สองหน้าจอ กับความทะเยอทะยานด้านกล้องที่ยิ่งใหญ่ขึ้น
Xiaomi เปิดตัว Xiaomi 18 Pro และ Xiaomi 18 Pro Max ที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2026 โดยมีราคาเริ่มต้นในจีนที่ 5,999 หยวนและ 6,999 หยวนตามลำดับ โทรศัพท์ทั้งสองรุ่นมาพร้อมจอหลังแบบโต้ตอบได้ และระบบกล้อง Leica ที่ใช้เซ็นเซอร์ความละเอียด 200 ล้านพิกเซลรุ่นละสองตัว บริษัทยังมีแผนนำอุปกรณ์ทั้งสองรุ่นไปวางจำหน่ายในตลาดต่างประเทศช่วงปลายปี 2026
สารบัญ
- สองหน้าจอ กับความทะเยอทะยานด้านกล้องที่ยิ่งใหญ่ขึ้น
- จอหลังทำอะไรได้จริง
- แอป AI กับข้อจำกัดด้านภูมิภาค
- กล้อง Leica ใช้เซ็นเซอร์ 200MP สองตัว
- การประมวลผล AI เปลี่ยนภาพถ่ายที่ได้
- ชิปต่างกัน แต่ฟีเจอร์จอแสดงผลเหมือนกัน
- แบตเตอรี่ ขนาด และส่วนต่างราคา
- อะไรเปลี่ยนไปเมื่อวางจำหน่ายนอกจีน
- เบื้องหลังการลงทุนครั้งนี้
- ประเด็นสำคัญ
รุ่น Pro ที่มีขนาดเล็กกว่ามาพร้อมจอหลักขนาด 6.4 นิ้ว และจอหลังขนาดประมาณ 2.7 นิ้ว ส่วนรุ่น Pro Max เพิ่มขนาดเป็น 6.9 นิ้วและประมาณ 2.9 นิ้ว จอหลังไม่ได้มีไว้เพียงตกแต่ง แต่ยังแสดงภาพตัวอย่างจากกล้อง สายเรียกเข้า ตัวจับเวลา การแจ้งเตือน และส่วนควบคุมอุปกรณ์บ้านอัจฉริยะที่เชื่อมต่ออยู่ได้
Xiaomi ยังขยายการใช้งานปัญญาประดิษฐ์มาสู่จอขนาดเล็กนี้ด้วย Xiao ผู้ช่วยอัจฉริยะของบริษัท รองรับการตั้งเตือนและสร้างแอปพลิเคชันแบบง่ายที่ปรับแต่งได้ ผู้ใช้จึงเพียงบรรยายเครื่องมือที่ต้องการ แทนการเขียนซอฟต์แวร์ด้วยตนเอง ฟีเจอร์สร้างแอปยังอยู่ในช่วงเบต้า ซึ่งหมายความว่ายังอยู่ระหว่างการพัฒนา
โทรศัพท์ทั้งสองรุ่นใช้ฮาร์ดแวร์ถ่ายภาพส่วนใหญ่ร่วมกัน แต่ต่างกันที่หน่วยประมวลผล ความจุแบตเตอรี่ ขนาดและน้ำหนัก ในจีน รุ่น Pro มีแบตเตอรี่ความจุ 7,000mAh ส่วน Pro Max มีความจุ 8,500mAh ทั้งสองรุ่นรองรับการชาร์จสูงสุด 100W ผ่านสาย และ 50W แบบไร้สาย
สำหรับผู้ซื้อที่อยู่นอกจีน ประเด็นสำคัญคือฟีเจอร์ใดบ้างที่จะติดมากับโทรศัพท์เมื่อวางจำหน่ายในตลาดเหล่านั้น Xiaomi ยังไม่ประกาศราคาต่างประเทศ วันวางจำหน่ายที่แน่นอน และรายการฟีเจอร์ทั้งหมดของแต่ละภูมิภาค ข้อมูลเฟิร์มแวร์ยังชี้ว่า Pro รุ่นสากลอาจมีแบตเตอรี่ขนาดเล็กกว่า ทำให้ข้อมูลสเปกของรุ่นจีนเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ต้องพิจารณาก่อนซื้อ
จอหลังทำอะไรได้จริง
Xiaomi เริ่มนำจอหลังมาใช้กับรุ่น Pro และ Pro Max ของซีรีส์ Xiaomi 17 รุ่นใหม่นี้ต่อยอดแนวคิดดังกล่าวให้เป็นพื้นที่อีกจุดสำหรับจัดการงานประจำวัน โดยเฉพาะเมื่อวางโทรศัพท์คว่ำหน้าจอหลักไว้บนโต๊ะ
สายเรียกเข้าสามารถแสดงบนจอหลัง ซึ่งผู้ใช้เลือกกดรับหรือปฏิเสธได้ หากรับสายจากหน้าจอนี้ ระบบจะเปลี่ยนไปใช้โหมดลำโพง การแจ้งเตือนข้อความก็แสดงได้เช่นกัน แต่ผู้ใช้ต้องอนุญาตให้แอปที่เกี่ยวข้องแสดงการแจ้งเตือนบนหน้าจอล็อกก่อน
Xiaomi ระบุว่ามีการ์ดแอปมากกว่า 100 แบบ ซึ่งเป็นมุมมองข้อมูลหรือส่วนควบคุมขนาดกะทัดรัด ตัวอย่างเช่น สภาพอากาศ จำนวนก้าว ปฏิทิน การเล่นเพลง และส่วนควบคุม Xiaomi Home กล้องรักษาความปลอดภัย Xiaomi ที่รองรับสามารถส่งภาพสดมายังจอขนาดเล็กได้ นอกจากนี้ยังแสดงเวลานับถอยหลังของตัวจับเวลาที่กำลังทำงานได้โดยไม่ต้องเปิดจอหลัก
จอหลังใช้แผง OLED ที่มีอัตรารีเฟรชสูงสุด 120Hz สเปกโดยละเอียดระบุว่ารุ่น Pro มีจอขนาด 2.66 นิ้ว ส่วน Pro Max มีขนาด 2.86 นิ้ว ข้อจำกัดในการใช้งานหลักคือพื้นที่ จึงมีรายงานว่าปุ่มควบคุมกล้องบนจอขนาดเล็กค่อนข้างคับแคบ แม้ภาพตัวอย่างสดจะมีประโยชน์ก็ตาม
แอป AI กับข้อจำกัดด้านภูมิภาค
Xiao ทำให้จอหลังใช้งานได้ยืดหยุ่นกว่าการแสดงวิดเจ็ตแบบตายตัว ผู้ใช้สามารถบรรยายแอปพลิเคชันขนาดเล็ก แล้วให้ AI สร้างขึ้นมาได้ ในการสาธิตที่เผยแพร่ บรรณาธิการ Omar Belkaab ใช้การป้อนคำสั่งด้วยเสียงสร้างแอปทอยลูกเต๋า 20 หน้า สำหรับเกม Dungeons & Dragons
มีรายงานว่าฟีเจอร์นี้ใช้เวลาราวห้านาทีในการสร้างแอปพลิเคชัน จึงอาจนำจอไปใช้กับตัวนับแบบกำหนดเองหรือเครื่องมือเสริมสำหรับเกมได้ นอกเหนือจากตัวจับเวลาและการเตือนของ Xiaomi เอง อีกทั้งยังเปิดทางให้ผู้ใช้สร้างสิ่งที่ตรงกับความต้องการส่วนบุคคลได้มากกว่าการใช้ภาพพื้นหลัง
บริการในแต่ละภูมิภาคยังเป็นข้อจำกัดในการใช้งานจริง ซอฟต์แวร์จีนมีการเชื่อมต่อบริการ DiDi และ AMap กับจอหลัง เช่น ติดตามรถที่กำลังเดินทางมารับ หรือแสดงคำแนะนำการนำทาง บริการเหล่านี้ทำงานได้ไม่ถูกต้องระหว่างการใช้งานในฝรั่งเศส Xiaomi ยังไม่ยืนยันว่ารุ่นสากลจะยังมีฟีเจอร์สร้างแอปด้วย AI หรือไม่ และบริการท้องถิ่นใดจะมาแทนบริการจากจีน
กล้อง Leica ใช้เซ็นเซอร์ 200MP สองตัว
โทรศัพท์ทั้งสองรุ่นระบุกล้องหลังสามตัว ได้แก่ กล้องหลักความละเอียด 200 ล้านพิกเซล กล้องเทเลโฟโต้แบบปริทรรศน์ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล และกล้องอัลตราไวด์ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล กล้องแบบปริทรรศน์พับเส้นทางเดินของแสงไว้ภายในโทรศัพท์ จึงติดตั้งเลนส์ระยะไกลได้โดยไม่ต้องทำให้ตัวเครื่องหนาเท่าความยาวของเลนส์
กล้องหลักใช้เซ็นเซอร์ขนาดรูปแบบ 1/1.28 นิ้ว และรูรับแสง f/1.67 รูปแบบเซ็นเซอร์บ่งบอกระดับขนาดของเซ็นเซอร์ ส่วนรูรับแสงระบุขนาดช่องเปิดของเลนส์ กล้องเทเลโฟโต้ใช้เซ็นเซอร์ขนาดรูปแบบ 1/1.56 นิ้ว รูรับแสง f/2.4 และซูมแบบออปติคัล 3.2 เท่า ส่วนกล้องอัลตราไวด์มีมุมรับภาพ 102 องศา
ข้อมูลเปิดตัวโดยละเอียดระบุว่าเซ็นเซอร์กล้องหลักเป็น SCC80XS ในรุ่น Pro และ SCC90XS ในรุ่น Pro Max ขณะที่คำอธิบายระบบกล้องโดยรวมระบุว่าใช้เซ็นเซอร์ Light Hunter 960 ในทั้งสองรุ่น ดังนั้นผู้ซื้อที่เปรียบเทียบกล้องจึงมีข้อมูลร่วมกันที่ชัดเจนกว่าในด้านความละเอียดและขนาดเซ็นเซอร์ เมื่อเทียบกับรายละเอียดรุ่นเซ็นเซอร์ที่แน่ชัด
คำอธิบายกล้องของ Xiaomi ยังระบุเทคโนโลยี LOFIC และระบบกันสั่นแบบออปติคัลที่มีค่าชดเชยเจ็ดสต็อปตามการทดสอบ CIPA เทคโนโลยี LOFIC ช่วยให้เซ็นเซอร์เก็บรายละเอียดส่วนสว่างและส่วนมืดของภาพได้ดีขึ้น ระบบกันสั่นแบบออปติคัลชดเชยการเคลื่อนไหวของโทรศัพท์และช่วยลดผลจากมือสั่น แต่หากวัตถุกำลังเคลื่อนที่ก็ยังต้องใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่เหมาะสม
จอหลังเชื่อมโยงสเปกเหล่านี้กับการใช้งานที่เห็นผลได้ทันที นั่นคือการถ่ายเซลฟี่ด้วยกล้องหลัก และยังช่วยให้ผู้ที่ถูกถ่ายเห็นองค์ประกอบภาพและปรับตำแหน่งได้ สำหรับผู้สร้างวิดีโอ ภาพตัวอย่างเดียวกันช่วยจัดเฟรมขณะหันกล้องหลังเข้าหาตัวได้
การประมวลผล AI เปลี่ยนภาพถ่ายที่ได้
Xiaomi เรียกระบบประมวลผลภาพรุ่นใหม่ว่า Legendary Moment บริษัทระบุว่าใช้ AI เพื่อสร้างลักษณะภาพแบบกล้องระดับมืออาชีพดั้งเดิม รวมถึงภาพที่มีเอกลักษณ์คล้ายเซ็นเซอร์ CCD รุ่นเก่า นอกจากนี้ยังมีโหมด Essential ซึ่งออกแบบมาให้ภาพถ่ายมีโทนแบบกล้องคลาสสิกตั้งแต่ขณะถ่าย
ความละเอียด 200MP เปิดพื้นที่ให้ครอปภาพหรือเลือกองค์ประกอบใหม่ภายหลังได้ รายละเอียดสุดท้ายยังขึ้นอยู่กับเลนส์ แสง การเคลื่อนไหว และการประมวลผล กล้องเทเลโฟโต้เหมาะสำหรับถ่ายวัตถุที่อยู่ไกลและรายละเอียดขนาดเล็ก ช่วยให้ผู้ใช้จัดองค์ประกอบภาพได้อีกแบบก่อนครอป
เครื่องมือแก้ไขบางอย่างใช้การประมวลผลบนคลาวด์ เช่น การลบแสงสะท้อน การลดนอยส์ และการปรับความคมชัดของภาพ งานเหล่านี้ส่งข้อมูลไปประมวลผลนอกตัวเครื่อง ขณะที่ฟังก์ชัน AI อื่นทำงานบนอุปกรณ์ สำหรับผู้ใช้แล้ว ประสบการณ์ AI จึงครอบคลุมทั้งหน่วยประมวลผลในโทรศัพท์และบริการประมวลผลระยะไกล
ชิปต่างกัน แต่ฟีเจอร์จอแสดงผลเหมือนกัน
รุ่น Pro ใช้ Snapdragon 8 Elite Gen 6 ส่วน Pro Max ใช้ Snapdragon 8 Elite Extreme Gen 6 Adam Zeng รองประธานอาวุโสของ Xiaomi และประธานฝ่ายธุรกิจระหว่างประเทศ เปิดเผยการใช้ชิปทั้งสองรุ่นกับซีรีส์นี้ที่งาน Snapdragon Summit เมื่อวันที่ 22 กันยายน ก่อนเปิดตัวที่ปักกิ่งหนึ่งวัน
Qualcomm วางตำแหน่งชิปรุ่นมาตรฐานให้เน้นประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และรุ่น Extreme ให้เน้นสมรรถนะสูงสุด Xiaomi ระบุว่าหน่วยประมวลผลเจเนอเรชันใหม่นี้ใช้กระบวนการผลิตขนาด 2 นาโนเมตร ตัวเลขดังกล่าวระบุเจเนอเรชันของเทคโนโลยีการผลิตชิป ส่วนอายุการใช้งานแบตเตอรี่ยังขึ้นอยู่กับโทรศัพท์ทั้งเครื่อง ซอฟต์แวร์ และรูปแบบการใช้งานของเจ้าของ
จอหลักของทั้งสองรุ่นรองรับอัตรารีเฟรชสูงสุด 120Hz และมีความสว่างสูงสุดตามที่โฆษณาไว้ 4,000 นิต นิตเป็นหน่วยวัดความสว่าง ค่าความสว่างสูงสุดหมายถึงระดับที่สว่างที่สุดภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งมักเกิดขึ้นเฉพาะบางส่วนของภาพ ไม่ใช่ระดับความสว่างคงที่ทั่วทั้งหน้าจอ
Xiaomi Privacy Display เป็นอีกฟีเจอร์ที่ทั้งสองรุ่นใช้ร่วมกัน รายงานระบุว่าระบบใช้ตำแหน่งเป็นเงื่อนไขเพื่อซ่อนเนื้อหาที่ละเอียดอ่อน รวมถึงการแจ้งเตือนและหน้าต่างลอย Xiaomi ระบุว่ารายละเอียดขึ้นอยู่กับรุ่นและเวอร์ชันซอฟต์แวร์ ฟีเจอร์นี้ทำให้เนื้อหาบนหน้าจอเป็นอีกส่วนหนึ่งของระบบควบคุมความเป็นส่วนตัวของโทรศัพท์ ควบคู่กับสิทธิ์การแจ้งเตือนที่ผู้ใช้เลือกกำหนด
แบตเตอรี่ ขนาด และส่วนต่างราคา
รุ่น Pro Max ที่จำหน่ายในจีนมีความจุแบตเตอรี่ตามสเปกมากกว่ารุ่น Pro อยู่ 1,500mAh โดยอยู่ที่ 8,500mAh เทียบกับ 7,000mAh หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 21% ความจุคือปริมาณประจุที่แบตเตอรี่เก็บได้ รุ่นที่ใหญ่กว่ายังต้องจ่ายพลังงานให้หน้าจอขนาดใหญ่ขึ้นด้วย ดังนั้นการเปรียบเทียบระยะเวลาการใช้งานโดยตรงจึงต้องทดสอบภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน
ทั้งสองรุ่นรองรับการชาร์จผ่านสาย 100W และชาร์จไร้สาย 50W นอกจากนี้ยังรองรับการชาร์จย้อนกลับ ซึ่งช่วยให้โทรศัพท์จ่ายไฟให้อุปกรณ์อื่นที่รองรับได้ Xiaomi ยังไม่ได้ระบุเวลาในการชาร์จไว้ในสเปกที่อธิบายนี้ และกำลังไฟที่โฆษณาเป็นค่าสูงสุด ไม่ใช่อัตราคงที่ตลอดช่วงการชาร์จ
รุ่น Pro มาตรฐานมีน้ำหนัก 203 กรัมและหนา 8.46 มิลลิเมตร เทียบกับรุ่น Pro Max มาตรฐานที่หนัก 235 กรัมและหนา 8.39 มิลลิเมตร ดังนั้นรุ่น Max จึงหนักกว่า 32 กรัม แต่บางกว่าเล็กน้อย สีตัวเครื่องบางแบบอาจทำให้ตัวเลขเหล่านี้เปลี่ยนไป
รุ่นเริ่มต้นของโทรศัพท์แต่ละรุ่นมี RAM 12GB และพื้นที่จัดเก็บข้อมูล 256GB RAM คือพื้นที่ทำงานที่แอปพลิเคชันใช้งานขณะเปิดอยู่ ส่วนพื้นที่จัดเก็บใช้เก็บภาพถ่าย วิดีโอ และไฟล์ต่าง ๆ รุ่น Pro เริ่มต้นที่ 5,999 หยวน ขณะที่ Pro Max เริ่มต้นที่ 6,999 หยวน แพงกว่า 1,000 หยวน หรือประมาณ 17%
รุ่นมาตรฐานมีตัวเลือกสูงสุด RAM 16GB และพื้นที่จัดเก็บข้อมูล 1TB โดยรุ่น Pro ราคา 8,999 หยวน และรุ่น Pro Max ราคา 9,999 หยวน ส่วน Special Edition สีแดงโปร่งใสที่มีหน่วยความจำและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเท่ากัน ราคา 9,999 หยวนและ 10,999 หยวนตามลำดับ ราคาทั้งหมดเป็นราคาในจีน และยังไม่มีการยืนยันราคาในตลาดต่างประเทศ
อะไรเปลี่ยนไปเมื่อวางจำหน่ายนอกจีน
Lu Weibing ประธาน Xiaomi ยืนยันว่า Pro มีแผนวางจำหน่ายนอกจีนภายในปี 2026 และแผนการทำตลาดต่างประเทศยังครอบคลุม Pro Max ด้วย โดยคาดว่าจะมีตลาดยุโรปเป็นหนึ่งในจุดหมาย รุ่น Xiaomi 13 Pro เคยวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในยุโรปมาก่อน จึงเป็นรุ่นก่อนหน้าของ Pro ที่มีความเชื่อมโยงกับตลาดภูมิภาคนี้
ข้อมูลเฟิร์มแวร์บ่งชี้ว่า Xiaomi 18 Pro รุ่นสากลจะมีแบตเตอรี่ 6,000mAh แทนความจุ 7,000mAh ของรุ่นจีน ซึ่งลดลง 1,000mAh หรือประมาณ 14% ผู้ที่กำลังเลือกระหว่างเครื่องหิ้วจากจีนกับรุ่นที่วางจำหน่ายในประเทศจึงควรตรวจสอบความจุแบตเตอรี่ควบคู่ไปกับบริการที่รองรับและซอฟต์แวร์
กำหนดการเปิดตัวและแผนการลงทุนครอบคลุมหลายช่วงเวลา:
- ปี 2021 ถึง 2025: Xiaomi ระบุว่าใช้เงินวิจัยและพัฒนามากกว่า 105,500 ล้านหยวน
- 22 กันยายน 2026: Adam Zeng กล่าวถึงหน่วยประมวลผลรุ่นใหม่และซีรีส์ Xiaomi 18 Pro ที่งาน Snapdragon Summit
- 23 กันยายน 2026: Xiaomi เปิดตัว Pro และ Pro Max ที่กรุงปักกิ่ง
- ปลายปี 2026: มีแผนวางจำหน่ายในตลาดต่างประเทศ โดยยังไม่มีรายละเอียดตลาดที่แน่ชัด
- ปี 2026 ถึง 2030: Xiaomi วางแผนใช้งบวิจัยและพัฒนามากกว่า 200,000 ล้านหยวน
เบื้องหลังการลงทุนครั้งนี้
Lu Weibing พันธมิตรของ Xiaomi และประธานกลุ่มบริษัท ระบุว่าซีรีส์นี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างที่จะนำ AI มาใช้ในสมาร์ทโฟนของบริษัท คำอธิบายของเขาครอบคลุมซอฟต์แวร์ระบบ ชิป เทคโนโลยีภาพ และโมเดล AI ขนาดใหญ่ ไม่ได้มองผู้ช่วยอัจฉริยะเป็นเพียงฟีเจอร์แยกต่างหาก
Xiaomi ระบุว่าในปี 2025 บริษัทมีพนักงานฝ่ายวิจัยและพัฒนา 25,457 คน และได้รับสิทธิบัตรแล้วมากกว่า 47,000 ฉบับทั่วโลก แผนใช้งบวิจัยมากกว่า 200,000 ล้านหยวนในปี 2026 ถึง 2030 คิดเป็นเกือบสองเท่าของงบ 105,500 ล้านหยวนที่รายงานไว้ในช่วงห้าปีก่อนหน้า
บริษัทยังมีแผนลงทุนมากกว่า 60,000 ล้านหยวนในด้าน AI ในช่วงสามปีข้างหน้า โดยครอบคลุมสมาร์ทโฟน รถยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน สำหรับซีรีส์ Xiaomi 18 Pro ความเชื่อมโยงนี้ปรากฏให้เห็นในระบบประมวลผลภาพ แอปที่สร้างขึ้นเองสำหรับจอหลัง และการควบคุมอุปกรณ์ภายในบ้าน ผู้ซื้อในต่างประเทศจะได้สัมผัสกลยุทธ์ดังกล่าวผ่านฟีเจอร์เฉพาะที่ Xiaomi นำไปให้บริการในตลาดของตน
ประเด็นสำคัญ
- Xiaomi เปิดตัว 18 Pro และ 18 Pro Max ที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2026
- ราคาในจีนเริ่มต้นที่ 5,999 หยวนสำหรับ Pro และ 6,999 หยวนสำหรับ Pro Max
- โทรศัพท์ทั้งสองรุ่นมีจอหลังแบบโต้ตอบได้ และระบบกล้อง Leica ที่ใช้เซ็นเซอร์ความละเอียด 200 ล้านพิกเซลรุ่นละสองตัว
- จอหลังรองรับภาพตัวอย่างจากกล้อง สายเรียกเข้า ตัวจับเวลา ระบบควบคุมอุปกรณ์ในบ้าน และการสร้างแอปด้วย AI ในช่วงเบต้า
- แบตเตอรี่รุ่นจีนมีความจุ 7,000mAh และ 8,500mAh ส่วนข้อมูลเฟิร์มแวร์ระบุว่ารุ่น Pro สากลมีความจุ 6,000mAh
- มีแผนวางจำหน่ายในตลาดต่างประเทศช่วงปลายปี 2026 โดยยังรอการยืนยันวันวางจำหน่าย ราคา และฟีเจอร์ประจำภูมิภาคที่แน่ชัด






