บาร์ริออสยิงประตูตั้งแต่นาทีแรก ขณะที่อีคืนสู่ทีมตัวจริง
อี คังอินกลับมาเป็นตัวจริงให้แอตเลติโก มาดริด ขณะที่ปาโบล บาร์ริออสทำประตูตั้งแต่นาทีแรก และอเดโมลา ลุคแมนยิงประตูที่สองในช่วงท้ายเกม ช่วยให้ทีมเปิดบ้านเอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-0 ในศึกแชมเปียนส์ลีก เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2026 ผลการแข่งขันที่สนามเมโตรโปลิตาโนทำให้แอตเลติโกเก็บคะแนนแรกในรอบลีกเฟส ฤดูกาล 2026/27 หลังบุกแพ้ลิเวอร์พูล 1-2
สารบัญ
- บาร์ริออสยิงประตูตั้งแต่นาทีแรก ขณะที่อีคืนสู่ทีมตัวจริง
- เหตุใดอีจึงกลับมาเป็นตัวจริงหลังเกมพบอาลาเบส
- สิ่งที่ยืนยันได้เกี่ยวกับประตูแรก
- ยูไนเต็ดสร้างอันตราย ก่อนตัวสำรองช่วยตัดสินเกม
- สถิติชี้ให้เห็นว่าเหตุใดโอบลัคจึงสำคัญ
- การพบยูไนเต็ดครั้งแรกของอี และหมุดหมายของแอตเลติโก
- พัค จีซองหนุนอีสร้างเอกลักษณ์ของตัวเอง
- ประเด็นสำคัญ
บันทึกการแข่งขันอย่างเป็นทางการของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ระบุว่าบาร์ริออสทำประตูในนาทีแรก ลุคแมนยิงในนาทีที่ 79 และเลนี โยโรถูกไล่ออกในนาทีที่ 74 ยูไนเต็ดจบเกมด้วยผู้เล่น 10 คน แม้จะสร้างโอกาสหลายครั้งจนยาน โอบลัค ผู้รักษาประตูแอตเลติโกต้องออกแรงเซฟ
สำหรับอี เกมนี้เปลี่ยนจากการคาดหมายว่าเขาจะกลับมาลงสนาม เป็นการยืนยันว่าได้ออกสตาร์ตในเกมยุโรปเคียงข้างฆูเลียน อัลวาเรซ รายงานระบุว่าแข้งชาวเกาหลีใต้มีส่วนช่วยเริ่มจังหวะที่นำไปสู่ประตูแรก แต่ข้อมูลเกี่ยวกับลำดับการเล่นที่แน่ชัดและผู้จ่ายบอลสุดท้ายยังไม่ตรงกัน เขาถูกเปลี่ยนตัวออกให้โจนาธาน เดวิดลงสนามในช่วงประมาณหนึ่งชั่วโมงของเกม
เกมนี้ยังมีความหมายส่วนตัวต่อแอตเลติโก โกเก กัปตันทีมไม่ได้ลงเล่นหลังมารดาเสียชีวิต และบาร์ริออสอุทิศประตูแรกให้เขา มีการยืนสงบนิ่งหนึ่งนาทีก่อนเริ่มการแข่งขัน และนักเตะแอตเลติโกสวมปลอกแขนสีดำ
การแข่งขันเริ่มเวลา 21.00 น. ที่กรุงมาดริด วันที่ 13 ตุลาคม ซึ่งตรงกับเวลา 04.00 น. ของวันที่ 14 ตุลาคมในเกาหลีใต้ หน้าข้อมูลการแข่งขันของยูฟ่าระบุว่าสนามคือเอสตาดิโอ เมโตรโปลิตาโน และบันทึกสภาพอากาศว่าท้องฟ้าแจ่มใส อุณหภูมิ 22 องศาเซลเซียส ความชื้น 49% และลมความเร็ว 5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมระบุว่าสภาพสนามยอดเยี่ยม
เหตุใดอีจึงกลับมาเป็นตัวจริงหลังเกมพบอาลาเบส
ดีเอโก ซิเมโอเนส่งอี อัลวาเรซ และอเล็กซ์ บาเอนากลับมาเป็นตัวจริง หลังทั้งสามเริ่มเกมลีกนัดก่อนกับอาลาเบสบนม้านั่งสำรอง แอตเลติโกชนะนัดนั้น 2-1 โดยคริสเตียน โรเมโรและอเลฮานโดร กริมัลโดทำประตู ขณะที่การลดภาระการลงเล่นของแนวรุกทั้งสามถูกระบุว่าเป็นการเตรียมพร้อมรับมือการมาเยือนของยูไนเต็ด
อียังต้องบริหารภาระจากการรับใช้ทีมชาติด้วย ในช่วงเวลาที่กล่าวถึงในบทวิเคราะห์ก่อนเกม เขาลงเล่นให้เกาหลีใต้ 3 จาก 4 นัดทีมชาติ และเล่นเพียงครึ่งแรกในเกมกับอุซเบกิสถานเนื่องจากมีอาการไม่สบายข้อเท้า ไม่มีรายงานว่าเป็นอาการบาดเจ็บรุนแรง และต่อมาเขาลงเล่นเป็นตัวสำรองในเกมกับอลาเบส โดยลงสนามในนาทีที่ 12 ของครึ่งหลัง
ดังนั้นการกลับมาลงเล่นกับยูไนเต็ดจึงเกิดขึ้นหลังจากภาระในระดับสโมสรลดลง และมีความกังวลเรื่องข้อเท้า การได้ออกสตาร์ตแสดงให้เห็นว่าซิเมโอเนเห็นว่าเขาพร้อมลงเล่น แต่ไม่มีการเปิดเผยผลประเมินทางการแพทย์อย่างละเอียดหรือคำอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัญหาข้อเท้า
แอตเลติโกเริ่มเกมด้วยระบบ 4-4-2 โดยมีอีและอัลวาเรซเป็นคู่กองหน้า ส่วนบาเอนากับฆูเลียโน ซิเมโอเนคอยสนับสนุนจากแดนกลาง บาร์ริออสและจอห์นนี การ์โดโซยืนคุมพื้นที่ตรงกลางแทนโกเก ดาวิด ฮันต์สโกจับคู่กับโรเมโรในแนวรับ โดยมาร์กอส ยอเรนเตและกริมัลโดได้ออกสตาร์ตเช่นกัน ส่วนมาร์ก ปูบิลล์มีชื่อเป็นตัวสำรอง
การเลือกตัวผู้เล่นสะท้อนให้เห็นการแข่งขันแย่งตำแหน่งที่อีต้องเผชิญ เดวิดและอเล็กซานเดอร์ เซอร์ลอธเป็นตัวเลือกในตำแหน่งกองหน้าตัวกลาง ขณะที่ลุคแมนเป็นอีกทางเลือกจากม้านั่งสำรอง การได้เป็นตัวจริงเปิดโอกาสให้อีพิสูจน์ตัวเองในการพบคู่แข่งแกร่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าลำดับตัวเลือกในแนวรุกได้ข้อยุติแล้ว
สิ่งที่ยืนยันได้เกี่ยวกับประตูแรก
การจบสกอร์อย่างรวดเร็วของบาร์ริออสเป็นจังหวะชี้ขาด แต่รายงานต่างกันทั้งเรื่องเวลาที่แน่นอนและการต่อบอล รายงานระบุเวลาทำประตูไว้ที่ 50, 51 หรือ 53 วินาที ส่วนบันทึกอย่างเป็นทางการของยูไนเต็ดจัดเป็นประตูในนาทีแรก ซึ่งสอดคล้องกับทั้งสามตัวเลข
รายงานหลายฉบับระบุว่าการจ่ายบอลของอีเป็นจังหวะสำคัญในเกมรุกครั้งนี้ ฉบับหนึ่งบรรยายว่าเขาหนีการกดดันและจ่ายบอลไปยังพื้นที่ว่างให้ฆูเลียโน ซิเมโอเน พร้อมระบุว่าอัลวาเรซได้รับเครดิตเป็นผู้แอสซิสต์ ขณะที่รายงานอีกฉบับระบุว่าบาเอนารับบอลที่จ่ายขึ้นหน้าและส่งต่อให้บาร์ริออส โดยมีฉบับหนึ่งระบุชัดว่าอีเป็นผู้จ่ายบอลให้บาเอนา
ความแตกต่างนี้มีความสำคัญต่อการประเมินผลงานของอี การจ่ายบอลที่เริ่มต้นจังหวะทำประตูมีคุณค่า แม้จะไม่เข้าเกณฑ์การแอสซิสต์ ซึ่งโดยปกติจะให้เครดิตกับผู้เล่นที่จ่ายบอลในจังหวะสุดท้ายก่อนผู้ทำประตู หลักฐานสนับสนุนการกล่าวว่าอีมีส่วนร่วมในช่วงต่อบอล แต่ยังยืนยันไม่ได้อย่างชัดเจนว่าเขาเป็นผู้ทำแอสซิสต์
การเติมขึ้นมาจากแดนกลางของบาร์ริออสปิดท้ายจังหวะด้วยประตูและทำให้แอตเลติโกขึ้นนำทันที จากนั้นทีมยังเดินหน้าสร้างอันตราย กริมัลโดเตะฟรีคิกชนเสา ขณะที่การ์โดโซส่งบอลเข้าประตูก่อนพักครึ่งไม่นาน แต่ประตูดังกล่าวถูกริบหลังผู้ช่วยผู้ตัดสินวิดีโอ (VAR) ตรวจพบว่ายอเรนเตทำแฮนด์บอลก่อนหน้านั้นในจังหวะต่อเนื่อง
รายงานระบุว่าประตูที่ถูกริบของการ์โดโซเกิดขึ้นในนาทีที่ 43 หรือ 44 การตัดสินดังกล่าวทำให้แอตเลติโกนำ 1-0 เมื่อจบครึ่งแรก โดยรายงานฉบับหนึ่งระบุว่าเจ้าบ้านครองบอล 66% และมีจำนวนยิงรวมเหนือกว่า 6-4
ยูไนเต็ดสร้างอันตราย ก่อนตัวสำรองช่วยตัดสินเกม
การตอบโต้ของยูไนเต็ดทำให้ชัยชนะครั้งนี้ไม่ง่ายอย่างที่สกอร์สุดท้ายอาจบ่งชี้ ไบรอัน เอ็มเบอูโมมีโอกาสก่อนพักครึ่ง รวมถึงจังหวะยิงหลังโรเมโรทำพลาดแต่โอบลัคเซฟไว้ได้ มาร์คัส แรชฟอร์ดยังเข้าไม่ถึงบอลจากการจ่ายอันน่าลุ้นของลิซานโดร มาร์ติเนซ
หลังพักครึ่ง บรูโน แฟร์นันด์สพลาดโอกาสจากบอลที่ยูรี ตีเลอมันส์จ่ายให้ และต่อมายิงชนคาน ส่วนแอตเลติโกก็มีโอกาสเพิ่มสกอร์เมื่ออัลวาเรซยิงชนเสา การแลกเกมรุกดังกล่าวทำให้การแข่งขันยังเปิดกว้างขณะที่สกอร์ห่างกันเพียงประตูเดียว
อีและบาร์ริออสถูกเปลี่ยนตัวออกพร้อมกัน โดยเดวิดและปูบิลล์ลงสนามแทน รายงานระบุเวลาการเปลี่ยนตัวไว้ที่นาทีที่ 60 หรือ 61 ไม่มีการยืนยันคำอธิบายว่าเหตุใดอีจึงถูกเปลี่ยนออก จึงไม่ควรถือว่าเป็นหลักฐานว่าอาการบาดเจ็บกลับมากำเริบ
ต่อมาเดวิดมีบทบาทสำคัญในช่วงท้ายเกม โยโรถูกไล่ออกหลังเกิดเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับกองหน้าตัวสำรองและมีการตรวจสอบโดย VAR บันทึกอย่างเป็นทางการของยูไนเต็ดระบุว่าใบแดงเกิดขึ้นในนาทีที่ 74 ขณะที่รายงานอื่นระบุนาทีที่ 73 หรือ 75 เหตุผลที่รายงานคือการขัดขวางโอกาสทำประตู ซึ่งหมายความว่าผู้ตัดสินเห็นว่าการทำฟาวล์หยุดยั้งโอกาสทำประตูที่ชัดเจนเพียงพอ
ลุคแมนซึ่งลงสนามในนาทีที่ 71 พร้อมกับมอร์เทน ฮูลมันด์ ทำประตูให้แอตเลติโกนำ 2-0 ในนาทีที่ 79 เขายิงซ้ำหลังเซนเน ลัมเมนส์ ผู้รักษาประตูยูไนเต็ดเซฟลูกยิงของเดวิดไว้ได้ ช่วงท้ายเกมโอบลัคยังต้องออกแรงเซฟ โดยป้องกันลูกยิงของมาเตอุส กุนญา อดีตกองหน้าแอตเลติโกในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เพื่อรักษาคลีนชีต
เหตุการณ์สำคัญมีดังนี้:
- 13 ตุลาคม นาทีแรก: บาร์ริออสยิงให้แอตเลติโกขึ้นนำ โดยรายงานต่างกันเกี่ยวกับลำดับการจ่ายบอลที่แน่ชัด
- ก่อนพักครึ่ง: ประตูของการ์โดโซถูกริบเนื่องจากยอเรนเตทำแฮนด์บอลในจังหวะต่อเนื่อง
- ช่วงประมาณหนึ่งชั่วโมงของเกม: เดวิดลงแทนอี ขณะที่ปูบิลล์ลงแทนบาร์ริออส
- นาทีที่ 74 ตามบันทึกอย่างเป็นทางการของยูไนเต็ด: โยโรถูกไล่ออกหลัง VAR ตรวจสอบเหตุการณ์
- นาทีที่ 79: ลุคแมนทำประตูที่สองให้แอตเลติโก
- หมดเวลา: แอตเลติโกชนะ 2-0 และเก็บคะแนนแรกในรอบลีกเฟส
สถิติชี้ให้เห็นว่าเหตุใดโอบลัคจึงสำคัญ
สถิติอย่างเป็นทางการของยูไนเต็ดระบุว่าแอตเลติโกครองบอล 58% ตลอดทั้งเกม เทียบกับ 42% ของยูไนเต็ด ซึ่งต่ำกว่าตัวเลข 66% ที่รายงานไว้สำหรับแอตเลติโกในครึ่งแรก สะท้อนว่ายูไนเต็ดครองบอลได้มากขึ้นหลังพักครึ่ง ไม่ใช่ตัวเลขที่ขัดแย้งกันโดยตรง
แอตเลติโกยิงเข้ากรอบ 5 ครั้ง ส่วนยูไนเต็ดทำได้ 4 ครั้ง เมื่อนำจำนวนยิงเข้ากรอบ ยิงไม่เข้ากรอบ และลูกยิงที่ถูกบล็อกจากตารางสถิติอย่างเป็นทางการมารวมกัน แอตเลติโกมีโอกาสยิง 11 ครั้ง และยูไนเต็ด 9 ครั้ง ตัวเลขเหล่านี้เป็นสถิติทั้งเกม ไม่ควรสับสนกับจำนวนยิง 6-4 ในครึ่งแรกที่มีรายงานไว้
เจ้าบ้านได้เปรียบทั้งการครองบอลและการจ่ายบอล แอตเลติโกจ่ายบอลสำเร็จ 578 จาก 652 ครั้ง หรือประมาณ 89% ขณะที่ยูไนเต็ดจ่ายสำเร็จ 398 จาก 466 ครั้ง หรือประมาณ 85% การประเมินผลงานนักเตะอีกฉบับระบุว่าการ์โดโซจ่ายบอลสำเร็จ 92% สอดคล้องกับบทบาทสำคัญของเขาในการครองบอลแดนกลาง
อย่างไรก็ตาม ยูไนเต็ดมีโอกาสทองที่บันทึกไว้ 4 ครั้ง เทียบกับ 1 ครั้งของแอตเลติโก โอกาสทองเป็นหมวดหมู่ทางสถิติสำหรับโอกาสที่ถือว่ามีลุ้นทำประตูเป็นพิเศษ ไม่ได้หมายถึงการยิงทุกครั้ง เมื่อพิจารณาร่วมกับการเซฟของโอบลัค ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าเหตุใดจึงอธิบายผลการแข่งขันด้วยการครองบอลของแอตเลติโกเพียงอย่างเดียวไม่ได้
ยูไนเต็ดยังได้เตะมุมมากกว่า 5-2 จุดแข็งของแอตเลติโกอยู่ที่การเปลี่ยนโอกาสแรกให้เป็นประตู รักษาความได้เปรียบไว้ได้เมื่อยูไนเต็ดกดดัน และใช้ตัวสำรองให้เกิดประโยชน์หลังคู่แข่งถูกไล่ออก
การพบยูไนเต็ดครั้งแรกของอี และหมุดหมายของแอตเลติโก
นี่เป็นครั้งแรกที่อีลงเล่นพบแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาอยู่กับบาเลนเซียตอนที่สโมสรจากสเปนอยู่กลุ่มเดียวกับยูไนเต็ดในแชมเปียนส์ลีกปี 2018 แต่ไม่ได้ลงเล่นในเกมเหล่านั้น บทวิเคราะห์ก่อนเกมของเกาหลีใต้ระบุว่าเขาเป็นนักเตะเกาหลีใต้คนแรกที่พบยูไนเต็ดในรายการนี้ นับตั้งแต่ซน ฮึงมินลงเล่นให้ไบเออร์ เลเวอร์คูเซนในปี 2013
เกมนี้เปิดโอกาสให้อีแสดงผลงานตอบโต้ หลังพบความยากลำบากในการรับมือแรงกดดันของลิเวอร์พูลในนัดเปิดสนามยุโรปของแอตเลติโก การมีส่วนร่วมในจังหวะบุกที่นำไปสู่ประตูแรกถือเป็นผลงานเชิงบวก อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสรุปว่าตลอดทั้งเกมเขาโดดเด่นเหนือคู่แข่งทั้งหมด เพราะการประเมินรายบุคคลฉบับหนึ่งชื่นชมการจ่ายบอลดังกล่าว แต่เห็นว่าหลังจากนั้นอีมีอิทธิพลต่อเกมไม่มากนัก
สำหรับแอตเลติโก ชัยชนะนี้ยุติสถิติที่รายงานว่าเสมอ 4 นัดและแพ้ 7 นัดจากการพบทีมอังกฤษในรอบแบ่งกลุ่มหรือรอบลีกเฟสของแชมเปียนส์ลีก ชัยชนะก่อนหน้านี้เหนือยูไนเต็ดเกิดขึ้นในรอบน็อกเอาต์ รวมถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายของแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2021/22
แอตเลติโกยังยืดสถิติไม่แพ้ยูไนเต็ดในการแข่งขันอย่างเป็นทางการเป็น 5 นัด ก่อนพบกันครั้งนี้ ทั้งสองทีมเคยลงเล่นกัน 2 นัดในยูโรเปียนคัพวินเนอร์สคัพ ฤดูกาล 1991/92 และอีก 2 นัดในแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2021/22 โดยแอตเลติโกชนะ 2 นัดและเสมอ 2 นัด
ขณะนี้ทั้งสองทีมมี 3 คะแนนจากการแข่งขันรอบลีกเฟส 2 นัด แอตเลติโกพ่ายแพ้ที่ลิเวอร์พูลก่อนจะคว้าชัยในเกมนี้ ส่วนยูไนเต็ดชนะซาบาห์ 4-0 ก่อนบุกแพ้ที่มาดริด เมื่อคำนวณจากผลดังกล่าว แอตเลติโกมีผลต่างประตูได้เสียบวกหนึ่ง และยูไนเต็ดบวกสอง แต่ไม่อาจระบุตำแหน่งสุดท้ายหลังจบรอบจากผลการแข่งขันเหล่านี้เพียงอย่างเดียว
พัค จีซองหนุนอีสร้างเอกลักษณ์ของตัวเอง
ก่อนการแข่งขัน พัค จีซอง อดีตกองกลางแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวชื่นชมความสามารถของอีอย่างโดดเด่น พัคคว้าแชมป์ 12 รายการตลอด 7 ปีกับยูไนเต็ด และเป็นนักเตะเอเชียคนแรกที่คว้าแชมเปียนส์ลีกในปี 2008 โดยเขากล่าวว่าอีเป็นผู้เล่นที่มีทักษะทางเทคนิคยอดเยี่ยม
ผมเชื่อว่าอี คังอินเป็นผู้เล่นที่มีพรสวรรค์ด้านเทคนิคมากที่สุดเท่าที่เกาหลีใต้เคยผลิตมา ผมอยากรู้ว่าเขาจะไปได้ไกลแค่ไหนบนเวทีระดับโลก
พัคพบอีครั้งแรกตอนที่นักเตะรุ่นน้องอายุ 6 ขวบ ระหว่างถ่ายทำโฆษณาที่แมนเชสเตอร์ อีจำลองประตูอันโด่งดังของพัคในเกมพบโปรตุเกส ศึกฟุตบอลโลกปี 2002 ขณะที่พัครับบทเป็นกุส ฮิดดิงก์ โค้ชทีม พัคเล่าว่าประทับใจในเด็กที่มีพรสวรรค์โดดเด่นกว่าที่เห็นผ่านโทรทัศน์เมื่อได้พบตัวจริง
คำกล่าวของเขาเป็นการพูดถึงศักยภาพ ไม่ใช่การอ้างว่าอีประสบความสำเร็จทัดเทียมอ็องตวน กรีซมันน์ ตำนานของแอตเลติโกแล้ว พัคกล่าวว่าการก้าวขึ้นไปเติมเต็มช่องว่างดังกล่าวในเวลาอันสั้นเป็นเรื่องยากมาก แต่เชื่อว่าอีจะเป็นตำนานของสโมสรได้ด้วยการพิสูจน์ตัวเองในสนาม
พัคยังแยกความแตกต่างระหว่างสไตล์การเล่นของทั้งคู่ กับประสบการณ์ร่วมกันในการแข่งขันฟุตบอลยุโรปในฐานะนักเตะเอเชีย เขาอยากให้อีพัฒนาเอกลักษณ์ของตัวเอง แทนที่จะถูกมองว่าเป็นเพียงผู้สืบทอด ก่อนเริ่มเกม เขายอมรับว่ามีใจแบ่งให้ทั้งเพื่อนร่วมชาติและอดีตต้นสังกัด
ชาวเกาหลีส่วนใหญ่คงหวังให้แอตเลติโกชนะ ผมจะเชียร์ให้อี คังอินแสดงความสามารถทั้งหมดออกมา แต่ก็หวังว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะชนะ
แต่ยูไนเต็ดเดินทางกลับจากมาดริดพร้อมสถิติไม่ชนะติดต่อกันเป็นนัดที่ 5 ไมเคิล คาร์ริกเปลี่ยนผู้เล่นตัวจริง 5 คน แต่ช่วงที่เล่นได้ดีขึ้นก็ยังไม่สามารถทำประตูได้ นัดถัดไปที่มีการระบุไว้คือเกมพรีเมียร์ลีกที่จะไปเยือนลีดส์ ยูไนเต็ด ที่สนามเอลแลนด์ โรด ในวันอาทิตย์ ไม่มีการระบุนัดถัดไปของแอตเลติโกหรือข้อสรุปแน่ชัดว่าอีจะได้เป็นตัวจริงในนัดหน้าหรือไม่
ประเด็นสำคัญ
- แอตเลติโกเอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-0 เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2026 โดยบาร์ริออสและลุคแมนทำประตู
- อีออกสตาร์ตเป็นตัวจริงเคียงข้างอัลวาเรซ และถูกเดวิดเปลี่ยนตัวออกในช่วงประมาณหนึ่งชั่วโมงของเกม
- รายงานระบุว่าอีมีส่วนร่วมในจังหวะประตูแรก แต่มีข้อมูลต่างกันเกี่ยวกับลำดับการจ่ายบอลที่แน่ชัด
- บันทึกอย่างเป็นทางการของยูไนเต็ดระบุว่าโยโรถูกไล่ออกในนาทีที่ 74
- การเซฟของโอบลัคช่วยให้แอตเลติโกเก็บคลีนชีต แม้ยูไนเต็ดมีโอกาสทองที่บันทึกไว้ 4 ครั้ง
- ทั้งสองทีมมี 3 คะแนน หลังลงเล่นในรอบลีกเฟสของแชมเปียนส์ลีกทีมละ 2 นัด
- บาร์ริออสอุทิศประตูให้โกเก หลังมารดาของกัปตันแอตเลติโกเสียชีวิต






