่ 31.9959 ล้านคน
ภาพยนตร์ทำรายได้สูงสุดในช่วงวันหยุด ได้แก่ Shen Tan Zhi Hen Ji, Shen Me Yi Si Fu Fu, Sheng Hua Wei Ji: Bao Fa Ye, Huan Ying Lai Long Can Guan และ Xiao Zhu Pei Qi: Wan Mei Jia Qi สื่อภาษาอังกฤษเรียกภาพยนตร์บางเรื่องต่างกัน โดยภาพยนตร์อาชญากรรมที่ทำรายได้สูงสุดมีชื่อภาษาอังกฤษทั้ง Traces of Justice และ Sherlock of China ส่วนเรื่องที่ทำรายได้เป็นอันดับสองเรียกว่า Mr. & Mrs. Pardon ความแตกต่างของชื่อเหล่านี้ไม่ควรถูกเข้าใจผิดว่าเป็นภาพยนตร์คนละเรื่อง
รายได้ช่วงวันหยุดของภาพยนตร์สามอันดับแรกอยู่ที่ 423 ล้านหยวน 244 ล้านหยวน และ 174 ล้านหยวน รวมกันทำรายได้ 841 ล้านหยวน หรือประมาณ 72.2% ของยอดรวมอย่างเป็นทางการในช่วงวันหยุด สัดส่วนดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าตลาดพึ่งพาภาพยนตร์เพียงไม่กี่เรื่องมากเพียงใด แม้จะมีโปรแกรมฉายหลากหลายก็ตาม
ยอดสรุปช่วงวันหยุดวันชาติยังชี้ว่าตลาดอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับปี 2025 โดยรายได้ลดจาก 1.835 พันล้านหยวนในช่วงวันหยุด 8 วัน เหลือ 1.165 พันล้านหยวนในช่วง 7 วัน รายได้เฉลี่ยต่อวันลดจากประมาณ 229 ล้านหยวนเหลือ 166 ล้านหยวน หรือลดลงราว 27.4% ช่วงวันหยุดที่สั้นลงอธิบายการลดลงได้ส่วนหนึ่ง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด
เทศกาลตรุษจีนแสดงให้เห็นว่าภาพยนตร์เรื่องเดียวสามารถครองตลาดได้มากเพียงใด
สถิติเทศกาลตรุษจีนของสำนักงานบริหารภาพยนตร์แห่งชาติจีนระบุว่า ณ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ เวลา 9.00 น. รายได้ช่วงวันหยุดอยู่ที่ 5.752 พันล้านหยวน และมีผู้เข้าชม 120 ล้านคน ราคาเฉลี่ยของตั๋วต่ำกว่าปีก่อน 6% ขณะที่รายได้จากโรงภาพยนตร์สะสมตั้งแต่ต้นปี ณ เวลารายงานอยู่ที่ 8.335 พันล้านหยวน
Feichi Rensheng 3 ทำรายได้ 2.927 พันล้านหยวนในช่วงเทศกาลตรุษจีน หรือประมาณ 50.9% ของรายได้ทั้งหมดในช่วงวันหยุด Jing Zhe Wu Sheng ตามมาเป็นอันดับสองด้วยรายได้ 868 ล้านหยวน ตามด้วย Biao Ren: Feng Qi Da Mo ที่ 806 ล้านหยวน และ Xiong Chu Mo: Nian Nian You Xiong ที่ 714 ล้านหยวน ภาพยนตร์ทั้งสี่เรื่องยังอยู่ในกลุ่มภาพยนตร์ในประเทศ 10 อันดับแรกที่รายงานในเดือนตุลาคม
ภาพยนตร์เรื่องอื่นที่เข้าฉายในช่วงเทศกาลตรุษจีนทำรายได้น้อยกว่า ได้แก่ Xiong Mao Ji Hua Zhi Bu Luo Qi Yu Ji ทำได้ 193 ล้านหยวน Xing He Ru Meng ทำได้ 80.5796 ล้านหยวน และ Ye Wang ทำได้ 72.454 ล้านหยวน ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนช่องว่างกว้างระหว่างภาพยนตร์อันดับหนึ่งกับเรื่องอื่นในโปรแกรม
รายได้ช่วงเทศกาลตรุษจีนสูงกว่ายอดรวมช่วงวันหยุดวันชาติประมาณ 4.94 เท่า เมื่อคำนวณจากตัวเลขของสำนักงานบริหารภาพยนตร์ฯ อย่างไรก็ตาม ช่วงวันหยุดและเวลาตัดยอดแตกต่างกัน การเปรียบเทียบนี้จึงสะท้อนขนาดรายได้ที่รายงาน ไม่ใช่การวัดความต้องการเข้าชมเฉลี่ยรายวันที่แม่นยำ
ภาพยนตร์เข้าฉายในต่างประเทศตามกำหนดการเฉพาะในเดือนตุลาคม
ภาพยนตร์ในประเทศที่ประสบความสำเร็จหลายเรื่อง รวมถึง Gei A Ma De Qing Shu, Ba Xian! และ Huan Ying Lai Long Can Guan เริ่มเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ต่างประเทศ กำหนดการเข้าฉายที่ประกาศไว้ช่วยให้เห็นภาพการจัดจำหน่ายระหว่างประเทศชัดเจนกว่าการดูอันดับรายได้ในประเทศเพียงอย่างเดียว
Shen Tan Zhi Hen Ji มีกำหนดเข้าฉายในฮ่องกง มาเก๊า สิงคโปร์ และเยอรมนี วันที่ 15 ตุลาคม ก่อนเข้าฉายในมาเลเซียวันที่ 22 ตุลาคม กำหนดการระบุว่าจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ สหรัฐฯ แคนาดา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ภายในสิ้นเดือนตุลาคม ส่วนเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไทย และกัมพูชามีชื่ออยู่ในกำหนดการ แต่ยังไม่ระบุวันเข้าฉายอย่างเจาะจง
Chong Sheng 2 ประกาศเข้าฉายในออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และมาเลเซียวันที่ 15 ตุลาคม พร้อมจัดรอบฉายล่วงหน้าในสหราชอาณาจักร มีกำหนดเข้าฉายตามปกติในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์วันที่ 16 ตุลาคม ก่อนเข้าฉายในสหรัฐฯ และแคนาดาวันที่ 23 ตุลาคม ส่วน Shen Me Yi Si Fu Fu ประกาศกำหนดเข้าฉายในอเมริกาเหนือ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์เช่นกัน แต่ยังไม่ระบุวัน
กำหนดการเหล่านี้ระบุว่าผู้ชมจะสามารถเข้าชมภาพยนตร์ได้ที่ใดและเมื่อใด แต่ยังไม่ยืนยันความสำเร็จทางการค้าในต่างประเทศ เนื่องจากยังไม่มีการเปิดเผยรายได้ค่าตั๋ว จำนวนผู้เข้าชม จำนวนโรงภาพยนตร์ และระยะเวลาฉาย
การส่งชื่อเข้าชิงออสการ์ไม่เท่ากับการได้รับการเสนอชื่อ
ผู้สร้าง Huan Ying Lai Long Can Guan ประกาศว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นตัวแทนจีนแผ่นดินใหญ่ในการแข่งขันสาขาภาพยนตร์นานาชาติยอดเยี่ยมของรางวัลออสการ์ครั้งที่ 99 ในรายงานรายได้ช่วงวันหยุดภาษาอังกฤษ ภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้ชื่อว่า Once Upon a Time in the Middle East
ภาพยนตร์ที่ประเทศหนึ่งส่งเข้าประกวดจะเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกของสถาบัน ไม่ได้หมายความว่าจะติดรายชื่อรอบคัดเลือกหรือได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง การประกาศดังกล่าวจึงเป็นการเริ่มรณรงค์เพื่อรางวัลและเปิดโอกาสให้ได้รับความสนใจจากนานาชาติ ไม่ใช่ผลรางวัลออสการ์
ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังเชื่อมโยงกับหลายแง่มุมของตลาดในปัจจุบัน โดยติดกลุ่มผู้นำรายได้ประจำปีในประเทศ อยู่ใน 5 อันดับแรกช่วงวันหยุดวันชาติ และเข้าฉายในต่างประเทศแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันผลการคัดเลือกของสถาบันหรือวันที่จะมีการตัดสินใจขั้นต่อไป
จำนวนจอที่เพิ่มขึ้นไม่ได้แปลว่าโรงภาพยนตร์มีผู้ชมเต็มมากขึ้นโดยอัตโนมัติ
ตัวเลขที่อ้างอิงจากสำนักงานบริหารภาพยนตร์แห่งชาติจีนระบุว่า จีนมีโรงภาพยนตร์เพิ่มขึ้นสุทธิ 438 แห่ง และมีจอเพิ่มขึ้น 2,632 จอจนถึงสิ้นเดือนกันยายน ทำให้จำนวนจอทั่วประเทศอยู่ที่ 95,819 จอ เมื่อนำจำนวนจอที่เพิ่มขึ้นสุทธิออก จะได้ฐานเดิม 93,187 จอ หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 2.8%
ในช่วงวันหยุดวันชาติ โรงภาพยนตร์จัดฉายประมาณ 3.29 ล้านรอบ มากกว่าปีก่อน 2.2% ราคาเฉลี่ยตั๋วอยู่ที่ 36.41 หยวน ลดลง 0.28 หยวน หรือ 0.77% จำนวนรอบฉายที่เพิ่มขึ้นและราคาตั๋วที่ถูกลงเล็กน้อยไม่สามารถป้องกันไม่ให้รายได้ช่วงวันหยุดลดลงได้
เมื่อมีผู้เข้าชมประมาณ 32 ล้านคนจากการฉาย 3.29 ล้านรอบ ช่วงวันหยุดมีผู้เข้าชมเฉลี่ยราว 9.7 คนต่อรอบ ตัวเลขนี้ไม่ใช่อัตราการใช้ที่นั่ง เนื่องจากไม่มีข้อมูลขนาดของโรงฉาย แต่ช่วยแยกให้เห็นความแตกต่างระหว่างปริมาณโปรแกรมที่มีให้ชมกับจำนวนผู้ชมที่โปรแกรมเหล่านั้นดึงดูดได้
โรงภาพยนตร์ยังประชาสัมพันธ์การฉายระบบ IMAX และ CINITY ซึ่งใช้ระบบฉายภาพและเสียงเฉพาะทาง Shen Tan Zhi Hen Ji มีฉบับ IMAX ส่วน Chong Sheng 2 ได้รับการโปรโมตว่ามีฉากแอ็กชันในโรงภาพยนตร์ระดับพรีเมียม รูปแบบเหล่านี้ช่วยสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างจากการชมที่บ้าน แต่ยังไม่มีตัวเลขรายได้แยกที่ยืนยันว่ารูปแบบดังกล่าวมีส่วนช่วยต่อยอดรายได้ประจำปีเพียงใด
พิพิธภัณฑ์ หนังสือ และเทนนิสช่วยขยายธุรกิจโรงภาพยนตร์
ตัวเลขประเมินมูลค่าผลผลิตตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่ 480 พันล้านหยวนอยู่ควบคู่กับความพยายามเชื่อมการชมภาพยนตร์เข้ากับการใช้จ่ายประเภทอื่น ยังไม่มีการเปิดเผยวิธีคำนวณ ขอบเขต หรือองค์ประกอบโดยละเอียด จึงไม่ควรอธิบายตัวเลขนี้ว่าเป็นรายได้จากโรงภาพยนตร์ กำไรของอุตสาหกรรม หรือมูลค่าที่วัดได้ว่ามีส่วนต่อผลผลิตทางเศรษฐกิจของประเทศเท่าใด
ที่เมืองเสิ่นหยาง มณฑลเหลียวหนิง มีการจัดเส้นทางวัฒนธรรมที่เชื่อมพิพิธภัณฑ์ประจำมณฑลเหลียวหนิง พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเหลียวหนิง และการชมภาพยนตร์รอบค่ำในโรง IMAX GT โรงภาพยนตร์จึงเป็นหนึ่งในจุดแวะตลอดวันสำหรับผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ แทนที่จะเป็นจุดหมายแยกต่างหาก
ที่เมืองชิงเต่า มณฑลซานตง สถานที่จัดแสดง Lao Sheng Yin Qing Huai Guan ได้นำทรัพยากรด้านการฉายภาพยนตร์ของ China Film มาใช้ โดยฉาย Gei A Ma De Qing Shu และ De Xian Jin Zhi หลังจากนั้นผู้เข้าชมสามารถชมวิทยุ เครื่องเล่นแผ่นเสียง เทป และแผ่นเสียงไวนิลเก่าแก่ คอลเล็กชันมีวัตถุด้านภาพและเสียงที่ย้อนกลับไปถึงทศวรรษ 1950 รวมถึงการจำลองร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนจากทศวรรษ 1980 และ 1990
ในกรุงปักกิ่ง กิจกรรมฉลองครบรอบ 90 ปีการเดินทัพทางไกลของกองทัพแดง เชื่อมการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์พรรคคอมมิวนิสต์จีนเข้ากับการฉายภาพยนตร์ธีมการเดินทัพทางไกลที่โรงภาพยนตร์ Tian Tian Zhong Ying Hui ซึ่งอยู่ใกล้กัน ส่วนในเขตหนานซาน เมืองเซินเจิ้น ธุรกิจโรงภาพยนตร์ได้เพิ่มพื้นที่อ่านหนังสือ บริการดูแลหนังศีรษะ และพื้นที่อีสปอร์ต ความร่วมมือระหว่างโรงภาพยนตร์อีกรูปแบบหนึ่งมอบส่วนลดหนังสือบางรายการที่ศูนย์หนังสือ 7 แห่งในเซินเจิ้น สำหรับลูกค้าที่แสดงต้นขั้วตั๋วภาพยนตร์
ก่อนช่วงวันหยุดวันชาติ โครงการ Chao Xian Chang ของ Huaxia Film ร่วมมือกับโรงภาพยนตร์กว่า 100 แห่ง ถ่ายทอดสดการแข่งขันเทนนิส China Open ปี 2026 บนจอภาพยนตร์ โดยระบุว่าเป็นการถ่ายทอดการแข่งขันในโรงภาพยนตร์ครั้งแรก ยังไม่มีการเปิดเผยจำนวนผู้ชม ราคาตั๋วถ่ายทอดสด และรายได้ จึงยังประเมินขนาดทางการค้าไม่ได้
เหตุใดจึงควรใช้ความระมัดระวังเมื่อพิจารณาอันดับรายได้ประจำปี
รายงานแต่ละฉบับจัดอันดับภาพยนตร์ทำรายได้ประจำปีไม่ตรงกัน อันดับอีกชุดหนึ่งระบุว่า Once Upon a Time in the Middle East เป็นอันดับหนึ่งด้วยรายได้ 349.9 ล้านดอลลาร์ Kung Fu Soccer อยู่อันดับสองที่ 323,437,173 ดอลลาร์ All Wishes Come True! อยู่อันดับสามที่ 302.2 ล้านดอลลาร์ และ Dear You อยู่อันดับสี่ที่ 285.2 ล้านดอลลาร์ รายชื่อ 10 อันดับแรกในรายงานนี้ไม่ตรงกับรายชื่อภาพยนตร์ในรายงานวันที่ 11 ตุลาคม
อันดับดังกล่าวยังมีภาพยนตร์ชื่อ V สองรายการที่ทำรายได้และเข้าฉายคนละวัน รวมถึง Zootopia 2 ซึ่งระบุวันเข้าฉายเป็นวันที่ 26 พฤศจิกายน โดยไม่ได้บอกปีในข้อความที่ตัดตอนมา ไม่มีการระบุวันตัดยอดหรือคำอธิบายขอบเขตการรายงานร่วมกัน จึงไม่สามารถเทียบตัวเลขดอลลาร์กับยอดรวมสกุลหยวน ณ วันที่ 11 ตุลาคมได้อย่างน่าเชื่อถือ และไม่ควรใช้รายงานนี้แทนข้อมูลดังกล่าว
ข้อแตกต่างนี้สำคัญ เพราะการที่ภาพยนตร์ในประเทศ 8 เรื่องติด 10 อันดับแรก หมายถึงครอง 80% ของอันดับ ไม่ได้แปลว่าจะมีรายได้คิดเป็น 80% ของรายได้ประจำปี ส่วนแบ่งรายได้ภาพยนตร์ในประเทศ 78.7% ใช้กับช่วงวันหยุดวันชาติโดยเฉพาะ ยังไม่มีการยืนยันส่วนแบ่งตลาดภาพยนตร์ในประเทศตลอดทั้งปี รายได้ปัจจุบันของภาพยนตร์ทั้ง 10 อันดับแรก หรือยอดรวมประจำปี 2025 ที่นำมาเปรียบเทียบได้
ความเคลื่อนไหวที่มีกำหนดวันถัดไปคือการเข้าฉายในต่างประเทศซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม ผลลัพธ์จะเป็นตัวชี้วัดอีกชุดหนึ่งสำหรับความต้องการของผู้ชมในต่างประเทศ ส่วนในประเทศ ตัวเลขที่ทะลุหลักเมื่อวันที่ 11 ตุลาคมบันทึกยอดจำหน่ายตั๋วที่สูงมาก ขณะที่การเปรียบเทียบช่วงวันหยุดวันชาติที่อ่อนตัวลงแสดงให้เห็นว่า รายได้สะสมเพียงอย่างเดียวไม่อาจอธิบายภาวะของตลาดทั้งระบบได้
ประเด็นสำคัญ
- รายได้บ็อกซ์ออฟฟิศจีนปี 2026 รวมยอดจำหน่ายล่วงหน้า ทะลุ 31 พันล้านหยวน ณ วันที่ 11 ตุลาคม
- ภาพยนตร์ในประเทศ 8 เรื่องติด 10 อันดับรายได้ประจำปี และมีภาพยนตร์ 9 เรื่องทำรายได้เรื่องละมากกว่า 1 พันล้านหยวน
- สำนักงานบริหารภาพยนตร์แห่งชาติจีนรายงานรายได้ช่วงวันหยุดวันชาติ 1.165 พันล้านหยวน และผู้เข้าชม 31.9959 ล้านคน
- เทศกาลตรุษจีนทำรายได้ 5.752 พันล้านหยวน โดย Feichi Rensheng 3 คิดเป็นประมาณ 50.9% ของยอดทั้งหมด
- ภาพยนตร์ที่ประกาศกำหนดฉายในต่างประเทศเริ่มเข้าฉายวันที่ 15 ตุลาคม และมีรอบเปิดตัวเพิ่มเติมไปจนถึงปลายเดือน
- มีการประกาศให้ Huan Ying Lai Long Can Guan เป็นภาพยนตร์ที่จีนแผ่นดินใหญ่ส่งเข้าประกวดรางวัลออสการ์ครั้งที่ 99 ไม่ใช่ภาพยนตร์ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง
- จีนมีจอภาพยนตร์ 95,819 จอ ณ สิ้นเดือนกันยายน แต่การขยายกำลังรองรับไม่ได้ป้องกันไม่ให้ตลาดช่วงวันหยุดวันชาติอ่อนตัวลง
- ตัวเลขประเมินมูลค่าผลผลิตตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมภาพยนตร์มากกว่า 480 พันล้านหยวน เป็นคนละส่วนกับรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศ






