การเดินทางครั้งใหม่ระหว่างชีวิตกับความตาย
ภาพยนตร์ชุด Along With the Gods ของเกาหลีใต้เตรียมสร้างภาคที่สาม โดยผู้กำกับคิม ยงฮวากลับมารับหน้าที่อีกครั้ง และตั้งเป้าเริ่มถ่ายทำในช่วงครึ่งหลังของปี 2027 Dexter Studios ประกาศโครงการนี้เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2026 เป็นการคืนชีพแฟรนไชส์ที่ภาพยนตร์สองภาคแรกทำยอดขายตั๋วรวมกัน 26.68 ล้านใบในเกาหลีใต้
สารบัญ
ภาพยนตร์เรื่องใหม่ซึ่งใช้ชื่อชั่วคราวว่า Along With the Gods: Life and Death จะติดตามซอล ตัวละครเอกที่ติดอยู่ระหว่างชีวิตกับความตาย ออกเดินทางผ่านเก้าโลกเพื่อตามหาเพลงที่ไม่เคยถูกขับร้อง ฉากหลังของเรื่องคือกูชอน สถานที่ที่ดวงวิญญาณยังคงติดค้าง เพราะความผูกพันที่แบกไว้หลังความตายขัดขวางไม่ให้พวกเขาเดินทางสู่ปรโลก
ในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 20 Dexter ยืนยันว่าจะร่วมลงทุนและรับผิดชอบงานวิชวลเอฟเฟกต์ การเกรดสีดิจิทัล การออกแบบเสียง และการมิกซ์เสียง โดยตั้งเป้าเริ่มถ่ายทำในช่วงครึ่งหลังของปี 2027 หน้าที่เหล่านี้ทำให้สตูดิโอมีบทบาททั้งด้านภาพและเสียงของโลกใหม่ในเรื่อง และต่อยอดงานจากภาพยนตร์สองภาคแรก
เรื่องราวภาคสามแตกต่างอย่างไร?
กูชอนทำให้ภาพยนตร์ภาคสามมีจุดเริ่มต้นต่างจากการเดินทางขึ้นศาลที่เปิดตัวซีรีส์เรื่องนี้ ปัญหาสำคัญในภาคใหม่นี้คือการที่ดวงวิญญาณไม่อาจปล่อยวางบางสิ่งได้ การตามหาเพลงที่ไม่เคยถูกขับร้องของซอลจึงเป็นเป้าหมายส่วนตัวในการเดินทางผ่านเก้าโลก
ภาพยนตร์ภาคแรกติดตามผู้ล่วงลับที่ต้องเผชิญการพิพากษา ส่วนภาคสองสำรวจประวัติศาสตร์อันยาวนานที่เชื่อมโยงผู้นำทางซึ่งพาดวงวิญญาณไป ภาค Life and Death หันมาเล่าเรื่องของผู้ที่ติดอยู่ระหว่างโลกมนุษย์กับปรโลก เนื้อเรื่องที่ประกาศออกมายังคงให้ความสำคัญกับความรู้สึกของมนุษย์ แต่ย้ายการเดินทางหลักไปยังฉากหลังใหม่
Dexter เริ่มวางแผนและพัฒนาโครงการแล้ว โดยการเริ่มถ่ายทำยังเป็นเพียงเป้าหมาย ไม่ใช่ความคืบหน้าที่เกิดขึ้นแล้ว ยังไม่มีการประกาศวันฉายหรือนักแสดง รวมถึงยังไม่ยืนยันว่าผู้นำทางแห่งปรโลกที่รับบทโดยฮา จองอู จู จีฮุน และคิม ฮยังกี จะกลับมาหรือไม่
โลกของภาพยนตร์สองภาคแรกก่อร่างขึ้นอย่างไร
เว็บตูนของจู โฮมิน ซึ่งเผยแพร่บน Naver ระหว่างปี 2010 ถึง 2012 เป็นรากฐานของภาพยนตร์ชุดนี้ เรื่องราวหยิบแนวคิดตะวันออกเกี่ยวกับความตาย การพิพากษา และการเกิดใหม่ มาสร้างเป็นโลกแฟนตาซีที่การตัดสินใจระหว่างมีชีวิตยังติดตามผู้คนไปหลังความตาย
Along With the Gods: The Two Worlds เข้าฉายในปี 2017 เล่าเรื่องผู้ล่วงลับที่ต้องผ่านบททดสอบในนรกทั้งเจ็ดภายใน 49 วัน โดยมีผู้พิทักษ์ปรโลกสามคนร่วมเดินทางไปกับดวงวิญญาณ บททดสอบทำให้โครงเรื่องติดตามได้ง่าย เพราะแต่ละด่านพิจารณาการกระทำของตัวละคร พร้อมเผยให้เห็นชีวิตที่เขาทิ้งไว้เบื้องหลังมากขึ้น
ชาซึงวอนรับบทนำในภาพยนตร์ภาคแรก ร่วมกับฮา จู และคิม ในบทผู้พิทักษ์ ตัวละครของพวกเขาช่วยเชื่อมภาพมหัศจรรย์ของปรโลกเข้ากับอารมณ์ที่ผู้ชมคุ้นเคย ทั้งความโศกเศร้า ความรับผิดชอบ และความผูกพันในครอบครัว
ภาคต่อ Along With the Gods: The Last 49 Days เข้าฉายในปี 2018 และขยายเรื่องราวผ่านอดีตของเหล่าผู้พิทักษ์ เมื่อพวกเขาเข้าใกล้บททดสอบสุดท้าย ซึ่งเป็นด่านที่ 49 และเกี่ยวข้องกับการเวียนว่ายตายเกิด พวกเขาได้พบเทพประจำบ้านที่จดจำชีวิตของพวกเขาเมื่อหนึ่งพันปีก่อนได้ มาดงซอกมีบทบาทสำคัญในภาคต่อ ซึ่งเล่าเรื่องสลับไปมาระหว่างโลกมนุษย์ ปรโลก และอดีต
หมุดหมายก่อนการกลับมา
เป้าหมายการผลิตครั้งนี้ทำให้ก้าวสำคัญครั้งต่อไปเกิดขึ้นราวหนึ่งทศวรรษหลังภาพยนตร์ภาคแรกเข้าฉาย ช่วงเวลาที่ยาวนานช่วยอธิบายความสนใจที่เกิดขึ้นหลังการประกาศ แม้วันที่ผู้ชมจะได้ชมภาคสามจริงยังขึ้นอยู่กับกำหนดการผลิตและการจัดจำหน่าย
- ปี 2010 ถึง 2012: เว็บตูนต้นฉบับของจู โฮมินเผยแพร่บน Naver
- ปี 2017: Along With the Gods: The Two Worlds เข้าฉายในโรงภาพยนตร์
- ปี 2018: Along With the Gods: The Last 49 Days เข้าฉายตามมา
- 20 ตุลาคม 2026: Dexter ประกาศภาพยนตร์ภาคสามและการเตรียมงานสร้าง
- ครึ่งหลังของปี 2027: ทีมงานตั้งเป้าเริ่มถ่ายทำ Life and Death
คิม ยงฮวากำกับภาพยนตร์สองภาคก่อน และเลือก Life and Death เป็นผลงานเรื่องถัดไป การกลับมาของเขาช่วยสานต่อความต่อเนื่องหลังกล้อง แม้พล็อตที่ประกาศจะนำเสนอตัวเอกคนใหม่และอีกแง่มุมหนึ่งของปรโลก
แฟรนไชส์ที่ทำยอดผู้ชม 26.68 ล้านคน
The Two Worlds มีผู้ชมในเกาหลีใต้ราว 14.41 ล้านคน ส่วน The Last 49 Days มีผู้ชมประมาณ 12.27 ล้านคน เมื่อรวมกันแล้ว Along With the Gods กลายเป็นแฟรนไชส์ภาพยนตร์เกาหลีชุดแรกที่ภาพยนตร์สองภาคแรกต่างทำยอดผู้ชมเกิน 10 ล้านคน นับเป็นหลักชัยสำคัญด้านรายได้ในประเทศ
ยอดผู้ชมรวม 26.68 ล้านคนหมายถึงจำนวนตั๋วที่ขายได้จากการเข้าฉายทั้งสองเรื่อง ภาคต่อขายตั๋วได้น้อยกว่าภาคแรกประมาณ 2.14 ล้านใบ แต่ยังทำยอดได้สูงกว่า 10 ล้านใบอย่างชัดเจน ภาพยนตร์ภาคสามจึงมีผลงานก่อนหน้าที่ประสบความสำเร็จถึงสองเรื่องเป็นแรงหนุน ไม่ใช่เพียงภาพยนตร์ฮิตเรื่องเดียว
รายงานเกี่ยวกับการประกาศสร้างระบุว่า The Last 49 Days มียอดผู้ชมในวันเปิดตัว 1,246,692 คน ซึ่งเป็นสถิติผู้ชมวันเปิดตัวของภาพยนตร์เกาหลีในเวลานั้น การเปิดตัวอย่างแข็งแกร่งแสดงให้เห็นว่าภาคแรกสร้างกระแสความสนใจไว้มากเพียงใดก่อนภาคต่อเข้าฉาย
รายงานเกี่ยวกับการประกาศยังกล่าวถึงความสำเร็จของแฟรนไชส์นอกเกาหลีใต้ด้วย ภาพยนตร์ภาคแรกและภาคสองครองอันดับหนึ่งและสองตามลำดับในบรรดาภาพยนตร์เกาหลีที่ทำรายได้ในไต้หวัน ขณะเข้าฉาย ภาคต่อทำสถิติยอดผู้ชมวันเปิดตัวสำหรับภาพยนตร์เกาหลีในอเมริกาเหนือ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เวียดนาม ไต้หวัน และฮ่องกง
เหตุใดการกลับมาของคิม ยงฮวาจึงสำคัญ
คิมกลับมาสู่ซีรีส์ที่ผสมผสานฉากแฟนตาซีขนาดใหญ่เข้ากับเรื่องราวความสัมพันธ์ของคนธรรมดา การตามหาเพลงในภาพยนตร์ภาคสามยังคงแนวทางนี้ โดยสิ่งที่ยังค้างคาในชีวิตส่วนตัวกลายเป็นเหตุผลให้ตัวละครออกเดินทางผ่านโลกเหนือจินตนาการ
ผลงานด้านรายได้ที่ผ่านมาของเขายังทำให้โครงการนี้มีบริบททางธุรกิจชัดเจนขึ้น ภาพยนตร์อวกาศเรื่อง The Moon ของคิมในปี 2023 ขายตั๋วได้ราว 510,000 ใบ เทียบกับจุดคุ้มทุนที่ประเมินไว้ประมาณ 6 ล้านใบ จุดคุ้มทุนหมายถึงระดับรายได้ที่คาดว่าภาพยนตร์ต้องทำได้เพื่อให้คืนทุน
ตัวเลขดังกล่าวทำให้ยอดผู้ชม The Moon อยู่ที่ประมาณ 8.5 เปอร์เซ็นต์ของเป้าหมายที่ประเมินไว้ ส่วน Life and Death ทำให้คิมกลับมาร่วมงานกับแฟรนไชส์ที่มีฐานผู้ชมเดิมขนาดใหญ่กว่ามาก แม้ยังไม่มีการเปิดเผยงบประมาณและเป้าหมายทางการเงิน
Dexter เตรียมสร้างสรรค์เก้าโลกอย่างไร
Dexter ระบุว่างานวิชวลเอฟเฟกต์ปรากฏอยู่ในฉากของภาพยนตร์สองภาคแรกมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ วิชวลเอฟเฟกต์ หรือ VFX เป็นการสร้างหรือปรับเปลี่ยนภาพ รวมถึงฉากที่ไม่สามารถถ่ายทำในสถานที่จริงได้ สำหรับภาพยนตร์ชุดนี้ วิชวลเอฟเฟกต์มีบทบาทสำคัญในการทำให้ปรโลกปรากฏสู่สายตา
สตูดิโอจะรับผิดชอบงานต่อเนื่องหลังการถ่ายทำอีกครั้ง การเกรดสีดิจิทัลเป็นการปรับสีและความสว่างของภาพ เพื่อให้ช็อตต่าง ๆ กลมกลืนกันและแต่ละฉากมีรูปลักษณ์สม่ำเสมอ ส่วนการออกแบบเสียงสร้างเสียงของสถานที่เหล่านั้น ขณะที่การมิกซ์เสียงช่วยปรับสมดุลระหว่างบทสนทนา ดนตรี และเอฟเฟกต์
การรวมงานเหล่านี้ไว้ด้วยกันทำให้ Dexter รับผิดชอบว่ากูชอนทั้งเก้าโลกจะมีภาพและบรรยากาศบนจออย่างไร ความท้าทายไม่ได้มีเพียงการสร้างภูมิประเทศที่แตกต่างกันเก้าแบบ แต่การเดินทางของซอลต้องเข้าใจได้แม้ฉากแวดล้อมจะเปลี่ยนไป
เพลงที่เป็นหัวใจของพล็อตยังทำให้งานเสียงเชื่อมโยงกับเรื่องราวโดยตรง แม้ยังไม่มีการประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับดนตรี แต่การตามหาสิ่งที่ซอลไม่เคยร้องได้ทำให้เสียงเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายตัวละครควบคู่ไปกับการเดินทางผ่านภาพ
ความทะเยอทะยานของสตูดิโอไปไกลกว่าเกาหลี
คิมอุกและคังจงอิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Dexter กล่าวว่าภาพยนตร์ชุดนี้แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีวิชวลเอฟเฟกต์ของเกาหลีจะสร้างสรรค์ผลงานได้มากเพียงใดเมื่อผสานกับทรัพย์สินทางปัญญาที่เป็นที่รู้จัก ในแถลงการณ์ร่วมที่เผยแพร่พร้อมการประกาศ ทั้งสองกล่าวว่า
ซีรีส์ 'Along with the Gods' เป็นโครงการสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าภาพยนตร์เรื่องหนึ่งจะเป็นที่ชื่นชอบอย่างกว้างขวางได้เพียงใด เมื่อผสานเทคโนโลยี VFX ของเกาหลีเข้ากับ IP คุณภาพสูง
IP หมายถึงทรัพย์สินทางปัญญา ในกรณีนี้หมายถึงผลงานสร้างสรรค์ต้นทางและแฟรนไชส์ รวมถึงโลกของเรื่องราวที่เริ่มต้นจากเว็บตูนของจู โฮมิน การลงทุนของ Dexter ทำให้บริษัทมีส่วนร่วมทั้งด้านการเงินและการผลิตภาพกับเสียงฉบับสมบูรณ์
ผู้บริหารยังกล่าวถึงความมุ่งมั่นที่จะนำภาพยนตร์ภาคสามสู่ตลาดนานาชาติว่า
เราจะสร้างสรรค์เรื่องราวและภาพที่มีเพียงเราเท่านั้นที่ทำได้อีกครั้ง พร้อมนำเสนอภาพยนตร์ K-movie ที่มีทั้งความบันเทิงและคุณค่าทางศิลปะ ซึ่งมีศักยภาพก้าวเป็นภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์ในตลาดโลก
ผลงานของภาพยนตร์ภาคก่อนในไต้หวันและสถิติการเปิดตัวในหลายตลาดเป็นรากฐานทางการค้าที่ชัดเจนสำหรับความมุ่งมั่นดังกล่าว สำหรับผู้ชม ก้าวต่อไปคือแผนกลับมาเริ่มการผลิตในช่วงปลายปี 2027 คราวนี้จะติดตามเพลงที่ยังไม่สมบูรณ์ผ่านเก้าโลก
ประเด็นสำคัญ
- Along With the Gods: Life and Death ตั้งเป้าเริ่มถ่ายทำในช่วงครึ่งหลังของปี 2027
- คิม ยงฮวาจะกลับมากำกับ หลังทำหน้าที่ในภาพยนตร์สองภาคแรก
- เรื่องราวติดตามซอลเดินทางผ่านเก้าโลกในกูชอน เพื่อตามหาเพลงที่ไม่เคยถูกขับร้อง
- Dexter จะร่วมลงทุนและรับผิดชอบงานวิชวลเอฟเฟกต์ การเกรดสี การออกแบบเสียง และการมิกซ์เสียง
- ภาพยนตร์สองภาคแรกขายตั๋วในเกาหลีใต้รวมกันราว 26.68 ล้านใบ
- ยังไม่มีการประกาศรายชื่อนักแสดงและวันเข้าฉายในโรงภาพยนตร์






