รับสารภาพ หลังทารุณกรรมหลายเดือนและพลาดสัญญาณเตือน
คำเตือนเนื้อหา: บทความนี้มีรายละเอียดเกี่ยวกับการทารุณกรรมเด็ก
สารบัญ
- รับสารภาพ หลังทารุณกรรมหลายเดือนและพลาดสัญญาณเตือน
- การทารุณกรรมเริ่มขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์หลังเทรเวอร์เกิด
- มีผู้สังเกตเห็นบาดแผล แต่ความรุนแรงยังดำเนินต่อ
- การปิดปากกลายเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ใช้ให้หยุดร้อง
- เกิดอะไรขึ้นในวันที่ 1 กันยายน
- ผลชันสูตรและความผิดที่รับสารภาพ
- ผลประเมินทางจิตเวชและความรุนแรงที่กระทำต่อกัน
- อัยการและฝ่ายจำเลยเห็นต่างเรื่องโทษ
- ญาติเคยวางแผนจัดงานวันเกิดครบขวบ
- ประเด็นสำคัญ
โคลอี กัน ซี ซวน วัย 23 ปี และนีโอ เจีย หมิง วัย 27 ปี ให้การรับสารภาพต่อศาลสูงสิงคโปร์เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2026 ในความผิดที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของเทรเวอร์ นีโอ หยู ฮิน บุตรชาย ทั้งคู่ทารกวัย 8 เดือนเสียชีวิตเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2024 หลังถูกทำร้ายซ้ำหลายครั้ง ซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่เขามีอายุเพียงไม่กี่สัปดาห์
การพิจารณาคดีต่อหน้าผู้พิพากษาฮู เสี่ยวเผิง มีการเปิดเผยเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่เทรเวอร์เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลหลังถูกเขย่าจนหมดสติ พี่เลี้ยงสังเกตเห็นบาดแผล ยายฝ่ายแม่เตือนให้หยุดทำร้าย และพ่อแม่พยายามปกปิดรอยฟกช้ำ ทั้งคู่ต่างไม่ห้ามปรามความรุนแรงของอีกฝ่าย
ในคืนสุดท้าย กันใช้มือปิดหน้าเทรเวอร์ซ้ำหลายครั้ง ก่อนจะจับเขาคว่ำหน้าลงในเปล นีโออยู่ในห้องแต่ไม่ได้ปกป้องลูก เมื่อทั้งคู่พบว่าเทรเวอร์ไม่หายใจ พวกเขาพยายามกู้ชีพและเรียกแท็กซี่ไปโรงพยาบาลสตรีและเด็กเคเค (KKH) นีโอไม่ต้องการเสียค่าใช้จ่ายเรียกรถพยาบาล
ข้อหารวมถึงการทำให้หรือปล่อยให้เด็กเสียชีวิต การปฏิบัติต่อเด็กอย่างโหดร้าย และการยินยอมให้มีการทารุณกรรม นีโอยังรับสารภาพความผิดที่เกี่ยวข้องกับการทำร้ายกันด้วย เธอร้องไห้ขณะอัยการบรรยายถึงการกระทำของเธอ ส่วนนีโอยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย
ผลชันสูตรสุดท้ายไม่สามารถระบุสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดได้ อย่างไรก็ตาม การประเมินทางการแพทย์ในเวลาต่อมาระบุว่า การปิดจมูกและปากของเทรเวอร์ หรือจับเขาคว่ำหน้า อาจทำให้หายใจติดขัดได้ การโต้แย้งเรื่องโทษมุ่งเน้นไปที่ความรับผิดชอบของพ่อแม่แต่ละคน การรับรู้ถึงอันตราย และน้ำหนักที่ควรให้แก่ผลประเมินทางจิตเวชของกัน ศาลเลื่อนการพิจารณาไปเป็นวันที่ 21 ตุลาคม 2026
การทารุณกรรมเริ่มขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์หลังเทรเวอร์เกิด
เทรเวอร์เกิดเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2023 สี่เดือนหลังพ่อแม่แต่งงาน กันย้ายออกจากบ้านพ่อแม่ไปอยู่กับนีโอหลังทราบว่าตั้งครรภ์ในเดือนเมษายน 2023 หลังคลอด เธอกลับไปอยู่บ้านพ่อแม่และได้รับความช่วยเหลือจากพี่เลี้ยงพักฟื้นหลังคลอด ซึ่งช่วยดูแลในช่วงหลังคลอด
ตามคำให้การต่อศาล กันและเทรเวอร์กลับไปอยู่บ้านของนีโอในเดือนมกราคม 2024 ทั้งคู่อาศัยในแฟลตของการเคหะและการพัฒนาเมือง (HDB) ที่โฮกังร่วมกับญาติของนีโอ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ พี่เลี้ยงดูแลเทรเวอร์ในวันธรรมดา ส่วนญาติช่วยดูแลในช่วงเย็นและวันหยุดสุดสัปดาห์
กันเห็นนีโอเขย่าเทรเวอร์ และเริ่มทำเช่นเดียวกันหลังพบว่าการเขย่าทำให้ลูกหยุดร้องไห้หรือหมดสติได้ ในเดือนมกราคม 2024 เทรเวอร์เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลประมาณหนึ่งสัปดาห์ หลังกันเขย่าเขาจนหมดสติ
ข้อความที่ศาลนำมาเปิดเผยกล่าวถึงการเขย่าเทรเวอร์ตอนอายุประมาณ 41 วัน นีโอพูดถึงความเป็นไปได้ที่สมองจะเสียหาย ขณะที่กันบรรยายว่าเธอเขย่าลูกแรงเพียงใด ต่อมาเธอบอกนีโอว่าเทรเวอร์ไม่ได้กินนม เพราะการเขย่าทำให้เขาหมดแรง ข้อความเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าพ่อแม่พูดคุยถึงผลร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้น แต่ยังคงทารุณกรรมลูกต่อไป
มีผู้สังเกตเห็นบาดแผล แต่ความรุนแรงยังดำเนินต่อ
ระหว่างเดือนเมษายนถึงสิงหาคม 2024 กันตีมือ หน้าอก ต้นขา และก้นของเทรเวอร์จนเกิดรอยฟกช้ำ นีโอเห็นการทำร้ายหลายครั้งแต่ไม่ได้เข้าไปห้าม ในเดือนพฤษภาคม แม่ของกันสังเกตเห็นรอยฟกช้ำและเตือนลูกสาวให้หยุดตีทารก
นีโอยังหยิกนิ้วของเทรเวอร์ซ้ำ ๆ โดยหยิกครั้งละ 20 ถึง 30 ที และทำเช่นนี้ราวเดือนละสองถึงสามครั้ง เพราะเห็นปฏิกิริยาของทารกแล้วรู้สึกสนุก กันอยู่ด้วยแต่ไม่ได้ห้าม การทารุณกรรมอื่น ๆ รวมถึงการตบอย่างแรงและบีบจนผิวหนังของเทรเวอร์เป็นสีม่วงหรือเกิดรอยฟกช้ำ
เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2024 เทรเวอร์ถูกพาไปโรงพยาบาล KKH หลังพี่เลี้ยงสังเกตเห็นเลือดออกใต้ลิ้นและยืนกรานให้พาไปพบแพทย์ ระหว่างพาเทรเวอร์ไปบ้านพี่เลี้ยง นีโอเอามือเข้าไปในปากทารกและควานหาอะไรบางอย่าง แพทย์บันทึกว่ามีการบาดเจ็บเฉพาะจุดและรอยแดงใต้ลิ้น
พ่อแม่ยังพูดคุยกันเรื่องปกปิดบาดแผลด้วย นีโอบอกให้กันอ้างว่ารอยฟกช้ำบนใบหน้าเกิดจากโทรศัพท์ของเขาตกใส่เทรเวอร์โดยไม่ได้ตั้งใจ ไม่ใช่จากการตบ ช่วงต้นเดือนสิงหาคม เขาบอกเธอว่าอย่าตีลูกจนกว่าจะพาไปพบแพทย์ เพื่อไม่ให้แพทย์เห็นรอยฟกช้ำและสงสัยว่าเกิดการทารุณกรรม
เหตุการณ์เหล่านี้ชี้ว่าความรุนแรงยังดำเนินต่อ แม้เด็กเคยเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล มีการไปพบแพทย์อีกครั้ง และครอบครัวเตือนโดยตรงแล้ว แต่ไม่ได้ยืนยันว่าผู้ดูแลหรือบุคลากรทางการแพทย์แต่ละคนทราบถึงรูปแบบการทารุณกรรมทั้งหมดมากน้อยเพียงใดในเวลานั้น
การปิดปากกลายเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ใช้ให้หยุดร้อง
ศาลรับฟังว่าพ่อแม่ทั้งคู่ปิดจมูกและปากของเทรเวอร์เพื่อให้เขาหยุดร้องไห้ ตอนแรกกันใช้ผ้าห่ม เมื่อเทรเวอร์แข็งแรงพอที่จะดึงผ้าห่มออก เธอก็ใช้มือกดไว้จนเขาหมดสติ
คำบรรยายเกี่ยวกับช่วงเวลาที่นีโอเริ่มทำเช่นนี้แตกต่างกัน บันทึกหนึ่งระบุว่าเริ่มทำเป็นประจำราวเดือนเมษายน 2024 อีกบันทึกกล่าวถึงเหตุการณ์ก่อนวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ซึ่งเขาปิดจมูกและปากของเทรเวอร์ประมาณหนึ่งนาที จนทารกอาเจียนนมและตัวเปลี่ยนเป็นสีม่วง เหตุการณ์ก่อนหน้านี้บ่งชี้ว่ามีการกระทำเช่นนี้ก่อนเดือนเมษายน แม้จะเริ่มทำเป็นประจำในภายหลัง
หลังเหตุการณ์ก่อนหน้านั้น นีโอบอกกันว่าเขากลัวว่าจะฆ่าเทรเวอร์และไม่อยากดูแลลูกอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม เขายังคงทารุณกรรมทารกต่อไป เขารู้ว่ากำลังปิดปากเทรเวอร์ แต่กล่าวว่าเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้ลูกหลับ
การทำให้หมดสติถูกใช้ซ้ำ ๆ เพื่อให้หยุดร้องไห้ บทสนทนาของพ่อแม่เองเกี่ยวกับความตายและสมองบาดเจ็บเป็นประเด็นสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าพวกเขารับรู้ถึงอันตราย
เกิดอะไรขึ้นในวันที่ 1 กันยายน
ทั้งคู่กลับจากรับประทานอาหารค่ำเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 1 กันยายน 2024 ก่อนหน้านั้นลุงของนีโอช่วยดูแลเทรเวอร์ ต่อมาเด็กอยู่ในเปล ขณะที่พ่อแม่ใช้โทรศัพท์อยู่ในห้องนอน
เมื่อเทรเวอร์ร้องไห้ กันกดผ้าห่มปิดหน้าเขาเกือบหนึ่งนาที เขาดิ้นและเริ่มเคลื่อนไหวช้าลง หลังเธอยกมือออก เขาก็ร้องอีก และเธอทำซ้ำหลายครั้ง
นีโอผู้เป็นพ่อพูดกับกันขณะที่เธอกำลังปิดปากลูก คำพูดของเขาแสดงถึงการรับรู้ความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตและความเป็นไปได้ที่จะถูกลงโทษ:
ทำอะไรน่ะ อยากให้ลูกตายหรือไง? ถ้าเกิดอะไรขึ้น เราติดคุกแน่
กันผู้เป็นแม่ตอบ โดยเสนอว่าให้ทำซ้ำเมื่อลูกร้องอีก:
รอให้ลูกส่งเสียงก่อน แล้วค่อยลองอีกที
คำบรรยายเกี่ยวกับการใช้มือของเธอหลังจากนั้นแตกต่างกัน บันทึกหนึ่งระบุว่ากันใช้มือทั้งสองข้างปิดหน้าเทรเวอร์และใช้มือข้างหนึ่งทุบลงบนอีกข้าง ส่วนบันทึกอื่นระบุว่าเธอกดผ้าห่มอย่างแรงและตบหน้าเขา แต่ทั้งหมดเห็นตรงกันว่าเธอยังคงทำร้ายลูก จับเขาคว่ำหน้าลงบนที่นอน แล้วเข้านอนหลังจากเขาหยุดร้อง
เมื่อเวลาประมาณ 23.30 น. นีโอเล่นเกมในโทรศัพท์เสร็จและไปดูเทรเวอร์ ทารกไม่หายใจและมือเย็น กันพบว่าลูกไม่ตอบสนอง ริมฝีปากเป็นสีม่วงและลืมตาข้างหนึ่ง ทั้งคู่พยายามปั๊มหัวใจผายปอดหรือ CPR แต่ไม่สำเร็จ
นีโอบอกให้กันเรียกแท็กซี่แทนรถพยาบาล ระหว่างเดินทาง เขาบอกให้เธอเงียบและเสนอว่าหากตำรวจไม่เข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งคู่ก็ใช้ชีวิตต่อไปได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน เทรเวอร์ได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิตเมื่อเวลาประมาณ 00.20 น. วันที่ 2 กันยายน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลแจ้งตำรวจถึงสถานการณ์ที่น่าสงสัย และพ่อแม่ถูกจับกุมในเช้าวันนั้น
ผลชันสูตรและความผิดที่รับสารภาพ
อัยการระบุว่ารายงานชันสูตรเบื้องต้นบันทึกภาวะหัวใจและระบบหายใจล้มเหลว โดยอยู่ระหว่างสอบสวนเพิ่มเติม คำนี้อธิบายการหยุดทำงานของหัวใจและระบบหายใจ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะระบุสาเหตุที่แท้จริงได้เสมอไป
มีการบันทึกสาเหตุการเสียชีวิตขั้นสุดท้ายว่าไม่สามารถระบุได้ เนื่องจากไม่พบลักษณะทางกายวิภาคหรือบาดแผลที่ชี้ชัดถึงสาเหตุ การประเมินทางการแพทย์ในเวลาต่อมาระบุว่า การปิดปากเทรเวอร์หรือจับเขาคว่ำหน้าอาจทำให้หายใจติดขัดและขาดอากาศจนเสียชีวิตได้
ความแตกต่างนี้มีความสำคัญ กล่าวคือ การตรวจทางการแพทย์ไม่สามารถระบุสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งได้อย่างแน่ชัด ขณะที่พ่อแม่รับสารภาพความผิดที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของเทรเวอร์ ศาลยังรับฟังรายละเอียดเกี่ยวกับการทำร้ายครั้งสุดท้ายและการทารุณกรรมซ้ำ ๆ ก่อนหน้านั้นด้วย จึงไม่ควรกล่าวว่าผลชันสูตรที่ระบุสาเหตุไม่ได้เป็นข้อสรุปทางการแพทย์ที่ยืนยันว่าเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ
ผลประเมินทางจิตเวชและความรุนแรงที่กระทำต่อกัน
ผลประเมินจากสถาบันสุขภาพจิต (IMH) ระบุว่า กันไม่ได้มีความผิดปกติทางจิตเวชหลังคลอดในช่วงเดือนมีนาคมหรือเมษายน 2024 โดยอาศัยข้อมูลส่วนหนึ่งจากแม่ของเธอ ผลประเมินระบุว่าเธอมีภาวะผิดปกติจากการปรับตัวในช่วงที่กระทำความผิด ซึ่งอาจมีส่วนเกี่ยวข้องเล็กน้อย
ภาวะผิดปกติจากการปรับตัวหมายถึงอาการทางจิตใจที่สัมพันธ์กับความเครียด กันเผชิญแรงกดดันจากงาน การเงิน และการดูแลลูก อย่างไรก็ตาม ผลประเมินของ IMH ระบุว่าภาวะดังกล่าวไม่ได้บั่นทอนความสามารถในการเข้าใจความเสี่ยงจากการกระทำของเธอ ส่วนนีโอได้รับการประเมินว่าไม่มีอาการป่วยทางจิตและไม่ได้มีสติวิปลาส
นีโอยังรับสารภาพว่าทำร้ายกันระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงสิงหาคม 2024 เขาทำร้ายเธอหลังมีปากเสียงกันเรื่องในอาร์เคด ชกศีรษะเธอมากกว่า 10 ครั้งหลังทะเลาะกันเรื่องน้ำอุ่นในซีเรียล และตีเธอหลังพบข้อความที่ส่งถึงเพื่อนชาย ซึ่งเธอพูดถึงความตั้งใจจะหย่ากับเขา การทำร้ายอีกครั้งเกิดขึ้นที่ป้ายรถเมล์หลังจากเดินทางไปต่างประเทศ
ฝ่ายจำเลยของกันโต้แย้งว่าความรุนแรงดังกล่าวทำให้การทารุณกรรมกลายเป็นเรื่องปกติในความสัมพันธ์ ทนายความของเธอยังยกเรื่องอายุยังน้อย ภาวะผิดปกติจากการปรับตัว ความสำนึกผิด และสภาพจิตใจในคืนสุดท้าย โดยกล่าวว่าเธอใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว ข้อโต้แย้งเหล่านี้ถูกเสนอเพื่อขอให้ลงโทษเบาลง ไม่ใช่เพื่อยืนยันว่าเธอไม่เข้าใจอันตรายที่เทรเวอร์เผชิญ
อัยการและฝ่ายจำเลยเห็นต่างเรื่องโทษ
อัยการขอให้ลงโทษจำคุกนีโอ 15 ถึง 16 ปี ฝ่ายจำเลยของเขาขอให้ลงโทษจำคุก 7 ปี 7 สัปดาห์ โดยให้เหตุผลว่าความรับผิดชอบของเขาน้อยกว่ากัน เพราะเธอเป็นผู้ลงมือทำร้ายครั้งสุดท้าย
อัยการโต้แย้งว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นเท่ากัน นีโอสอนให้กันเขย่าเทรเวอร์ มีส่วนร่วมในการทารุณกรรม และอยู่ในเหตุการณ์ขณะเกิดการกระทำที่ทำให้เสียชีวิตโดยไม่ปกป้องลูก ความรุนแรงที่เขารับสารภาพว่ากระทำต่อกันก็เป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาโทษด้วย
ก่อนหน้านี้ นีโอเคยถูกสั่งให้คุมประพฤติจากความผิดที่ทำให้เด็กวัยเตาะแตะบาดเจ็บขณะขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ตอนอายุ 20 ปี ฝ่ายจำเลยของกันขอให้ลงโทษจำคุก 12 ปีครึ่งถึง 13 ปี
ความผิดฐานทำให้หรือปล่อยให้เด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี ซึ่งอยู่ในครัวเรือนเดียวกันเสียชีวิต มีโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี และอาจปรับหรือเฆี่ยนได้ กันไม่อาจถูกเฆี่ยนเพราะเป็นผู้หญิง ส่วนบทบัญญัติความผิดแยกต่างหากเกี่ยวกับการทารุณกรรมเด็กจนเสียชีวิต มีโทษจำคุกสูงสุด 14 ปี หรือปรับ 40,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (S$) ทั้งหมดนี้เป็นอัตราโทษสูงสุดตามกฎหมาย ไม่ใช่โทษที่ศาลตัดสินแล้วในคดีนี้
ญาติเคยวางแผนจัดงานวันเกิดครบขวบ
คำบอกเล่าของญาติในเดือนกันยายน 2024 กล่าวถึงทารกที่มีสมาชิกในครอบครัวช่วยกันดูแล ลุงใหญ่ของเทรเวอร์ ซึ่งระบุเพียงนามสกุลว่านีโอ กล่าวว่า ญาติช่วยดูแลเทรเวอร์ในช่วงเย็น โดยทั่วไปจนถึงเวลาเข้านอนราว 21.00 น. ปู่ย่าตายายฝ่ายแม่และครอบครัวของนีโอผลัดกันช่วยดูแลในวันหยุดสุดสัปดาห์
ลุงใหญ่เล่าว่าเห็นพ่อแม่ออกมาเมื่อเวลาประมาณ 23.30 น. วันที่ 1 กันยายน และบอกว่าจะพาเทรเวอร์ไปโรงพยาบาล เขากล่าวว่าได้รับแจ้งข่าวการเสียชีวิตราว 01.00 น. ขณะที่คำบอกเล่าของญาติอีกคนระบุว่าได้รับข่าวราว 02.00 น. ความทรงจำเหล่านี้ต่างจากลำดับเหตุการณ์ที่ปรากฏในศาล ซึ่งระบุว่านีโอพบว่าเทรเวอร์ไม่หายใจเมื่อเวลาประมาณ 23.30 น.
ป้าของเทรเวอร์บรรยายความโศกเศร้าของครอบครัวหลังเขาเสียชีวิตว่า:
เป็นเรื่องยากมากที่เราจะยอมรับว่าได้เสียเทรเวอร์ไปตลอดกาล เขายังเด็กมาก
ญาติวางแผนเตรียมเค้กและจัดงานฉลองวันเกิดครบขวบตามประเพณีจีนให้เขาในวันที่ 9 ธันวาคม แต่ในวันที่ 4 กันยายน สมาชิกครอบครัวกลับต้องไปรับร่างของเขาจากโรงพยาบาลสิงคโปร์ เจเนอรัล โดยนำเสื้อผ้า ของเล่น และนมผงไปด้วย
วันสำคัญในคดีมีดังนี้:
- 9 ธันวาคม 2023: เทรเวอร์เกิด
- มกราคม 2024: เขาเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลหลังกันเขย่าจนหมดสติ
- 2 เมษายน 2024: แพทย์ตรวจอาการบาดเจ็บใต้ลิ้น
- 2 กันยายน 2024: มีการยืนยันว่าเทรเวอร์เสียชีวิต และพ่อแม่ถูกจับกุม
- 3 กันยายน 2024: กันและนีโอถูกตั้งข้อหา ขณะนั้นมีอายุ 21 และ 25 ปี
- 12 ตุลาคม 2026: ทั้งคู่รับสารภาพความผิดที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของเขา
- 21 ตุลาคม 2026: กำหนดนัดพิจารณาคดีครั้งต่อไป
ประเด็นสำคัญ
- เทรเวอร์ นีโอ หยู ฮิน เสียชีวิตเมื่ออายุ 8 เดือน หลังถูกทารุณกรรมซึ่งเริ่มขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์หลังเกิด
- พ่อแม่ทั้งคู่รับสารภาพความผิดที่เกี่ยวข้องกับการทารุณกรรมและความรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของเขา
- ก่อนเกิดความรุนแรงครั้งต่อมา มีทั้งการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล บาดแผลที่มองเห็นได้ และคำเตือนจากคนในครอบครัว
- ผลชันสูตรสุดท้ายไม่สามารถระบุสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดได้ ส่วนรายงานทางการแพทย์ในเวลาต่อมาระบุถึงความเสี่ยงที่การหายใจอุดกั้นจนเสียชีวิต
- ผลประเมินทางจิตเวชของกันระบุว่าความสามารถในการเข้าใจความเสี่ยงไม่ได้บกพร่อง
- นีโอยังรับสารภาพว่าทำร้ายกัน ศาลเลื่อนการพิจารณาไปเป็นวันที่ 21 ตุลาคม 2026






