สำนวนคดีฉบับแก้ไขระบุนักลงทุน 10,123 ราย
สำนักงานอัยการประชาชนสูงสุดของเวียดนามออกคำฟ้องฉบับใหม่ต่อ Nguyễn Ngọc Thủy ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Egroup Education Group ในคดีที่กล่าวหาว่าการขายหุ้นที่ไม่มีอยู่จริงทำให้นักลงทุน 10,123 รายสูญเงินมากกว่า 8.459 ล้านล้านดอง คดีนี้กำลังเข้าสู่การพิจารณาของศาลประชาชนฮานอย หลังการสอบสวนเพิ่มเติมทำให้มูลค่าความเสียหายที่กล่าวหาเพิ่มขึ้นประมาณ 782,000 ล้านดอง
สารบัญ
- สำนวนคดีฉบับแก้ไขระบุนักลงทุน 10,123 ราย
- ความเสียหายที่กล่าวหาเพิ่มขึ้นเท่าใด?
- ทุนจดทะเบียนที่พองเกินจริงและรายได้ที่แต่งขึ้น
- คำมั่นที่ให้ไว้ในสัญญาซื้อหุ้น
- เครือข่ายขายที่ได้รับค่าตอบแทนจากการระดมทุน
- เมื่อเงินลงทุนใหม่ถูกนำไปจ่ายภาระผูกพันเดิม
- ข้อหาสินบนและความแตกต่างของจำนวนจำเลย
- การโอนทรัพย์สินและคำพิพากษาทางแพ่ง
- ลำดับขั้นตอนคดีและประเด็นที่ยังไม่คลี่คลาย
- ประเด็นสำคัญ
Thủy ซึ่งเป็นที่รู้จักทั่วไปในชื่อ Shark Thủy ถูกตั้งข้อหาฉ้อโกงเอาทรัพย์สินและให้สินบน ส่วน Tống Thị Kim Liên ผู้บริหารของ Nhất Trần ถูกตั้งข้อหารับสินบน รายงานส่วนใหญ่ระบุว่ามีจำเลยทั้งหมด 29 คน รวมทั้งนักบัญชีและผู้จัดการธุรกิจที่ถูกกล่าวหาว่าช่วยจัดการและขายเงินลงทุน
ข้อกล่าวหาระบุว่าเรื่องนี้มีมากกว่าความล้มเหลวของธุรกิจการศึกษา อัยการระบุว่าทุนจดทะเบียนของ Egroup ถูกเพิ่มขึ้นจาก 32,000 ล้านดองเป็น 962,500 ล้านดองโดยไม่มีมูลความจริง รายได้ที่แต่งขึ้นคิดเป็นประมาณ 70% ของรายได้ประจำปีที่รายงาน และนักลงทุนซื้อหุ้นที่อ้างว่ามีอยู่จริงภายใต้สัญญาซึ่งให้คำมั่นว่าจะซื้อคืนในราคาสูงขึ้นหลังผ่านไปหนึ่งปี
ผู้สอบสวนยังกล่าวหาว่า ในช่วงที่ศูนย์ภาษาอังกฤษและโรงเรียนอนุบาลปิดตัวลงระหว่างปี 2021 ถึง 2023 ผู้จัดการได้รับคำสั่งให้นำเงิน 70% จากนักลงทุนรายใหม่ไปจ่ายให้นักลงทุนรายก่อน เงินที่ระดมได้จากแผนการที่ถูกกล่าวหานี้ถูกบันทึกแยกต่างหาก และไม่รวมอยู่ในรายงานการเงินและภาษีที่ยื่นต่อทางการ
คำฟ้องเป็นข้อกล่าวหา ไม่ใช่คำวินิจฉัยว่ามีความผิด รายงานเกี่ยวกับการดำเนินคดีรอบใหม่นี้ยังไม่ได้ระบุวันพิจารณาคดีหรือคำพิพากษา สำหรับนักลงทุนยังมีอีกประเด็นที่ต้องแยกให้ชัด คือผู้สอบสวนแยกจำนวนผู้ที่ระบุว่าเป็นผู้เสียหายทั้งหมด ออกจากผู้ที่ยังไม่ได้รับเงินต้นคืน
ความเสียหายที่กล่าวหาเพิ่มขึ้นเท่าใด?
มูลค่าความเสียหายที่กล่าวหาในสำนวนฉบับแก้ไข ซึ่งสูงกว่า 8.459 ล้านล้านดอง เพิ่มจากตัวเลขที่เคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้ซึ่งสูงกว่า 7.677 ล้านล้านดอง เมื่อคำนวณจากตัวเลขดังกล่าว พบว่าเพิ่มขึ้นประมาณ 782,000 ล้านดอง หรือราว 10.2% เนื่องจากรายงานระบุว่าทั้งสองยอดสูงกว่าตัวเลขที่อ้าง การคำนวณนี้จึงเป็นการเปรียบเทียบโดยประมาณ ไม่ใช่การกระทบยอดบัญชีอย่างแน่นอน
รายงานส่วนใหญ่ระบุว่าจำนวนผู้เสียหายที่ระบุตัวได้เพิ่มขึ้น 60 ราย จาก 10,063 เป็น 10,123 ราย อย่างไรก็ตาม รายงานฉบับหนึ่งระบุว่าเพิ่มขึ้น 70 ราย ทั้งที่ให้ยอดสุดท้ายเท่ากัน ความคลาดเคลื่อนนี้ยังไม่มีคำชี้แจงในรายละเอียดของคำฟ้อง
รายละเอียดเพิ่มเติมแสดงให้เห็นภาพที่แม่นยำขึ้นเกี่ยวกับยอดเรียกร้องที่ยังค้างอยู่ ผู้สอบสวนระบุว่ามี 8,938 รายที่ยังไม่ได้รับเงินต้นคืน รวมเป็นเงินมากกว่า 8.459 ล้านล้านดอง ส่วนนักลงทุนอีก 1,185 รายได้รับเงินต้นคืนและผลตอบแทนจากการลงทุนรวมกันมากกว่าเงินที่ลงทุนไว้แต่แรก มีรายงานว่าผู้สอบสวนไม่ได้เรียกร้องให้ชดใช้ทางแพ่งแก่คนกลุ่มหลังนี้
เมื่อรวมสองกลุ่มแล้วได้ 10,123 ราย จากตัวเลขที่รายงาน ผู้เสียหายที่ระบุตัวได้ราว 88.3% จึงอยู่ในกลุ่มที่ยังมีเงินต้นค้างชำระ ตัวเลขนี้ไม่ได้ยืนยันว่าแต่ละคนสูญเงินเท่าใด หรือใครจะได้รับเงินคืนเท่าใด แต่แสดงให้เห็นว่าเหตุใดจึงไม่ควรตีความจำนวนผู้เสียหายทั้งหมดว่าเป็นจำนวนผู้ที่มีสิทธิเรียกร้องค่าชดเชยในลักษณะเดียวกัน
ทุนจดทะเบียนที่พองเกินจริงและรายได้ที่แต่งขึ้น
ตามคำฟ้อง แผนการที่ถูกกล่าวหาเริ่มเป็นรูปเป็นร่างในปี 2014 เมื่อ Thủy ต้องการเงินไปชำระหนี้ จ่ายค่าใช้จ่ายส่วนตัว และประคองการดำเนินธุรกิจของ Egroup เขาถูกกล่าวหาว่าสั่งให้พนักงานเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทให้สูงเกินจริง ก่อนจัดการโอนหุ้นที่ไม่มีอยู่จริงให้แก่นักลงทุน
ทุนจดทะเบียนคือจำนวนทุนที่บันทึกไว้สำหรับบริษัท ไม่ใช่สิ่งเดียวกับรายได้ประจำปี กำไร หรือเงินสดที่มีไว้จ่ายให้นักลงทุน อัยการกล่าวหว่าตัวเลขทุนจดทะเบียนของ Egroup เพิ่มจาก 32,000 ล้านดองเป็น 962,500 ล้านดอง โดยไม่มีเงินทุนจริงรองรับการเพิ่มขึ้นดังกล่าว
ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นนี้สูงกว่าจำนวนตั้งต้นประมาณ 30 เท่า รายงานส่วนใหญ่ระบุ 962,500 ล้านดอง แม้รายงานสองฉบับจะใช้ตัวเลขปัดเศษที่ 962,000 ล้านดอง ทั้งสองตัวเลขไม่ได้เปลี่ยนข้อกล่าวหาหลักที่ว่าฐานทุนซึ่งปรากฏของบริษัทถูกกล่าวอ้างเกินจริงอย่างมาก
Nguyễn Mạnh Phú ซึ่งระบุว่าเป็นผู้อำนวยการฝ่ายการเงินของ Egroup และหัวหน้าฝ่ายบัญชีของ Egame กับ Phạm Thị Thanh Thọ ซึ่งโดยทั่วไประบุว่าเป็นหัวหน้าฝ่ายบัญชีของ Egroup ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ดำเนินการแก้ไขทุนและสัดส่วนการถือหุ้น รายงานมีความแตกต่างกันในเรื่องสังกัดของบางคน โดยรายงานฉบับหนึ่งระบุว่า Thọ เป็นหัวหน้าฝ่ายบัญชีของ Egame
คำฟ้องยังกล่าวหาว่ารายได้ที่แต่งขึ้นคิดเป็นประมาณ 70% ของรายได้ประจำปี ข้อกล่าวหานี้เกี่ยวข้องกับความน่าเชื่อถือของภาพธุรกิจที่นำเสนอต่อนักลงทุน ไม่ใช่เพียงมูลค่าที่กำหนดให้หุ้น อัยการระบุว่าตัวเลขเหล่านี้ช่วยทำให้ Egroup ดูเหมือนเป็นกิจการที่ทำกำไรและดำเนินงานในหลายธุรกิจ
คำมั่นที่ให้ไว้ในสัญญาซื้อหุ้น
นักลงทุนได้รับข้อเสนอให้ซื้อหุ้น Egroup ในราคาหุ้นละ 38,000 ดอง Thủy ถูกกล่าวหาว่าลงนามในสัญญารับปากว่าจะซื้อหุ้นคืนในราคาหุ้นละ 42,000 ดองหลังผ่านไปหนึ่งปี นักลงทุนยังมอบอำนาจให้เขาใช้สิทธิและปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมดในฐานะผู้ถือหุ้นแทน
ราคาที่รับปากว่าจะเพิ่มขึ้นคือหุ้นละ 4,000 ดอง เมื่อนำจำนวนที่เพิ่มขึ้นหารด้วยราคาซื้อ 38,000 ดอง จะได้ผลตอบแทนประมาณ 10.5% ในระยะเวลาหนึ่งปี ก่อนนับการจ่ายเงินหรือค่าใช้จ่ายอื่นใด นี่คือคำมั่นตามสัญญาที่ระบุไว้ในข้อกล่าวหา ไม่ใช่หลักฐานว่าการลงทุนให้ผลตอบแทนดังกล่าวจริง
ข้อตกลงนี้ใช้ถ้อยคำเรื่องการเป็นเจ้าของหุ้นควบคู่กับคำมั่นซื้อคืนในราคาคงที่ โดยทั่วไปหุ้นแสดงถึงความเป็นเจ้าของในกิจการ ซึ่งมูลค่าขึ้นอยู่กับผลประกอบการ ส่วนคำมั่นว่าจะซื้อคืนในราคาที่กำหนดขึ้นอยู่กับว่าบุคคลหรือบริษัทที่ให้คำมั่นมีเงินเพียงพอเมื่อถึงกำหนดจ่ายหรือไม่
ในคดีนี้ อัยการกล่าวหว่าหุ้นดังกล่าวไม่มีอยู่จริง และข้อมูลทางการเงินที่ใช้ขายหุ้นก็เป็นเท็จ นักลงทุนยังมอบสิทธิผู้ถือหุ้นให้ Thủy ทำให้ทั้งการชำระเงินตามคำมั่นและการใช้สิทธิเหล่านั้นอยู่ในมือของบุคคลเดียวกัน ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กำกับแผนการนี้
เครือข่ายขายที่ได้รับค่าตอบแทนจากการระดมทุน
Đặng Văn Hiển ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้จัดทำแผนระดมทุน โฆษณาเกี่ยวกับโครงการโรงเรียน และคำนวณผลกำไรที่คาดว่าจะได้จากการลงทุน นอกจากนี้ เขายังดูแลการฝึกอบรมฝ่ายขายและจัดให้ผู้ที่อาจลงทุนเข้าเยี่ยมชมธุรกิจก่อนลงนามในสัญญาซื้อหุ้น
รายงานระบุว่า Hiển เป็นหัวหน้าฝ่ายสัมพันธ์ผู้ถือหุ้น แต่มีความเห็นต่างกันว่าตำแหน่งดังกล่าวสังกัด Egroup หรือ Egame อย่างไรก็ตาม รายงานต่างอธิบายบทบาทที่ถูกกล่าวหาของเขาว่าเป็นผู้บริหารแผนกธุรกิจและจัดการประชาสัมพันธ์เงินลงทุน
พนักงานขายได้รับค่าคอมมิชชัน 5% ของเงินลงทุนที่ระดมได้ โดย 2% จ่ายเป็นหุ้น Egroup และอีก 3% จ่ายเป็นเงินสด พนักงานยังได้รับการสนับสนุนให้นำส่วนที่เป็นเงินสดไปแลกเป็นหุ้นด้วย
โครงสร้างค่าคอมมิชชันนี้ให้รางวัลตามปริมาณเงินที่ระดมได้ คำฟ้องกล่าวหาว่าผู้จัดการและพนักงานขายสนับสนุนการระดมทุนด้วยการให้ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับกิจกรรมการลงทุน แผนธุรกิจ และผลกำไร ข้อกล่าวหาจึงครอบคลุมทั้งข้อมูลทางการเงินที่บริษัทนำเสนอ และคำกล่าวอ้างที่ใช้โน้มน้าวผู้ซื้อแต่ละราย
รายละเอียดคดีไม่ได้ยืนยันว่าพนักงานทุกคนมีความรู้เหมือนกันในทุกช่วงเวลา อย่างไรก็ตาม มีข้อกล่าวหาว่าพนักงานยังคงระดมเงินต่อในช่วงหลัง ทั้งที่รู้ว่าเงินใหม่ถูกนำไปจ่ายคืนให้นักลงทุนรายก่อน แทนที่จะนำไปใช้ดำเนินธุรกิจการศึกษา
เมื่อเงินลงทุนใหม่ถูกนำไปจ่ายภาระผูกพันเดิม
รายงานการสอบสวนระบุว่า ศูนย์ภาษาอังกฤษและโรงเรียนอนุบาลในเครือ Egroup ปิดตัวลงระหว่างปี 2021 ถึง 2023 จำนวนลูกค้าใหม่ลดลง และเงินที่รับเข้ามาไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายและสัญญาที่ถึงกำหนดชำระ
Thủy ถูกกล่าวหาว่าสั่งผู้จัดการและหัวหน้าทีม 23 คน ซึ่งดูแลพนักงานขาย 341 คน ให้จัดสรรเงินที่ระดมได้ใหม่ โดยพนักงานสามารถนำเงิน 70% จากลูกค้ารายใหม่ไปจ่ายคืนลูกค้ารายก่อนที่ยังมียอดค้างชำระในความดูแลของตน ส่วนอีก 30% ให้นำส่งบริษัท
การจัดสรรเงินที่ถูกกล่าวหานี้เป็นคนละประเด็นกับข้อกล่าวหาที่ว่ารายได้ปลอมคิดเป็นประมาณ 70% ของรายได้ประจำปี ตัวเลขแรกเกี่ยวกับรายได้ธุรกิจที่แต่งขึ้น ส่วนอีกตัวเลขอธิบายการจัดสรรเงินลงทุนที่ระดมได้ใหม่
การนำเงินจากนักลงทุนรายหลังไปชำระภาระผูกพันของนักลงทุนรายก่อน ทำให้การจ่ายเงินคืนขึ้นอยู่กับการระดมทุนอย่างต่อเนื่อง แทนที่จะเป็นรายได้จากกิจกรรมที่เสนอขายแก่นักลงทุน ในคดีนี้ ผู้สอบสวนกล่าวหาว่าพนักงานขายรู้ว่าเงินไม่ได้ถูกนำไปลงทุนในธุรกิจการศึกษาตามที่กล่าวอ้าง แต่ยังคงชักชวนให้ลงทุนต่อไป
การโอนหุ้นที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นการฉ้อโกงเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2015 ถึง 2023 รายงานระบุว่ามีการแยกบันทึกกระแสเงินลงทุนที่เกิดขึ้น และไม่นำไปรวมในรายงานการเงินและภาษีที่ส่งให้ทางการ มีการระบุว่า Egroup และ Egame มีฐานะการเงินไม่สมดุลและไม่สามารถชำระเงินคืนให้นักลงทุนได้ แต่ไม่มีการเปิดเผยยอดทรัพย์สินที่ยืนยันแล้วว่าสามารถนำมาชำระคืนได้
ข้อหาสินบนและความแตกต่างของจำนวนจำเลย
จำนวนเงินสินบนที่ถูกกล่าวหายังคงอยู่ที่ 32,000 ล้านดอง ไม่เปลี่ยนแปลงหลังการสอบสวนเพิ่มเติม Thủy ถูกกล่าวหาว่าให้สินบน ส่วน Liên ถูกกล่าวหาว่ารับสินบน รายงานส่วนใหญ่ระบุว่าเธอเป็นประธานกรรมการและผู้อำนวยการฝ่ายการเงินของ Nhất Trần ส่วนอีกฉบับระบุว่าเธอเป็นกรรมการผู้จัดการ
รายงานมีความเห็นต่างกันเกี่ยวกับข้อหาของ Phú บางฉบับระบุว่า Thủy เผชิญข้อหาฉ้อโกงและให้สินบน ส่วนผู้ทำบัญชีและผู้จัดการ 27 คนถูกตั้งข้อหาฉ้อโกง รายงานอื่นระบุว่า Phú ถูกตั้งข้อหาให้สินบนด้วย ทำให้มีจำเลยอีก 26 คนถูกตั้งข้อหาฉ้อโกง และ Liên ถูกตั้งข้อหารับสินบน ทั้งสองคำบรรยายให้จำนวนจำเลยรวม 29 คน
รายงานอีกฉบับกล่าวถึงผู้ใต้บังคับบัญชา 25 คน ส่วนบทสรุปการวิจัยระบุว่ามีจำเลย 28 คน ทั้งที่รายละเอียดประกอบกล่าวถึง Thủy พร้อมผู้ร่วมจำเลยอีก 28 คน จำนวนที่รายงานตรงกันมากที่สุดคือ 29 คน แต่จากรายละเอียดที่แตกต่างกันเหล่านี้เพียงอย่างเดียว ยังไม่อาจสรุปการแบ่งข้อหาได้อย่างแน่ชัด
รายงานไม่ได้อธิบายวัตถุประสงค์ที่ถูกกล่าวหาของการจ่ายเงิน 32,000 ล้านดองไว้อย่างละเอียดเพียงพอที่จะยืนยันว่าต้องการให้เกิดการกระทำใด จึงควรแยกข้อกล่าวหาเรื่องสินบนออกจากเงินจำนวนที่สูงกว่ามาก ซึ่งเชื่อมโยงกับการขายหุ้นโดยฉ้อโกง
การโอนทรัพย์สินและคำพิพากษาทางแพ่ง
การสอบสวนเพิ่มเติมตรวจสอบการโอนและการจำนองอสังหาริมทรัพย์ 28 แห่ง ซึ่งเป็นของผู้เสียหาย 29 ราย รายงานฉบับหนึ่งระบุว่าธุรกรรมที่ผ่านการรับรองโดยโนตารีเกิดขึ้นระหว่างเดือนสิงหาคม 2016 ถึงเดือนมิถุนายน 2021 ทำให้การตรวจสอบทรัพย์สินครอบคลุมช่วงเวลาหลายปีของแผนระดมทุนที่ถูกกล่าวหา
มีรายงานว่าผู้เสียหาย 7 รายลงนามในสัญญาโอนอสังหาริมทรัพย์ตามคำขอของ Egame อีก 6 รายทำข้อตกลงที่เรียกว่าสัญญาความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ซึ่งเกี่ยวข้องกับหุ้น Egroup ส่วนอีกรายโอนอสังหาริมทรัพย์ 2 แห่งเพื่อแลกกับพันธบัตรที่ออกโดย Igarten ธุรกรรมเหล่านี้ทำให้ประเด็นเรื่องกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์และการกู้ยืมโดยมีหลักประกันเข้ามาเกี่ยวข้องกับการสอบสวนเงินลงทุน
Lê Thị Thanh Hiền ภรรยาของ Thủy และ Nguyễn Ngọc Khánh รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Egroup ถูกกล่าวหาว่าได้รับกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ 6 แห่งจากผู้เสียหาย 9 ราย แล้วนำไปจำนองกับธนาคาร ผู้สอบสวนสรุปว่าทั้งสองไม่ทราบเรื่องการขายหุ้นที่ไม่มีอยู่จริง และไม่ได้รับประโยชน์จากการกระทำผิดที่ถูกกล่าวหา จึงไม่มีการพิจารณาดำเนินคดีอาญากับทั้งคู่
โนตารี 5 คนที่ดำเนินการธุรกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 28 แห่ง ก็ไม่มีการพิจารณาดำเนินคดีอาญาเช่นกัน มีรายงานว่าผู้สอบสวนพบว่าคู่กรณีเข้าร่วมโดยสมัครใจ ขั้นตอนการรับรองเอกสารเป็นไปตามระเบียบ และโนตารีไม่ได้รับประโยชน์จากแผนการที่ถูกกล่าวหา
กระบวนการทางแพ่งจำเป็นต้องแยกตัวเลขออกต่างหาก มีรายงานว่าระหว่างเดือนสิงหาคม 2023 ถึงเดือนมกราคม 2024 ศาลในฮานอยมีคำพิพากษาทางแพ่งที่มีผลบังคับแล้ว 22 ฉบับ และมีคำสั่ง 2 ฉบับรับรองข้อตกลงระหว่างผู้เสียหายกับบริษัท Egame 6 แห่ง กองตำรวจเศรษฐกิจยื่นคำร้องให้รื้อฟื้นคดีตามคำพิพากษา 18 ฉบับและคำสั่งทั้ง 2 ฉบับ รายงานหลายฉบับระบุชัดว่าต่อมาศาลประชาชนฮานอยเพิกถอนคำพิพากษา 18 ฉบับและคำสั่ง 2 ฉบับดังกล่าว คำบรรยายภาพรวมอีกฉบับไม่ได้ระบุรายละเอียดชัดเจนเท่า จึงไม่ควรตีความว่าเป็นการยืนยันว่าคำพิพากษาทั้ง 22 ฉบับถูกยกเลิก
ลำดับขั้นตอนคดีและประเด็นที่ยังไม่คลี่คลาย
นี่เป็นคำฟ้องฉบับที่สองในคดีนี้ หลังจากส่งสำนวนกลับไปสอบสวนเพิ่มเติม ลำดับเหตุการณ์ที่รายงานครอบคลุมการกระทำที่ถูกกล่าวหา การดำเนินคดีทางแพ่งที่เกี่ยวข้อง และการดำเนินคดีรอบใหม่ ดังนี้:
- ปี 2014: Thủy ถูกกล่าวหาว่าเริ่มสั่งการให้เพิ่มทุนจดทะเบียนของ Egroup ให้สูงเกินจริง
- ปี 2015 ถึง 2023: อัยการกล่าวหาว่าการโอนหุ้นที่ไม่มีอยู่จริงทำให้นักลงทุนสูญเงินมากกว่า 8.459 ล้านล้านดอง
- ปี 2021 ถึง 2023: สถานศึกษาในเครือปิดตัวลง และมีการกล่าวหาว่านำเงินลงทุนใหม่ 70% ไปชำระภาระผูกพันของนักลงทุนรายก่อน
- เดือนสิงหาคม 2023 ถึงเดือนมกราคม 2024: มีการออกคำพิพากษาทางแพ่งและคำสั่งรับรองข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง
- ต้นเดือนสิงหาคม: สำนักงานอัยการส่งสำนวนคดีอาญากลับไปสอบสวนเพิ่มเติม รายงานสองฉบับระบุปี 2026
- 22 กันยายน: มีรายงานว่าหน่วยงานสอบสวนของกระทรวงความมั่นคงสาธารณะออกข้อสรุปการสอบสวนเพิ่มเติม
- 12 ตุลาคม: รายงานสองฉบับระบุวันที่นี้ว่าเป็นวันที่เผยแพร่รายละเอียดเกี่ยวกับคำฟ้องรอบใหม่
รายงานไม่ได้ยืนยันปีของวันที่ในเดือนกันยายนและตุลาคมอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นจึงไม่ควรเหมารวมโดยปริยายว่าทุกวันที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นอยู่ในปีเดียวกับการอ้างถึงเดือนสิงหาคม 2026 ที่ระบุไว้อย่างชัดเจน
ศาลประชาชนฮานอยเป็นสถานที่พิจารณาคดีที่ระบุไว้ แต่ยังไม่มีการแจ้งวันนัดไต่สวน รายงานยังไม่ได้ระบุคำสั่งชดเชยขั้นสุดท้าย ยอดทรัพย์สินที่ยืนยันแล้วว่าสามารถนำมาชำระคืน หรือกำหนดการคืนเงินให้นักลงทุน
คำวินิจฉัยของศาลในขั้นต่อไปจะต้องพิจารณาการกระทำที่ถูกกล่าวหาและความรับผิดของจำเลยแต่ละคน สำหรับนักลงทุนที่ได้รับผลกระทบ ประเด็นในทางปฏิบัติที่ยังไม่คลี่คลาย ได้แก่ การจัดการเงินต้นที่ยังค้างอยู่ ผลจากการเพิกถอนคำตัดสินทางแพ่ง และสถานะของอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกโอนหรือจำนองในช่วงระดมทุน
ประเด็นสำคัญ
- คำฟ้องรอบใหม่กล่าวหาว่ามีความเสียหายมากกว่า 8.459 ล้านล้านดอง และระบุผู้เสียหาย 10,123 ราย
- รายงานส่วนใหญ่ระบุว่ามีจำเลย 29 คน แม้รายละเอียดเรื่องข้อหาและจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาจะแตกต่างกันในบางฉบับ
- ผู้สอบสวนระบุว่ามี 8,938 รายที่ยังมีเงินต้นค้างชำระ ส่วนอีก 1,185 รายได้รับเงินคืนมากกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก
- ทุนของ Egroup ถูกกล่าวหาว่าถูกเพิ่มเกินจริงจาก 32,000 ล้านดองเป็น 962,500 ล้านดอง และรายได้ที่แต่งขึ้นคิดเป็นประมาณ 70% ของรายได้ประจำปี
- หุ้นที่ขายในราคาหุ้นละ 38,000 ดองมีคำมั่นว่าจะซื้อคืนในราคาหุ้นละ 42,000 ดองหลังหนึ่งปี
- ระหว่างปี 2021 ถึง 2023 มีการกล่าวหาว่าเงินลงทุนใหม่ 70% ถูกนำไปจ่ายให้นักลงทุนรายก่อน
- การสอบสวนตรวจสอบอสังหาริมทรัพย์ 28 แห่ง ขณะที่รายงานระบุว่ามีการเพิกถอนคำพิพากษาทางแพ่ง 18 ฉบับและคำสั่งรับรองข้อตกลง 2 ฉบับ
- ข้อกล่าวหายังอยู่ระหว่างรอการพิจารณาของศาลประชาชนฮานอย ไม่มีการระบุวันพิจารณาคดีหรือกำหนดการชำระเงินคืน






