ผู้สมัครลูฟี่กับภาษาใหม่ทางการเมือง
สุทธสิทธิ์ “แม็คกี้” พอตตะศักดิ์ ตระเวนหาเสียงในเขตชนบทของตนที่จังหวัดนครราชสีมาด้วยสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า สวมหมวกฟางที่บ่งบอกว่าเขาเป็นสาวกของมังกี้ ดี. ลูฟี่ กัปตันโจรสลัดผู้มองโลกในแง่ดีจากอนิเมะญี่ปุ่นเรื่อง One Piece อดีตผู้ผลิตละครโทรทัศน์วัย 37 ปีผู้นี้ทำวิดีโอรายวันแนวสบาย ๆ อธิบายนโยบาย ซึ่งมียอดรับชมนับล้านบนโซเชียลมีเดีย แตกต่างอย่างชัดเจนจากพิธีรีตองเคร่งขรึมของการเมืองไทยแบบดั้งเดิม “การเมืองเป็นเรื่องที่คนรุ่นก่อนทำให้น่าเบื่อ ผมอยากทำให้มันสนุก” แม็คกี้กล่าวระหว่างพักจากการเยี่ยมบ้านไม้และคลองชลประทานในหมู่บ้านภาคอีสานของเขา “เราไม่มีเงินซื้อเสียง เราเป็นแค่ประชาชนธรรมดา แต่มีความมุ่งมั่นแน่วแน่ที่จะแก้ปัญหาที่เรื้อรัง ผมคิดว่าชาวบ้านมองเห็นสิ่งนั้น”
สารบัญ
- ผู้สมัครลูฟี่กับภาษาใหม่ทางการเมือง
- จากอนาคตใหม่สู่พรรคประชาชน: วัฏจักรการยุบพรรค
- โครงสร้างอำนาจยับยั้งที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง
- แคนดิเดตผู้นำฝ่าดงกฎหมาย
- เศรษฐกิจชะงักงันกับการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง
- คู่แข่ง ประชามติ และการคำนวณจัดตั้งรัฐบาล
- การเปลี่ยนผ่านสู่ตัวแทนคนรุ่นใหม่
- หลังนับคะแนนแล้วจะเกิดอะไรขึ้น
- ประเด็นสำคัญ
รูปแบบการหาเสียงของแม็คกี้สะท้อนแนวทางของพรรคประชาชนในการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พรรคนี้ครองใจคนไทยรุ่นใหม่และคนเมืองด้วยความเชี่ยวชาญด้านโซเชียลมีเดียและการอ้างอิงวัฒนธรรมป๊อป ขณะเดียวกันก็สร้างเครือข่ายระดับรากหญ้าในจังหวัดชนบท ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นฐานที่มั่นของเครือข่ายการเมืองเก่า ในหมู่บ้านแล้วหมู่บ้านเล่า แม็คกี้ได้พบกับเรื่องราวความยากลำบากทางเศรษฐกิจ ทั้งคนหนุ่มสาวที่ย้ายไปกรุงเทพฯ หรือไปทำงานโรงงานในต่างประเทศ ผู้สูงอายุที่ขาดคนดูแลเมื่อครอบครัวแตกแยก และเกษตรกรที่ติดอยู่ในวงจรหนี้สิน ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนของไทยอยู่ในกลุ่มสูงที่สุดในเอเชีย ขณะที่การเติบโตของ GDP ชะลอต่ำกว่า 2% ต่อปี ทิ้งห่างเวียดนามและอินโดนีเซียซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาก ปีที่แล้วอัตราการเกิดของประเทศดิ่งลง 10% ซึ่งเป็นการลดลงรุนแรงที่สุดในโลก สะท้อนวิกฤตประชากรที่เสี่ยงกดดันเศรษฐกิจอย่างหนัก
จากอนาคตใหม่สู่พรรคประชาชน: วัฏจักรการยุบพรรค
แม็คกี้เป็นตัวแทนของการเคลื่อนไหวปฏิรูปก้าวหน้าของไทยในร่างที่สามภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งทศวรรษ เส้นทางนี้เริ่มขึ้นในปี 2019 ด้วยพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งก่อตั้งโดยธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ทายาทธุรกิจยานยนต์ผู้มีเสน่ห์ดึงดูดใจ พรรคสร้างความตื่นตะลึงให้ชนชั้นนำด้วยการคว้าอันดับสามในการเลือกตั้งครั้งแรก ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคอนาคตใหม่ในปี 2020 จากประเด็นทางเทคนิคเกี่ยวกับการเงินหาเสียง และห้ามธนาธรยุ่งเกี่ยวกับการเมืองเป็นเวลาสิบปี พรรคปรับโครงสร้างเป็นพรรคก้าวไกลและคว้าที่นั่งในสภามากที่สุด 151 ที่นั่งในการเลือกตั้งปี 2023 ด้วยนโยบายสลายการผูกขาด ยุติการเกณฑ์ทหาร และปฏิรูปกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอันเข้มงวด ซึ่งกำหนดให้การวิจารณ์สถาบันกษัตริย์เป็นความผิดทางอาญา
แม้ชนะการเลือกตั้ง พรรคก้าวไกลก็ไม่เคยได้กุมอำนาจ รัฐธรรมนูญปี 2017 ซึ่งร่างขึ้นภายใต้การปกครองของทหาร ให้อำนาจวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งร่วมกับสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งในการเลือกนายกรัฐมนตรี สมาชิกวุฒิสภาฝ่ายอนุรักษนิยมร่วมกับพรรคที่ใกล้ชิดกองทัพขัดขวางไม่ให้พรรคก้าวไกลจัดตั้งรัฐบาล เปิดทางให้พรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลผสมกับพรรคที่สนับสนุนทหารแทน ในเดือนสิงหาคม 2024 ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคก้าวไกล โดยวินิจฉัยว่าข้อเสนอแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเท่ากับเป็นความพยายามล้มล้างระบอบการเมือง พร้อมสั่งห้ามแกนนำ 11 คน รวมถึงอดีตหัวหน้าพรรค พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ทำกิจกรรมทางการเมืองเป็นเวลาสิบปี
ภายในไม่กี่วัน ส.ส. ที่เหลือรวมตัวกันใหม่ในชื่อพรรคประชาชน ซึ่งจงใจสื่อถึงคณะราษฎร กลุ่มการเมืองที่ก่อการปฏิวัติในปี 1932 เพื่อยุติระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของไทย “สถาบันที่ศักดิ์สิทธิ์และยั่งยืนที่สุดในระบบการเมืองประชาธิปไตยคือประชาชน ผู้ถืออำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศ” พรรคประกาศในวันเปิดตัว พร้อมใช้โลโก้สามเหลี่ยมสีส้มกลับหัวที่สื่อถึง “เสรีภาพ เสมอภาค และภราดรภาพ” ผลสำรวจความคิดเห็นขณะนี้ระบุว่าพรรคประชาชนได้รับการสนับสนุนจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งราวหนึ่งในสาม โดยผลสำรวจล่าสุดของสวนดุสิตโพลและ NIDA ชี้ว่าพรรคมีคะแนนนำคู่แข่งอย่างภูมิใจไทยและเพื่อไทยอย่างชัดเจน
โครงสร้างอำนาจยับยั้งที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง
การชนะเลือกตั้งไม่เคยรับประกันว่าจะได้อำนาจบริหารในประเทศไทยยุคปัจจุบัน รัฐธรรมนูญปี 2017 วางกรอบที่นักรัฐศาสตร์เรียกว่า “ระบอบอัตตาธิปไตยผ่านการเลือกตั้ง” โดยฝังอำนาจพิเศษไว้กับองค์กรที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง เพื่อจำกัดหรือคว่ำเจตจำนงของประชาชน แม้ว่าวุฒิสภาจะไม่มีสิทธิลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งรอบนี้แล้ว แต่ยังมีอิทธิพลอย่างมากผ่านอำนาจให้ความเห็นชอบตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและกรรมการการเลือกตั้ง องค์กรที่ทำหน้าที่เป็น “ผู้ตัดสิน” เหล่านี้ปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์การเมืองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผ่านคำร้องยุบพรรค คำวินิจฉัยตัดสิทธิ และการถอดถอนนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งอยู่
ในช่วงสามปีที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญปลดนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยสองคน รวมถึงแพทองธาร ชินวัตร ในเดือนสิงหาคม 2025 จากการฝ่าฝืนจริยธรรมกรณีโทรศัพท์พูดคุยกับฮุน เซน ผู้นำกัมพูชา ศาลเดียวกันนี้ถอดถอนเศรษฐา ทวีสิน ผู้ดำรงตำแหน่งก่อนหน้าในเดือนสิงหาคม 2024 ศิริพรรณ นกสวน สวัสดี นักรัฐศาสตร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายข้อจำกัดเชิงระบบดังกล่าว
ถ้าประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยที่ทำงานได้จริง เรื่องเหล่านี้คงไม่เกิดขึ้น เรามีการเลือกตั้งเป็นประจำ บางครั้งก็มีรัฐประหารคั่นกลาง แต่การเลือกตั้งกำหนดได้เพียงผู้แทนในสภาล่าง ไม่ได้กำหนดว่าใครจะเป็นผู้บริหารประเทศ เรื่องนั้นถูกกำหนดโดยเครือข่ายชนชั้นนำและองค์กรที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งมีบทบาทยับยั้งเจตจำนงของผู้ลงคะแนนเสียง
โครงสร้างอำนาจยับยั้งไม่ได้จำกัดอยู่แค่ศาล คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำลังสอบสวนอดีต ส.ส. พรรคก้าวไกล 44 คน รวมถึงผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาชนในปัจจุบัน 15 คน จากกรณีที่พวกเขารับรองข้อเสนอแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในปี 2021 การสอบสวนนี้แขวนค้างเป็นเหมือนดาบเหนือผู้นำพรรค และอาจกลายเป็นเหตุให้ตัดสิทธิทางการเมืองครั้งใหญ่
แคนดิเดตผู้นำฝ่าดงกฎหมาย
พรรคประชาชนเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีสามคน เพื่อป้องกันความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์จากการโจมตีทางกฎหมายที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรควัย 38 ปี อดีตวิศวกรซอฟต์แวร์และผู้บริหารด้านไอที กำลังถูกสอบสวนในคดี ส.ส. 44 คน เช่นเดียวกับศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรควัย 44 ปี นักเศรษฐศาสตร์ผู้เป็นหัวหอกในการริเริ่มปฏิรูปงบประมาณของพรรค ทั้งคู่เป็นหนึ่งใน ส.ส. ปัจจุบัน 25 คนที่ถูกระบุชื่อในการสอบสวนของ ป.ป.ช. กรณีการยื่นแก้ไขมาตรา 112
ความเสี่ยงทางกฎหมายนี้ทำให้วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคฝ่ายยุทธศาสตร์วัย 46 ปี เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียวที่ไม่มีคดีความอยู่ระหว่างดำเนินการ วีระยุทธเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายอุตสาหกรรม เคยสอนที่สถาบันบัณฑิตศึกษาด้านนโยบายแห่งชาติในโตเกียวเป็นเวลา 11 ปี และที่ผ่านมาไม่ค่อยปรากฏตัวในฐานะสถาปนิกยุทธศาสตร์ของพรรค ผู้สังเกตการณ์การเมืองจับตาวีระยุทธอย่างใกล้ชิด โดยมองว่าเขามีโอกาสมากที่สุดที่จะขึ้นนำพรรคหลังคดี ส.ส. 44 คนสิ้นสุดลง คำถามสำคัญคือเขาจะฟื้นฟูขบวนการสีส้มร่วมกับผู้นำที่เหลือซึ่งไม่มีคดีความได้หรือไม่
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ก่อตั้งที่ถูกตัดสิทธิและยังเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของขบวนการ ยังคงยืนหยัดแม้ถูกล้อมด้วยคดีความ “พวกเขากลัวเรา” เขากล่าวกับ BBC ระหว่างเตรียมขึ้นรถบัสหาเสียง “พวกเขากลัวการเปลี่ยนแปลง พวกเขาอยากให้วันพรุ่งนี้เหมือนเมื่อวาน พวกเขาคิดว่าการยุบพรรคและห้ามผู้นำของเราทำกิจกรรมทางการเมืองจะทำให้เราเล็กลง แต่ที่จริงเรากำลังใหญ่ขึ้น”
เศรษฐกิจชะงักงันกับการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง
ความนิยมของพรรคประชาชนส่วนหนึ่งมาจากการวินิจฉัยปัญหาเศรษฐกิจเชิงโครงสร้างที่เรื้อรังของไทย ซึ่งแตกต่างอย่างชัดเจนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นของพรรคคู่แข่ง ขณะที่ภูมิใจไทยผลักดันโครงการอุดหนุนร่วมจ่าย และเพื่อไทยสัญญาจะออกสลาก “สร้างเศรษฐีเงินล้าน” ที่มอบเงินให้เศรษฐีวันละเก้าคน พรรคประชาชนเปิดเผยแผนงานเศรษฐกิจ “เปลี่ยนประเทศไทย” อย่างครอบคลุม แผนดังกล่าวแบ่งการดำเนินงานเป็นช่วง 100 วันแรก ปีแรก และตลอดวาระสี่ปี โดยมุ่งจัดการขั้นตอนราชการที่ยุ่งยากและการผูกขาดซึ่งขัดขวางการแข่งขัน
วาระเร่งด่วนใน 100 วันแรกประกอบด้วยการอัดฉีดสภาพคล่อง 250,000 ล้านบาทผ่านสินเชื่อที่เจาะจงกลุ่มเป้าหมาย รวมถึง 100,000 ล้านบาทสำหรับสินเชื่อบ้านหลังแรก และอีก 100,000 ล้านบาทสำหรับการเปลี่ยนผ่านภาคอุตสาหกรรมสู่ดิจิทัลและ AI พรรคให้คำมั่นจะดำเนินการ “กิโยตินกฎระเบียบ” เพื่อยกเลิกกฎหมายล้าสมัยภายใน 18 เดือน โดยใช้ “Biz Portal” ดิจิทัลแบบรวมศูนย์เพื่อปรับปรุงขั้นตอนการขอใบอนุญาตและลดช่องทางการทุจริต แผนระยะยาวรวมถึงการพัฒนา “เมกะโปรเจกต์สีส้ม” เช่น การนำรถโดยสารไฟฟ้ามาให้บริการใน 15 เมืองใหญ่ และการยกระดับท่าเรือระนองด้วยงบ 10,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการค้ากับอินเดีย
ศาสตราจารย์อภิชาต สถิตนิรามัย จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า พรรคคู่แข่งกำลัง “แก้ปัญหาผิดจุด” ด้วยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ไม่ต่างจากยาแก้ปวดซึ่งยิ่งใช้ก็ยิ่งได้ผลน้อยลง “มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเหล่านี้เหมือนยาแก้ปวด ยิ่งใช้ก็ยิ่งได้ผลน้อยลง” เขากล่าว “ในมุมมองของเขา พรรคประชาชนเป็นพรรคเดียวที่คิดระยะยาว ไม่ได้คิดแค่ว่าต้องทำอะไรเพื่อชนะเลือกตั้ง”
คู่แข่ง ประชามติ และการคำนวณจัดตั้งรัฐบาล
บัตรเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์เปิดโอกาสให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งตัดสินใจสองเรื่องพร้อมกัน ได้แก่ เลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 500 คน และลงประชามติว่าจะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แทนรัฐธรรมนูญปี 2017 หรือไม่ ประชามติครั้งนี้เป็นเพียงขั้นตอนแรกในกระบวนการสามขั้นที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดไว้อย่างเข้มงวด หากเสียงข้างมากเห็นชอบ รัฐสภาจะได้รับอนุญาตให้เริ่มร่างรัฐธรรมนูญ แต่หลังจากนั้นยังต้องจัดประชามติเพื่อรับรองแนวทางการร่างและให้สัตยาบันต่อร่างฉบับสุดท้าย โดยวุฒิสภายังคงมีอิทธิพลต่อเกณฑ์การแก้ไขตามมาตรา 256
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีผู้เป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยฝ่ายอนุรักษนิยม ยุบสภาในเดือนธันวาคมเพื่อชิงตัดหน้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และวางภาพลักษณ์ตนเองเป็นผู้นำยามสงครามระหว่างเกิดเหตุปะทะชายแดนกับกัมพูชาเมื่อไม่นานมานี้ “ผมสัญญาว่าจะปกป้องแผ่นดินของเราด้วยชีวิต” อนุทินประกาศในการชุมนุมที่กรุงเทพฯ “ถ้าคุณต้องการนายกรัฐมนตรีที่ศัตรูข่มขู่ไม่ได้ ก็เลือกพรรคของผม” นักการเมืองวัย 59 ปีผู้เชี่ยวชาญการต่อรองดึงอดีตสมาชิกจากพรรคอื่นมาเข้าร่วมได้จำนวนมาก และสร้างความน่าเชื่อถือด้านการบริหารเชิงเทคนิค โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนที่นั่งให้มากกว่า 71 ที่นั่งที่ภูมิใจไทยได้ในปี 2023 อย่างมีนัยสำคัญ
เพื่อไทย พรรคประชานิยมยักษ์ใหญ่ที่ก่อตั้งโดยทักษิณ ชินวัตร มหาเศรษฐี เข้าสู่การเลือกตั้งในสภาพอ่อนแรงลง หลังนายกรัฐมนตรีสองคนถูกศาลถอดถอนภายในสองปี พรรคหาเสียงด้วยสโลแกนสร้างเศรษฐีรายวันและนโยบายแจกเงิน พร้อมปรับจุดยืนจากแนวปฏิรูปในอดีตไปสู่การประนีประนอมกับชนชั้นนำ นักวิเคราะห์มองว่าการจับขั้วรัฐบาลหลังเลือกตั้งระหว่างภูมิใจไทยกับเพื่อไทยยังมีความเป็นไปได้สูง และอาจกันพรรคประชาชนออกจากรัฐบาลแม้จะมีคะแนนนำ
การเปลี่ยนผ่านสู่ตัวแทนคนรุ่นใหม่
นอกเหนือจากนโยบาย พรรคประชาชนยังเป็นตัวแทนการเปลี่ยนแปลงด้านประชากรศาสตร์ในการเมืองไทย ขบวนการนี้ดึงดูดผู้หญิงรุ่นใหม่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งในจำนวนที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ช่วยแก้ความไม่สมดุลทางเพศที่ทำให้ผู้หญิงมีบทบาทในสภาน้อยมาโดยตลอด ในการเลือกตั้งปี 2023 พรรคก้าวไกลมีผู้หญิงได้รับเลือกเข้าสภามากที่สุดในบรรดาทุกพรรค รวม 36 คน ส่วนเพื่อไทยตามมาเป็นอันดับสองที่ 29 คน การเลือกตั้งปี 2026 ยังคงสานต่อแนวโน้มนี้ โดยผู้สมัครอย่างการณิก จันทาดา อดีตเภสัชกรและพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินวัย 32 ปี นำประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างจากสายตระกูลการเมืองแบบดั้งเดิมเข้ามา
“นี่คือคนรุ่นใหม่ การเปลี่ยนกระบวนทัศน์ครั้งใหม่” เรืองรวี พิชัยกุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยบทบาทหญิงชายและการพัฒนา กล่าว “ยิ่งประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ผู้หญิงก็จะเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น หากสังคมเปิดกว้างกว่าเดิม ผู้หญิงก็จะมีโอกาสมากขึ้น เมื่อเทียบกับการปกครองโดยทหารแล้ว แตกต่างกันมากจริง ๆ” ผู้สมัครรุ่นใหม่ระบุว่าเพศของตนมีผลต่อแนวทางการให้บริการประชาชนและการกำหนดนโยบายสำคัญ เช่น การลาในช่วงมีประจำเดือน และนโยบายดูแลผู้ใช้แรงงานด้วยความเข้าใจ ซึ่งอยู่ในชุดนโยบายแรงงานของพรรค
หลังนับคะแนนแล้วจะเกิดอะไรขึ้น
แม้พรรคประชาชนจะได้ที่นั่งมากที่สุดตามที่ผลสำรวจคาดการณ์ การจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพก็ยังเป็นเรื่องยากทั้งในเชิงคณิตศาสตร์และการเมือง ไม่มีพรรคใดคาดว่าจะได้ 251 ที่นั่งซึ่งจำเป็นต่อการครองเสียงข้างมากเด็ดขาด ทำให้ต้องเจรจาจัดตั้งรัฐบาลผสม โดยพรรคอนุรักษนิยมได้เปรียบจากโครงสร้างทางการเมือง พรรคประชาชนประกาศว่าจะไม่สนับสนุนอนุทินให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยที่สอง และจะไม่ร่วมกับพรรคกล้าธรรมฝ่ายอนุรักษนิยม จึงเหลือพรรคเพื่อไทยและกลุ่มก้าวหน้าขนาดเล็กเป็นพันธมิตรที่อาจเป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม ความทรงจำเรื่องการหักหลังของเพื่อไทยในปี 2023 ยังสดใหม่ เมื่อพรรคถอนตัวจากขั้วปฏิรูปไปจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคที่สนับสนุนทหาร
การทำประชามติรัฐธรรมนูญเพิ่มความไม่แน่นอนอีกชั้นหนึ่ง แม้ประชาชนเห็นชอบก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการหลายปี ซึ่งต้องอาศัยเสียงข้างมากพิเศษในรัฐสภาและการลงประชามติเพิ่มเติม พรรคอนุรักษนิยม รวมถึงภูมิใจไทย เสนอให้แก้รัฐธรรมนูญเพียงบางส่วน โดยต้องการรักษาอำนาจควบคุมการแก้ไขในอนาคตหนึ่งในสามของวุฒิสภา และคุ้มครองบทบาททางการเมืองของกองทัพ
สำหรับแม็คกี้และผู้มีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดนครราชสีมา ความซับซ้อนของสถาบันเหล่านี้แปลเป็นความไม่แน่นอนที่จับต้องได้ว่า คะแนนเสียงของพวกเขาจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงจริงหรือไม่ ขณะขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าตระเวนไปตามทุ่งนา หมวกลูฟี่เป็นสัญลักษณ์ทั้งของความหวังและการต่อต้านอุปสรรคที่ดูเหมือนเอาชนะไม่ได้ การที่พรรคก้าวหน้าร่างที่สามในรอบเจ็ดปีของไทยจะฝ่าโครงสร้างอำนาจยับยั้งได้สำเร็จหรือไม่ หรือวัฏจักรยุบพรรคและเปลี่ยนชื่อจะดำเนินต่อไป ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลนับคะแนนวันอาทิตย์เท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับว่าองค์กรศูนย์กลางอำนาจที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งจะยอมรับคำตัดสินของผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือไม่
ประเด็นสำคัญ
- พรรคประชาชนนำผลสำรวจความคิดเห็นก่อนการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ โดยเป็นร่างที่สามของขบวนการก้าวหน้าซึ่งเคยถูกยุบในชื่อพรรคอนาคตใหม่ (2020) และพรรคก้าวไกล (2024)
- ศาลรัฐธรรมนูญและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเป็นภัยคุกคามทางกฎหมายต่อเนื่อง โดยอดีต ส.ส. 44 คน รวมถึงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 2 ใน 3 คนของพรรค กำลังถูกสอบสวนและอาจถูกตัดสิทธิ
- เศรษฐกิจไทยเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงที่สุดกลุ่มหนึ่งของเอเชีย การเติบโตของ GDP ต่ำกว่า 2% และอัตราการเกิดที่ลดลง 10% ในปีที่แล้ว
- การเลือกตั้งมีขึ้นพร้อมกับประชามติเรื่องการเปลี่ยนรัฐธรรมนูญที่ร่างโดยรัฐบาลทหารในปี 2017 แต่การปฏิรูปฉบับเต็มต้องผ่านประชามติสามครั้งและได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา
- อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีฝ่ายอนุรักษนิยมต้องการได้รับเลือกตั้งอีกครั้งผ่านพรรคภูมิใจไทย โดยหาเสียงด้วยชาตินิยมและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่เพื่อไทยซึ่งเคยเป็นพรรครัฐบาลเสนอแจกเงินแบบประชานิยม
- คาดว่าจะไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากเด็ดขาดในสภาที่มี 500 ที่นั่ง ทำให้การเจรจาจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งเป็นปัจจัยชี้ขาดว่าใครจะได้บริหารประเทศ
- พรรคประชาชนเสนอให้เปลี่ยนการเกณฑ์ทหารเป็นการสมัครใจ สลายการผูกขาดทางธุรกิจ และดำเนินการ “กิโยตินกฎระเบียบ” เพื่อลดขั้นตอนราชการที่ยุ่งยาก






