เส้นตายปฏิรูปชนกับการปิดสมัยประชุมรัฐสภา
เป้าหมายของเนปาลที่จะแยกหน่วยงานกำกับดูแลการบินออกจากบริการสนามบินและการเดินอากาศภายในกลางเดือนมกราคม 2027 กำลังเผชิญความเสี่ยง หลังร่างกฎหมายสำคัญ 2 ฉบับเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนสมัยประชุมสิ้นสุดลงเมื่อวันศุกร์ ความล่าช้ายังทำให้แนวทางที่รัฐบาลวางไว้เพื่อให้พ้นจากบัญชีความปลอดภัยทางอากาศของคณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งเนปาลอยู่ในบัญชีมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2013 อ่อนแรงลงด้วย
สารบัญ
- เส้นตายปฏิรูปชนกับการปิดสมัยประชุมรัฐสภา
- เหตุใดการตรวจประเมินเดือนพฤษภาคมจึงสร้างเส้นตายอีกครั้ง
- สิ่งที่ยุโรปกำหนด และสิ่งที่ไม่ได้กำหนด
- กฎหมายที่ยังไม่เสร็จสิ้นเกือบสองทศวรรษ
- หน่วยงานทั้งสองจะทำงานอย่างไร
- กฎการแต่งตั้งผู้บริหารจะทดสอบความเป็นอิสระ
- การลงทุนสนามบินและการโอนย้ายบุคลากร
- ผลกระทบด้านงบประมาณไม่ได้จำกัดอยู่แค่เส้นทางบินยุโรป
- ความก้าวหน้าด้านความปลอดภัยในอดีตไม่ได้ยุติข้อจำกัดของอียู
- ประเด็นสำคัญ
รัฐมนตรีคลัง สวาร์นิม วาเกิล ประกาศกำหนดเส้นตายดังกล่าวระหว่างแถลงงบประมาณเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ร่างพระราชบัญญัติสำนักงานการบินพลเรือนแห่งเนปาลและร่างพระราชบัญญัติสำนักงานบริการทางอากาศแห่งเนปาลจะแยกหน่วยงานที่ปัจจุบันให้บริการด้านการบินและกำกับดูแลความปลอดภัยของบริการเหล่านั้นออกจากกัน รัฐบาลหลายชุดที่ผ่านมาให้คำมั่นว่าจะดำเนินการเปลี่ยนแปลงนี้ แต่ยังไม่มีชุดใดทำสำเร็จ
ปัญหาเฉพาะหน้าคือเวลาของรัฐสภา เจ้าหน้าที่กระทรวงการท่องเที่ยวรายหนึ่งกล่าวว่า ร่างกฎหมายได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังและส่งถึงกระทรวงกฎหมายเกือบสองเดือนก่อนถูกยื่นต่อรัฐสภาในช่วงท้าย เมื่อปิดสมัยประชุมแล้ว เจ้าหน้าที่คาดว่าการพิจารณาเนื้อหาจะต้องรอไปจนถึงสมัยประชุมฤดูหนาว
เจ้าหน้าที่กระทรวงวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และการบินพลเรือนรายหนึ่งกล่าวว่า ความล่าช้าทำให้กำหนดการตามงบประมาณเสียหาย:
"เมื่อรัฐสภาปิดสมัยประชุมแล้ว เราต้องรอสมัยประชุมฤดูหนาวครั้งหน้าเพื่อให้มีการอภิปรายและผ่านร่างกฎหมาย ไม่มีทางที่เนปาลจะพ้นจากบัญชีความปลอดภัยทางอากาศได้ตามแผนที่ประกาศไว้ในงบประมาณ" เจ้าหน้าที่กล่าว
ความเห็นดังกล่าวเป็นคำเตือนจากเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่การประกาศคำตัดสินจากยุโรป การผ่านกฎหมายของเนปาลและการได้รับการถอดชื่อออกจากบัญชีของอียูเป็นคนละกระบวนการ แม้ฝ่ายนิติบัญญัติจะอนุมัติร่างกฎหมายได้อย่างรวดเร็วในฤดูหนาว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ยังต้องจัดตั้งองค์กรใหม่และแสดงให้เห็นว่าการกำกับดูแลความปลอดภัยใช้ได้จริง
เหตุใดการตรวจประเมินเดือนพฤษภาคมจึงสร้างเส้นตายอีกครั้ง
เนปาลมีแผนเชิญองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศให้ดำเนินการตรวจประเมินการกำกับดูแลความปลอดภัยในเดือนพฤษภาคม 2027 เจ้าหน้าที่การบินระบุว่า เอกสารด้านกฎหมายและกฎระเบียบของประเทศต้องจัดทำให้เสร็จและตรึงเนื้อหาไว้ล่วงหน้าหกเดือน ทำให้กำหนดเตรียมการอยู่ราวเดือนพฤศจิกายน 2026
เจ้าหน้าที่เหล่านั้นระบุว่า ต้องอัปโหลดกฎระเบียบฉบับปรับปรุง แนวทางปฏิบัติ และรายการตรวจสอบเพื่อประเมินผลเข้าสู่ระบบ Online Framework ของ ICAO ล่วงหน้าสี่ถึงหกเดือนก่อนการตรวจ ผู้ตรวจประเมินจะตรวจเอกสารเหล่านี้ก่อนเดินทางมา เพื่อวางแผนการตรวจและระบุหลักฐานที่ต้องการตรวจสอบ
ดังนั้น การตรึงเอกสารจึงไม่ใช่เพียงกำหนดตัดยอดทางธุรการ กฎหมายใหม่ต้องมีกฎสำหรับนำไปปฏิบัติ การกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ บุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรม และบันทึกที่แสดงว่ามีการใช้มาตรการดังกล่าวจริง กฎหมายที่เพิ่งได้รับอนุมัติก่อนการตรวจประเมินไม่นาน ไม่อาจสร้างประวัติการดำเนินงานเหล่านั้นขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง
ICAO อธิบายโครงการตรวจประเมินการกำกับดูแลความปลอดภัยสากลว่าเป็นการประเมินว่ารัฐดำเนินการตามองค์ประกอบสำคัญของการกำกับดูแลความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิผลและสม่ำเสมอหรือไม่ โครงการนี้สนับสนุนการปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยระหว่างประเทศ และเปิดให้ติดตามภาระหน้าที่ด้านการกำกับดูแลของแต่ละประเทศอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้เพียงนับจำนวนกฎหมายที่ประเทศนั้นผ่าน
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งเนปาลกล่าวว่า สำนักงานตั้งใจจะขอเลื่อนการตรวจประเมิน เพื่อให้สามารถรวมกฎหมายใหม่เข้าไว้ในการตรวจได้ รายงานเกี่ยวกับความล่าช้าครั้งนี้ยังไม่มีการประกาศวันใหม่หรือการอนุมัติคำขอดังกล่าว
ยังมีปัญหาเรื่องลำดับเวลาอีกด้วย การตรวจประเมินที่วางแผนไว้ในเดือนพฤษภาคม 2027 จะเกิดขึ้นหลังเป้าหมายของรัฐบาลในเดือนมกราคม 2027 หากเนปาลคาดหวังว่าการตรวจประเมินดังกล่าวจะให้หลักฐานสนับสนุนการพ้นจากบัญชีของอียู ก็ย่อมทำขั้นตอนส่วนนั้นให้เสร็จก่อนเดือนมกราคมไม่ได้ การเลื่อนตรวจอาจทำให้มีเวลาปฏิรูปมากขึ้น แต่ก็จะผลักหลักฐานดังกล่าวออกไปในอนาคต
สิ่งที่ยุโรปกำหนด และสิ่งที่ไม่ได้กำหนด
ข้อจำกัดของอียูห้ามสายการบินที่ได้รับการรับรองในเนปาล รวมถึง Nepal Airlines Corporation ปฏิบัติการในน่านฟ้ายุโรป ไม่ใช่การห้ามเที่ยวบินระหว่างประเทศทั้งหมดที่เดินทางไปเนปาล ประเด็นสำคัญคือความเชื่อมั่นต่อความสามารถของเนปาลในการกำกับดูแลสายการบินและบริการการบินที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของประเทศ
เวโรนิก โลเรนโซ เอกอัครราชทูตอียูประจำเนปาล กล่าวเมื่อเดือนพฤษภาคมว่า รัฐบาลชุดใหม่หยิบยกเรื่องบัญชีความปลอดภัยขึ้นหารือซ้ำหลายครั้งในการประชุมระดับรัฐมนตรี เธอยินดีที่ประเด็นนี้ได้รับความสนใจทางการเมือง พร้อมแยกให้ชัดว่าข้อกำหนดของอียูคือการกำกับดูแลที่เป็นอิสระ ไม่ใช่การเรียกร้องให้ใช้รูปแบบสถาบันแบบใดแบบหนึ่งโดยเฉพาะ
โลเรนโซอธิบายจุดยืนของยุโรปว่า:
สหภาพยุโรปไม่เคยเรียกร้องให้แก้กฎหมายเพื่อแยกการให้บริการออกจากการกำกับดูแล" เธอกล่าว "สิ่งที่ยืนกรานคือแต่ละหน้าที่ต้องเป็นอิสระจากกัน เพื่อหลีกเลี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อน
ความแตกต่างนี้ทำให้ความคาดหวังก่อนหน้านี้เกี่ยวกับร่างกฎหมายต้องมีข้อแม้ ในถ้อยแถลงเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ระหว่างความพยายามปฏิรูปครั้งก่อน โลเรนโซกล่าวว่าการผ่านกฎหมายแยกหน้าที่อาจทำให้ยกเลิกข้อจำกัดของยุโรปได้ คำชี้แจงในเวลาต่อมาของเธอทำให้เห็นชัดว่า การแยกหน่วยงานเป็นแนวทางหนึ่งที่ทำให้เกิดการกำกับดูแลอย่างเป็นอิสระ ไม่ใช่หลักประกันว่าจะได้รับการถอดชื่อออกจากบัญชีโดยอัตโนมัติ
การตรวจประเมินของยุโรปในเดือนกันยายน 2023 พบความไม่ตรงกันระหว่างโครงสร้างองค์กรที่สำนักงานอนุมัติไว้กับการจัดสรรแผนก ฝ่าย และเจ้าหน้าที่จริง เนปาลเคยยื่นหลักฐานในปี 2022 เกี่ยวกับขั้นตอนที่มีเป้าหมายเสริมความเป็นอิสระของหน้าที่ภายในสำนักงานเดิม แต่การตรวจครั้งต่อมาแสดงให้เห็นว่าโครงสร้างที่กำหนดไว้กับการปฏิบัติงานจริงยังไม่สอดคล้องกันทั้งหมด
จากนั้นเนปาลจัดทำแผนปฏิบัติการแก้ไข รายงานฉบับหนึ่งระบุว่าแผนดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของอียู ส่วนความเห็นล่าสุดของโลเรนโซเน้นถึงการดำเนินงานที่ล่าช้า เธอกล่าวว่าแทบไม่มีความคืบหน้าในช่วงสองปีครึ่งก่อนหน้านั้น คำอธิบายทั้งสองกล่าวถึงคนละช่วงของกระบวนการเดียวกัน การยื่นแผนไม่ได้ยืนยันว่ามาตรการในแผนได้รับการดำเนินการแล้ว
กฎหมายที่ยังไม่เสร็จสิ้นเกือบสองทศวรรษ
ข้อเสนอให้แยกการกำกับดูแลการบินออกจากการให้บริการมีมาตั้งแต่แผนชั่วคราวสามปีของรัฐบาลช่วงปี 2007-08 ถึง 2009-10 นโยบายและงบประมาณฉบับต่อ ๆ มายังคงข้อเสนอนี้ไว้ แต่ไม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงสถาบันจนสำเร็จ
ประวัติการออกกฎหมายครอบคลุมตั้งแต่การผ่านของสภาสูง การเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีซ้ำหลายครั้ง ไปจนถึงการร่างฉบับใหม่ภายใต้รัฐบาลหลายชุด เหตุการณ์สำคัญแสดงให้เห็นว่าประเด็นนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขมานานเพียงใด:
- 2007-08 ถึง 2009-10: แผนชั่วคราวสามปีเสนอให้พิจารณาข้อแนะนำเพื่อปรับโครงสร้างสำนักงานการบิน
- 23 กุมภาพันธ์ 2020: มีการขึ้นทะเบียนร่างกฎหมายการบิน 2 ฉบับ
- 2 สิงหาคม 2021: สภาสูงผ่านร่างกฎหมายทั้งสองฉบับอย่างเป็นเอกฉันท์
- 2022: ICAO เรียกร้องอย่างเป็นทางการให้แยกหน้าที่กำกับดูแลออกจากหน้าที่ให้บริการในข้อค้นพบจากการตรวจประเมินเนปาล
- 16 กรกฎาคม 2023: กระทรวงการท่องเที่ยวส่งร่างกฎหมายให้คณะรัฐมนตรีอีกครั้ง ก่อนกำหนดการประเมินความปลอดภัยของยุโรป
- 6 กันยายน 2024: บาดรี ประสาด ปานเดย์ รัฐมนตรีการท่องเที่ยว เสนอร่างกฎหมายต่อคณะรัฐมนตรี
- การประกาศงบประมาณวันที่ 30 พฤษภาคม: สวาร์นิม วาเกิล รัฐมนตรีคลัง กำหนดเป้าหมายการปฏิรูปไว้ในช่วงกลางเดือนมกราคม 2027
- สมัยประชุมรัฐสภาล่าสุด: ร่างกฎหมายเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรก่อนปิดสมัยประชุมไม่นาน
รายงานต่างกันในวิธีนับจำนวนครั้งที่พยายามผลักดันร่างกฎหมาย รายงานหนึ่งระบุว่าความพยายามครั้งปัจจุบันเป็นครั้งที่สาม ต่อจากปี 2017 และ 2024 อีกรายงานบันทึกการขึ้นทะเบียนร่างกฎหมายในปี 2020 และการผ่านของสภาสูงในปี 2021 พร้อมระบุว่าหลังจากนั้นกระทรวงการท่องเที่ยวส่งร่างให้คณะรัฐมนตรีแล้วสี่ครั้ง จึงไม่ควรถือว่ารายงานเหล่านี้ใช้วิธีนับการเสนอร่างต่อรัฐสภาแบบเดียวกัน
ความล่าช้าทางกระบวนการยังดำเนินต่อไป แม้จะได้รับการสนับสนุนทางการเมือง คณะกรรมการร่างกฎหมายของคณะรัฐมนตรีเคยอนุมัติร่างหลังเสนอให้แก้ถ้อยคำ แต่ยังต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเพิ่มเติมก่อนขึ้นทะเบียนต่อรัฐสภา โซบิตา เกาตัม รัฐมนตรีกฎหมายซึ่งได้รับแต่งตั้งเมื่อวันที่ 27 มีนาคม ให้ความสำคัญกับการยกร่างกฎหมาย 45 ฉบับ รวมถึงร่างกฎหมายการบิน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่การบินระบุว่าการค้างอยู่ที่กระทรวงกฎหมายราวสองเดือนเป็นสาเหตุของความล่าช้าครั้งล่าสุด
หน่วยงานทั้งสองจะทำงานอย่างไร
ข้อเสนอแบ่งหน่วยงานจะให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งเนปาลรับผิดชอบการกำกับดูแล ส่วนการดำเนินงานสนามบินและบริการที่เกี่ยวข้องจะอยู่ภายใต้สำนักงานบริการทางอากาศแยกต่างหาก รายงานใช้ทั้งชื่อ Air Service Authority of Nepal และ Nepal Air Service Authority สำหรับหน่วยงานให้บริการที่เสนอจัดตั้ง โดยชื่อหลังยังเรียกย่อว่า NASA ด้วย
หน่วยงานกำกับดูแลจะออกใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ ซึ่งเป็นใบอนุญาตที่สายการบินต้องมีเพื่อให้บริการเชิงพาณิชย์ หน่วยงานจะจดทะเบียนอากาศยาน รับรองความสมควรเดินอากาศ และออกใบอนุญาตให้นักบิน ผู้ควบคุมจราจรทางอากาศ และวิศวกร อำนาจบังคับใช้ที่เสนอไว้รวมถึงการปรับและการระงับการดำเนินงานของสายการบินหรือองค์กรการบินที่ฝ่าฝืนมาตรฐานความปลอดภัย
ส่วนสำนักงานบริการทางอากาศจะก่อสร้าง บำรุงรักษา ปรับปรุง และดำเนินงานสนามบิน รวมทั้งให้บริการการเดินอากาศและการจัดการจราจรทางอากาศ ความรับผิดชอบยังรวมถึงการสื่อสารการบิน บริการอุตุนิยมวิทยา การรักษาความปลอดภัยสนามบิน การดับเพลิง การค้นหาและกู้ภัย หน่วยงานนี้อาจจัดเก็บค่าธรรมเนียมการลงจอด การจอดอากาศยาน การเดินอากาศ และบริการผู้โดยสาร ตลอดจนใช้ประโยชน์จากสิ่งอำนวยความสะดวกในสนามบินเชิงพาณิชย์
นี่คือผลประโยชน์ทับซ้อนในทางปฏิบัติที่ร่างกฎหมายต้องการแก้ไข กล่าวคือ องค์กรที่ดำเนินงานสนามบินและบริการเดินอากาศยังเป็นผู้ประเมินด้วยว่าบริการเหล่านั้นเป็นไปตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยหรือไม่ การแยกเป็นหน่วยงานจะทำให้ผู้กำกับดูแลมีองค์กรที่เป็นอิสระสำหรับตรวจสอบและลงโทษเมื่อจำเป็น
คาดัก ราช เปาเดล รัฐมนตรีการท่องเที่ยว ซึ่งในรายงานบางฉบับสะกดชื่อว่า Khadkaraj Poudel อธิบายว่าการแยกหน่วยงานเป็นวิธีแก้ไขผลประโยชน์ทับซ้อนและเสริมความเข้มแข็งในการกำกับดูแล เขายังกล่าวด้วยว่าเนปาลกำลังยกระดับการฝึกอบรมในอุตสาหกรรม โดยชี้ว่าการดำเนินงานต้องมีมากกว่าการปรับโครงสร้างองค์กร
เปาเดลกล่าวถึงลักษณะต่อเนื่องของการปฏิรูปความปลอดภัยว่า:
"ความปลอดภัยด้านการบินต้องได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เปลี่ยนโครงสร้างเพียงครั้งเดียว" เขากล่าว
กฎการแต่งตั้งผู้บริหารจะทดสอบความเป็นอิสระ
ตามข้อเสนอ รัฐมนตรีการท่องเที่ยวจะเป็นประธานหน่วยงานกำกับดูแล โดยมีปลัดร่วมจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกระทรวงการคลังเป็นกรรมการ อธิบดีจะทำหน้าที่เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการเลขานุการ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบินที่รัฐบาลเสนอชื่อจะต้องจบการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาและมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 10 ปี
ส่วนสำนักงานบริการทางอากาศจะมีผู้เชี่ยวชาญที่รัฐบาลแต่งตั้งเป็นประธาน มีผู้แทนจากกระทรวงการท่องเที่ยว การคลัง และมหาดไทย รวมถึงผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการเสนอชื่อสองคน โดยต้องมีผู้หญิงอย่างน้อยหนึ่งคน กรรมการผู้จัดการจะได้รับการคัดเลือกผ่านการแข่งขันแบบเปิด ต้องจบการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาและมีประสบการณ์ด้านการบินพลเรือนอย่างน้อย 15 ปี และดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี
รายงานให้รายละเอียดคุณสมบัติของผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการของหน่วยงานกำกับดูแลไม่ตรงกัน รายละเอียดที่มาพร้อมข่าวความล่าช้าล่าสุดระบุว่า อธิบดีจะคัดเลือกจากเจ้าหน้าที่หรือพนักงานอาวุโสของรัฐบาลในระดับ 12 ของสำนักงาน ดำรงตำแหน่งสี่ปีและอาจได้รับแต่งตั้งอีกครั้งได้ อีกรายงานระบุว่าผู้บริหารของทั้งสองหน่วยงานต้องจบปริญญาโท มีประสบการณ์ด้านการจัดการการบินพลเรือน 15 ปี และมีประสบการณ์บริหารระดับผู้บริหาร
หากไม่มีร่างกฎหมายฉบับที่เผยแพร่ร่วมกันและยืนยันว่าบทบัญญัติใดเป็นฉบับปัจจุบัน ก็ไม่อาจถือว่าคำอธิบายเหล่านี้ตรงกัน ความแตกต่างนี้มีความสำคัญ เพราะคุณสมบัติทางเทคนิค ข้อจำกัดด้านคุณสมบัติผู้สมัคร และกระบวนการแต่งตั้งเป็นตัวกำหนดว่าใครจะเป็นผู้นำหน่วยงานกำกับดูแลแห่งใหม่ได้
มีรายงานว่าคณะกรรมการเสนอชื่อจะมีปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้องเป็นประธาน ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญที่กระทรวงแต่งตั้งและปลัดร่วมที่รับผิดชอบ กรอบดังกล่าวยังห้ามผู้ที่เคยถูกตัดสินว่ามีความผิดบางประเภท รวมถึงการทุจริต การฟอกเงิน การลักพาตัว และความผิดเกี่ยวกับความประพฤติอันไม่เหมาะสม
ดังนั้น แม้จะแยกหน่วยงานตามกฎหมาย กระทรวงต่าง ๆ ก็ยังมีบทบาทสำคัญในการแต่งตั้งและกำกับดูแล การทดสอบในทางปฏิบัติคือหน่วยงานกำกับดูแลจะตัดสินใจเรื่องความปลอดภัยได้อย่างเป็นอิสระจากสำนักงานบริการทางอากาศ และต้านทานแรงกดดันได้หรือไม่ เมื่อการตัดสินใจเหล่านั้นกระทบการดำเนินงานสนามบินหรือสายการบิน ข้อค้นพบของยุโรปเกี่ยวกับผังองค์กรและการจัดสรรบุคลากรจริงทำให้ความแตกต่างนี้สำคัญยิ่งขึ้น
การลงทุนสนามบินและการโอนย้ายบุคลากร
ร่างกฎหมายสำนักงานบริการทางอากาศจะเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการก่อสร้าง ดำเนินงาน และบริหารสนามบินมากขึ้น เมื่อได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาล สำนักงานอาจร่วมลงทุนกับนักลงทุนในประเทศหรือต่างประเทศตามแผนธุรกิจ รวมถึงการร่วมทุนที่มีทั้งภาครัฐและเอกชน
กฎหมายที่เสนออนุญาตให้จ้างหน่วยงานอื่นดำเนินบริการได้ด้วย หน่วยงานรัฐอาจได้รับสัญญาโดยตรง ส่วนองค์กรเอกชนและองค์กรนอกภาครัฐต้องได้รับการคัดเลือกผ่านการแข่งขัน การจัดการเหล่านี้เปลี่ยนผู้ให้บริการได้ แต่ไม่อาจทดแทนความจำเป็นในการกำกับดูแลความปลอดภัยอย่างเป็นอิสระ
การจัดวางบุคลากรเป็นอีกภารกิจสำคัญ พนักงานประจำของสำนักงานเดิมจะย้ายไปอยู่สำนักงานบริการทางอากาศในเบื้องต้น ผู้ที่ต้องการเข้าร่วมหน่วยงานกำกับดูแลจะมีเวลา 60 วันในการยื่นคำขอ โดยจัดตำแหน่งตามอาวุโสและผลงาน และไม่ลดค่าตอบแทน
อาจเปิดทางให้พนักงานเกษียณโดยสมัครใจ หากไม่สามารถหรือไม่ประสงค์จะย้ายหน่วยงาน อาจส่งข้าราชการไปช่วยปฏิบัติงานได้หากมีบุคลากรด้านเทคนิคไม่เพียงพอ พนักงานที่ได้รับแต่งตั้งใหม่จะเข้าสู่ระบบบำนาญสมทบตามกฎหมายที่ใช้บังคับ
ร่างกฎหมายยังให้อำนาจเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตเข้าถึงทรัพย์สินเอกชนได้ในกรณีที่กิจกรรมอาจกีดขวางการปฏิบัติการบิน การเข้าพื้นที่ตามปกติต้องแจ้งให้ทราบและมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกับผู้แทนท้องถิ่นอยู่ด้วย ส่วนกรณีฉุกเฉินที่เกี่ยวกับการป้องกันอุบัติเหตุหรือการซ่อมแซมเร่งด่วนสามารถเข้าพื้นที่โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า แต่ต้องจัดทำรายงานภายหลัง อำนาจในการปฏิบัติงานเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าการดำเนินงานจริงมีรายละเอียดมากเพียงใดเมื่อเทียบกับคำมั่นหลักเรื่องการแยกเป็นสองหน่วยงาน
ผลกระทบด้านงบประมาณไม่ได้จำกัดอยู่แค่เส้นทางบินยุโรป
การปฏิรูปการบินเป็นส่วนหนึ่งของงบประมาณปีงบประมาณ 2026-27 ซึ่งจัดสรรเงิน 7.34 พันล้านรูปีเนปาลให้วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว และ 2.93 พันล้านรูปีเนปาลให้การบินพลเรือน ในงบด้านการบิน มีการกำหนดเงิน 1.53 พันล้านรูปีเนปาลไว้สำหรับปรับปรุงท่าอากาศยานนานาชาติตริภูวัน คิดเป็นราว 52 เปอร์เซ็นต์ของยอดรวมที่ระบุสำหรับภาคส่วนนี้
รัฐบาลยังวางแผนให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการดำเนินงานสนามบินนานาชาติเกาตมพุทธะและโปขรา จัดเที่ยวบินกลางคืนที่ภารัตปูร์ ขยายสนามบินที่ซูร์เขต และปรับปรุงทางวิ่งที่ตัลชาและตารีเกาน์ รัฐบาลตั้งใจสรุปรูปแบบการดำเนินโครงการสนามบินนานาชาตินิชกาธภายในหกเดือน
แผนการท่องเที่ยวประกอบด้วย Nepal Wellness Year 2027 และ Tourism Year 2028-29 ความพยายามดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ใช้จ่ายสูงขึ้น และสิทธิประโยชน์สำหรับการลงทุนในรีสอร์ตและโรงแรม แผนด้านภูเขารวมถึงการตั้งชื่อยอดเขาที่ยังไม่มีชื่อซึ่งสูงกว่า 6,000 เมตร ปรับปรุงการช่วยเหลือกู้ภัย และพัฒนาเส้นทาง Great Himalayan Trail และ Danphe Route
โครงการด้านวัฒนธรรมรวมถึงงบ 830 ล้านรูปีเนปาลสำหรับโครงสร้างพื้นฐานในลุมพินี และการส่งเสริมจานักปูร์ให้เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับจัดงานแต่งงานระดับนานาชาติ แผนเหล่านี้ต้องอาศัยความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวและการเดินทางที่เชื่อถือได้ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ การใช้จ่ายกับสนามบินและแหล่งท่องเที่ยวไม่อาจทดแทนการกำกับดูแลบริการการบินที่เชื่อถือได้ ซึ่งเชื่อมโยงสถานที่เหล่านั้นเข้าด้วยกัน
ความก้าวหน้าด้านความปลอดภัยในอดีตไม่ได้ยุติข้อจำกัดของอียู
ผลการตรวจประเมิน ICAO ในอดีตของเนปาลแสดงให้เห็นว่า ความก้าวหน้าในกระบวนการระหว่างประเทศหนึ่งไม่ได้แก้ปัญหาในอีกกระบวนการโดยอัตโนมัติ คะแนนการนำมาตรการไปปฏิบัติอย่างมีประสิทธิผลที่มีรายงานเพิ่มจาก 46 เปอร์เซ็นต์ในปี 2009 เป็น 54.97 เปอร์เซ็นต์ในปี 2013 และ 66 เปอร์เซ็นต์ในเดือนกรกฎาคม 2017 เพิ่มขึ้น 20 จุดเปอร์เซ็นต์ระหว่างปี 2009 ถึง 2017
ICAO ถอนการกำหนดสถานะข้อกังวลด้านความปลอดภัยที่มีนัยสำคัญของเนปาลในปี 2017 แต่ข้อจำกัดของยุโรปยังคงอยู่ การประเมินภายในในอดีตที่คาดว่าคะแนนอยู่ที่ 67 เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่ผลการตรวจประเมินใหม่ของ ICAO และไม่ควรตีความว่าเป็นตัวชี้วัดความพร้อมในปัจจุบัน
การเลื่อนการตรวจประเมินก็เคยเกิดขึ้นมาก่อน เนปาลขอเลื่อนการประเมินที่วางแผนไว้ในปี 2019 เพื่อให้มีเวลาสำหรับแยกหน่วยงาน การตรวจที่เลื่อนไปกำหนดวันที่ 10-20 พฤษภาคม 2020 ถูกเลื่อนออกไปเพราะโควิด-19 และการตรวจอีกครั้งที่คาดว่าจะมีขึ้นวันที่ 21 มีนาคม 2021 ก็ถูกระงับในช่วงการระบาด
ข้อมูลความปลอดภัยยังน่ากังวล แม้ตัวเลขอุบัติเหตุที่รายงานจะครอบคลุมช่วงเวลาและขอบเขตต่างกัน รายงานล่าสุดระบุว่าเกิดอุบัติเหตุ 109 ครั้งตลอดประวัติศาสตร์การบินเจ็ดทศวรรษของเนปาล อีกรายงานระบุว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 380 คนจากอุบัติเหตุเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ 21 ครั้งนับตั้งแต่ปี 2000 ส่วนรายงานช่วงการผลักดันกฎหมายครั้งก่อนนับอุบัติเหตุแปดครั้ง ซึ่งมีผู้เสียชีวิตหกครั้ง และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 คนในช่วงสองปีครึ่งก่อนหน้านั้น ตัวเลขเหล่านี้ไม่อาจนำมาใช้แทนกันได้
ขั้นตอนที่เป็นรูปธรรมต่อไปคือการพิจารณาร่างกฎหมายในรัฐสภา การอนุมัติและนำร่างไปปฏิบัติ การชี้แจงกำหนดการตรวจประเมิน และการแสดงหลักฐานความคืบหน้าตามแผนปฏิบัติการแก้ไข รายงานเกี่ยวกับความล่าช้าปัจจุบันยังไม่มีการประกาศวันประชุมฤดูหนาวที่แน่นอน วันตรวจประเมินใหม่ หรือคำตัดสินของยุโรปว่าจะถอดเนปาลออกจากบัญชีหรือไม่ ความร่วมมือด้านความปลอดภัยการบินของอียูซึ่งเริ่มขึ้นในกรุงกาฐมาณฑุเมื่อเดือนมิถุนายน 2026 ทำให้มีการสนับสนุนทางเทคนิคอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ได้กำหนดเส้นตายสำหรับการถอดชื่อ
ประเด็นสำคัญ
- การยื่นร่างกฎหมายการบิน 2 ฉบับล่าช้า ทำให้เป้าหมายการปฏิรูปของเนปาลในช่วงกลางเดือนมกราคม 2027 ตกอยู่ในความเสี่ยง
- การตรวจประเมินของ ICAO ที่วางแผนไว้ในเดือนพฤษภาคม 2027 ทำให้ต้องเตรียมเอกสารให้เสร็จราวเดือนพฤศจิกายน 2026 ตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่การบิน
- เนปาลตั้งใจจะขอเลื่อนการตรวจประเมิน แต่ยังไม่มีการประกาศวันใหม่ที่ได้รับอนุมัติ
- อียูกำหนดให้การกำกับดูแลและการให้บริการเป็นอิสระจากกัน ไม่ได้กำหนดให้ต้องแยกหน่วยงานด้วยรูปแบบกฎหมายใดรูปแบบหนึ่งโดยอัตโนมัติ
- ร่างกฎหมายจะแยกการกำกับดูแลความปลอดภัยออกจากการดำเนินงานสนามบิน บริการเดินอากาศ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
- การแต่งตั้ง การจัดสรรบุคลากร และหลักฐานการดำเนินงานจะมีความสำคัญควบคู่กับการผ่านกฎหมาย
- สายการบินเนปาลอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของอียูมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2013






