Siri ภาษาญี่ปุ่นขยับจากตอบคำถามสู่การทำงานให้เสร็จ
Apple เริ่มทยอยเปิดให้ผู้ใช้ที่มีสิทธิ์เข้าถึง Siri AI รุ่นเบตาภาษาญี่ปุ่นพร้อมซอฟต์แวร์เวอร์ชัน 27.2 โดยผู้ใช้สามารถค้นหาข้อความ อีเมล และรูปภาพของตนเอง ถามต่อเนื่อง และสั่งงานภายในแอปได้ Apple ลงวันที่ประกาศไว้ที่ 26 ตุลาคม 2026 และซอฟต์แวร์เริ่มให้บริการในญี่ปุ่นวันที่ 27 ตุลาคม ตามเวลาญี่ปุ่น
สารบัญ
- Siri ภาษาญี่ปุ่นขยับจากตอบคำถามสู่การทำงานให้เสร็จ
- iPhone รุ่นใดใช้ได้ และเริ่มเข้าใช้งานอย่างไร
- ค้นหาข้อมูลส่วนตัวได้ครอบคลุมขึ้น
- แอปในญี่ปุ่นเชื่อมการค้นหาเข้ากับการลงมือทำ
- การรับรู้เนื้อหาบนหน้าจอช่วยรักษาบริบทของบทสนทนา
- คำถามเกี่ยวกับภาพจากกล้องเปลี่ยนเป็นรายการในปฏิทินได้
- เครื่องมือช่วยเขียนและบทสนทนาใช้ต่อเนื่องข้ามอุปกรณ์ได้
- Apple เชื่อมโมเดล Gemini เข้ากับสถาปัตยกรรมความเป็นส่วนตัว
- ข้อจำกัดรายวันและกฎตามภูมิภาคกำหนดการให้บริการ
- การอัปเดตยังเพิ่มความปลอดภัยและปรับปรุงแอปที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
- ประเด็นสำคัญ
การอัปเดตเพิ่มภาษาญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เกาหลี โปรตุเกส และสเปน จากเดิมที่รองรับภาษาอังกฤษ ทำให้ Siri AI รองรับรวม 6 ภาษา โดยเปิดให้ใช้งานบน iOS, iPadOS, macOS, watchOS และ visionOS ทั้งนี้ การเข้าถึงขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ ภาษา ภูมิภาค และการทยอยเปิดให้บริการ
ประกาศเปิดตัวในญี่ปุ่นของ Apple อธิบายถึงผู้ช่วยที่เชื่อมโยงข้อมูลซึ่งกระจายอยู่ในแอปต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ตัวอย่างหนึ่งคือ Siri ค้นหาคำแนะนำเรื่องบาร์บีคิวของเพื่อนในแอป Messages ดึงรายการวัตถุดิบจากอีเมลกลุ่ม แล้วเพิ่มรายการที่ผู้ใช้รับผิดชอบลงในรายการซื้อของในแอป Reminders
สำหรับผู้ใช้ การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้จริงคือไม่ต้องค้นหาแยกหลายครั้งและคัดลอกข้อมูลข้ามแอปน้อยลง แทนที่จะต้องจำว่าคุยเรื่องแผนไว้ในบทสนทนาไหน ผู้ใช้ถามถึงแผนนั้นได้โดยตรง แล้วสั่งให้ทำขั้นตอนถัดไปได้ Apple ยังระบุว่าระบบรองรับการร่างอีเมล แก้ไขหรือแชร์รูปภาพ และเปลี่ยนข้อมูลบนเว็บไซต์ให้เป็นรายการในปฏิทิน
การอัปเดตระบบปฏิบัติการเปิดให้ใช้งานทั่วไป แต่ Siri AI ยังอยู่ในรุ่นเบตา หลังติดตั้งแล้วอาจต้องรอเพื่อเข้าใช้งาน และฟังก์ชันบางอย่างที่ใช้เซิร์ฟเวอร์มีการจำกัดจำนวนการใช้งานต่อวัน Apple มีแผนจำหน่ายสิทธิ์เข้าถึงเพิ่มเติมในอนาคต ดังนั้นโควตาการใช้งานจึงเป็นอีกหนึ่งเงื่อนไขของการเปิดตัว นอกเหนือจากภาษาและการรองรับอุปกรณ์
iPhone รุ่นใดใช้ได้ และเริ่มเข้าใช้งานอย่างไร
Siri AI รองรับ iPhone 15 Pro, iPhone 15 Pro Max และ iPhone 16 ทุกรุ่นขึ้นไป รวมถึง iPhone Air และ iPhone Duo ผู้ใช้ iPhone 15 หรือ iPhone 15 Plus ติดตั้ง iOS 27.2 ได้ แต่ทั้งสองรุ่นไม่สามารถใช้ Siri AI ได้
การใช้งานในภาษาญี่ปุ่นต้องเปิด Apple Intelligence และตั้งค่าทั้งภาษาของอุปกรณ์กับภาษาของ Siri เป็นภาษาญี่ปุ่น บน iPhone สามารถอัปเดตซอฟต์แวร์ได้จากเมนูการตั้งค่า ทั่วไป และรายการอัปเดตซอฟต์แวร์ จากนั้นเข้าไปที่การตั้งค่า Siri เพื่อเริ่มขั้นตอนตั้งค่าเวอร์ชันเบตา
ผู้ใช้อาจต้องตั้งค่าเสียงและความเป็นส่วนตัวให้เรียบร้อย รวมถึงเข้าร่วมรายการรอ ระบบจะดาวน์โหลดข้อมูลที่จำเป็นโดยอัตโนมัติเมื่อเริ่มเปิดให้เข้าถึง และจะแจ้งเตือนเมื่อผู้ใช้เริ่มใช้งานได้ ระยะเวลารอแตกต่างกันไป มีรายงานว่าการอัปเดตมีขนาด 12.12GB ผู้ใช้จึงควรตรวจสอบขนาดที่แสดงบนอุปกรณ์ของตนก่อนติดตั้ง
การเปิดตัวเกิดขึ้นเป็นลำดับดังนี้:
- มิถุนายน 2026: Apple ประกาศเปิดตัว Siri AI ซึ่งผสาน Siri เข้ากับ Apple Intelligence
- การเปิดตัวช่วงแรก: Siri AI เริ่มใช้งานได้ในภาษาอังกฤษ
- 26 ตุลาคม 2026 ตามเวลาสหรัฐฯ: Apple เปิดตัวเวอร์ชัน 27.2 และประกาศเพิ่มภาษา Siri AI อีก 5 ภาษา
- 27 ตุลาคม ตามเวลาญี่ปุ่น: การอัปเดตเริ่มเปิดให้ผู้ใช้ในญี่ปุ่น โดยทยอยเปิดการเข้าถึงรุ่นเบตา
ค้นหาข้อมูลส่วนตัวได้ครอบคลุมขึ้น
Siri AI ใช้บริบทส่วนตัวได้ ซึ่งหมายถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมและบทสนทนาของผู้ใช้ นอกเหนือจากข้อความ อีเมล และรูปภาพแล้ว การอัปเดตยังขยายการค้นหาไปถึงรูปภาพที่แนบใน Messages ผู้เข้าร่วมกิจกรรมใน Calendar และข้อความเสียงฝากไว้ การค้นหาที่อ้างอิงประวัติ Safari และรายการอ่านภายหลังก็ได้รับการปรับปรุงเช่นกัน
ผู้ใช้ถามถึงร้านอาหารที่ Siri เคยแนะนำเมื่อสัปดาห์ก่อนได้ โดยไม่ต้องเริ่มบทสนทนาเดิมใหม่ ผู้ช่วยสามารถเรียกคืนบทสนทนาก่อนหน้าได้ ขณะที่แอป Siri โดยเฉพาะเปิดให้ผู้ใช้ทบทวนบทสนทนาเหล่านั้นหรือพิมพ์คำถามใหม่
Apple ยังเพิ่มการตั้งค่าแอปที่ยกเว้น ซึ่งให้ผู้ใช้เลือกได้ว่าแอปใดบ้างที่ Siri, Search และคำแนะนำต่าง ๆ เข้าถึงได้ การตั้งค่านี้รวมการควบคุมข้อมูลที่บริการเหล่านั้นใช้ไว้ในที่เดียว ผู้ใช้ยังเลือกและคัดลอกข้อความบางส่วนจากคำตอบของ Siri ได้ แทนการคัดลอกคำตอบทั้งหมด
แอปในญี่ปุ่นเชื่อมการค้นหาเข้ากับการลงมือทำ
Yahoo! Transit ซึ่งเป็นที่รู้จักในญี่ปุ่นในชื่อ Yahoo!乗換案内 เป็นหนึ่งในบริการที่ Apple ระบุว่ารองรับ Siri AI ผู้ใช้ถามหาเส้นทางไปยังสถานที่จัดประชุมที่กำลังจะมาถึงได้ Apple ยังระบุ FirstSeed Tasks สำหรับเพิ่มงาน และ Kotoba สำหรับค้นหาและแก้ไขโน้ต
WhatsApp และ Audible ยังคงเป็นตัวอย่างของแอปที่รองรับการสั่งงานผ่าน Siri แบบเดิม เช่น ส่งข้อความหรือเล่นหนังสือเสียง Apple ระบุว่าผู้ใช้ค้นหาแอปที่รองรับ Siri AI เพิ่มเติมได้ใน App Store
การเชื่อมต่อเหล่านี้ช่วยให้ผู้ช่วยดำเนินการตามคำขอได้ หลังจากค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องแล้ว ตัวอย่างบาร์บีคิวเชื่อมบทสนทนา อีเมล และรายการซื้อของเข้าด้วยกัน ส่วนตัวอย่างการเดินทางเชื่อมจุดหมายเข้ากับแอปวางแผนเส้นทาง ทั้งนี้ การรองรับยังขึ้นอยู่กับการดำเนินการที่แต่ละแอปเปิดให้ใช้งาน
ผู้ใช้ในญี่ปุ่นควรตรวจสอบความพร้อมใช้งานของแต่ละฟีเจอร์ด้วย คำแนะนำอัตโนมัติใน Messages เช่น การเสนอให้สร้างคำเชิญ Calendar จากบทสนทนาเรื่องมื้อค่ำ ระบุว่ารองรับภาษาอังกฤษใน 9 ภูมิภาค แต่ไม่มีภาษาญี่ปุ่นอยู่ในรายการ ดังนั้นคำขอ Siri ภาษาญี่ปุ่นกับคำแนะนำอัตโนมัติใน Messages จึงรองรับภาษาไม่เหมือนกัน
การรับรู้เนื้อหาบนหน้าจอช่วยรักษาบริบทของบทสนทนา
Siri AI ตอบคำถามเกี่ยวกับเนื้อหาที่แสดงบนหน้าจอและดำเนินการกับเนื้อหานั้นได้ Apple ยกตัวอย่างเว็บไซต์งานแต่งงาน ผู้ใช้ขอให้ Siri เพิ่มกิจกรรมตลอดสุดสัปดาห์ลงใน Calendar พร้อมสถานที่จัดงานได้ โดยไม่ต้องกรอกข้อมูลแต่ละกิจกรรมแยกกัน
ผู้ใช้ถามต่อจากคำตอบที่เพิ่งได้รับได้ ในตัวอย่างของ Apple ผู้ใช้ถามเกี่ยวกับเส้นทางเดินป่าในฮาโกเนะที่เพื่อนแนะนำผ่าน Messages แล้วถามต่อว่าใช้เวลาเดินทางนานแค่ไหนและเหมาะกับเด็กหรือไม่
Apple ระบุว่า Siri AI ยังดึงข้อมูลจากเว็บเพื่อให้คำตอบล่าสุดได้ เช่น คะแนนฟุตบอล การวางแผนเดินทาง และการค้นหาร้านกาแฟในพื้นที่ วิธีนี้รวมข้อมูลสองประเภทไว้ในบทสนทนาเดียว ได้แก่ รายละเอียดจากแอปส่วนตัวของผู้ใช้และข้อมูลเกี่ยวกับโลกภายนอก
บน iPhone ผู้ใช้เริ่มใช้งาน Siri ได้ด้วยการพูดว่า "Hey Siri" กดปุ่มด้านข้างค้างไว้ หรือปัดลงจาก Dynamic Island บน iPad และ Mac Siri AI ผสานอยู่ใน Spotlight search นอกจากนี้ เมนูบริบทเปิดทางให้ถามเกี่ยวกับรูปภาพ ไฟล์ และข้อความที่เลือกไว้ได้
คำถามเกี่ยวกับภาพจากกล้องเปลี่ยนเป็นรายการในปฏิทินได้
ระบบอัจฉริยะด้านการมองเห็นขยายการทำงานของ Siri ไปยังรูปภาพและสิ่งของ คำนี้หมายถึงความสามารถในการตีความเนื้อหาที่มองเห็นควบคู่กับคำพูด ผู้ใช้จึงชี้ไปยังสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้วถามถึงสิ่งนั้นได้ โดยไม่ต้องอธิบายทุกรายละเอียดก่อน
บน iPhone มีโหมด Siri ในแอป Camera Apple ยกตัวอย่างโปสเตอร์เทศกาลดนตรี ผู้ใช้ถามได้ว่าศิลปินคนโปรดจะแสดงเมื่อไร แล้วให้ Siri สร้างกิจกรรมในปฏิทินสำหรับการแสดงตลอดสุดสัปดาห์ ตัวอย่างอื่น ๆ ได้แก่ การคำนวณวิธีหารบิลและการถามถึงคุณค่าทางโภชนาการของอาหาร
บน iPad ระบบอัจฉริยะด้านการมองเห็นผสานอยู่ในฟังก์ชันจับภาพหน้าจอ ส่วน Mac มีแป้นพิมพ์ลัดเฉพาะที่ให้ผู้ใช้เลือกสิ่งบนหน้าจอแล้วพิมพ์คำถามเกี่ยวกับสิ่งนั้นได้ วิธีเหล่านี้ปรับแนวคิดเดียวกันให้เข้ากับรูปแบบการใช้งานปกติของแต่ละอุปกรณ์
Apple Vision Pro เพิ่มระบบอัจฉริยะด้านการมองเห็นสำหรับทั้งหน้าต่างแอปและวัตถุในพื้นที่รอบตัว Apple ยังระบุว่าผู้ใช้เรียก Siri ได้ด้วยการมองไปยังตัวแทนเชิงพื้นที่ของ Siri แล้วเริ่มพูด ช่องทางเริ่มใช้งานผู้ช่วยจึงเปลี่ยนจากปุ่มบนโทรศัพท์หรือคำสั่งบนแป้นพิมพ์เป็นการมองและการพูด
เครื่องมือช่วยเขียนและบทสนทนาใช้ต่อเนื่องข้ามอุปกรณ์ได้
เครื่องมือช่วยเขียนของ Siri AI สร้างร่างข้อความจากคำอธิบาย ปรับแก้ข้อความเดิมตามคำสั่ง และให้คำแนะนำเรื่องการเขียนได้ Apple ระบุว่าเครื่องมือเหล่านี้ใช้งานได้เกือบทุกแห่งที่ผู้ใช้ป้อนข้อความ จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่หน้าต่างผู้ช่วยแยกต่างหาก
Mail และ Messages ปรับร่างข้อความให้เข้ากับรูปแบบการเขียนที่ผู้ใช้มักใช้กับผู้รับแต่ละคนได้ Apple ยกตัวอย่างเรื่องเครื่องหมายวรรคตอนและน้ำเสียง เพื่อให้ข้อความที่ร่างสะท้อนรูปแบบการสนทนาที่มีอยู่แล้ว Apple Intelligence ยังเพิ่มการตรวจทานอัตโนมัติขณะผู้ใช้พิมพ์ทั่วทั้งระบบ รวมถึงในแอปจากนักพัฒนารายอื่นอีกหลายแอป
แอป Siri โดยเฉพาะรวบรวมบทสนทนาก่อนหน้าไว้ด้วยกันและรองรับการเริ่มบทสนทนาใหม่ Apple ระบุว่าประวัติการสนทนาซิงก์แบบเป็นส่วนตัวผ่าน iCloud ระหว่าง iPhone, Mac, iPad, Apple Watch และ Apple Vision Pro ทำให้เริ่มคุยบนอุปกรณ์หนึ่งแล้วไปต่อบนอีกอุปกรณ์ได้
สำหรับผู้ที่วางแผนเดินทางบน Mac แล้วตรวจสอบรายละเอียดต่อบน iPhone ความต่อเนื่องนี้ช่วยลดความจำเป็นในการถามซ้ำ ประวัติการสนทนาและความสามารถของผู้ช่วยในการเรียกคืนคำตอบก่อนหน้าเป็นสองวิธีที่ช่วยให้ผู้ใช้กลับไปดูแผนที่คุยไว้ก่อนหน้านี้ได้
Apple เชื่อมโมเดล Gemini เข้ากับสถาปัตยกรรมความเป็นส่วนตัว
Apple ระบุว่าฟังก์ชันใหม่ใช้ Apple Foundation Model รุ่นถัดไป ซึ่งพัฒนาร่วมกับ Google และโมเดล Gemini โมเดลพื้นฐานคือระบบ AI ที่ทำหน้าที่ตีความคำขอและสร้างคำตอบ ส่วนระบบปฏิบัติการของ Apple เชื่อมระบบดังกล่าวเข้ากับข้อมูลและการดำเนินการบนอุปกรณ์
คำขอได้รับการประมวลผลบนอุปกรณ์หรือผ่านโครงสร้างพื้นฐาน Private Cloud Compute ของ Apple การประมวลผลบนอุปกรณ์หมายถึงการทำงานเกิดขึ้นในเครื่อง ส่วน Private Cloud Compute จะจัดการคำขอบนเซิร์ฟเวอร์เมื่อต้องใช้การประมวลผลบนคลาวด์
Apple ระบุว่าข้อมูลส่วนตัวที่ใช้ระหว่างการประมวลผลผ่าน Private Cloud Compute จะไม่ถูกจัดเก็บ และ Apple หรือบุคคลอื่นไม่สามารถเข้าถึงได้ บริษัทยังระบุว่าผู้เชี่ยวชาญภายนอกสามารถตรวจสอบระบบเพื่อยืนยันคำมั่นด้านความเป็นส่วนตัวได้
เครื่องมือหลักบางอย่างยังคงทำงานบนอุปกรณ์ทั้งหมด เช่น ดัชนี Spotlight และ App Toolbox Apple อธิบายว่ามีระบบประสานงานที่จัดการทรัพยากรเหล่านี้ กล่าวอย่างง่ายคือระบบนี้ช่วยเชื่อมคำขอเข้ากับข้อมูลหรือฟังก์ชันของแอปที่จำเป็นต่อการดำเนินการให้เสร็จ
ข้อจำกัดรายวันและกฎตามภูมิภาคกำหนดการให้บริการ
Apple จำกัดจำนวนการใช้งานต่อวันสำหรับบางฟีเจอร์ที่พึ่งพาโมเดลบนเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งรวมถึง Siri AI เครื่องมือแก้ไขรูปภาพอัจฉริยะ Image Playground และโมเดล AFM 3 Cloud ใน Shortcuts โควตาอาจแตกต่างกันตามฟีเจอร์ ความซับซ้อนของคำขอ ความต้องการใช้งานระบบ นโยบาย และปัจจัยอื่น ๆ
ในอนาคตจะมีการเปิดให้ซื้อสิทธิ์เข้าถึงเพิ่มเติมแบบชำระเงิน Apple ยังไม่ประกาศโควตารายวัน ราคาสมาชิก หรือวันเปิดให้บริการแบบชำระเงินอย่างแน่นอน ดังนั้นคำขอที่ซับซ้อนกับคำขอทั่วไปอาจอยู่ภายใต้เงื่อนไขการใช้งานที่ต่างกัน
เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีใช้ Siri AI ไม่ได้ Apple ระบุว่าขณะนี้บริการยังไม่เปิดให้ใช้งานในสหภาพยุโรปบน iOS, iPadOS และ watchOS และกำลังหารือกับสหภาพยุโรปเพื่อเปิดให้เข้าถึงได้ ข้อมูลการเปิดตัวยังระบุว่าจีนแผ่นดินใหญ่ยังอยู่นอกพื้นที่ให้บริการ
Apple Intelligence รองรับภาษามากกว่า Siri AI ซึ่งรองรับ 6 ภาษา รายการภาษาของ Apple Intelligence ประกอบด้วยภาษาจีนตัวย่อและตัวเต็ม เดนมาร์ก ดัตช์ เยอรมัน อิตาลี นอร์เวย์ สวีเดน ตุรกี และเวียดนาม ผู้ใช้ควรตรวจสอบการรองรับภาษาของฟังก์ชันที่ต้องการใช้งานโดยเฉพาะ
การอัปเดตยังเพิ่มความปลอดภัยและปรับปรุงแอปที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
iOS 27.2 และ iPadOS 27.2 มีรายการแก้ไขด้านความปลอดภัยที่ครอบคลุมรหัส CVE ที่ไม่ซ้ำกัน 163 รายการหลังตัดรายการซ้ำออกแล้ว รหัส CVE คือหมายเลขอ้างอิงสาธารณะที่ใช้ติดตามช่องโหว่ด้านความปลอดภัย ตัวเลขนี้มาจากข้อมูลความปลอดภัยรวมของระบบปฏิบัติการทั้งสอง โดยฮาร์ดแวร์ที่ได้รับผลกระทบแตกต่างกันไปในแต่ละรายการ
การแก้ไขครอบคลุมปัญหาการเข้าถึง Bluetooth และกล้องโดยไม่ได้รับอนุญาต การเปิดเผยอีเมลขณะใช้ Hide My Email การเข้าถึงข้อมูล Apple Intelligence ที่ละเอียดอ่อน และเนื้อหาเว็บอันตรายที่สามารถเรียกใช้โค้ดได้ การเปลี่ยนแปลงด้านความปลอดภัยยังมีความสำคัญต่อ iPhone รุ่นที่รองรับการอัปเดตแต่ใช้ Siri AI ไม่ได้ด้วย รวมถึง iPhone 15 และ iPhone 15 Plus
Photos เพิ่มการปรับปรุงอัลบั้มที่แชร์ เช่น แก้ไขคำบรรยายและความคิดเห็น ป้องกันการเพิ่มรูปซ้ำ และแจ้งเตือนให้บันทึกรูปก่อนอัลบั้มหมดอายุ Photos และ Image Playground ยังเพิ่มการรองรับ SynthID ซึ่งฝังลายน้ำดิจิทัลที่มองไม่เห็นไว้ในรูปภาพจำนวนมากที่สร้างหรือแก้ไขด้วยเครื่องมือ AI ของ Apple เพื่อช่วยระบุแหล่งที่มา
Podcasts แยกหมวด New Episodes ออกจาก Continue Playing ในแท็บ Home ส่วน Apple TV เพิ่มโปรไฟล์แยกสำหรับสมาชิกในบ้านเพื่อปรับคำแนะนำเฉพาะบุคคล ขณะที่ Games เพิ่มรายละเอียดประกอบคำแนะนำเพื่อนและแสดงเกมที่เล่นล่าสุดในหน้าโปรไฟล์ผู้เล่น FaceTime เพิ่มการรองรับการเชิญล่ามภาษามือหรือผู้ให้บริการคำบรรยายสดจากภายนอกเข้าร่วมสาย
iPhone Duo ยังรองรับ Apple Pencil ผ่าน USB-C และตั้งค่าการทำงานอัตโนมัติเมื่อเปิดหรือปิดอุปกรณ์ได้ ฟังก์ชันเหล่านี้มีเฉพาะฮาร์ดแวร์รุ่นดังกล่าว ส่วนการเปิดตัว Siri AI ภาษาญี่ปุ่นครอบคลุม iPhone รุ่นที่รองรับกลุ่มใหญ่กว่า
ประเด็นสำคัญ
- Siri AI ภาษาญี่ปุ่นเริ่มทยอยเปิดให้ใช้งานพร้อมเวอร์ชัน 27.2 เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2026 ตามเวลาสหรัฐฯ หรือวันที่ 27 ตุลาคมในญี่ปุ่น
- ขณะนี้ Siri AI รองรับ 6 ภาษาและยังอยู่ในรุ่นเบตา โดยทยอยเปิดให้เข้าถึง
- iPhone ที่รองรับ ได้แก่ iPhone 15 Pro และ Pro Max, iPhone 16 ทุกรุ่นขึ้นไป, iPhone Air และ iPhone Duo
- ผู้ช่วยค้นหาข้อมูลส่วนตัว ใช้เนื้อหาบนหน้าจอและจากกล้อง เขียนข้อความ และดำเนินการในแอปที่รองรับได้
- Apple ระบุว่าการประมวลผลเกิดขึ้นบนอุปกรณ์หรือผ่าน Private Cloud Compute พร้อมตัวเลือกยกเว้นแอป
- ฟังก์ชันที่ใช้เซิร์ฟเวอร์บางอย่างมีข้อจำกัดรายวัน และมีแผนเปิดขายสิทธิ์เข้าถึงเพิ่มเติม
- มีข้อจำกัดตามภูมิภาคและอายุ ขณะที่การอัปเดตยังรวมการแก้ไขด้านความปลอดภัยและการปรับปรุงแอปที่ใช้ในชีวิตประจำวัน






