ประกาศเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ทำให้ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจคนสำคัญตกอยู่ภายใต้การตรวจสอบ
ทางการจีนประกาศเมื่อวันที่ 13 ตุลาคมว่า หวง ฉีฟาน อดีตนายกเทศมนตรีนครฉงชิ่ง ซึ่งยังดำรงตำแหน่งต่อหลังป๋อ ซีไหล หัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์ถูกปลด อยู่ระหว่างถูกสอบสวนกรณีต้องสงสัยละเมิดวินัยพรรคและกฎหมายอย่างร้ายแรง หวงวัย 74 ปี พ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีในเดือนธันวาคม 2016 แต่ยังปรากฏตัวต่อสาธารณะในฐานะที่ปรึกษาและผู้บรรยายด้านเศรษฐกิจ
สารบัญ
- ประกาศเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ทำให้ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจคนสำคัญตกอยู่ภายใต้การตรวจสอบ
- สิ่งที่ประกาศสอบสวนทางวินัยระบุ
- จากโรงงานในเซี่ยงไฮ้สู่ตำแหน่งนายกเทศมนตรีฉงชิ่ง
- วิกฤตป๋อ ซีไหลที่หวงผ่านพ้นมาได้
- บทบาทสาธารณะด้านเศรษฐกิจหลังพ้นตำแหน่ง
- เวทีเสวนาที่ถูกยกเลิกและข้อมูลผู้จัดที่ไม่ตรงกัน
- คดีแยกต่างหากที่สถาบันคลังสมอง โดยยังไม่มีการยืนยันความเชื่อมโยง
- ลำดับเหตุการณ์และสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป
- สิ่งที่ควรรู้
คณะกรรมการกลางตรวจสอบวินัยและคณะกรรมการกำกับดูแลแห่งชาติกำลังดำเนินการทบทวนทางวินัยและการสอบสวนด้านการกำกับดูแล ประกาศระบุสถานะเดิมของหวงว่าเป็นรองเลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำนครฉงชิ่ง และนายกเทศมนตรีของนครทางตะวันตกเฉียงใต้แห่งนี้ แต่ไม่ได้ระบุข้อกล่าวหาที่สงสัย ช่วงเวลาที่เกิดเหตุ หรือเกี่ยวข้องกับตำแหน่งใด
ประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลังมีรายงานว่าเวทีเสวนาที่กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 26 ตุลาคม ณ เมืองหางโจว ซึ่งหวงมีกำหนดเป็นผู้บรรยายหลัก ถูกยกเลิก งานนี้ประชาสัมพันธ์หวงในฐานะผู้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการและที่ปรึกษาด้านนโยบาย แทนที่จะนำเสนอตำแหน่งในรัฐบาลที่เขาเคยดำรงอยู่ ยังไม่มีการเปิดเผยคำชี้แจงอย่างเป็นทางการที่เชื่อมโยงการยกเลิกกับการสอบสวน
คดีนี้ทำให้ความสนใจกลับไปจับตานักการเมืองผู้เป็นที่รู้จักจากการบริหารเศรษฐกิจของฉงชิ่ง และการอยู่รอดท่ามกลางหนึ่งในเรื่องอื้อฉาวทางการเมืองครั้งสำคัญที่สุดของจีน การยังคงดำรงตำแหน่งหลังป๋อถูกปลดในปี 2012 ทำให้เส้นทางอาชีพของหวงแตกต่างจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกหลายคนที่พัวพันกับเหตุการณ์ดังกล่าว
ณ ขณะนี้ สิ่งที่ยืนยันได้คือมีการสอบสวน ไม่ใช่การตัดสินว่ามีความผิด ทางการยังไม่ได้เปิดเผยข้อกล่าวหาโดยละเอียด กระบวนการในศาล หรือกำหนดเวลาตัดสิน ไม่สามารถติดต่อหวงเพื่อขอความเห็นได้ และยังไม่ชัดเจนว่าเขาได้รับอนุญาตให้มีทนายความหรือไม่
สิ่งที่ประกาศสอบสวนทางวินัยระบุ
ประกาศใช้ถ้อยคำว่า ต้องสงสัยละเมิดวินัยและกฎหมายอย่างร้ายแรง สำนวนนี้มักปรากฏในการสอบสวนที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาทุจริต แต่ไม่ได้ระบุความผิดใดเป็นการเฉพาะ จึงไม่ควรตีความว่าเป็นข้อสรุปว่าหวงรับสินบน ใช้เงินสาธารณะในทางมิชอบ หรือกระทำการใดโดยเฉพาะ
หน่วยงานทั้งสองแห่งที่ระบุในประกาศดูแลประเด็นที่เกี่ยวข้องกันแต่แตกต่างกัน วินัยพรรคครอบคลุมกฎที่กำกับสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ ส่วนการสอบสวนด้านการกำกับดูแลมุ่งตรวจสอบข้อสงสัยเรื่องการประพฤติมิชอบหรือการละเมิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่สาธารณะ การระบุว่าดำเนินการทั้งสองกระบวนการแสดงขอบเขตของการตรวจสอบ แต่ไม่ได้ยืนยันผลที่จะตามมา
ข้อเท็จจริงพื้นฐานหลายประการยังไม่ได้รับการเปิดเผย ได้แก่ ข้อกล่าวหาเกี่ยวข้องกับช่วงที่หวงทำงานในเซี่ยงไฮ้ การบริหารนครฉงชิ่ง การดำรงตำแหน่งในสภานิติบัญญัติหลังจากนั้น หรือบทบาทที่ปรึกษาในเวลาต่อมาหรือไม่ ประกาศยังไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนเงิน ธุรกรรม หรือบุคคลอื่นที่อาจเกี่ยวข้อง
จากโรงงานในเซี่ยงไฮ้สู่ตำแหน่งนายกเทศมนตรีฉงชิ่ง
หวงเกิดเมื่อเดือนพฤษภาคม 1952 ที่เมืองจูจี้ มณฑลเจ้อเจียง เขาเริ่มทำงานในปี 1968 ที่โรงงานถลุงถ่านหินโค้กเซี่ยงไฮ้ โดยเริ่มจากเป็นคนงานในโรงงานเตาถ่านโค้ก ก่อนจะเป็นวิศวกร ในปี 1983 เขาย้ายเข้าสู่การบริหารงานเทศบาลเซี่ยงไฮ้และเริ่มทำงานด้านเศรษฐกิจ
ตำแหน่งต่าง ๆ ของเขาในเซี่ยงไฮ้ ได้แก่ รองเลขาธิการคณะกรรมการพรรคประจำเทศบาล และรองเลขาธิการรัฐบาลเทศบาล นอกจากนี้ยังเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยของคณะกรรมการพรรค ประวัติที่เผยแพร่ระบุว่าเขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจและมีคุณวุฒิด้านการวิจัย
หวงย้ายไปฉงชิ่งในปี 2001 ในตำแหน่งรองนายกเทศมนตรี และในปี 2010 เขาได้เป็นนายกเทศมนตรีและรองเลขาธิการคณะกรรมการพรรคประจำเทศบาล ทำให้เขาเป็นบุคคลสำคัญในฝ่ายบริหารเมืองช่วงที่ป๋อ ซีไหลดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค
เส้นทางดังกล่าวช่วยอธิบายชื่อเสียงของเขาในฐานะนักเทคโนแครตด้านเศรษฐกิจ หรือเจ้าหน้าที่รัฐที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคและนโยบาย งานของเขาครอบคลุมการพัฒนาอุตสาหกรรม การลงทุน ธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ และการคลังของเทศบาล การพ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีในเดือนธันวาคม 2016 เป็นการปิดฉากการดำรงตำแหน่งดังกล่าวราว 6 ปี และการทำงานในฝ่ายบริหารของฉงชิ่งประมาณ 15 ปี
วิกฤตป๋อ ซีไหลที่หวงผ่านพ้นมาได้
ความปั่นป่วนทางการเมืองครั้งสำคัญในช่วงที่หวงดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเริ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2012 เมื่อหวัง ลี่จวิน รองนายกเทศมนตรีฉงชิ่งซึ่งเพิ่งถูกปลดจากตำแหน่งหัวหน้าตำรวจ เข้าไปในสถานกงสุลสหรัฐฯ ในเมืองเฉิงตู หวงเดินทางไปที่สถานกงสุลเพื่อโน้มน้าวให้หวังออกมา เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนการสอบสวนที่เกี่ยวข้องกับหวัง ป๋อ และกู่ ไคไหล ภรรยาของป๋อ
กู่ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฆาตกรรมนักธุรกิจชาวอังกฤษ นีล เฮย์วูด ในเดือนสิงหาคม 2012 และได้รับโทษประหารชีวิตโดยรอลงอาญาไว้ 2 ปี เดือนถัดมา หวังถูกตัดสินจำคุก 15 ปี ในความผิดหลายกระทง รวมถึงใช้อำนาจในทางมิชอบและรับสินบน ส่วนในเดือนกันยายน 2013 ป๋อถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในข้อหารับสินบน ยักยอกทรัพย์ และใช้อำนาจในทางมิชอบ
หวงมีความใกล้ชิดกับป๋อ โดยดูแลงานด้านเศรษฐกิจขณะที่ป๋อเป็นหัวหน้าฝ่ายจัดตั้งพรรคประจำเทศบาล ครั้งหนึ่งหวงเคยเปรียบความสัมพันธ์ของทั้งคู่ว่าเป็นเหมือน "ปลาและน้ำ" อย่างไรก็ตาม หลังป๋อถูกปลด หวงออกมาสนับสนุนการตัดสินใจของผู้นำส่วนกลางต่อสาธารณะ และยังคงดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรี
เมื่อกล่าวในฐานะนายกเทศมนตรีนครฉงชิ่งในปี 2013 หวงวิจารณ์ผลงานบางด้านของอดีตผู้บังคับบัญชา โดยกล่าวว่ามรดกของป๋อถูก "กวาดทิ้ง" และอธิบายโครงการที่เกี่ยวข้องกับป๋อว่าเป็น:
โครงการสร้างภาพ
หวงกล่าวว่าโครงการเหล่านั้น "ทำให้ประชาชนเหน็ดเหนื่อยและผลาญเงิน" และจะไม่ปล่อยให้เกิดขึ้นอีก ในรายงานผลการดำเนินงานของรัฐบาลประจำปีนั้น เขายังกล่าวถึงความพยายามขจัดผลกระทบร้ายแรงจากคดีของป๋อและหวัง ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพและการพัฒนาเศรษฐกิจ
ประกาศล่าสุดไม่ได้ระบุว่าการสอบสวนหวงเกี่ยวข้องกับเรื่องอื้อฉาวครั้งก่อน ความสัมพันธ์ในอดีตระหว่างเขากับป๋ออธิบายได้ว่าทำไมคดีนี้จึงได้รับความสนใจ แต่ไม่ได้ยืนยันว่าการสอบสวนในปัจจุบันมุ่งประเด็นใด
บทบาทสาธารณะด้านเศรษฐกิจหลังพ้นตำแหน่ง
ในปี 2017 หวงดำรงตำแหน่งรองประธานคณะกรรมาธิการการเงินและเศรษฐกิจของสภาประชาชนแห่งชาติชุดที่ 12 ก่อนพ้นจากตำแหน่งดังกล่าวในปี 2018 หลังจากนั้นเขายังคงทำงานด้านวิชาการ การให้คำปรึกษา และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงนโยบาย โดยบรรยายเกี่ยวกับการเงิน อสังหาริมทรัพย์ นโยบายอุตสาหกรรม และเทคโนโลยี
ตำแหน่งและสังกัดในเวลาต่อมาของเขา ได้แก่ ที่ปรึกษาวิชาการของเวที China Finance 40 Forum และรองประธานบริหารคณะกรรมการวิชาการของสถาบันยุทธศาสตร์นวัตกรรมและการพัฒนาแห่งประเทศจีน ข้อมูลประชาสัมพันธ์งานที่หางโจวซึ่งถูกยกเลิกยังระบุว่าเขาเป็นศาสตราจารย์เกียรติคุณของมหาวิทยาลัยฟู่ตั้น และรองประธานศูนย์แลกเปลี่ยนเศรษฐกิจระหว่างประเทศแห่งประเทศจีน
ข้อเสนอด้านสาธารณะของหวงรวมถึงการเตือนไม่ให้เก็งกำไรและกู้ยืมในตลาดอสังหาริมทรัพย์มากเกินไป เขายังสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายและการคุ้มครองนักลงทุนที่เข้มแข็งควบคู่กับการเปิดตลาดทุน ตลอดจนการพัฒนาช่องทางระดมทุนด้วยการออกหุ้นให้มากขึ้น การระดมทุนด้วยหุ้นหมายถึงการหาเงินทุนโดยขายสัดส่วนความเป็นเจ้าของ แทนการก่อหนี้
คำบรรยายว่าหวงเกษียณมาราว 10 ปีแล้ว หมายถึงช่วงเวลานับจากที่เขาพ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีโดยกว้าง ไม่ได้หมายความว่าเขาถอนตัวจากกิจกรรมสาธารณะ เพราะเขาได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในสภานิติบัญญัติหลังพ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรี และยังรับงานบรรยายต่อมา
เวทีเสวนาที่ถูกยกเลิกและข้อมูลผู้จัดที่ไม่ตรงกัน
หวงมีกำหนดปรากฏตัวที่โรงแรมแห่งหนึ่งในหางโจววันที่ 26 ตุลาคม โดยได้รับเชิญให้เป็นผู้บรรยายหลัก หัวข้อของเวทีเสวนาคือการใช้พลังการผลิตรูปแบบใหม่เพื่อสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจให้ดียิ่งขึ้นในหางโจว รายงานระบุว่างานถูกยกเลิก โดยประกาศไม่ได้ให้เหตุผลเฉพาะเจาะจง
รายงานมีข้อมูลไม่ตรงกันเกี่ยวกับธนาคารผู้จัดงาน ฉบับหนึ่งระบุว่าธนาคารหางโจวเป็นเจ้าภาพ ส่วนรายงานอีกฉบับที่ให้รายละเอียดมากกว่าระบุว่าสาขาหางโจวของธนาคารหนิงโปเป็นผู้จัด พร้อมระบุชื่องานภาษาจีนฉบับเต็ม ผู้จัดงานยังไม่ได้ออกแถลงการณ์เพื่อคลี่คลายข้อแตกต่างดังกล่าว
ช่วงเวลามีความสำคัญ เพราะข่าวการยกเลิกเผยแพร่ก่อนที่ทางการจะประกาศการสอบสวนหวงต่อสาธารณะ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เพียงอย่างเดียวไม่อาจยืนยันได้ว่าเหตุใดงานจึงถูกยกเลิก หรือผู้จัดงานทราบเรื่องการสอบสวนเมื่อใด ยังไม่มีการประกาศวันใหม่หรือกำหนดการปรากฏตัวครั้งต่อไป
ประวัติที่ใช้ประชาสัมพันธ์งานยังสะท้อนให้เห็นว่าหวงถูกนำเสนอต่อผู้ฟังในแวดวงธุรกิจอย่างไร กล่าวคือในฐานะนักวิชาการและที่ปรึกษาด้านนโยบายที่ยังมีบทบาทน่าเชื่อถือในประเด็นเศรษฐกิจ ไม่ใช่เพียงอดีตนายกเทศมนตรี
คดีแยกต่างหากที่สถาบันคลังสมอง โดยยังไม่มีการยืนยันความเชื่อมโยง
ความสนใจยังหันไปที่ศูนย์แลกเปลี่ยนเศรษฐกิจระหว่างประเทศแห่งประเทศจีน เนื่องจากเวทีเสวนาที่หางโจวระบุว่าหวงเป็นหนึ่งในรองประธานของศูนย์ รายงานระบุว่า ปี้ จิ่งเฉวียน ประธานศูนย์ ถูกสอบสวนเมื่อเดือนพฤษภาคมของปีก่อน และต่อมาถูกตัดสินจำคุก 14 ปี ข้อหาที่มีรายงานรวมถึงการรับสินบนระหว่างดำรงตำแหน่งผู้นำศูนย์
รายงานฉบับเดียวกันระบุด้วยว่า ในเดือนมกราคม หน่วยงานกำกับดูแลของศูนย์เปลี่ยนจากคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติไปเป็นสถาบันสังคมศาสตร์แห่งประเทศจีน ก่อนมีการปรับโครงสร้างภายใน
เหตุการณ์เหล่านี้เกี่ยวข้องกับสถาบันที่หวงมีความสัมพันธ์ด้วยในที่สาธารณะ แต่ประกาศสอบสวนทางวินัยไม่ได้เชื่อมโยงการสอบสวนหวงกับคดีของปี้ การสังกัดสถาบันเพียงอย่างเดียวไม่ใช่หลักฐานว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับความผิดของบุคคลอื่น และไม่มีการเปิดเผยข้อกล่าวหาว่าหวงมีส่วนร่วมในธุรกรรมที่เป็นมูลเหตุของคำพิพากษานั้น
คำอธิบายอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับหวงยังจำกัดอยู่ที่ตำแหน่งเดิมในฉงชิ่ง ไม่มีการระบุว่าผู้สอบสวนกำลังตรวจสอบงานในเวลาต่อมาของเขาที่ศูนย์ หรือที่องค์กรที่ปรึกษาอื่นใดหรือไม่
ลำดับเหตุการณ์และสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป
เส้นทางอาชีพของหวงและเหตุการณ์รอบการประกาศครั้งนี้ครอบคลุมเวลาหลายทศวรรษ วันที่สำคัญต่อไปนี้แสดงให้เห็นความแตกต่างระหว่างช่วงที่เขารับราชการกับกิจกรรมสาธารณะในเวลาต่อมาหลังพ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรี:
- พฤษภาคม 1952: หวงเกิดที่เมืองจูจี้ มณฑลเจ้อเจียง
- 1968: เริ่มทำงานที่โรงงานถลุงถ่านหินโค้กเซี่ยงไฮ้
- 1983: เข้าสู่การบริหารงานเทศบาลเซี่ยงไฮ้
- 2001: ย้ายไปฉงชิ่งในตำแหน่งรองนายกเทศมนตรี
- 2010: เป็นนายกเทศมนตรีฉงชิ่งและรองเลขาธิการคณะกรรมการพรรคประจำเทศบาล
- กุมภาพันธ์ 2012: หวัง ลี่จวิน เข้าไปในสถานกงสุลสหรัฐฯ ที่เฉิงตู หวงเดินทางไปโน้มน้าวให้เขาออกมา
- กันยายน 2013: ป๋อ ซีไหล ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต หวงยังคงดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรี
- ธันวาคม 2016: หวงพ้นจากตำแหน่งนายกเทศมนตรี
- 2017 ถึง 2018: ดำรงตำแหน่งรองประธานคณะกรรมาธิการการเงินและเศรษฐกิจของสภาประชาชนแห่งชาติ
- 13 ตุลาคม: ทางการประกาศการทบทวนทางวินัยและการสอบสวนด้านการกำกับดูแลหวง
- 26 ตุลาคม: การปรากฏตัวของหวงในงานเสวนาที่หางโจวตามกำหนดถูกยกเลิก
ยังไม่มีการประกาศวันไต่สวน กำหนดตัดสินใจตั้งข้อกล่าวหา หรือกรอบเวลาสิ้นสุดการสอบสวน พัฒนาการสำคัญถัดไปน่าจะเป็นคำชี้แจงอย่างเป็นทางการที่ระบุผลการตรวจสอบหรือมาตรการที่ดำเนินการกับเขา จนกว่าจะถึงตอนนั้น คดียังคงอยู่ในขั้นสอบสวน โดยยังไม่มีการเปิดเผยพฤติการณ์ที่ถูกกล่าวหา
สิ่งที่ควรรู้
- ทางการประกาศเมื่อวันที่ 13 ตุลาคมว่า หวง ฉีฟาน อดีตนายกเทศมนตรีนครฉงชิ่งวัย 74 ปี อยู่ระหว่างการทบทวนทางวินัยและการสอบสวนด้านการกำกับดูแล
- ประกาศระบุข้อสงสัยเรื่องละเมิดวินัยพรรคและกฎหมายอย่างร้ายแรง แต่ไม่ได้ระบุความผิดใดเป็นการเฉพาะ
- หวงยังดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีหลังป๋อ ซีไหลถูกปลดในปี 2012 และพ้นจากตำแหน่งในเดือนธันวาคม 2016
- เวทีเสวนาที่หางโจวซึ่งกำหนดจัดวันที่ 26 ตุลาคมและหวงมีกำหนดขึ้นบรรยาย ถูกยกเลิกโดยไม่มีคำชี้แจงโดยละเอียด
- รายงานมีข้อมูลไม่ตรงกันว่าธนาคารใดเป็นผู้จัดงาน
- ยังไม่มีการยืนยันความเชื่อมโยงอย่างเป็นทางการระหว่างการสอบสวนหวงกับเรื่องอื้อฉาวของป๋อ หรือคดีแยกต่างหากที่เกี่ยวข้องกับปี้ จิ่งเฉวียน
- ยังไม่มีการเปิดเผยวันขึ้นศาลหรือกรอบเวลาการสอบสวน และไม่ชัดเจนว่าหวงเข้าถึงทนายความได้หรือไม่






