ประธานาธิบดีแทรกแซง เปิดศักราชใหม่ในการคุ้มครองนักท่องเที่ยว
เกาหลีใต้เปิดตัวแคมเปญเชิงรุกเพื่อขจัดการโก่งราคาและการค้าที่ไม่เป็นธรรมซึ่งมุ่งเป้าไปยังนักท่องเที่ยวต่างชาติ นับเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในการบริหารจัดการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วของประเทศ มาตรการครอบคลุมที่ประกาศระหว่างการประชุมยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวแห่งชาติแบบขยายวง ณ ทำเนียบประธานาธิบดีชองวาแดเมื่อวันพุธ กำหนดบทลงโทษรุนแรงสำหรับธุรกิจที่เรียกเก็บเงินนักท่องเที่ยวเกินราคา ซึ่งรวมถึงการสั่งระงับกิจการและอาจเพิกถอนใบอนุญาต ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง เป็นประธานการประชุมด้วยตนเอง นับเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี หรือหลังจากปี 2019 ที่ประธานาธิบดีเกาหลีใต้เข้าร่วมการประชุมลักษณะนี้ สะท้อนถึงความสำคัญที่รัฐบาลให้กับการจัดระเบียบภาคการท่องเที่ยว โครงการนี้เกิดขึ้นขณะที่ประเทศตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ 30 ล้านคนภายในปี 2029 โดยเลื่อนเป้าหมายเดิมให้เร็วขึ้น 12 เดือน ท่ามกลางราคาที่พุ่งสูงอย่างมากในเมืองต่าง ๆ เช่น ปูซาน ก่อนการจัดงานวัฒนธรรมสำคัญ
สารบัญ
รัฐบาลระบุว่าการปราบปรามครั้งนี้เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อเปลี่ยนความนิยมทั่วโลกต่อสินค้าส่งออกทางวัฒนธรรมของเกาหลีให้เป็นการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ประธานาธิบดีอีเรียกการโก่งราคาซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเป็น "การกระทำมิชอบที่ล้าสมัย" และ "การเอาเปรียบอย่างมุ่งร้ายที่ทำลายระเบียบของตลาดทั้งระบบ" พร้อมเรียกร้องให้กำหนดบทลงโทษที่หนักพอจนทำให้ผู้กระทำผิดต้องเผชิญความสูญเสีย "มากกว่ากำไรที่ได้มาอย่างไม่เป็นธรรมหลายเท่า" การประชุมครั้งนี้มีนายกรัฐมนตรีคิม มิน-ซอก รัฐมนตรี 15 คน และบุคคลสำคัญจากภาคเอกชนเข้าร่วม รวมถึงอี บู-จิน ประธานคณะกรรมการ Visit Korea และประธานเจ้าหน้าที่บริหารโรงแรมชิลลา ซึ่งให้คำมั่นว่าจะร่วมมือกับภาคธุรกิจและหน่วยงานรัฐแก้ไขปัญหาความไม่สะดวกของนักเดินทางในทุกภูมิภาค
ปรับกฎหมายครั้งใหญ่ พร้อมกลไกบังคับใช้
กรอบกำกับดูแลใหม่นี้เพิ่มความเข้มงวดอย่างมากจากระบบเดิมที่อาศัยความสมัครใจในการปฏิบัติตามกฎ ภายใต้กฎหมายที่จะปรับปรุงในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ร้านอาหารและธุรกิจที่พักซึ่งไม่แสดงรายการราคา หรือเรียกเก็บเงินเกินราคาที่ประกาศไว้ จะถูกสั่งระงับกิจการ 5 วันตั้งแต่การกระทำผิดครั้งแรก แทนระบบปัจจุบันที่ใช้การเตือนและคำสั่งให้แก้ไข ผู้ประกอบการที่พักที่กระทำผิดครบ 4 ครั้งจะถูกสั่งปิดกิจการหรือเพิกถอนทะเบียนเป็นข้อบังคับ เป็นครั้งแรกที่โฮมสเตย์ในชนบทและโฮมสเตย์ในเมืองซึ่งให้บริการนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะ จะอยู่ภายใต้บทลงโทษดังกล่าว เป็นการปิดช่องโหว่ของกฎระเบียบที่ผ่านมา
แนวปฏิบัติที่เป็นข้อถกเถียงอย่างมาก คือการยกเลิกการจองเดิมฝ่ายเดียวเพื่อนำห้องพักกลับมาขายในราคาสูงขึ้นช่วงที่มีความต้องการมาก จะมีโทษระงับกิจการ 5 วันตั้งแต่การกระทำผิดครั้งแรกเช่นกัน รัฐบาลยังจัดทำมาตรฐานการชดเชย เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับเงินคืนและค่าเสียหายเมื่อผู้ให้บริการมีพฤติกรรม "ฉวยโอกาส" เช่นนี้ ในภาคขนส่ง คนขับแท็กซี่ที่ถูกจับได้ว่าเรียกเก็บเงินเกินราคาจะถูกพักใช้ใบอนุญาตทันที 30 วันเมื่อกระทำผิดครั้งแรก เพิ่มเป็น 60 วันเมื่อพบการกระทำผิดครั้งที่สอง และเพิกถอนใบอนุญาตถาวรเมื่อกระทำผิดครั้งที่สาม โดยใช้มาตรการ "ทำผิดสามครั้งหมดสิทธิ์" อย่างเข้มงวดเพื่อยับยั้งการตั้งราคาเอาเปรียบที่สนามบินและแหล่งท่องเที่ยว
มาตรการบังคับใช้ยังครอบคลุมเกาะเชจู ซึ่งทางการจะออกกฎกำหนด "เพดานส่วนลดสูงสุด" สำหรับบริษัทเช่ารถ เพื่อป้องกันการทำการตลาดที่ทำให้เข้าใจผิด ผู้ประกอบการบางรายเคยปรับราคาฐานให้สูงขึ้นก่อนโฆษณาส่วนลดจำนวนมาก ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสับสนเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายจริง กฎใหม่จะกำหนดให้บริษัทอ้างอิงอัตราค่าบริการจากงบการเงินจริงแทนความต้องการที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งอาจช่วยลดค่าเช่ารถในช่วงฤดูท่องเที่ยวได้สูงสุด 50 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อน ๆ รัฐบาลจะให้แรงจูงใจทางการเงินแก่รัฐบาลท้องถิ่นที่ปราบปรามการโก่งราคาอย่างจริงจัง ขณะที่รัฐบาลกลางมีแผนตรวจสอบสถานที่จริงทั่วประเทศ โดยมุ่งเป้าไปที่ตลาดดั้งเดิมและกลุ่มธุรกิจที่พัก
กระแส BTS และการตอบสนองของปูซาน
ความเร่งด่วนของมาตรการเหล่านี้เห็นได้ชัดหลังการประกาศกำหนดการทัวร์รอบโลกของ BTS ซึ่งทำให้ราคาในเมืองท่าปูซานทางตะวันออกเฉียงใต้ผันผวนอย่างหนัก เมื่อวงเคป๊อปประกาศจัดคอนเสิร์ตวันที่ 12 และ 13 มิถุนายน ณ สนามกีฬาหลักปูซานอาเซียด ราคาที่พักในรัศมี 5 กิโลเมตรพุ่งขึ้นเป็น 3.5 เท่าของราคาปกติ โดยโมเทลบางแห่งขึ้นราคาจาก 100,000 วอน (67 ดอลลาร์) เป็นสูงสุด 750,000 วอน (520 ดอลลาร์) ต่อคืน การสำรวจของคณะกรรมาธิการการค้าที่เป็นธรรมพบว่า ธุรกิจที่พักในพื้นที่ 10 เปอร์เซ็นต์เรียกเก็บราคาสูงกว่าอัตราปกติเกิน 5 เท่า โดยที่พักแห่งหนึ่งในเขตทงแนขึ้นราคาค้างคืนจาก 68,000 วอน (46 ดอลลาร์) เป็น 769,000 วอน (521 ดอลลาร์)
กระแสวิจารณ์รุนแรงขึ้นเมื่อมีรายงานว่าโรงแรมบางแห่งกดดันให้แขกยกเลิกการจองเดิม เพื่อจะนำห้องกลับมาประกาศขายในราคาที่สูงเกินจริง เหตุการณ์นี้สร้างความไม่พอใจอย่างกว้างขวางในหมู่แฟนคลับ BTS ซึ่งรู้จักกันในชื่อ ARMY และชี้ให้เห็นช่องโหว่เชิงระบบที่กฎหมายใหม่มุ่งจัดการโดยตรง เพื่อตอบสนองต่อปัญหา เทศบาลนครปูซานได้ใช้ระบบ "รายงานการโก่งราคาผ่านคิวอาร์โค้ด" ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวสแกนรหัส ณ ที่พักและยื่นเรื่องร้องเรียนได้ทันที โดยเรื่องร้องเรียนจะถูกส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านศูนย์รับเรื่องร้องเรียนด้านการท่องเที่ยวขององค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (1330) เมืองได้แจกสติกเกอร์และโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ทั่วทุกเขต พร้อมจัดตั้งทีมตรวจสอบร่วมกับรัฐบาลท้องถิ่นเพื่อลงพื้นที่ตรวจสถานประกอบการที่ถูกร้องเรียน
เรากำลังเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 5 ล้านคนสู่ปูซาน ด้วยการลงพื้นที่ตรวจสอบ เราจะทำให้มั่นใจได้ว่านักท่องเที่ยวที่มาปูซานเพื่อร่วมงานครั้งนี้จะพักอยู่นานขึ้น และเก็บเกี่ยวความทรงจำที่ดีซึ่งคงอยู่ไปอีกนาน
นายกเทศมนตรีปูซาน พัค ฮยอง-จุน ให้คำมั่นดังกล่าว ขณะที่เมืองระดมทรัพยากรด้านการบริหารเพื่อป้องกันการเอาเปรียบก่อนคอนเสิร์ต ซึ่งตรงกับวันครบรอบการเปิดตัวของวง และมีจีมินกับจองกุก สมาชิกวงที่เป็นชาวเมืองปูซานร่วมแสดง เมืองมีแผนใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการแนะนำที่พักในย่านที่เข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้สะดวก เพื่อกระจายการจองออกจากบริเวณใกล้สถานที่จัดงาน
ปฏิรูปวีซ่าและปรับปรุงระบบตรวจคนเข้าเมือง
มาตรการต่อต้านการโก่งราคาเป็นหนึ่งในเสาหลักของยุทธศาสตร์วงกว้างเพื่อผลักดันเกาหลีใต้ให้เป็นมหาอำนาจด้านการท่องเที่ยวระดับโลกที่แข่งขันกับญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านได้ โดยญี่ปุ่นต้อนรับนักท่องเที่ยว 43 ล้านคนในปี 2025 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด เพื่อสนับสนุนเป้าหมายอันท้าทายที่ 30 ล้านคน รัฐบาลประกาศนโยบายผ่อนคลายวีซ่าครั้งสำคัญ อินโดนีเซียจะเข้าร่วมโครงการนำร่องที่อนุญาตให้คณะนักท่องเที่ยวตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปเดินทางเข้าโดยไม่ต้องขอวีซ่า ตามตัวอย่างของญี่ปุ่นที่มีนักท่องเที่ยวอินโดนีเซียเพิ่มขึ้น 4 เท่าหลังเริ่มยกเว้นวีซ่าลักษณะเดียวกันในปี 2014 พลเมืองจีนและประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เคยเดินทางมาเกาหลีจะมีสิทธิขอวีซ่าเข้าออกได้หลายครั้งซึ่งมีอายุ 5 ปี ขณะที่ผู้พำนักในเมืองใหญ่ของประเทศเหล่านั้นสามารถยื่นขอวีซ่าอายุ 10 ปีได้
ขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองจะได้รับการปรับปรุงด้านเทคโนโลยีเพื่อลดอุปสรรคในการเดินทางเข้าประเทศ ระบบตรวจคนเข้าเมืองอัตโนมัติซึ่งปัจจุบันให้บริการแก่พลเมือง 18 ประเทศ รวมถึงญี่ปุ่น สิงคโปร์ และออสเตรเลีย จะขยายให้ครอบคลุมพลเมืองสหภาพยุโรป รัฐบาลจะเพิ่มจำนวนช่องตรวจอัตโนมัติที่ท่าอากาศยานนานาชาติอินชอนและด่านเข้าเมืองอื่น ๆ เพื่อลดเวลารอ กระบวนการเหล่านี้เป็นส่วนเสริมของแผนเปลี่ยนสนามบินภูมิภาคให้เป็นศูนย์กลางรับนักท่องเที่ยวขาเข้า ด้วยการจัดสรรสิทธิการบินเฉพาะและลดค่าธรรมเนียมการใช้สนามบินสำหรับสายการบินที่เปิดเส้นทางระหว่างประเทศใหม่ไปยังเมืองนอกกรุงโซล ปัจจุบันนักท่องเที่ยวต่างชาติ 80 เปอร์เซ็นต์กระจุกตัวอยู่ในเมืองหลวง ซึ่งประธานาธิบดีอีเตือนว่าอุตสาหกรรมจะถึงขีดจำกัดการเติบโตหากไม่แก้ไข
ประสานความร่วมมือภาคเอกชนและพัฒนาภูมิภาค
ความสำเร็จของโครงการนี้ขึ้นอยู่กับความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐบาลกับภาคธุรกิจบริการที่พักเป็นสำคัญ อี บู-จิน ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการ Visit Korea และเป็นน้องสาวของอี แจ-ยง ประธานบริษัทซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ เข้าร่วมการประชุมที่ทำเนียบประธานาธิบดีเพื่อให้คำมั่นว่าภาคธุรกิจจะร่วมมือ เธอเน้นว่าเกาหลีได้กลายเป็น "ไม่ใช่แค่ประเทศที่ผู้คนอยากมาเยือน แต่เป็นสถานที่ยอดเยี่ยมที่พวกเขาอยากใช้ชีวิตแบบเดียวกับชาวเกาหลี" พร้อมให้คำมั่นจะแก้ไขปัญหาความไม่สะดวกด้านการชำระเงิน การเดินทาง และข้อมูลในทุกภูมิภาค การมีส่วนร่วมของโรงแรมชิลลาสะท้อนการสนับสนุนระดับสูงจากกลุ่มแชโบลต่อการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ ซึ่งอาจช่วยให้ภาคที่พักระดับพรีเมียมปฏิบัติตามกฎได้ทั่วถึง
รัฐบาลยังรับมือกับปัญหาขาดแคลนที่พักที่มีคุณภาพนอกกรุงโซล ด้วยแผนออกกฎหมายส่งเสริมที่พักฉบับใหม่และระบบรับรองคุณภาพ รูปแบบ "ปาราดอร์" ของสเปนในแบบเกาหลีจะเปลี่ยนบ้านดั้งเดิม วัด และหมู่บ้านพื้นบ้านให้เป็นที่พักระดับพรีเมียม เพื่อกระจายการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวสู่เศรษฐกิจชนบท ท่าเรือสำราญซึ่งปัจจุบันให้บริการถึง 22.00 น. จะทดลองให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยเริ่มจากอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศท่าเรือปูซาน ขณะที่รถโดยสารสนามบินรอบดึกจะขยายบริการออกนอกเขตมหานครโซลไปยังจังหวัดชุงชองและคังวอน ตั๋วรถไฟความเร็วสูง KTX จะเปิดให้จองล่วงหน้าเร็วกว่าระยะเวลาหนึ่งเดือนในปัจจุบัน เพื่ออำนวยความสะดวกในการวางแผนเดินทางไปภูมิภาคต่าง ๆ
เปลี่ยนจากเน้นปริมาณสู่คุณค่า
แช ฮวี-ยอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ระบุว่าขณะนี้เป็น "ช่วงเวลาทอง" ของการท่องเที่ยวเกาหลี โดยชี้ว่ากระแสตอบรับ K-culture ทั่วโลกเป็นโอกาสพิเศษในการยกระดับประเทศให้เป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตระหนักว่าจำนวนนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ หากนักท่องเที่ยวครั้งแรกถูกเอาเปรียบและเลือกไม่กลับมาอีก ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนขององค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (1330) และสายด่วนรวมของรัฐบาลท้องถิ่น (รหัสพื้นที่ + 120) เป็นช่องทางให้นักท่องเที่ยวแจ้งปัญหาการคิดราคาสูงเกินจริง โดยข้อมูลแสดงให้เห็นว่าผู้ร้องเรียนส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งระบุว่าค่าโดยสารแท็กซี่ที่ไม่เป็นธรรมและปัญหาที่พักเป็นข้อกังวลหลัก
ยุทธศาสตร์ได้เปลี่ยนจากการดึงดูดนักท่องเที่ยวครั้งแรกที่เดินทางมาตามกระแสเคป๊อป ซีรีส์ และภาพยนตร์ เพียงอย่างเดียว ไปสู่การเปลี่ยนคนเหล่านั้นให้เป็นนักเดินทางที่กลับมาอีกและออกสำรวจแหล่งท่องเที่ยวในภูมิภาคต่าง ๆ ประธานาธิบดีอีย้ำว่าการท่องเที่ยวต้องพัฒนาไปไกลกว่า "การขายสินค้าเท่านั้น" และกลายเป็นภาควัฒนธรรมที่ "สร้างความทรงจำล้ำค่าให้ใครสักคน" รัฐบาลหวังว่าการขจัดการโก่งราคา ความไม่เป็นมิตร และการตื๊อขายที่มากเกินไป ซึ่งเขาระบุว่าเป็น "พฤติกรรมเลวร้าย" จะช่วยให้ผลประโยชน์จากการเติบโตของการท่องเที่ยวกระจายไปถึงเจ้าของธุรกิจรายย่อยและย่านการค้าตามตรอกซอกซอยทั่วประเทศ แทนที่จะกระจุกอยู่กับผู้ประกอบการที่เอาเปรียบในช่วงงานสำคัญ
ประเด็นสำคัญ
- ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง เป็นประธานการประชุมยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวแห่งชาติ ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปีที่มีประธานาธิบดีเข้าร่วม พร้อมประกาศเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ 30 ล้านคนภายในปี 2029
- ธุรกิจที่ไม่แสดงราคาหรือไม่คิดราคาตามที่ประกาศไว้จะถูกสั่งระงับกิจการทันที 5 วัน ส่วนผู้ประกอบการที่พักอาจถูกสั่งปิดหลังทำผิด 4 ครั้ง
- คนขับแท็กซี่ที่เรียกเก็บเงินนักท่องเที่ยวเกินราคาจะถูกพักใช้ใบอนุญาต 30 วันเมื่อทำผิดครั้งแรก และอาจถูกเพิกถอนถาวรเมื่อทำผิดครั้งที่สาม
- ระบบรายงานผ่านคิวอาร์โค้ดในปูซานเปิดให้นักท่องเที่ยวแจ้งเหตุโก่งราคาได้ทันที โดยส่งเรื่องร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านศูนย์รับเรื่องร้องเรียนด้านการท่องเที่ยว 1330
- อินโดนีเซียจะได้รับการยกเว้นวีซ่าสำหรับคณะนักท่องเที่ยวตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ขณะที่พลเมืองจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีสิทธิขอวีซ่าเข้าออกหลายครั้งอายุ 5 ปีและ 10 ปี
- การใช้ช่องตรวจคนเข้าเมืองอัตโนมัติจะขยายให้ครอบคลุมพลเมืองสหภาพยุโรป และสนามบินภูมิภาคจะได้รับแรงจูงใจให้เปิดเส้นทางระหว่างประเทศใหม่ เพื่อกระจายการท่องเที่ยวออกจากกรุงโซล
- มาตรการเหล่านี้ตอบสนองต่อราคาที่พักในปูซานซึ่งพุ่งสูงถึง 10 เท่าของราคาปกติก่อนคอนเสิร์ต BTS โดยโมเทลบางแห่งขึ้นราคาต่อคืนจาก 46 ดอลลาร์เป็น 521 ดอลลาร์
- บริษัทเช่ารถบนเกาะเชจูจะอยู่ภายใต้กฎใหม่เพื่อรักษาเสถียรภาพราคา ซึ่งอาจช่วยลดค่าใช้จ่ายช่วงฤดูท่องเที่ยวได้สูงสุด 50 เปอร์เซ็นต์






