ปฏิบัติการบุกค้นนองเลือดซ้ำเติมวิกฤตเหตุโจมตีวันอีสเตอร์ในศรีลังกา
มีผู้เสียชีวิต 15 คน รวมเด็ก 6 คน หลังปฏิบัติการบุกค้นที่พักซึ่งสงสัยว่าเป็นแหล่งกบดานของกลุ่มติดอาวุธในภาคตะวันออกของศรีลังกาจบลงด้วยการยิงปะทะและระเบิด 3 ครั้ง เมื่อวันศุกร์ที่ 26 เมษายน 2019 การเผชิญหน้าในเมืองไซน์ธามารูธุ เขตคัลมุนัย เกิดขึ้นขณะที่กองกำลังความมั่นคงกำลังตามหาผู้เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดในวันอาทิตย์อีสเตอร์ ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่า 250 คนในโบสถ์และโรงแรม
สารบัญ
- ปฏิบัติการบุกค้นนองเลือดซ้ำเติมวิกฤตเหตุโจมตีวันอีสเตอร์ในศรีลังกา
- เกิดอะไรขึ้นที่บ้านหลังนั้น
- คำกล่าวอ้างของรัฐอิสลามและหลักฐานที่ตรวจพบ
- ยอดจับกุมและการค้นหาที่ยังดำเนินต่อไป
- เหตุโจมตีวันอีสเตอร์และผู้ต้องสงสัยเป็นหัวหน้ากลุ่ม
- มาตรการฉุกเฉินและการค้นหาที่ขยายวงตลอดหนึ่งสัปดาห์
- ชาวบ้านอพยพ ขณะที่โบสถ์งดจัดพิธี
- ผู้นำเผชิญแรงกดดัน หลังไม่ดำเนินการตามคำเตือน
- ประเด็นสำคัญ
ตำรวจระบุว่า ชาย 3 คนภายในบ้านจุดชนวนระเบิด หลังผู้ที่อยู่ในบ้านเปิดฉากยิงใส่ทหารที่กำลังเข้าประชิด โฆษกกองทัพระบุว่าเกิดการยิงปะทะนานกว่าหนึ่งชั่วโมง การตรวจค้นเมื่อเช้าวันเสาร์พบศพทั้งภายในและภายนอกอาคารที่เสียหาย ขณะที่หญิงและเด็กที่ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล
เหตุเสียชีวิตสะท้อนอันตรายที่เกิดขึ้นทันทีจากปฏิบัติการค้นหาที่ยังดำเนินต่อไป โดยผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิดยังคงหลบหนี เด็กอยู่ในบ้านที่มีวัตถุระเบิด และชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียงพากันหนีออกจากบ้าน ตามข้อมูลจากชาวบ้าน มีชาวมุสลิมราว 600 คนเข้าไปหลบภัยในโรงเรียนระหว่างการเผชิญหน้า
ประธานาธิบดีไมตรีปาละ สิริเสนา ให้คำมั่นว่าจะตรวจค้นบ้านทุกหลังทั่วประเทศ ทางการใช้อำนาจฉุกเฉินเพื่อติดตามผู้ต้องสงสัย แต่ขอบเขตของการสอบสวนยังไม่ชัดเจน จำนวนผู้ถูกจับกุมมีตั้งแต่ 70 คนตามรายงานช่วงแรก ไปจนถึงมากกว่า 100 คนในรายงานภายหลัง ขณะที่ตัวเลขประเมินผู้ต้องสงสัยว่ามีความเชื่อมโยงกับรัฐอิสลามก็แตกต่างกันเช่นกัน
เกิดอะไรขึ้นที่บ้านหลังนั้น
ปฏิบัติการบุกค้นมีขึ้นหลังได้รับแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับบ้านหลังหนึ่งในเมืองไซน์ธามารูธุ เมืองชายฝั่งที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ห่างจากกรุงโคลัมโบราว 360 ถึง 370 กิโลเมตร รายงานบางฉบับระบุสถานที่ว่าอยู่ในเมืองไซน์ดามารูดู เขตคัลมุนัย มีรายงานว่าผู้ต้องสงสัยเดินทางมาถึงหลังเหตุระเบิดวันอีสเตอร์หนึ่งหรือสองวัน และขนกล่องจากรถตู้สีเทาอ่อนเข้าไปในบ้านชั้นเดียว ซึ่งตั้งอยู่หลังกำแพงสูงและประตูเหล็กสีดำ
ตำรวจระบุว่า มือปืนเปิดฉากยิงขณะทหารเข้าประชิดเมื่อเย็นวันศุกร์ ระหว่างการสู้รบที่ตามมา เกิดระเบิด 3 ครั้ง ทำให้หลังคาและกำแพงบ้านเสียหาย ตำรวจรายงานว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเสียชีวิต
รายงานการตรวจค้นเมื่อวันเสาร์ระบุว่า พบชาย 3 คน หญิง 3 คน และเด็ก 6 คนเสียชีวิตภายในบ้าน ส่วนด้านนอกพบชายอีก 3 คนซึ่งถูกยิงเสียชีวิต ตำรวจระบุว่าผู้เสียชีวิตด้านนอกเป็นผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตาย รายงานอีกฉบับระบุว่ามีพลเรือนอย่างน้อย 1 คนเสียชีวิตจากการยิงข้ามแนวปะทะ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าพลเรือนรายดังกล่าวอยู่ในส่วนใดของยอดผู้เสียชีวิต 15 คนที่มีการรายงาน
รูวัน กุนาเสการา โฆษกตำรวจกล่าวว่า เชื่อว่าผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นสมาชิกกลุ่มติดอาวุธ อย่างไรก็ตาม การประเมินดังกล่าวยังไม่สามารถระบุตัวตนหรือบทบาทของผู้ใหญ่ทุกคนที่เสียชีวิตได้ และต้องแยกเด็กทั้ง 6 คนออกจากผู้ต้องสงสัยเป็นนักรบ หญิงและเด็กที่ได้รับบาดเจ็บได้รับการช่วยเหลือและยังมีชีวิตอยู่ แต่ยังไม่สามารถยืนยันตัวตนได้อย่างแน่ชัด
คำกล่าวอ้างของรัฐอิสลามและหลักฐานที่ตรวจพบ
รัฐอิสลาม หรือที่รู้จักในชื่อ IS หรือ ISIL อ้างเมื่อวันเสาร์ว่า สมาชิก 3 คนของกลุ่มยิงต่อสู้กับตำรวจนานหลายชั่วโมง ก่อนจุดชนวนเสื้อกั๊กระเบิด สำนักข่าวอามักของกลุ่มไม่ได้แสดงหลักฐานประกอบคำกล่าวอ้างนี้ รายงานของตำรวจยืนยันว่าเกิดเหตุยิงปะทะและระเบิด 3 ครั้ง แต่คำแถลงของกลุ่มไม่ได้ยืนยันอย่างเป็นอิสระว่าชายเหล่านั้นเป็นใคร หรือได้รับคำสั่งปฏิบัติการอย่างไร
การตรวจค้นอีกจุดในบริเวณใกล้เคียงพบสิ่งของที่เจ้าหน้าที่สอบสวนเชื่อมโยงกับผู้ก่อเหตุระเบิดวันอีสเตอร์ โฆษกกองทัพกล่าวว่า การบุกค้นพื้นที่ใกล้เคียงพบธงรัฐอิสลาม เจลลิกไนต์ 150 แท่ง ลูกเหล็กหลายพันเม็ด และกล้องโดรน เจลลิกไนต์เป็นวัตถุระเบิด ส่วนลูกเหล็กสามารถกลายเป็นสะเก็ดอันตรายได้เมื่อบรรจุไว้รอบระเบิด
มีรายงานว่าการบุกค้นในเมืองซัมมันธุไร ซึ่งอยู่ห่างจากจุดยิงปะทะราว 9 ไมล์ พบธงรัฐอิสลามและเครื่องแบบที่คล้ายกับชุดของผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิดวันอีสเตอร์ในวิดีโอประกาศสวามิภักดิ์ต่อผู้นำกลุ่ม หลักฐานเหล่านี้สนับสนุนการสอบสวนกิจกรรมของกลุ่มติดอาวุธในท้องถิ่น แต่เพียงลำพังยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ารัฐอิสลามในต่างประเทศมีบทบาทสั่งการมากน้อยเพียงใด
ภาพบ้านที่เสียหายในไซน์ธามารูธุยังเผยให้เห็นวัตถุระเบิด แบตเตอรี่ เครื่องปั่นไฟ และโดรน ไม่มีการระบุวัตถุประสงค์ของโดรนอย่างชัดเจน จึงไม่ควรถือว่าการพบโดรนเป็นหลักฐานว่ากลุ่มติดอาวุธวางแผนโจมตีทางอากาศ
ยอดจับกุมและการค้นหาที่ยังดำเนินต่อไป
จำนวนผู้ถูกควบคุมตัวเพิ่มขึ้นเมื่อการตรวจค้นดำเนินต่อไป แต่รายงานระบุตัวเลขไม่ตรงกัน รายงานช่วงแรกระบุว่าจับกุมได้ 70 คน รายงานต่อมาระบุว่า การจับกุม 10 คนเมื่อวันศุกร์ทำให้ยอดรวมตั้งแต่วันอาทิตย์อีสเตอร์อยู่ที่ 80 คน ขณะที่รายงานอื่นระบุว่ามีผู้ถูกควบคุมตัวอย่างน้อย 94 คน และรายงานภายหลังอ้างคำกล่าวของตำรวจว่าจับกุมผู้ต้องสงสัยได้มากกว่า 100 คน
ไม่สามารถนำตัวเลขเหล่านี้มารวมเป็นยอดที่ยืนยันได้ตัวเลขเดียว ตัวเลขอาจสะท้อนความคืบหน้าของปฏิบัติการในคนละช่วงเวลา แต่ไม่มีคำชี้แจงที่ปรับยอดให้ตรงกัน การถูกจับกุมก็ไม่ได้พิสูจน์ว่ามีความผิด หรือแสดงว่าผู้ถูกควบคุมตัวทุกคนเป็นสมาชิกกลุ่มที่รับผิดชอบเหตุระเบิด
การประเมินภัยคุกคามที่ยังเหลืออยู่ก็ยังไม่ชัดเจนเช่นกัน สิริเสนากล่าวว่า หน่วยข่าวกรองเชื่อว่ามีคนราว 130 คนในศรีลังกาที่เชื่อมโยงกับรัฐอิสลาม และตำรวจกำลังตามล่าผู้ที่ยังหลบหนีอยู่ 70 คน รายงานอีกฉบับระบุว่าประธานาธิบดีประเมินว่ามีผู้ต้องสงสัยว่ามีความเชื่อมโยงราว 140 คน
รานิล วิกรมสิงเห นายกรัฐมนตรี ประเมินเช่นกันว่ายังมีผู้ถูกตามหาอยู่ราว 70 คน โดยระบุว่าเป็นผู้สนับสนุนและผู้เห็นใจเครือข่ายที่รับผิดชอบเหตุโจมตีวันอีสเตอร์ เขาเตือนว่าบางคนอาจก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตาย
ความแตกต่างระหว่างผู้ต้องสงสัย ผู้ถูกควบคุมตัว และผู้ที่ยังถูกตามหามีความสำคัญ เพราะเป็นคนละกลุ่มกัน และตัวเลขเหล่านี้ไม่เพียงพอสำหรับคำนวณอย่างน่าเชื่อถือว่าสมาชิกเครือข่ายวางระเบิดถูกจับกุมไปแล้วกี่คน
เหตุโจมตีวันอีสเตอร์และผู้ต้องสงสัยเป็นหัวหน้ากลุ่ม
การค้นหาเกิดขึ้นหลังเหตุระเบิดประสานงานกันเมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน โดยมุ่งเป้าไปที่โบสถ์ซึ่งมีผู้คนมาร่วมพิธีวันอีสเตอร์อย่างคับคั่ง และโรงแรมที่นักท่องเที่ยวเข้าพัก รายงานในช่วงนี้ระบุยอดผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 250 หรืออย่างน้อย 253 คน และมีผู้บาดเจ็บมากกว่า 500 คน ตัวเลขผู้เสียชีวิตที่เผยแพร่จึงแตกต่างกัน แม้ทุกรายงานจะกล่าวถึงความสูญเสียครั้งใหญ่
ทางการกล่าวโทษกลุ่มหัวรุนแรงในท้องถิ่น เนชันแนล เธาว์ฮีธ จามาอัต ซึ่งชื่อกลุ่มปรากฏในภาษาอังกฤษด้วยการสะกดแบบอื่น รัฐอิสลามอ้างว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุโจมตี ผู้สอบสวนสงสัยว่ามี 9 คนเป็นผู้ก่อเหตุระเบิด
สิริเสนากล่าวว่า ซาห์ราน ฮาชิม ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นหัวหน้ากลุ่ม เสียชีวิตในการโจมตีโรงแรมแชงกรี-ลาในกรุงโคลัมโบ เจ้าหน้าที่กำลังตรวจดีเอ็นเอเพื่อยืนยันตัวตนของเขาอย่างแน่ชัด ตำรวจยังเชื่อว่าหญิงและเด็กที่ได้รับการช่วยเหลือในไซน์ธามารูธุอาจเป็นภรรยาและลูกสาวของเขา แต่การระบุตัวตนดังกล่าวยังเป็นเพียงข้อสันนิษฐาน
มีรายงานว่าผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิด 2 คนเป็นบุตรชายของโมฮัมหมัด ยูซุฟ อิบราฮิม พ่อค้าเครื่องเทศ ซึ่งถูกควบคุมตัวและสอบปากคำ มีรายงานว่าบุตรชายคนหนึ่งชื่ออิลฮัม อิบราฮิม ก่อเหตุที่โรงแรมแชงกรี-ลาเคียงข้างฮาชิม ส่วนอีกคนมุ่งเป้าไปที่ห้องอาหารของโรงแรมซินนามอน แกรนด์
โรฮัน คาร์ ผู้จัดการโรงแรมซินนามอน แกรนด์ เล่าว่าผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิดเช็กอินเมื่อเย็นวันก่อน จากนั้นเช้าวันรุ่งขึ้นจึงเข้าไปในห้องอาหารพร้อมกระเป๋าเป้ คาร์กล่าวว่าชายคนดังกล่าวกินอาหารและรอให้แขกมารวมตัวกันใกล้ไลน์บุฟเฟต์ก่อนลงมือ
เขานั่งลง กินอาหาร และรอให้ผู้คนมารวมตัวกันที่ไลน์บุฟเฟต์ เมื่อเห็นว่ามีคนอยู่กันมากขึ้น ตอนนั้นเองที่เขาตัดสินใจว่า นี่เป็นเวลาที่จะสร้างความเสียหายให้ได้มากที่สุด
มาตรการฉุกเฉินและการค้นหาที่ขยายวงตลอดหนึ่งสัปดาห์
สิริเสนาสั่งห้ามกลุ่มเนชันแนล เธาว์ฮีธ จามาอัต และกลุ่มหัวรุนแรงที่ต้องสงสัยอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งรายงานฉบับหนึ่งระบุชื่อว่า จามาเธ มิลลาธุ โดยใช้อำนาจฉุกเฉิน มีการส่งทหารเข้าช่วยตำรวจตรวจค้น ประกาศห้ามกลุ่มดังกล่าวขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังตามหาทั้งผู้ต้องสงสัยก่อเหตุและผู้ที่เชื่อว่าให้การสนับสนุนพวกเขา
ลำดับเหตุการณ์แสดงให้เห็นว่าการตอบสนองเปลี่ยนจากการสอบสวนเหตุระเบิดวันอีสเตอร์ไปสู่การเผชิญหน้ากับกลุ่มติดอาวุธในบ้านพักอาศัยอย่างรวดเร็วเพียงใด:
- 21 เมษายน: เกิดเหตุระเบิดประสานงานกันที่โบสถ์และโรงแรมในวันอาทิตย์อีสเตอร์
- 22 หรือ 23 เมษายน: มีรายงานว่าผู้ต้องสงสัยที่อยู่ในบ้านย้ายเข้ามาในบ้านที่ไซน์ธามารูธุ
- 23 เมษายน: ตามรายงานฉบับหนึ่ง สิริเสนาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแบบมีเงื่อนไข
- 26 เมษายน: กองกำลังความมั่นคงบุกค้นบ้าน เกิดเสียงปืนและระเบิด 3 ครั้ง
- 27 เมษายน: มีการบันทึกข้อมูลผู้เสียชีวิตจากการตรวจค้น รัฐอิสลามอ้างว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเผชิญหน้า และสิริเสนาประกาศห้ามสองกลุ่ม
ไม่มีการระบุวันที่แน่ชัดว่าจะเสร็จสิ้นการตรวจค้นทั่วประเทศเมื่อใด สิริเสนากล่าวว่าผู้ต้องสงสัยจะถูกจับกุมในอีกไม่กี่วัน แต่เป็นเพียงคำยืนยัน ไม่ใช่กำหนดเวลาที่ได้รับการยืนยัน
ชาวบ้านอพยพ ขณะที่โบสถ์งดจัดพิธี
ปฏิบัติการส่งผลกระทบต่อชุมชนที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ซึ่งหวั่นเกรงว่าจะเกิดความรุนแรงขึ้นอีก มีผู้คนราว 600 คนเข้าไปหลบภัยในโรงเรียน และเพื่อนบ้านพากันออกจากถนนรอบบ้านที่เสียหาย มีการเพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัยรอบมัสยิดระหว่างการละหมาดวันศุกร์ ขณะที่ชาวมุสลิมบางส่วนไม่ไปละหมาดเพราะกลัวว่าจะถูกแก้แค้น
คริสตจักรคาทอลิกระงับพิธีมิสซาวันอาทิตย์แบบเปิดให้ประชาชนเข้าร่วมจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม พระคาร์ดินัลมัลคอล์ม รันจิท อาร์ชบิชอปแห่งโคลัมโบ กล่าวว่าเขาเห็นเอกสารข่าวกรองที่รั่วไหลซึ่งเตือนถึงการโจมตีเพิ่มเติม และขอให้ผู้ศรัทธาอยู่ภายในบ้านและสวดภาวนา
มีแผนถ่ายทอดพิธีขนาดเล็กที่บ้านพักของพระคาร์ดินัลผ่านโทรทัศน์แห่งชาติ อีกพิธีหนึ่งมีกำหนดจัดในเต็นท์ด้านนอกโบสถ์เซนต์เซบาสเตียนในเมืองเนกอมโบ ซึ่งมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 คนระหว่างพิธีมิสซาวันอีสเตอร์ การจัดพิธีเหล่านี้ถูกรายงานแยกต่างหากจากการระงับการรวมตัวทางศาสนาในภาพรวม
ข้อจำกัดดังกล่าวหมายความว่าผลกระทบจากเหตุโจมตีขยายวงกว้างเกินกว่าพื้นที่อาคารที่ถูกระเบิด ชาวมุสลิมที่ต้องพลัดถิ่น ชาวคาทอลิกที่ไม่สามารถเข้าร่วมพิธีตามปกติ และผู้ที่หลีกเลี่ยงการละหมาดวันศุกร์ ต่างเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวันทันทีจากภัยคุกคามที่ยังดำเนินอยู่
ผู้นำเผชิญแรงกดดัน หลังไม่ดำเนินการตามคำเตือน
รัฐบาลเผชิญความไม่พอใจเพิ่มขึ้น หลังไม่ดำเนินการตามคำเตือนจากหน่วยข่าวกรองต่างประเทศว่า กลุ่มหัวรุนแรงในท้องถิ่นกำลังวางแผนก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตายที่โบสถ์ มีรายงานว่าพูจิต จายาสุนดารา ผู้บัญชาการตำรวจ และเฮมาซิริ เฟอร์นันโด เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงกลาโหม ลาออกจากตำแหน่งเนื่องจากความบกพร่องดังกล่าว
พระคาร์ดินัลรันจิทกล่าวว่า ผู้นำโบสถ์ไม่ได้รับแจ้งคำเตือนดังกล่าว โดยเล่าถึงความรู้สึกของตนในฐานะผู้นำชุมชนคาทอลิกในโคลัมโบว่า:
ผมรู้สึกเหมือนถูกหักหลังอยู่บ้าง ผมรู้สึกเศร้า นี่เป็นความบกพร่องที่ร้ายแรงมากของหน่วยงานความมั่นคงที่ไม่ได้แจ้งให้เราทราบ
วิกรมสิงเหกล่าวขอโทษในนามรัฐบาลเมื่อวันศุกร์:
เราขอรับผิดชอบร่วมกัน และขอโทษเพื่อนร่วมชาติที่เราไม่สามารถปกป้องผู้เสียหายจากเหตุการณ์น่าสลดเหล่านี้ได้
นายกรัฐมนตรียังกล่าวด้วยว่า คำเตือนไม่ได้ส่งมาถึงเขา และปฏิเสธข้อเสนอที่ว่าเขาควรลาออกเพราะไม่ดำเนินการตามข้อมูลที่ตนไม่ได้รับ ความขัดข้องในการสื่อสารทำให้ความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างเขากับสิริเสนากลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง ประธานาธิบดีปลดเขาออกจากตำแหน่งในเดือนตุลาคม 2018 ก่อนที่คำวินิจฉัยของศาลจะนำไปสู่การคืนตำแหน่งในเดือนธันวาคม
ประเด็นเร่งด่วนที่ยังไม่มีคำตอบมีอยู่หลายข้อ ได้แก่ ตัวตนของผู้เสียชีวิตจากการบุกค้น การยืนยันการเสียชีวิตของฮาชิมด้วยผลตรวจดีเอ็นเอ จำนวนและศักยภาพของผู้ต้องสงสัยที่ยังหลบหนี ตลอดจนผู้รับผิดชอบต่อการไม่ดำเนินการตามคำเตือนที่ได้รับ ไม่มีการระบุวันนัดไต่สวนหรือกำหนดเวลาแก้ไขประเด็นเหล่านี้
ประเด็นสำคัญ
- มีผู้เสียชีวิต 15 คน รวมเด็ก 6 คน ระหว่างปฏิบัติการบุกค้นเมื่อวันที่ 26 เมษายนในไซน์ธามารูธุ
- ตำรวจระบุว่าเกิดการยิงปะทะและระเบิด 3 ครั้ง หญิงและเด็กที่ได้รับบาดเจ็บรอดชีวิต
- รัฐอิสลามอ้างว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเผชิญหน้า แต่ไม่ได้แสดงหลักฐาน
- ยอดจับกุมที่รายงานมีตั้งแต่ 70 คนในช่วงแรก ไปจนถึงมากกว่า 100 คนในภายหลัง โดยมีรายงานว่ายังมีผู้หลบหนีอยู่ราว 70 คน
- การตรวจค้นบริเวณใกล้เคียงพบวัตถุระเบิด ลูกเหล็ก ธงรัฐอิสลาม และอุปกรณ์อื่น ๆ
- ชาวมุสลิมในพื้นที่ราว 600 คนเข้าไปหลบภัยในโรงเรียน ขณะที่พิธีทางศาสนาคาทอลิกที่เปิดให้ประชาชนเข้าร่วมถูกระงับ
- ความล้มเหลวในการดำเนินการตามคำเตือนข่าวกรองนำไปสู่การลาออกและคำขอโทษจากรัฐบาล






