เจาะลึกศูนย์หลอกลวงในกัมพูชา: เครือข่ายอาชญากรรมจีนและขบวนการฉ้อโกงข้ามชาติเติบโตได้อย่างไร

ใช้เวลาอ่าน 8 นาที
In Cambodia, Along the Path to Something Profound - The New York Times

การผงาดขึ้นของศูนย์หลอกลวงในกัมพูชา

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กัมพูชากลายเป็นศูนย์กลางของปฏิบัติการฉ้อโกงขนาดใหญ่ที่บงการโดยเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีต้นกำเนิดจากจีน ปฏิบัติการเหล่านี้ดึงดูดชาวต่างชาติหลายพันคน รวมถึงชาวญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และพลเมืองจากทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมักถูกล่อลวงหรือบังคับให้ทำงานในพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ทำหน้าที่เป็นทั้งสถานที่ทำงานและเรือนจำ เรื่องราวของศูนย์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ความซับซ้อนระหว่างประเทศ และวิกฤตด้านมนุษยธรรมที่ทวีความรุนแรงขึ้น

สารบัญ
  1. การผงาดขึ้นของศูนย์หลอกลวงในกัมพูชา
  2. ศูนย์หลอกลวงคืออะไร และดำเนินงานอย่างไร?
  3. ภายในศูนย์: ชีวิตและการทำงาน
  4. ชาวญี่ปุ่นกับมิติระหว่างประเทศ
  5. กลโกงทำงานอย่างไร
  6. บทบาทของเครือข่ายอาชญากรรมจีน
  7. เหตุใดจึงเป็นกัมพูชา?
  8. การค้ามนุษย์และแรงงานบังคับ
  9. ข้อวิจารณ์จากแอมเนสตี อินเตอร์เนชั่นแนล
  10. การตอบสนองของรัฐบาลและความท้าทายที่ยังคงอยู่
  11. ผลกระทบในวงกว้าง
  12. สรุป

ศูนย์หลอกลวงคืออะไร และดำเนินงานอย่างไร?

ศูนย์หลอกลวงเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ซึ่งมักมีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา เป็นที่พักและทำงานของคนหลายร้อยหรือหลายพันคนที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงทางออนไลน์ การหลอกลวงทางโทรศัพท์ และกิจกรรมผิดกฎหมายอื่น ๆ โดยทั่วไปศูนย์เหล่านี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ชายแดนหรือเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งการกำกับดูแลหละหลวม และเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายมักมีส่วนรู้เห็นหรือไม่ก็รับมือไม่ไหว กลุ่มอาชญากรรมที่จัดตั้งเป็นองค์กรเป็นผู้ดำเนินงานศูนย์เหล่านี้ หลายกลุ่มมีต้นกำเนิดในจีน และออกแบบให้พึ่งพาตนเองได้ โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ต ไนต์คลับ ห้องคาราโอเกะ และแม้แต่คาสิโนที่กำลังก่อสร้าง

จากคำบอกเล่าของผู้เห็นเหตุการณ์และรายงานการสืบสวน ผู้ที่อาศัยอยู่ในศูนย์เหล่านี้แทบไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปไหน หลายคนถูกจัดหางานด้วยการหลอกลวง โดยได้รับคำสัญญาว่าจะได้งานสุจริตด้านไอที บริการลูกค้า หรืองานคาสิโน แต่กลับพบว่าตนเองถูกกักขังและบังคับให้ร่วมขบวนการหลอกลวงเหยื่อทั่วโลก คนขับรถคนหนึ่งซึ่งรับส่งนักลงทุนชาวจีนไปยังศูนย์แห่งหนึ่งในจังหวัดไพรแวงเป็นประจำ เล่าว่าพื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะคล้ายเมืองจีน มีทั้งร้านอาหารจีน โรงพยาบาล และธุรกิจที่รับเงินหยวน

ชายอาชีพอิสระคนหนึ่งซึ่งส่งวัสดุก่อสร้างไปยังสถานที่ดังกล่าวระบุว่า "บริเวณนี้เคยเต็มไปด้วยสวนยางพารา แต่พัฒนาอย่างรวดเร็วในช่วงปีที่ผ่านมา" เขาเสริมว่าเงินลงทุนจากจีนที่หลั่งไหลเข้ามาได้เปลี่ยนโฉมภูมิภาคนี้ แต่ก็ทำให้คนในท้องถิ่นรู้สึกกังวล เพราะสงสัยในลักษณะที่แท้จริงของธุรกิจที่กำลังตั้งขึ้น

โฆษณา

ภายในศูนย์: ชีวิตและการทำงาน

ภายในศูนย์ คนงานถูกจัดเป็นทีมในคอลเซ็นเตอร์และได้รับคำสั่งให้ก่อการฉ้อโกงรูปแบบต่าง ๆ ในคดีหนึ่งที่ตำรวจญี่ปุ่นเปิดโปง ผู้ต้องสงสัยปลอมเป็นตำรวจหรืออัยการเพื่อหลอกให้เหยื่อชาวญี่ปุ่นโอนเงิน ศูนย์เหล่านี้มีทุกอย่างที่ผู้อยู่อาศัยอาจต้องการ แต่สิ่งนี้ไม่ได้สะท้อนถึงความหรูหรา หากเป็นวิธีควบคุมมากกว่า โดยกักขังคนงานไว้ และอนุญาตให้เฉพาะคู่ค้าทางธุรกิจและบุคคลภายนอกบางรายเข้าออกได้

สัญชาติของผู้ที่อยู่ภายในมีความหลากหลาย สะท้อนเครือข่ายจัดหาคนที่แผ่ขยายไปทั่วโลก รายงานระบุว่า นอกจากชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว ยังมีชาวเกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และญี่ปุ่นทำงานอยู่ในศูนย์เหล่านี้อีกด้วย หลายคนเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ ถูกยึดหนังสือเดินทางและควบคุมการเดินทางอย่างเข้มงวด

ชาวญี่ปุ่นกับมิติระหว่างประเทศ

การมีส่วนเกี่ยวข้องของชาวญี่ปุ่นในปฏิบัติการเหล่านี้ได้รับความสนใจอย่างมากทั้งในญี่ปุ่นและในระดับนานาชาติ ในเดือนเมษายนและพฤษภาคม ตำรวจในจังหวัดฟุกุโอกะเปิดโปงผู้จัดหาคนหลายรายให้กับปฏิบัติการฉ้อโกงรูปแบบพิเศษที่เชื่อมโยงกับกัมพูชา พบผู้ต้องสงสัยชาวญี่ปุ่นจำนวนหนึ่งทำงานอยู่ในศูนย์เหล่านี้ โดยบางคนถูกล่อลวงด้วยคำสัญญาว่าจะได้งานค่าตอบแทนสูงในต่างประเทศ

ในเดือนพฤษภาคม ชาวญี่ปุ่น 29 คนถูกควบคุมตัวในปอยเปต เมืองของกัมพูชาที่ติดชายแดนไทย ซึ่งเป็นที่รู้จักจากคาสิโนและการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ต่อมาบุคคลเหล่านี้ถูกย้ายไปกรุงพนมเปญ ซึ่งเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของญี่ปุ่นเดินทางไปสอบสวนความเชื่อมโยงกับคดีฉ้อโกงในประเทศญี่ปุ่น การจับกุมลักษณะเดียวกันนี้เกิดขึ้นจากการตรวจสอบศูนย์ในพื้นที่อื่นของกัมพูชา รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมาและลาว

โฆษณา

กลโกงทำงานอย่างไร

กลโกงที่ดำเนินการจากศูนย์เหล่านี้มีหลายรูปแบบ แต่มักอาศัยการปลอมตัวและการชักจูงทางจิตวิทยา คนงานจะได้รับบทพูดและรายชื่อเป้าหมาย พร้อมผ่านการฝึกให้ปลอมเป็นเจ้าหน้าที่ พนักงานธนาคาร หรือคนรัก เพื่อรีดเงินจากเหยื่อ ปฏิบัติการเหล่านี้มีการจัดการอย่างเป็นระบบ โดยแบ่งทีมรับผิดชอบงานแต่ละขั้น ตั้งแต่การติดต่อครั้งแรกไปจนถึงการฟอกเงิน

คนขับรถที่คุ้นเคยกับศูนย์ในจังหวัดไพรแวงกล่าวว่า "ทุกคนรู้ว่าที่นี่เป็นฐานปฏิบัติการฉ้อโกง" ปฏิบัติการมีขนาดใหญ่จนน่าตกใจ โดยบางศูนย์มีพนักงานหลายพันคนและสร้างรายได้ผิดกฎหมายหลายล้านดอลลาร์ต่อเดือน

บทบาทของเครือข่ายอาชญากรรมจีน

เชื่อกันอย่างกว้างขวางว่ากลุ่มอาชญากรรมจีนเป็นผู้บงการศูนย์เหล่านี้จำนวนมาก เครือข่ายดังกล่าวใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบที่หละหลวม การบังคับใช้กฎหมายที่อ่อนแอ และทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ของกัมพูชา เพื่อสร้างเครือข่ายฐานหลอกลวงทั่วประเทศ การพัฒนาศูนย์เหล่านี้มักอำพรางเป็นการลงทุนทางธุรกิจที่ถูกกฎหมาย โดยมีคาสิโน โรงแรม และกิจการอื่น ๆ เป็นฉากหน้าให้กิจกรรมอาชญากรรม

การลงทุนของจีนในกัมพูชาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในพื้นที่ใกล้ชายแดนเวียดนามและไทย การลงทุนดังกล่าวก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ รวมถึงการสร้างงานหลายหมื่นตำแหน่ง แต่ก็ทำให้เกิดความกังวลเรื่องการทุจริต การฟอกเงิน และการสูญเสียอำนาจควบคุมในท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลท้องถิ่นในจังหวัดไพรแวงยอมรับว่า โครงการพัฒนาขนาดใหญ่ทั้งหมดในพื้นที่ถูกสงสัยว่าใช้เป็นฐานหลอกลวง แต่ความพยายามในการสืบสวนถูกขัดขวางโดยผู้มีอำนาจระดับสูงกว่า

โฆษณา

เหตุใดจึงเป็นกัมพูชา?

เสน่ห์ดึงดูดของกัมพูชาสำหรับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติมาจากการผสมผสานระหว่างทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ สภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้ออำนวย และขีดความสามารถในการบังคับใช้กฎหมายที่จำกัด พรมแดนของประเทศที่ติดกับเวียดนาม ไทย และลาวทำให้กัมพูชาเป็นศูนย์กลางที่เหมาะสำหรับปฏิบัติการข้ามพรมแดน ขณะที่เขตเศรษฐกิจพิเศษมีทั้งสิทธิประโยชน์ทางภาษีและการกำกับดูแลที่น้อย การทุจริตยังเป็นปัญหาเรื้อรัง โดยเจ้าหน้าที่หลายระดับถูกกล่าวหาว่าเพิกเฉยต่อกิจกรรมอาชญากรรมเพื่อแลกกับสินบนหรือผลประโยชน์อื่น

นอกจากนี้ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างรวดเร็ว ซึ่งมักได้รับเงินทุนจากการลงทุนของจีน ยังเปิดโอกาสให้กลุ่มอาชญากรรมตั้งศูนย์ขนาดใหญ่ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนาได้โดยแทบไม่มีการแทรกแซงจากทางการ การมีคาสิโนซึ่งถูกกฎหมายในกัมพูชาแต่ถูกห้ามในประเทศเพื่อนบ้าน เป็นฉากบังหน้าที่สะดวกสำหรับการฟอกเงินและกิจกรรมผิดกฎหมายอื่น ๆ

การค้ามนุษย์และแรงงานบังคับ

หนึ่งในแง่มุมที่น่าสะเทือนใจที่สุดของศูนย์หลอกลวงคือการใช้การค้ามนุษย์และแรงงานบังคับอย่างแพร่หลาย คนจำนวนมากที่ทำงานในศูนย์เป็นเหยื่อที่ถูกหลอกด้วยข้อเสนองานปลอมหรือถูกนายหน้าค้ามนุษย์ขาย เมื่อเข้าไปอยู่ภายในแล้ว พวกเขาต้องเผชิญกับสภาพการทำงานที่โหดร้าย การทำร้ายร่างกาย และการข่มขู่ว่าจะใช้ความรุนแรง หนังสือเดินทางถูกยึด และมักไม่สามารถหลบหนีได้หากไม่มีความช่วยเหลือจากภายนอก

รัฐบาลกัมพูชาระบุว่า ในช่วงสามปีที่ผ่านมา มีการเปิดโปงบุคคลราว 24,000 คนที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงทางออนไลน์และการค้ามนุษย์ และช่วยเหลือผู้คนเกือบ 5,000 คนจากกว่า 20 ประเทศออกจากปฏิบัติการเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนเห็นว่าตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงส่วนเล็กน้อยของปัญหาที่ใหญ่กว่ามาก

โฆษณา

ข้อวิจารณ์จากแอมเนสตี อินเตอร์เนชั่นแนล

ในรายงานที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน แอมเนสตี อินเตอร์เนชั่นแนลวิจารณ์ทางการกัมพูชาในสิ่งที่องค์กรระบุว่าเป็น "การร่วมมือหรือประสานงาน" กับองค์กรจีนที่ดำเนินฐานหลอกลวง รายงานกล่าวหาว่าศูนย์หลายแห่งยังคงเปิดดำเนินการต่อ แม้ถูกเปิดโปงแล้ว และการเข้าแทรกแซงของทางการมักเป็นไป "เพื่อให้ดูเหมือนว่าทำอะไรบางอย่าง" มากกว่าจะเป็นความพยายามจริงจังในการรื้อถอนเครือข่ายอาชญากรรม

แอมเนสตี อินเตอร์เนชั่นแนลระบุว่า "แม้จะมีข่าวการบุกตรวจค้นและช่วยเหลือเหยื่อ แต่โครงสร้างพื้นฐานของการแสวงหาประโยชน์และการลอยนวลพ้นผิดยังคงอยู่แทบไม่เปลี่ยนแปลง เหยื่อจำนวนมากยังไม่ได้รับความช่วยเหลือหรือความยุติธรรมอย่างเพียงพอ"

รายงานเรียกร้องให้มีความร่วมมือและการตรวจสอบรับผิดในระดับนานาชาติมากขึ้น ตลอดจนการคุ้มครองเหยื่อการค้ามนุษย์และแรงงานบังคับที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น

การตอบสนองของรัฐบาลและความท้าทายที่ยังคงอยู่

รัฐบาลกัมพูชาประกาศว่าจะปราบปรามศูนย์หลอกลวงและการค้ามนุษย์ โดยยกการบุกตรวจค้นและการช่วยเหลือเหยื่อเมื่อไม่นานมานี้เป็นหลักฐานความคืบหน้า อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์โต้แย้งว่าความพยายามเหล่านี้ยังไม่เพียงพอ และมักถูกบั่นทอนด้วยการทุจริตและการขาดเจตจำนงทางการเมือง เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่พยายามสืบสวนหรือเข้าแทรกแซงบางครั้งถูกเพิกเฉยหรือถูกผู้มีอำนาจระดับสูงกว่าล้มล้าง ขณะที่ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากการลงทุนของต่างชาติก็สร้างแรงจูงใจอย่างมากให้ผู้เกี่ยวข้องเลือกที่จะมองข้าม

แรงกดดันจากนานาชาติกำลังเพิ่มขึ้น โดยหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และประเทศอื่น ๆ ทำงานร่วมกับทางการกัมพูชาเพื่อสืบสวนและดำเนินคดีกับผู้ที่อยู่เบื้องหลังการจัดหาและแสวงหาประโยชน์จากพลเมืองของตน อย่างไรก็ตาม ลักษณะข้ามชาติของเครือข่ายอาชญากรรม ประกอบกับกรอบกฎหมายที่อ่อนแอและทรัพยากรที่จำกัด ทำให้การบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพเป็นความท้าทายที่ยากยิ่ง

โฆษณา

ผลกระทบในวงกว้าง

การแพร่ขยายของศูนย์หลอกลวงในกัมพูชาไม่ได้เป็นเพียงปัญหาในระดับท้องถิ่นหรือภูมิภาค แต่เป็นปัญหาระดับโลกที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง เหยื่อของการหลอกลวงอยู่ทั่วโลก และผลกำไรจากปฏิบัติการเหล่านี้นำไปหล่อเลี้ยงกิจกรรมอาชญากรรมอื่น ๆ ต่อไป รวมถึงการฟอกเงิน การค้ายาเสพติด และการทุจริต การแสวงหาประโยชน์จากผู้คนที่เปราะบาง ซึ่งหลายคนถูกลักลอบข้ามพรมแดน ตอกย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการเพิ่มความร่วมมือระหว่างประเทศและยกระดับการคุ้มครองเหยื่อให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

เมื่อโลกเชื่อมโยงถึงกันมากขึ้น ความสามารถของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติในการดำเนินงานข้ามพรมแดนและใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ทางกฎหมายจึงเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงและสิทธิมนุษยชนทั่วโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้น การรับมือกับความท้าทายนี้ต้องอาศัยความพยายามอย่างต่อเนื่องจากรัฐบาล หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย องค์กรภาคประชาสังคม และภาคเอกชน

สรุป

  • กัมพูชากลายเป็นศูนย์กลางปฏิบัติการฉ้อโกงขนาดใหญ่ที่ดำเนินการโดยเครือข่ายอาชญากรรมจีน โดยมีคนงานต่างชาติหลายพันคนอยู่ในศูนย์หลอกลวง
  • ศูนย์เหล่านี้มักอำพรางเป็นธุรกิจที่ถูกกฎหมายและมีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา โดยกักขังผู้อยู่อาศัยและบังคับให้ร่วมการหลอกลวงทางออนไลน์และทางโทรศัพท์
  • ชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติอื่น ๆ ถูกจัดหาหรือค้ามนุษย์เข้าสู่ปฏิบัติการเหล่านี้ นำไปสู่การสืบสวนและการจับกุมในระดับนานาชาติ
  • การค้ามนุษย์และแรงงานบังคับเกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย เหยื่อจำนวนมากต้องเผชิญกับสภาพการทำงานที่โหดร้ายและการถูกทำร้าย
  • แอมเนสตี อินเตอร์เนชั่นแนลและองค์กรอื่น ๆ วิจารณ์ทางการกัมพูชาว่าบังคับใช้กฎหมายไม่เพียงพอ และกล่าวหาว่ามีส่วนรู้เห็นกับกลุ่มอาชญากรรม
  • จำเป็นต้องเร่งเพิ่มความร่วมมือระหว่างประเทศและยกระดับการคุ้มครองเหยื่อ เพื่อรับมือภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากเครือข่ายหลอกลวงข้ามชาติ
แชร์บทความนี้

เรื่องที่คุณอาจชอบ