อุซเบกิสถานวางแผนฟื้นฟูทุ่งหญ้า 4.32 ล้านเฮกตาร์ และให้ชุมชนเช่าที่ดินฟรี

ใช้เวลาอ่าน 9 นาที
Uzbekistan plans to restore 4.32 million hectares of pasture and grant communities free leases

เป้าหมายการฟื้นฟูผสานการลงทุนด้านน้ำกับการขยายสิทธิ์เข้าถึงที่ดิน

อุซเบกิสถานกำหนดเป้าหมายฟื้นฟูทุ่งหญ้า 620,000 เฮกตาร์ภายในสิ้นปี 2026 และอีก 3.7 ล้านเฮกตาร์ในปี 2027 พร้อมให้ชุมชน 470 แห่งเข้าถึงพื้นที่เลี้ยงสัตว์ได้ฟรีเป็นเวลา 49 ปี มาตรการดังกล่าวระบุไว้ในการนำเสนอที่ประธานาธิบดีชัฟกัต มีร์ซิโยเยฟพิจารณาเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2026 โดยเชื่อมโยงการฟื้นฟูทุ่งหญ้า โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ และการเปลี่ยนแปลงสิทธิ์การใช้ที่ดิน

สารบัญ
  1. เป้าหมายการฟื้นฟูผสานการลงทุนด้านน้ำกับการขยายสิทธิ์เข้าถึงที่ดิน
  2. ผู้ว่าการภูมิภาคมีเวลาหนึ่งเดือนอนุมัติโครงการฟื้นฟู
  3. รายได้จากการเช่าจะนำไปสนับสนุนการขุดบ่อเพิ่ม
  4. โครงการชลประทานสามปีมีความไม่ชัดเจนด้านงบประมาณ
  5. เคงซอยเชื่อมโยงสถานีสูบน้ำกับเป้าหมายผลิตพืชอาหารสัตว์
  6. เตรียมขยายระบบชลประทานนิชอนไปอีกสองอำเภอ
  7. สัญญาเช่าของชุมชนกับสิทธิ์เลี้ยงสัตว์ที่มีอยู่เป็นคนละมาตรการ
  8. สร้างศูนย์ปศุสัตว์ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนประเภทที่ดินทุ่งหญ้า
  9. อนุญาตกิจกรรมอื่นภายใต้เงื่อนไขการฟื้นฟู
  10. ประเด็นสำคัญ

แถลงการณ์เรื่องการฟื้นฟูทุ่งหญ้าของประธานาธิบดีระบุว่า ประเทศมีทุ่งหญ้า 21.255 ล้านเฮกตาร์ แต่มีเพียง 40 เปอร์เซ็นต์ที่ใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คิดเป็นพื้นที่ราว 8.502 ล้านเฮกตาร์ ส่วนพื้นที่อีก 12.753 ล้านเฮกตาร์อยู่นอกขอบเขตที่ระบุว่าใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ไม่ได้ระบุว่าที่ดินส่วนที่เหลือทั้งหมดเสื่อมโทรม

เป้าหมายการฟื้นฟูรายปีทั้งสองรวมกันอยู่ที่ 4.32 ล้านเฮกตาร์ หรือประมาณ 20.3 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทุ่งหญ้าทั้งประเทศ เป้าหมายปี 2027 สูงกว่าพื้นที่ 620,000 เฮกตาร์ที่กำหนดไว้สำหรับปี 2026 เกือบหกเท่า ตัวเลขเหล่านี้เป็นแผนการฟื้นฟูและเพิ่มผลิตภาพ ไม่ใช่ผลงานที่ดำเนินการเสร็จแล้ว

มีร์ซิโยเยฟเชื่อมโยงการใช้ทรัพยากรทุ่งหญ้าให้ดีขึ้นเข้ากับความมั่นคงทางอาหาร โครงการนี้มุ่งบรรลุเป้าหมายดังกล่าวผ่านมาตรการหลายด้าน ได้แก่ ซ่อมแซมและขุดบ่อ ขยายระบบชลประทานและการผลิตพืชอาหารสัตว์ คุ้มครองสิทธิ์เลี้ยงสัตว์ที่มีอยู่ และเปิดให้เช่าทุ่งหญ้าเพื่อกิจกรรมอื่นภายใต้ข้อกำหนดให้อนุรักษ์และฟื้นฟูที่ดิน

ผู้ว่าการภูมิภาคมีเวลาหนึ่งเดือนอนุมัติโครงการฟื้นฟู

การนำเสนอครั้งนี้เกี่ยวข้องกับการดำเนินมติประธานาธิบดีว่าด้วยการใช้ทุ่งหญ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเพิ่งลงนามไป ผู้ว่าการภูมิภาคต้องร่วมกับสำนักงานพัฒนาปศุสัตว์และทุ่งหญ้าอนุมัติโครงการฟื้นฟูแบบครอบคลุมภายในหนึ่งเดือน โครงการเหล่านี้มีเป้าหมายลดพื้นที่ทุ่งหญ้าเสื่อมโทรมลง 10 เปอร์เซ็นต์ในปี 2026 และ 20 เปอร์เซ็นต์ในปี 2027

เป้าหมายเป็นเปอร์เซ็นต์ดังกล่าวแยกจากเป้าหมายฟื้นฟูที่ระบุเป็นจำนวนเฮกตาร์ ประธานาธิบดีไม่ได้ให้ตัวเลขตั้งต้นของพื้นที่ทุ่งหญ้าเสื่อมโทรม หรือระบุว่าการลดลงในแต่ละปีจะคำนวณจากฐานเดียวกันหรือไม่ จึงไม่อาจแปลงเป็นจำนวนเฮกตาร์หรือรวมกันเป็นคำมั่นว่าจะลดลง 30 เปอร์เซ็นต์ได้อย่างน่าเชื่อถือ

โฆษณา

ความแตกต่างนี้สำคัญ เพราะการเพิ่มผลิตภาพกับการแก้ปัญหาความเสื่อมโทรมเป็นงานที่เกี่ยวข้องกันแต่ไม่เหมือนกัน การเข้าถึงน้ำที่ดีขึ้นอาจช่วยให้ทุ่งหญ้ารองรับปศุสัตว์หรือการผลิตพืชอาหารสัตว์ได้มากขึ้น ขณะที่การฟื้นฟูยังต้องทำให้ที่ดินกลับมามีความสามารถในการหล่อเลี้ยงพืชพรรณได้ ประกาศกำหนดเป้าหมายทั้งสองด้าน แต่ไม่ได้เผยแพร่เกณฑ์ที่จะใช้วัดผลสำเร็จ

มีกำหนดการหลายรายการควบคู่ไปกับโครงการระดับภูมิภาค ดังนี้:

  • ภายในหนึ่งเดือนนับจากการนำเสนอเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2026: ผู้ว่าการและสำนักงานฯ ต้องอนุมัติโครงการฟื้นฟูแบบครอบคลุม
  • ภายในสิ้นปี 2026: ฟื้นฟูพื้นที่ 620,000 เฮกตาร์ ซ่อมแซมบ่อ 1,600 แห่ง และก่อสร้างระบบชลประทาน 161 แห่ง
  • ภายในสิ้นปี 2026: จัดทำสัญญาเช่าที่ดินให้ชุมชนครอบคลุม 627,000 เฮกตาร์ และขยายเวลาการทำงานของคณะกรรมการที่ดูแลสิทธิ์ใช้ทุ่งหญ้าที่มีอยู่
  • ในปี 2027: ฟื้นฟูพื้นที่ 3.7 ล้านเฮกตาร์ ปรับปรุงแหล่งน้ำให้ครอบคลุม 1.5 ล้านเฮกตาร์ และก่อสร้างระบบชลประทานเพิ่มอีก 81 แห่ง
  • ในปี 2028: ก่อสร้างระบบชลประทานเพิ่มอีก 81 แห่ง

รายได้จากการเช่าจะนำไปสนับสนุนการขุดบ่อเพิ่ม

รายได้จากการเช่าทุ่งหญ้าจะยังคงอยู่กับองค์กรบริหารจัดการทุ่งหญ้าระดับภูมิภาค เงินดังกล่าวจะนำไปก่อสร้างบ่อเพิ่มอีก 448 แห่ง โดยคาดว่าจะปรับปรุงแหล่งน้ำให้ครอบคลุม 1.5 ล้านเฮกตาร์ในปี 2027 นอกจากนี้ ยังมีกำหนดซ่อมแซมบ่อเดิม 1,600 แห่งภายในสิ้นปี 2026

แนวทางนี้เชื่อมโยงรายได้จากการใช้ทุ่งหญ้าเข้ากับการลงทุนในภาคส่วนเดียวกัน และยังให้น้ำหนักมากกับการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ โดยจำนวนบ่อที่กำหนดให้ซ่อมแซมมีมากกว่าจำนวนบ่อใหม่ที่วางแผนไว้เกินสามเท่า

พื้นที่ 1.5 ล้านเฮกตาร์ที่ระบุว่าจะได้รับน้ำ คิดเป็นประมาณ 7.1 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทุ่งหญ้าทั้งหมดในอุซเบกิสถาน ตัวเลขนี้เป็นเป้าหมายด้านพื้นที่ครอบคลุม ไม่ได้หมายความว่าทุกเฮกตาร์จะได้รับน้ำเพื่อการเพาะปลูก แถลงการณ์ไม่ได้ระบุกำลังการผลิตของบ่อแต่ละแห่ง แหล่งน้ำที่จะนำมาใช้ หรือวิธีจัดสรรน้ำที่เพิ่มขึ้น

แถลงการณ์ยังไม่ได้ระบุว่าพื้นที่ 1.5 ล้านเฮกตาร์นี้ทับซ้อนกับพื้นที่ของโครงการชลประทานอื่นหรือไม่ การนำตัวเลขพื้นที่ที่ได้รับน้ำไปรวมกับเป้าหมายฟื้นฟูจึงอาจทำให้นับพื้นที่เดียวกันซ้ำ

โฆษณา

โครงการชลประทานสามปีมีความไม่ชัดเจนด้านงบประมาณ

แผนก่อสร้างระบุว่าจะมีระบบชลประทาน 323 แห่ง แบ่งเป็น 161 แห่งในปี 2026 และปีละ 81 แห่งในปี 2027 กับ 2028 รวมแล้วคาดว่าจะช่วยให้ฟื้นฟูพื้นที่ได้ 969,000 เฮกตาร์ หรือประมาณ 4.6 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทุ่งหญ้าทั้งประเทศ

แถลงการณ์ภาษาอังกฤษของประธานาธิบดีระบุว่า งบประมาณแผ่นดิน 100,000 ล้านซอมจัดสรรให้กับโครงการก่อสร้างทั้ง 323 แห่ง อย่างไรก็ตาม รายงานต่าง ๆ ระบุขอบเขตการจัดสรรงบประมาณไม่ตรงกัน บางรายงานระบุว่าเงิน 100,000 ล้านซอมเป็นงบสำหรับระบบ 161 แห่งที่วางแผนก่อสร้างในปี 2026 โดยแยกการก่อสร้างในปีต่อ ๆ ไปออกต่างหาก

จำนวนโครงการก่อสร้างและกำหนดการรายปีตรงกันในรายงานเหล่านั้น แต่รายละเอียดด้านงบประมาณไม่ตรงกัน แถลงการณ์ที่เผยแพร่ไม่ได้แจกแจงงบประมาณตามปีหรือจำนวนระบบ จึงไม่อาจยืนยันจากข้อมูลดังกล่าวได้ว่างบครอบคลุมทั้งสามปีหรือเฉพาะระยะแรก

พื้นที่ 969,000 เฮกตาร์เป็นอีกหนึ่งตัวเลขพื้นที่ครอบคลุมของโครงการ ไม่ใช่คำมั่นด้านการฟื้นฟูเพิ่มเติมที่นำไปบวกกับเป้าหมาย 4.32 ล้านเฮกตาร์ได้โดยตรง ประกาศไม่ได้แสดงความเชื่อมโยงระหว่างโครงการชลประทาน บ่อใหม่ และแผนฟื้นฟูรายปีระดับภูมิภาค

เคงซอยเชื่อมโยงสถานีสูบน้ำกับเป้าหมายผลิตพืชอาหารสัตว์

ในแคว้นนาวอย มีการจัดสรรงบประมาณท้องถิ่น 30,000 ล้านซอมเพื่อปรับปรุงสถานีสูบน้ำเคงซอย โครงการนี้มีเป้าหมายเปิดทางให้พัฒนาทุ่งหญ้า 20,000 เฮกตาร์ ผู้ประกอบการ 11 รายเริ่มก่อสร้างอ่างเก็บน้ำและติดตั้งระบบชลประทานแบบสปริงเกลอร์แล้ว

เป้าหมายการผลิตต่อปีอยู่ที่พืชอาหารสัตว์ 250,000 ตันสำหรับโค 60,000 ตัว หากคิดจากพื้นที่ทั้งหมด 20,000 เฮกตาร์ จะเท่ากับผลผลิตเฉลี่ย 12.5 ตันต่อเฮกตาร์ต่อปี การคำนวณนี้แสดงขนาดของเป้าหมายการผลิต ไม่ใช่ผลผลิตที่ทำได้แล้ว

รายงานระบุสถานะการก่อสร้างสถานีสูบน้ำไม่ตรงกัน แถลงการณ์ภาษาอังกฤษของประธานาธิบดีระบุว่ากำลังปรับปรุง ขณะที่รายงานอื่นระบุว่าการปรับปรุงเสร็จแล้ว ทั้งสองฝ่ายกล่าวถึงการพัฒนาทุ่งหญ้าและการสร้างอ่างเก็บน้ำกับงานชลประทานของผู้ประกอบการ แต่ข้อมูลดังกล่าวยังไม่อาจยืนยันสถานะที่แน่ชัดของสถานีได้

โฆษณา

เป้าหมายด้านพืชอาหารสัตว์ยังไม่ได้ระบุชนิดพืช หรือชี้แจงว่าปริมาณผลผลิตเป็นน้ำหนักพืชสดหรือวัตถุแห้ง จึงประเมินคุณค่าด้านอาหารสัตว์ได้จำกัด สิ่งที่ระบุชัดคือความเชื่อมโยงที่มุ่งหมายระหว่างการลงทุนภาครัฐในโครงสร้างพื้นฐานระบบสูบน้ำ กับงานของภาคเอกชนในการสร้างอ่างเก็บน้ำและผลิตพืชอาหารสัตว์ด้วยระบบชลประทาน

เตรียมขยายระบบชลประทานนิชอนไปอีกสองอำเภอ

ในอำเภอนิชอน แคว้นคัชคาดาร์ยา มีการติดตั้งระบบชลประทานแบบแกนหมุนในพื้นที่ 1,332 เฮกตาร์ ควบคู่กับการปลูกพืชอาหารสัตว์ชนิดใหม่ที่เหมาะกับสภาพท้องถิ่น ระบบแกนหมุนใช้หัวฉีดน้ำที่ติดตั้งบนอุปกรณ์ซึ่งหมุนรอบจุดศูนย์กลางเพื่อกระจายน้ำไปทั่วแปลง

เจ้าหน้าที่ได้รับคำสั่งให้ขยายแนวทางนี้ไปยังอำเภอมูบาเรกและเดห์คานาบัด พร้อมจัดตั้งพื้นที่ผลิตเมล็ดพันธุ์ 9,400 เฮกตาร์ภายในหนึ่งปี พื้นที่เหล่านี้มีไว้ผลิตเมล็ดพันธุ์ ซึ่งเป็นคนละวัตถุประสงค์กับที่ดินที่ใช้ปลูกอาหารสัตว์โดยตรง

ประธานาธิบดีไม่ได้ระบุชื่อพืชอาหารสัตว์ชนิดใหม่ ไม่ได้แบ่งพื้นที่ให้แต่ละอำเภอ หรือแจ้งผลผลิตที่คาดว่าจะได้จากการขยายโครงการ คำสั่งดังกล่าวจึงกำหนดทิศทางและเป้าหมายด้านพื้นที่ แต่ยังไม่ใช่แผนการผลิตโดยละเอียด โครงการเมล็ดพันธุ์อาจช่วยสนับสนุนการเพาะปลูกในวงกว้างขึ้น แต่ยังไม่มีการประเมินปริมาณผลผลิตในอนาคต

สัญญาเช่าของชุมชนกับสิทธิ์เลี้ยงสัตว์ที่มีอยู่เป็นคนละมาตรการ

พื้นที่ทุ่งหญ้าของชุมชน 627,000 เฮกตาร์จะให้เช่าโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแก่มัฮัลลา 470 แห่งภายในสิ้นปี 2026 เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลที่เลี้ยงปศุสัตว์ในครัวเรือนนำไปใช้ มัฮัลลาคือองค์กรชุมชนท้องถิ่น สัญญาเช่ามีอายุ 49 ปี และได้รับยกเว้นภาษี

หากหารพื้นที่ทั้งหมดด้วยจำนวนชุมชน จะได้ค่าเฉลี่ยราว 1,334 เฮกตาร์ต่อมัฮัลลา แต่นี่เป็นเพียงค่าเฉลี่ยทางคณิตศาสตร์ ประกาศไม่ได้ระบุว่าจะแบ่งพื้นที่เท่ากันหรือไม่ หรือแต่ละชุมชนจะได้รับที่ดินเท่าใด

อีกมาตรการหนึ่งเกี่ยวข้องกับเกษตรกรที่ใช้ทุ่งหญ้ามานาน คณะกรรมการที่ดูแลสิทธิ์ของเกษตรกรจะขยายเวลาปฏิบัติงานไปจนถึงสิ้นปี 2026 เพื่อให้สามารถรับรองการใช้พื้นที่ 623,000 เฮกตาร์ที่รองรับปศุสัตว์ 260,000 ตัวอยู่ในปัจจุบันอย่างเป็นทางการ

โฆษณา

ไม่ควรสับสนระหว่างสองมาตรการนี้ มาตรการแรกจัดตั้งสัญญาเช่าทุ่งหญ้าของชุมชนโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพื่อใช้เลี้ยงสัตว์ในครัวเรือน ส่วนมาตรการที่สองรับรองสิทธิ์ของผู้ใช้พื้นที่เดิม ประธานาธิบดีระบุว่ามาตรการหลังเป็นสิทธิ์การใช้ที่ดิน ซึ่งไม่ได้ยืนยันว่าเกษตรกรจะได้รับกรรมสิทธิ์โดยสมบูรณ์ นอกจากนี้ ยังไม่ได้ระบุว่าพื้นที่ทั้งสองส่วนทับซ้อนกันหรือไม่ จึงไม่อาจนำมารวมเป็นตัวเลขพื้นที่ทุ่งหญ้าที่จัดสรรใหม่ได้อย่างมั่นใจ

สร้างศูนย์ปศุสัตว์ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนประเภทที่ดินทุ่งหญ้า

กรอบการดำเนินงานใหม่จะอนุญาตให้ก่อสร้างศูนย์ปศุสัตว์ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนประเภทการใช้ที่ดินจากทุ่งหญ้า ราคาตั้งต้นของแปลงที่ดินและภาษีที่ดินจะคำนวณตามหลักเกณฑ์เดียวกับที่ดินเกษตรกรรม ซึ่งแตกต่างจากการยกเว้นภาษีที่ประกาศไว้สำหรับสัญญาเช่าทุ่งหญ้าของชุมชน

มีการอนุมัติแผนก่อสร้างศูนย์ปศุสัตว์ 15 แห่งในแคว้นนาวอย ซามาร์คันด์ และซูร์คอนดาเรีย โดยจะใช้พื้นที่รวม 130 เฮกตาร์ และรองรับปศุสัตว์ได้มากกว่า 55,000 ตัว คิดเป็นค่าเฉลี่ยมากกว่า 3,666 ตัวต่อศูนย์ แม้ขนาดของแต่ละแห่งอาจแตกต่างกัน

พื้นที่ 130 เฮกตาร์เป็นพื้นที่รวมของที่ตั้งศูนย์ ไม่ใช่พื้นที่เลี้ยงสัตว์ทั้งหมดที่จำเป็นต่อการรองรับปศุสัตว์เหล่านั้น ประกาศไม่ได้ระบุชนิดสัตว์ กำหนดการก่อสร้าง ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน หรือพื้นที่ทุ่งหญ้าโดยรอบที่แต่ละโครงการจะใช้ได้

อนุญาตกิจกรรมอื่นภายใต้เงื่อนไขการฟื้นฟู

นอกจากนี้ ยังจะเปิดให้เช่าทุ่งหญ้าเพื่อทำการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เลี้ยงผึ้ง ปลูกพืชสมุนไพร ผลิตกล้าไม้ ล่าสัตว์ และเพาะเลี้ยงไหม การเพาะเลี้ยงไหมหมายถึงการเลี้ยงหนอนไหมเพื่อผลิตเส้นไหม กิจกรรมเหล่านี้ขยายการใช้ประโยชน์จากทุ่งหญ้าให้ครอบคลุมมากกว่าการเลี้ยงปศุสัตว์ตามปกติ

การอนุญาตดังกล่าวมีเงื่อนไขที่ระบุไว้ คือโครงการต้องรักษาสภาพธรรมชาติของทุ่งหญ้าและทำให้มั่นใจว่ามีการฟื้นฟู ประธานาธิบดีไม่ได้อธิบายแนวทางการติดตามตรวจสอบ เกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม หรือบทลงโทษกรณีไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด

โครงการนี้จึงผสานการขยายกิจกรรมทางเศรษฐกิจกับข้อผูกพันในการฟื้นฟู โดยขั้นตอนสำคัญที่กำลังจะมาถึงคือการจัดทำโครงการระดับภูมิภาคภายในหนึ่งเดือน และการดำเนินงานจำนวนมากที่กำหนดไว้ก่อนสิ้นปี 2026 ประกาศระบุเป้าหมายและคำสั่งต่าง ๆ แต่ไม่ได้แสดงหลักฐานว่าเป้าหมายฟื้นฟูระดับประเทศ การจัดสรรพื้นที่ให้ชุมชน หรือโครงการโครงสร้างพื้นฐานเสร็จสิ้นแล้ว

ประเด็นสำคัญ

  • อุซเบกิสถานวางแผนฟื้นฟูทุ่งหญ้า 620,000 เฮกตาร์ในปี 2026 และ 3.7 ล้านเฮกตาร์ในปี 2027
  • มีการระบุว่าทุ่งหญ้าเพียง 40 เปอร์เซ็นต์จากทั้งหมด 21.255 ล้านเฮกตาร์ของประเทศได้รับการใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ต้องอนุมัติโครงการฟื้นฟูระดับภูมิภาคภายในหนึ่งเดือนหลังการนำเสนอเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม
  • แผนงานประกอบด้วยการขุดบ่อเพิ่ม 448 แห่ง ซ่อมแซมบ่อ 1,600 แห่ง และก่อสร้างระบบชลประทาน 323 แห่งภายในปี 2028
  • มัฮัลลาราว 470 แห่งจะได้รับที่ดิน 627,000 เฮกตาร์ภายใต้สัญญาเช่าฟรีและยกเว้นภาษีเป็นเวลา 49 ปี
  • คณะกรรมการอีกชุดจะรับรองสิทธิ์ใช้ทุ่งหญ้าที่มีอยู่ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 623,000 เฮกตาร์
  • มีแผนสร้างศูนย์ปศุสัตว์ 15 แห่ง ขณะที่กิจกรรมอื่นที่ได้รับอนุญาตบนทุ่งหญ้าต้องรักษาและฟื้นฟูที่ดิน
แชร์บทความนี้

เรื่องที่คุณอาจชอบ