คำร้องมุ่งจำกัดการจ่ายเงินและอำนาจควบคุมของ LZJ Management
ลี ซี เจีย นักแบดมินตันชาวมาเลเซีย ขอให้ศาลสูงกัวลาลัมเปอร์จำกัดการตัดสินใจด้านการเงินและกิจการของบริษัท LZJ Management Sdn Bhd โดยพ่อและพี่สาวของเขา พร้อมขอให้ศาลสั่งจัดประชุมซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารบริษัท
สารบัญ
- คำร้องมุ่งจำกัดการจ่ายเงินและอำนาจควบคุมของ LZJ Management
- เงินเดือนรายเดือนจะไม่อยู่ภายใต้ข้อห้ามที่เสนอ
- การตัดสินใจของบริษัทจะต้องได้รับอนุญาตจากศาล
- อ้างถือหุ้น 90% แต่มีข้อมูลผู้ถือหุ้นส่วนน้อยที่ขัดแย้งกัน
- การประชุมที่ล้มเหลวนำไปสู่การขอให้ศาลแทรกแซง
- ผู้ถูกร้องระบุว่าบริษัทยังคงดำเนินงาน
- ลำดับเหตุการณ์ที่นำไปสู่ขั้นตอนนี้
- การบริหารอาชีพยังดำเนินควบคู่กับการแข่งขัน
- ประเด็นสำคัญ
คำร้องเริ่มคดีลงวันที่ 2 กรกฎาคม 2026 หมายเลขคดี WA-24NCC-400-07/2026 ระบุชื่อพ่อของเขา ลี ชี ฮิน พี่สาว ลี ซี ยี น้องชาย ลี เตา และบริษัท เป็นผู้ถูกร้อง ชี ฮินและซี ยีต่างเป็นกรรมการบริษัท
ซี เจียขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามพ่อและพี่สาวอนุมัติค่าตอบแทนกรรมการ เบี้ยเลี้ยง โบนัส หรือผลประโยชน์ทางการเงินอื่นให้แก่ตนเอง นอกเหนือจากเงินเดือนรายเดือน นอกจากนี้ เขายังขอให้จำกัดการตัดสินใจสำคัญของบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาล ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนแปลงกรรมการ ทรัพย์สิน และสัดส่วนการถือหุ้น
คำร้องดังกล่าวมีผู้คัดค้าน ในคำให้การตอบโต้ที่ยื่นเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ชี ฮินโต้แย้งว่าไม่จำเป็นต้องให้ศาลเข้ามาแทรกแซง และระบุว่าบริษัทยังคงจัดการเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาชีพนักแบดมินตันอาชีพของลูกชาย ซี ยีและเตาก็คัดค้านข้อกล่าวหาและคำสั่งที่ร้องขอเช่นกัน
ประเด็นสำคัญของข้อพิพาทคือการแยกคำร้องออกจากคำวินิจฉัย ซี เจียขอให้ศาลกำหนดข้อจำกัด แต่ยังไม่มีรายงานว่าศาลมีคำสั่งอนุมัติ ข้อกล่าวหาของเขาและคำคัดค้านของผู้ถูกร้องยังอยู่ระหว่างรอการพิจารณาของศาล
เงินเดือนรายเดือนจะไม่อยู่ภายใต้ข้อห้ามที่เสนอ
ข้อจำกัดด้านการเงินที่ร้องขอมีขอบเขตแคบกว่าการระงับการจ่ายเงินให้กรรมการทั้งสองคนโดยสิ้นเชิง ชี ฮินและซี ยียังคงรับเงินเดือนรายเดือนของตนได้ ส่วนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวที่เสนอจะมุ่งจำกัดผลประโยชน์เพิ่มเติมที่ทั้งคู่อาจอนุมัติให้ตนเองระหว่างที่คดียังดำเนินอยู่
ผลประโยชน์ดังกล่าวรวมถึงค่าตอบแทนกรรมการ เบี้ยเลี้ยง และโบนัส รายงานเกี่ยวกับคำร้องไม่ได้ระบุจำนวนเงินเดือน มูลค่าการจ่ายเงินที่มีข้อโต้แย้ง หรือยืนยันว่ามีการอนุมัติผลประโยชน์ใดโดยไม่เหมาะสม การขอให้ศาลกำหนดข้อจำกัดไม่ได้เป็นหลักฐานยืนยันการประพฤติมิชอบทางการเงิน
คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเป็นคำสั่งของศาลที่มีผลชั่วคราว เพื่อกำกับการดำเนินการระหว่างการแก้ไขข้อพิพาท ในกรณีนี้ คำสั่งที่ร้องขอจะจำกัดการตัดสินใจบางเรื่องระหว่างที่คดียังดำเนินอยู่ ไม่ใช่ชี้ขาดทุกประเด็นเกี่ยวกับการบริหารบริษัท ศาลต้องพิจารณาว่าข้อจำกัดที่เสนอมีเหตุผลรองรับหรือไม่
การตัดสินใจของบริษัทจะต้องได้รับอนุญาตจากศาล
คำร้องของซี เจียไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องค่าตอบแทน เขาต้องการห้ามชี ฮินและซี ยีตัดสินใจหลายเรื่องโดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาลล่วงหน้า ทั้งเรื่องผู้บริหาร LZJ Management และการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์หรือทรัพย์สินของบริษัท
- แต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการบริษัท
- แต่งตั้งเลขานุการบริษัท
- จำหน่ายทรัพย์สินสำคัญของบริษัท
- ออกหุ้นใหม่
- เปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือหุ้นของบริษัท
คำขอเหล่านี้เกี่ยวข้องกับอำนาจควบคุมคนละรูปแบบ กรรมการบริหารกิจการของบริษัท ส่วนผู้ถือหุ้นเป็นเจ้าของผลประโยชน์ในบริษัท เลขานุการบริษัทดูแลงานธุรการอย่างเป็นทางการของบริษัท การเปลี่ยนแปลงข้อตกลงใด ๆ เหล่านี้อาจส่งผลต่อวิธีการตัดสินใจและการบันทึกมติ
คำขอเรื่องการออกหุ้นใหม่ยังมีประเด็นแยกต่างหากจากคำขอเรื่องทรัพย์สิน การออกหุ้นเพิ่มเติมอาจทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของเจ้าของเดิมเปลี่ยนไป ขึ้นอยู่กับว่าใครได้รับหุ้น ส่วนการขายทรัพย์สินสำคัญจะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่บริษัทเป็นเจ้าของ ไม่มีรายงานว่าการดำเนินการทั้งสองอย่างเกิดขึ้นในข้อพิพาทนี้ แต่ทั้งสองเรื่องอยู่ในกลุ่มการตัดสินใจที่ซี เจียต้องการให้อยู่ภายใต้การกำกับของศาล
ดังนั้น ข้อจำกัดที่เสนอจึงครอบคลุมหลายช่องทางที่อาจทำให้สถานะของบริษัทเปลี่ยนแปลงก่อนคดีจะได้ข้อยุติ โดยไม่ได้ระบุว่าเป็นการห้ามกิจกรรมประจำวันของธุรกิจทั้งหมด
อ้างถือหุ้น 90% แต่มีข้อมูลผู้ถือหุ้นส่วนน้อยที่ขัดแย้งกัน
ซี เจียระบุว่าเขาถือหุ้น LZJ Management 90% ขณะที่ซี ยีถือ 9% รายงานส่วนใหญ่ระบุว่าเตาเป็นเจ้าของหุ้นที่เหลือ 1% ซึ่งตรงกับรายละเอียดการถือหุ้นในรายงานคำร้องต่อศาล
อย่างไรก็ตาม รายงานฉบับหนึ่งระบุว่าชี ฮินเป็นผู้ถือหุ้น 1% ดังกล่าว รายงานจึงให้ข้อมูลไม่ตรงกันว่าใครเป็นผู้ถือหุ้นรายย่อยที่สุด หากไม่มีคำวินิจฉัยของศาลหรือทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัทที่ช่วยคลี่คลายความแตกต่างนี้ ก็ไม่ควรถือว่าข้อมูลทั้งสองชุดใช้แทนกันได้
ไม่ว่าข้อมูลชุดใดจะถูกต้อง สัดส่วนการถือหุ้นส่วนน้อยที่ระบุรวมกันอยู่ที่ 10% เทียบกับ 90% ที่ซี เจียอ้างว่าตนถืออยู่ สัดส่วนของเขาจึงมากกว่าหุ้นของผู้ถือหุ้นส่วนน้อยรวมกันเก้าเท่า ตัวเลขนี้สะท้อนสัดส่วนการถือหุ้นตามรายงาน ไม่ใช่ข้อสรุปว่าเขาใช้อำนาจของบริษัททุกอย่างได้โดยไม่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดเรื่องการประชุมและธรรมาภิบาลของบริษัท
ข้อพิพาทนี้แสดงให้เห็นความแตกต่างระหว่างการถือหุ้นส่วนใหญ่กับการสามารถผลักดันมติของบริษัทเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้ ซี เจียขอให้ศาลสั่งจัดประชุม แม้จะอ้างว่าตนถือหุ้นข้างมาก โดยระบุว่าการบริหารและงานธุรการของบริษัทมาถึงทางตัน
การประชุมที่ล้มเหลวนำไปสู่การขอให้ศาลแทรกแซง
ในคำให้การสนับสนุนคำร้อง ซี เจียระบุว่าความพยายามจัดประชุมใหญ่วิสามัญเมื่อวันที่ 22 ธันวาคมของปีก่อนล้มเหลว เพราะมีผู้เข้าร่วมไม่ครบองค์ประชุม เมื่อพิจารณาจากรายงานที่ลงวันที่เดือนตุลาคม 2026 การประชุมที่พยายามจัดขึ้นจึงเป็นวันที่ 22 ธันวาคม 2025
องค์ประชุมคือจำนวนผู้เข้าร่วมขั้นต่ำที่ต้องมีเพื่อให้การประชุมดำเนินกิจการได้อย่างถูกต้อง การประชุมที่ล้มเหลวเป็นส่วนสำคัญของคดีที่เขายื่น คำขอของเขาไม่ใช่เพียงการขอให้มีการหารืออีกครั้ง แต่ขอให้ศาลอนุมัติแนวทางเพื่อให้การประชุมดำเนินต่อไปได้
ซี เจีย ผู้ยื่นคำร้องและผู้ถือหุ้นข้างมากตามที่อ้าง กล่าวถึงสถานการณ์ของบริษัทในคำร้องเริ่มคดีว่า:
การบริหารจัดการและงานธุรการของบริษัทถึงทางตัน
เขาต้องการให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญภายใน 14 วันนับจากวันที่ศาลมีคำสั่ง หรือภายในระยะเวลาอื่นตามที่ศาลกำหนด นอกจากนี้ยังขออำนาจในการออกและส่งหนังสือแจ้งประชุม รวมถึงแต่งตั้งประธานที่เป็นอิสระ
ภายใต้แนวทางที่เสนอ การประชุมอาจดำเนินต่อไปได้แม้กรรมการ สมาชิก หรือเลขานุการบริษัทบางคนไม่เข้าร่วม วาระที่เสนอรวมถึงความเป็นไปได้ในการถอดถอนกรรมการชุดปัจจุบัน แต่งตั้งกรรมการชุดใหม่และเลขานุการบริษัท ตลอดจนพิจารณาเรื่องอื่น ๆ ของบริษัท
ทั้งหมดนี้ยังเป็นเพียงแนวทางที่ร้องขอ ไม่ใช่กำหนดการประชุมที่ประกาศแล้วหรือการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารที่ได้รับอนุมัติ ระยะเวลา 14 วันที่เสนอนี้จะเริ่มนับต่อเมื่อศาลมีคำสั่งที่เกี่ยวข้อง เว้นแต่ศาลจะกำหนดกรอบเวลาอื่น
ผู้ถูกร้องระบุว่าบริษัทยังคงดำเนินงาน
คำชี้แจงของชี ฮินคัดค้านความจำเป็นที่ศาลต้องเข้ามาแทรกแซง คำให้การตอบโต้ของเขาเมื่อวันที่ 6 สิงหาคมระบุว่า LZJ Management ยังคงจัดการเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาชีพนักแบดมินตันอาชีพของซี เจีย ซึ่งเป็นข้อมูลอีกด้านที่ต่างจากข้อกล่าวหาของลูกชายว่าบริษัทบริหารงานถึงทางตัน
เขากล่าวถึงสัญญาระยะเวลา 4 ปีระหว่างบริษัทกับแบรนด์กีฬา Victor ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2025 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2028 ชี ฮินโต้แย้งว่าสัญญาและเงินสนับสนุนที่เกี่ยวข้องมีความสำคัญต่อการดำเนินงานของบริษัทและการสนับสนุนอาชีพของซี เจีย
สัญญาดังกล่าวเป็นประเด็นทางธุรกิจที่ชัดเจนภายในข้อพิพาทของครอบครัว โดยมีระยะเวลาครอบคลุมตั้งแต่ก่อนการยื่นคำร้องในเดือนกรกฎาคม 2026 ไปจนถึงสิ้นปี 2028 อย่างไรก็ตาม ไม่มีรายงานมูลค่าสัญญา กำหนดการชำระเงิน หรือรายละเอียดข้อผูกพันตามสัญญา และไม่มีรายงานว่ามีข้อวินิจฉัยว่าสัญญาถูกละเมิดหรือยกเลิก
คำให้การของชี ฮินยังกล่าวถึงความเห็นไม่ตรงกันเรื่องการจ่ายเงิน และการใช้ชื่อและภาพของซี เจีย ส่วนคำให้การร่วมที่ยื่นในนามของซี ยีและเตาได้โต้แย้งข้อกล่าวหาและคัดค้านคำขอให้ศาลออกคำสั่ง รายละเอียดที่มีรายงานไม่ได้ชี้ชัดว่าศาลยอมรับคำกล่าวของฝ่ายใด
ลำดับเหตุการณ์ที่นำไปสู่ขั้นตอนนี้
กระบวนการทางกฎหมายเชื่อมโยงการประชุมบริษัทที่ไม่สำเร็จเข้ากับคำร้องและคำคัดค้านที่ยื่นในเวลาต่อมา วันที่สำคัญที่มีรายงาน ได้แก่:
- 1 มกราคม 2025: เริ่มระยะเวลาสัญญาระหว่าง LZJ Management กับ Victor ตามที่ระบุ
- 22 ธันวาคม 2025: ความพยายามจัดประชุมใหญ่วิสามัญล้มเหลวเพราะมีผู้เข้าร่วมไม่ครบองค์ประชุม ตามคำให้การสนับสนุนคำร้องของซี เจีย
- 2 กรกฎาคม 2026: ซี เจียยื่นคำร้องเริ่มคดี ขอคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวและให้ศาลสั่งจัดประชุม
- 6 สิงหาคม 2026: ชี ฮินยื่นคำให้การตอบโต้ คัดค้านความจำเป็นที่ศาลต้องเข้ามาแทรกแซง
- 12 ตุลาคม 2026: มีรายงานว่าคำร้องถูกคัดค้านและยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
- 31 ธันวาคม 2028: กำหนดสิ้นสุดระยะเวลาสัญญากับ Victor ตามที่ระบุ
ไม่มีรายงานวันนัดไต่สวนหรือวันที่จะมีคำวินิจฉัย จึงยังไม่สามารถระบุกำหนดการขั้นตอนถัดไปได้อย่างแน่ชัด กรอบเวลา 14 วันสำหรับการประชุมเป็นส่วนหนึ่งของคำขอของซี เจีย ไม่ใช่กำหนดเวลาที่ศาลมีคำสั่งแล้ว
การบริหารอาชีพยังดำเนินควบคู่กับการแข่งขัน
LZJ Management ก่อตั้งขึ้นเพื่อดูแลกิจการเชิงพาณิชย์และอาชีพของซี เจีย หลังจากเขาผันตัวเป็นนักกีฬาอาชีพและออกจากสมาคมแบดมินตันมาเลเซีย ซี ยียังดูแลอาชีพนักแบดมินตันอาชีพของน้องชาย ทำให้ข้อพิพาทนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการจัดการด้านกีฬาและธุรกิจของเขา
กระบวนการทางกฎหมายดำเนินควบคู่ไปกับการแข่งขัน ซี เจียมีรายงานว่ารั้งอันดับ 56 ของโลก และเพิ่งเข้าถึงรอบรองชนะเลิศชายเดี่ยวในรายการ Arctic Open ที่เมืองวานตา ประเทศฟินแลนด์
เขาเอาชนะคริสโต โปปอฟ มือวางอันดับ 2 จากฝรั่งเศส 21-11, 21-16 ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ก่อนจะแพ้แอนเดอร์ส อันตอนเซน จากเดนมาร์ก ผลการแข่งขันเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามกลับเข้าสู่ 50 อันดับแรกของโลก แต่ไม่ได้ช่วยคลี่คลายข้อขัดแย้งอีกด้านเกี่ยวกับการควบคุมบริษัท การจ่ายเงิน หรือการใช้ชื่อและภาพของเขา
ประเด็นทางกฎหมายที่ยังไม่ได้ข้อยุติมีขอบเขตชัดเจน ได้แก่ ควรมีข้อจำกัดชั่วคราวหรือไม่ ควรสั่งให้จัดประชุมบริษัทหรือไม่ และควรใช้แนวทางใดในการจัดประชุมดังกล่าว ยังไม่มีรายงานคำวินิจฉัยที่ชี้ขาดประเด็นเหล่านี้หรือข้อสรุปว่าข้อกล่าวหาที่ขัดแย้งกันฝ่ายใดเป็นความจริง
ประเด็นสำคัญ
- ลี ซี เจียขอคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวในคดีหมายเลข WA-24NCC-400-07/2026 ต่อศาลสูงกัวลาลัมเปอร์
- ข้อจำกัดการจ่ายเงินที่เสนอจะยังอนุญาตให้พ่อและพี่สาวของเขารับเงินเดือนรายเดือนต่อไป
- ภายใต้คำสั่งที่ร้องขอ การตัดสินใจที่ระบุเกี่ยวกับกรรมการ ทรัพย์สินสำคัญ และการถือหุ้นจะต้องได้รับอนุญาตจากศาล
- ซี เจียอ้างว่าถือหุ้น 90% ส่วนรายงานระบุไม่ตรงกันว่าเตาหรือชี ฮินถือหุ้นที่เหลือ 1% นอกเหนือจาก 9% ของซี ยี
- เขาขอให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญภายใน 14 วันนับจากวันที่ศาลมีคำสั่ง หรือภายในระยะเวลาอื่นที่ศาลกำหนด
- ผู้ถูกร้องคัดค้านคำร้อง และยังไม่มีรายงานคำวินิจฉัยหรือวันนัดไต่สวน






