ลงมติเป็นเอกฉันท์ เปิดทางให้รื้อประเด็นชื่อโคชีกลับมาพิจารณา
สภาจังหวัดโคชีของเนปาลมีมติเป็นเอกฉันท์รับรองข้อบังคับการดำเนินงานฉบับใหม่ ซึ่งเปิดทางให้สมาชิกหนึ่งในสามของสภาทั้งหมดเสนอญัตติเปลี่ยนชื่อจังหวัดได้ การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นที่เมืองพิราฏนครเมื่อวันเสาร์ ก่อนปิดสมัยประชุมครั้งที่ 9 ช่วยยุติข้อขัดแย้งที่ยืดเยื้อเกี่ยวกับขั้นตอนการทำงานของสภา แต่ยังไม่ได้ข้อยุติในประเด็นอ่อนไหวทางการเมืองว่าจังหวัดควรมีชื่อว่าอะไร
สารบัญ
- ลงมติเป็นเอกฉันท์ เปิดทางให้รื้อประเด็นชื่อโคชีกลับมาพิจารณา
- ข้อ 212 กำหนดขั้นตอนเสนอญัตติเข้าสู่สภา
- ข้อขัดแย้งเรื่องชื่อทำให้ข้อบังคับฉบับใหญ่ล่าช้า
- จากข้อบังคับฉบับแรกสู่ข้อตกลงเมื่อวันเสาร์
- พรรคการเมืองสนับสนุนขั้นตอน แต่ยังไม่ชี้ขาดเรื่องชื่อ
- ข้อเรียกร้องด้านอัตลักษณ์ยังดำเนินต่อไปนอกสภา
- ตั้งกลไกใหม่สำหรับสมาชิกสภาหญิงและอดีตสมาชิก
- ประชุมทางไกลและการตัดสินใจที่ยังรออยู่
- ประเด็นสำคัญ
ข้อกำหนดสำคัญคือข้อ 212 ซึ่งระบุวิธีที่สมาชิกสภาจะเสนอแก้ไขชื่อที่รับรองไปแล้วตามมาตรา 295(2) ของรัฐธรรมนูญเนปาลได้ สมาชิกสภาหนึ่งในสามของทั้งหมดสามารถยื่นข้อเสนอเข้าสู่กระบวนการอย่างเป็นทางการได้ แต่การเปลี่ยนชื่อยังต้องได้รับเสียงสนับสนุนสองในสาม การอนุญาตให้เสนอเปลี่ยนชื่อไม่ได้หมายความว่ารับรองชื่อใหม่แล้ว
ข้อบังคับยังวางแนวทางจัดตั้งกลไกสำหรับสมาชิกสภาหญิง การหารือกับอดีตสมาชิก และการประชุมทางไกลในภาวะฉุกเฉิน ก่อนรับรองข้อบังคับฉบับนี้ สภาที่ได้รับเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2022 ยังคงใช้ข้อบังคับที่จัดทำขึ้นในสมัยแรก
เรวตี รามัน ภันดารี ประธานคณะกรรมการยกร่าง นำเสนอรายงานของคณะกรรมการที่ใช้ชื่อว่า รายงานคณะกรรมการยกร่างข้อบังคับสภาจังหวัด ประจำปี 2083 ตามปฏิทินศักราชพุทธ สมาชิกสภาหารือหลักการของรายงานและให้ความเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ โดยมีราเมศ กุมาร บัสเนต หัวหน้าวิปรัฐสภาจากพรรค CPN (UML) และโกปาล ตามัง หัวหน้าวิปรัฐสภาจากพรรคเนปาลคองเกรสสนับสนุน
รายงานระบุวันที่ไม่ตรงกัน โดยรายงานฉบับแรกลงวันที่ Asoj 24 ขณะที่รายงานฉบับต่อมาระบุ Asoj 25 แต่ระบุตรงกันว่าการลงมติเกิดขึ้นในวันเสาร์ก่อนปิดสมัยประชุมครั้งที่ 9 รายงานระบุว่าการยกร่างใช้เวลาราวสี่ปี โดยคีตา ติมสินา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมก็กล่าวถึงการทำงานตลอดสี่ปีเช่นกัน
ข้อ 212 กำหนดขั้นตอนเสนอญัตติเข้าสู่สภา
ขั้นตอนใหม่เริ่มจากการได้รับเสียงสนับสนุนจากสมาชิกหนึ่งในสามของสภาทั้งหมด สมาชิกกลุ่มดังกล่าวสามารถยื่นหนังสือแจ้งข้อเสนอแก้ไขหรือเปลี่ยนชื่อจังหวัดต่อเลขาธิการสภา เกณฑ์นี้นับจากจำนวนสมาชิกทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมในแต่ละครั้ง
ในขั้นต่อไป เลขาธิการจะนำข้อเสนอต่อประธานสภา จากนั้นประธานจะกำหนดวันและเวลาอภิปราย โดยหารือกับคณะกรรมการที่ปรึกษากิจการสภา ซึ่งมีหน้าที่จัดตารางงานของสภา
ข้อกำหนดเหล่านี้ระบุทั้งช่องทางยื่นข้อเสนอและผู้มีอำนาจกำหนดเวลาอภิปราย ทำให้สมาชิกสภาที่ต้องการชื่ออื่นมีขั้นตอนรัฐสภาที่ชัดเจน แทนที่จะปล่อยให้ข้อเรียกร้องจำกัดอยู่เพียงการเจรจาทางการเมืองหรือการชุมนุมนอกสภา
ความแตกต่างของจำนวนเสียงยังเป็นประเด็นชี้ขาด โดยเสียงหนึ่งในสามเพียงพอสำหรับเริ่มกระบวนการ แต่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายต้องใช้เสียงสองในสาม ซึ่งเป็นสองเท่าของสัดส่วนแรก หมายความว่ากลุ่มสมาชิกที่มีจำนวนมากพอจะยื่นข้อเสนอ ยังต้องได้รับแรงสนับสนุนเพิ่มขึ้นอย่างมากจึงจะเปลี่ยนชื่อได้สำเร็จ
ดังนั้น ไม่ควรตีความว่ามติเป็นเอกฉันท์รับรองข้อบังคับการดำเนินงานหมายถึงสมาชิกเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ให้เปลี่ยนชื่อโคชี สมาชิกเห็นพ้องเรื่องขั้นตอนที่จะใช้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมา ยังไม่มีการรับรองชื่อใหม่ในการลงมติครั้งนั้น และรายงานก็ไม่ได้ระบุว่ามีการยื่นข้อเสนอแก้ไขชื่อหรือกำหนดวันอภิปรายเรื่องนี้แล้ว
ข้อขัดแย้งเรื่องชื่อทำให้ข้อบังคับฉบับใหญ่ล่าช้า
ความยากลำบากของสภาในการรับรองข้อบังคับฉบับใหม่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับความเห็นต่างว่าควรเปิดให้ทบทวนชื่อจังหวัดหรือไม่ พรรค UML ยืนยันว่าการตั้งชื่อได้ข้อยุติแล้ว และข้อบังคับไม่จำเป็นต้องมีบทบัญญัติสำหรับเปลี่ยนชื่อ ส่วนสมาชิกจากพรรคคองเกรสและพรรคคอมมิวนิสต์เนปาลต้องการให้มีช่องทางที่สภาจะอภิปรายเรื่องการเปลี่ยนชื่อได้
มีการตั้งคณะกรรมการ 11 คน นำโดยลิลาบัลลภ อธิการี สมาชิกสภา เมื่อ Magh 23 ปี 2079 ตามปฏิทินศักราชพุทธ คณะกรรมการจัดทำร่างข้อบังคับ แต่พรรคการเมืองไม่สามารถตกลงกันเรื่องการแก้ไขได้ ต่อมามีการตั้งคณะทำงาน 5 คน นำโดยภันดารี เพื่อปรับแก้เนื้อหาและผลักดันให้ข้อกำหนดที่เป็นข้อพิพาทได้ข้อยุติ
สมาชิกอีกสี่คนที่มีชื่อร่วมกับภันดารี ได้แก่ คาเคศวรี เปาเดล, นารายัน บาฮาดูร์ มาการ์, นิมซารี ราชวันชี และนิรมลา ลิมบู ภันดารีกล่าวว่าข้อบังคับฉบับสุดท้ายสะท้อนฉันทามติร่วมกันของพรรคการเมือง และมีเป้าหมายเพื่อขจัดความคลุมเครือในการดำเนินงานของสภา
ข้อเสนอฉบับก่อนหน้าของพรรคคอมมิวนิสต์เนปาลจะเปิดให้อภิปรายประเด็นชื่อ หากสมาชิกสภาร้อยละ 25 ต้องการ ส่วนข้อกำหนดที่รับรองแล้วกำหนดให้สมาชิกหนึ่งในสาม หรือประมาณร้อยละ 33.3 ยื่นข้อเสนอแก้ไขชื่อได้ สูงกว่าเกณฑ์ที่เสนอไว้ก่อนหน้าราว 8.3 จุดเปอร์เซ็นต์ แม้ข้อเสนอทั้งสองจะใช้ถ้อยคำอธิบายขั้นตอนต่างกัน
ก่อนการลงมติ ประธานสภาอัมบาร์ บาฮาดูร์ บิสตาอธิบายว่า ความพยายามมุ่งหาข้อยุติเป็นเอกฉันท์ แทนการผลักดันข้อบังคับด้วยเสียงข้างมากโดยที่พรรคซึ่งไม่เห็นด้วยยังคัดค้าน อธิการีระบุว่าความเปลี่ยนแปลงของจุดยืนพรรคการเมืองหลังการเปลี่ยนขั้วพันธมิตรรัฐบาลเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดความยากลำบาก การลงมติครั้งสุดท้ายยุติข้อขัดแย้งด้านขั้นตอนที่ทำให้เอกสารฉบับใหญ่ล่าช้า
จากข้อบังคับฉบับแรกสู่ข้อตกลงเมื่อวันเสาร์
ประเด็นชื่อจังหวัดและความพยายามจัดทำข้อบังคับการดำเนินงานฉบับใหม่พัฒนาควบคู่กันมา สภาชุดแรกไม่ได้ข้อยุติเรื่องชื่อจังหวัด ขณะที่สภาชุดที่สองลงมติใช้ชื่อโคชี ก่อนประสบความยากลำบากในการตกลงว่าจะทบทวนมติดังกล่าวได้อย่างไร
เหตุการณ์สำคัญมีดังนี้
- ปี 2074 ตามปฏิทินศักราชพุทธ: สภาจังหวัดชุดแรกรับรองข้อบังคับการดำเนินงาน แต่ไม่ได้ข้อยุติเรื่องชื่อจังหวัดตลอดวาระ
- Chaitra 10 ปี 2075 ตามปฏิทินศักราชพุทธ: มีการแก้ไขข้อบังคับการดำเนินงานฉบับเดิม
- 20 พฤศจิกายน 2022: การเลือกตั้งได้สมาชิกสภาจังหวัดชุดที่สอง
- Magh 23 ปี 2079 ตามปฏิทินศักราชพุทธ: มีการตั้งคณะกรรมการยกร่าง 11 คน ภายใต้การนำของลิลาบัลลภ อธิการี
- 1 มีนาคม 2023 หรือ Falgun 17 ปี 2079 ตามปฏิทินศักราชพุทธ: สภาลงมติเปลี่ยนชื่ออดีตจังหวัดหมายเลข 1 เป็นโคชี ด้วยเสียงสนับสนุนมากกว่าสองในสาม
- Falgun 19 ปี 2081 ตามปฏิทินศักราชพุทธ: มีข้อเสนอให้ประธานสภาเรียกประชุมผู้นำพรรค วิป และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการภายในและกฎหมาย เพื่อหาข้อตกลงเกี่ยวกับข้อบังคับ
- วันเสาร์ ก่อนปิดสมัยประชุมครั้งที่ 9: สภารับรองข้อบังคับฉบับใหม่เป็นเอกฉันท์ รวมถึงขั้นตอนเสนอแก้ไขชื่อ
ลำดับเหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าเหตุใดข้อบังคับใหม่จึงสำคัญเกินกว่าการบริหารงานตามปกติ สภาตัดสินใจเรื่องชื่อด้วยเสียงข้างมากอย่างท่วมท้น ก่อนใช้เวลาหลายปีเจรจาว่าควรระบุไว้ในขั้นตอนของสภาอย่างชัดเจนหรือไม่ว่าสามารถนำมตินั้นกลับมาพิจารณาใหม่ได้
พรรคการเมืองสนับสนุนขั้นตอน แต่ยังไม่ชี้ขาดเรื่องชื่อ
การสนับสนุนจากหัวหน้าวิปรัฐสภาของพรรค UML และพรรคคองเกรสมีบทบาทสำคัญต่อการผ่านข้อบังคับอย่างเป็นเอกฉันท์ แรงสนับสนุนของทั้งสองฝ่ายทำให้พรรครัฐบาลและฝ่ายค้านหลักเห็นพ้องกับข้อบังคับที่ก่อนหน้านี้ถูกขัดขวางด้วยความเห็นต่าง
ราเมศ กุมาร บัสเนต หัวหน้าวิปรัฐสภาพรรค UML เรียกร้องให้สมาชิกสภารับรองข้อบังคับที่จัดทำขึ้นในสมัยของตนเอง แทนการพึ่งพาข้อบังคับของสภาชุดแรกต่อไป เขาสนับสนุนให้รับรองเป็นเอกฉันท์ว่า
"ในสถานการณ์ปัจจุบัน ข้อบังคับเหล่านี้มีความเหมาะสม มาจัดวางแนวทางดำเนินงานของสภาโดยใช้ข้อบังคับที่เราจัดทำขึ้นเอง แทนที่จะใช้ข้อบังคับของสภาชุดแรก ขอให้รับรองข้อบังคับนี้เป็นเอกฉันท์" เขากล่าว
โกปาล ตามัง หัวหน้าวิปรัฐสภาพรรคคองเกรส กล่าวถึงความล่าช้าว่ามีประเด็นอัตลักษณ์เป็นศูนย์กลาง และสมาชิกสภาต้องการให้ได้รับอนุญาตอย่างน้อยที่สุดในการเสนอเปลี่ยนชื่อในที่ประชุม คำกล่าวของเขาชี้ว่าขั้นตอนใหม่นี้เป็นหัวใจของการประนีประนอม ไม่ใช่เพียงการปรับแก้ถ้อยคำเล็กน้อย
อินทรา บาฮาดูร์ อังโบ ผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์เนปาลในรัฐสภา ระบุว่าการบรรจุประเด็นเปลี่ยนชื่อไว้ในข้อบังคับเป็นความสำเร็จสำคัญ ขณะที่คีนนู ลังวา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว ป่าไม้ และสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ข้อบังคับฉบับปรับปรุงทำให้สามารถแก้ไขหรือเปลี่ยนชื่อได้หากมีความพยายามเพิ่มเติม
ปฏิกิริยาเหล่านี้สะท้อนการตีความมติเดียวกันในทางการเมืองที่แตกต่างกัน ผู้สนับสนุนการทบทวนชื่อโคชีมองเห็นโอกาสผลักดันข้อเรียกร้องของตน ส่วนการสนับสนุนของพรรค UML แสดงถึงข้อตกลงเรื่องขั้นตอนของสภา แต่ไม่ได้หมายความโดยตัวมันเองว่าพรรคจะลงคะแนนสนับสนุนชื่ออื่น
ฮิกมัต กุมาร การ์กี มุขมนตรี แสดงความยินดีต่อร่างกฎหมายแยกต่างหากว่าด้วยภาษาที่ใช้ในการดำเนินงานของรัฐบาล ซึ่งผ่านในวันเสาร์เดียวกัน รายงานไม่ได้ระบุว่าเขาแสดงความเห็นต่อสาธารณะในทำนองเดียวกันเกี่ยวกับข้อกำหนดเสนอแก้ไขชื่อ การไม่มีคำแถลงดังกล่าวไม่ได้ชี้ชัดถึงจุดยืนของเขาต่อข้อเสนอที่จะมีขึ้นในอนาคต
ข้อเรียกร้องด้านอัตลักษณ์ยังดำเนินต่อไปนอกสภา
การตัดสินใจตั้งชื่อจังหวัดในเดือนมีนาคม 2023 จุดกระแสคัดค้านจากองค์กรที่ต้องการชื่อซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์และวัฒนธรรมของภูมิภาค กลุ่มต่าง ๆ รวมตัวเป็นแนวร่วมและจัดการชุมนุมทั่วจังหวัด รวมถึงในกรุงกาฐมาณฑุ
ศูนย์กลางพรรคเหมาจารีตในขณะนั้น ซึ่งรายงานในเวลาต่อมาระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของพรรคคอมมิวนิสต์เนปาล เคยสนับสนุนการตั้งชื่อโคชี ต่อมาพรรคยอมรับว่าจุดยืนดังกล่าวเป็นความผิดพลาด และให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนการทบทวน นอกจากนี้ยังคงใช้ชื่อจังหวัดหมายเลข 1 ในกิจกรรมของพรรค ทำให้จุดยืนคัดค้านยังปรากฏต่อเนื่องหลังการลงมติของสภา
รายงานระบุว่าการรณรงค์ประท้วงอ่อนแรงลงหลังขบวนการ Gen Z แต่เสียงคัดค้านชื่อโคชียังคงมีอยู่ เมื่อวันศุกร์ก่อนรับรองข้อบังคับ ผู้ชุมนุมประท้วงระหว่างการเดินขบวนในเมืองพิราฏนคร ก่อนพิธีเปิดการประชุมใหญ่ของคีรัต ราย ยายอกขา
ข้อบังคับใหม่เชื่อมโยงข้อเรียกร้องที่ยังดำเนินอยู่เข้ากับกระบวนการนิติบัญญัติที่อาจเกิดขึ้น แต่ไม่ได้รับประกันว่าองค์กรผู้ชุมนุมจะรวบรวมเสียงสนับสนุนในสภาได้เพียงพอ และไม่ได้ระบุว่าสมาชิกสภาอาจเสนอชื่อทางเลือกใด
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงมีขอบเขตชัดเจนกว่า กล่าวคือ สมาชิกสภามีช่องทางที่ระบุไว้อย่างชัดแจ้งในการยื่นข้อเสนอแก้ไขชื่อและนำเข้าสู่การอภิปราย ข้อพิพาทสามารถเข้าสู่สภาผ่านขั้นตอนที่กำหนดไว้ ขณะที่ข้อโต้แย้งทางการเมืองเรื่องชื่อยังไม่คลี่คลาย
ตั้งกลไกใหม่สำหรับสมาชิกสภาหญิงและอดีตสมาชิก
ข้อบังคับที่รับรองแล้วครอบคลุมประเด็นอื่นนอกเหนือจากเรื่องชื่อ โดยกำหนดให้มีคณะกรรมการประสานงานสตรี ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกหญิงทั้งหมดของสภาจังหวัด คณะกรรมการมีเป้าหมายรวมถึงการหารือประเด็นที่ส่งผลต่อสมาชิกสภาหญิง และสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของพวกเธอ
หากรองประธานสภาเป็นผู้หญิง เธอจะทำหน้าที่ประสานงานคณะกรรมการโดยอัตโนมัติ หากไม่มีรองประธานสภาหญิง สมาชิกคณะกรรมการจะเลือกผู้ประสานงานจากกลุ่มของตนเอง กลไกนี้กำหนดองค์ประกอบและแนวทางการคัดเลือกผู้นำไว้อย่างชัดเจน
ข้อบังคับยังเปิดทางให้มีคณะกรรมการประสานงานอดีตสมาชิก เพื่อใช้ประสบการณ์และข้อเสนอแนะจากอดีตสมาชิกสภา โดยให้อดีตสมาชิกเลือกผู้ประสานงานกันเอง ภันดารีอธิบายว่ากลไกนี้เป็นเวทีอย่างไม่เป็นทางการที่เชื่อมโยงประสบการณ์ของอดีตสมาชิกกับสภา
โครงสร้างทั้งสองรองรับกลุ่มคนต่างกัน โดยคณะกรรมการสตรีรวบรวมสมาชิกสภาชุดปัจจุบัน ส่วนคณะกรรมการอดีตสมาชิกเป็นช่องทางรับคำแนะนำจากผู้พ้นตำแหน่งแล้ว ไม่มีการระบุว่าคณะกรรมการใดเข้ามาแทนอำนาจตัดสินใจของสภา รายงานไม่ได้ระบุตารางประชุม งบประมาณ หรือกำหนดเริ่มทำงานของคณะกรรมการ
ประชุมทางไกลและการตัดสินใจที่ยังรออยู่
ข้อบังคับกำหนดหลักเกณฑ์สำหรับจัดประชุมผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศในช่วงเกิดโรคระบาด ภัยพิบัติ หรือสถานการณ์ที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วยตนเองได้ ข้อกำหนดนี้ช่วยให้การดำเนินงานของสภาต่อเนื่องได้เมื่อสมาชิกไม่สามารถประชุมพร้อมหน้า
ข้อกำหนดกรณีฉุกเฉินนี้สอดคล้องกับเป้าหมายของภันดารีที่ต้องการขจัดความคลุมเครือในการดำเนินงานของสภา แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงด้านการบริหารที่แยกจากขั้นตอนการเปลี่ยนชื่อ และการบรรจุเรื่องนี้ไว้แสดงให้เห็นว่าเอกสารที่รับรองครอบคลุมทั้งการทำงานของสถาบันและประเด็นที่สภาสามารถอภิปราย
รายงานไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับแพลตฟอร์มประชุมทางไกล การตรวจสอบการเข้าร่วม หรือวิธีลงคะแนน ดังนั้น การรับรองหลักเกณฑ์ทางกฎหมายสำหรับประชุมทางไกลจึงควรแยกจากหลักฐานว่ามีการใช้ระบบทางเทคนิคใดอยู่แล้ว
สำหรับประเด็นชื่อ ขั้นตอนที่เป็นรูปธรรมถัดไปคือการยื่นหนังสือแจ้งซึ่งมีสมาชิกอย่างน้อยหนึ่งในสามของจำนวนทั้งหมดสนับสนุนต่อเลขาธิการ จากนั้นประธานสภาจะกำหนดวันอภิปรายร่วมกับคณะกรรมการที่ปรึกษากิจการสภา รายงานเกี่ยวกับการผ่านข้อบังคับไม่ได้ประกาศกำหนดยื่นข้อเสนอ วันอภิปรายเรื่องชื่อ หรือวันลงมติขั้นสุดท้าย
ผลที่ได้คือข้อตกลงเรื่องขั้นตอนที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่การตัดสินใจในเนื้อหายังรออยู่ โคชียังคงเป็นชื่อจังหวัด ความพยายามเปลี่ยนชื่อต้องผ่านกระบวนการที่กำหนดขึ้นใหม่ และได้รับเสียงสนับสนุนตามเกณฑ์สองในสาม
ประเด็นสำคัญ
- สภาจังหวัดโคชีรับรองข้อบังคับการดำเนินงานฉบับใหม่เป็นเอกฉันท์ ก่อนปิดสมัยประชุมครั้งที่ 9
- ข้อ 212 อนุญาตให้สมาชิกหนึ่งในสามของสภาทั้งหมดแจ้งข้อเสนอแก้ไขชื่อจังหวัดได้
- การเปลี่ยนชื่อขั้นสุดท้ายยังต้องได้รับเสียงสนับสนุนสองในสาม
- เลขาธิการจะส่งข้อเสนอต่อประธานสภา ซึ่งกำหนดวันอภิปรายร่วมกับคณะกรรมการที่ปรึกษากิจการสภา
- ข้อบังคับกำหนดให้มีคณะกรรมการสำหรับสมาชิกสภาหญิงและอดีตสมาชิก พร้อมเปิดทางให้ประชุมทางไกลในภาวะฉุกเฉิน
- ยังไม่มีการระบุชื่อใหม่ ข้อเสนอแก้ไขที่ยื่นแล้ว หรือวันอภิปรายเรื่องชื่อ






