สามประตู หนึ่งคู่หูชี้ขาด
ซน ฮึง-มิน จ่ายสองแอสซิสต์และทำประตูในนาทีที่ 72 ช่วยให้ลอสแอนเจลิส เอฟซี เอาชนะออสติน เอฟซี 3-1 ที่สนามบีเอ็มโอ สเตเดียม เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ยุติสถิติไม่ชนะติดต่อกัน 4 นัดในเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ (MLS) และคว้าชัยในลีกนัดแรกให้กับชาบี ตามาริต กุนซือชั่วคราว
สารบัญ
เดนิส บูอังกาทำประตูในนาทีที่ 52 และ 67 ก่อนช่วยสร้างจังหวะให้ซนยิงประตู ส่งผลให้ผู้เล่นแนวรุกทั้งสองมีส่วนร่วมกับประตูทั้งสามลูกของแอลเอเอฟซี ชัยชนะต่อหน้าแฟนบอล 22,180 คนตามตัวเลขผู้จัดระบุ ทำให้แอลเอเอฟซีมี 45 คะแนนและรั้งอันดับ 6 ของสายตะวันตกต่อไป
สองแอสซิสต์ของซนทำให้เขามีแอสซิสต์ในฤดูกาล MLS นี้ 15 ครั้ง แซงลิโอเนล เมสซีของอินเตอร์ ไมอามีและผู้เล่นคนอื่น ๆ ที่ทำได้ 14 ครั้ง ประตูของเขาถูกบันทึกโดยทั่วไปว่าเป็นประตูที่ 7 ในลีก และประตูที่ 9 จากทุกรายการในฤดูกาลนี้ ซึ่งรวมถึงสองประตูในคอนคาเคฟ แชมเปียนส์ คัพ อย่างไรก็ตาม รายงานการแข่งขันฉบับหนึ่งระบุว่าประตูในลีกดังกล่าวเป็นประตูที่ 6 ของเขา
สรุปการแข่งขันอย่างเป็นทางการของออสติน เอฟซี ยืนยันว่าซนเป็นผู้จ่ายบอลให้บูอังกาทำประตูทั้งสองลูก และระบุว่าเจค็อบ ชัฟเฟิลเบิร์กกับบูอังกาเป็นผู้ทำแอสซิสต์ให้ประตูของซน แบรนดอน วาซเกซทำประตูตีเสมอให้ออสตินในนาทีที่ 66 ไม่ใช่นาทีที่ 65 ตามที่ระบุในคำบรรยายบางแห่ง
สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับแอลเอเอฟซีในค่ำคืนนั้นคือการตอบสนองหลังถูกตีเสมอ ภายในหนึ่งนาที บูอังกาก็พาทีมกลับขึ้นนำ และเพียงหกนาทีหลังออสตินตีเสมอ ซนก็ทำให้ทีมนำห่างสองประตู เปลี่ยนช่วงท้ายเกมที่อาจยากลำบากให้กลายเป็นการปิดเกมที่สบายขึ้นมาก
ครึ่งแรกสร้างโอกาสแต่ยังไร้ประตู
ตามาริตให้บูอังกายืนหน้าเป้าและซนเล่นอยู่ด้านหลังในระบบ 4-2-3-1 แผนนี้มีแนวรับสี่คนอยู่หลังมิดฟิลด์ตัวกลางสองคน โดยมีผู้เล่นแนวรุกสามคนคอยสนับสนุนกองหน้าตัวเป้า อาร์มินโด ซีบ และเลโอ วัลตา แนวรุกชาวฟินแลนด์ รับหน้าที่เล่นขนาบซนคนละฝั่ง
วัลตาซึ่งได้ลงเป็นตัวจริงให้แอลเอเอฟซีครั้งแรก สร้างจังหวะบุกที่โดดเด่นที่สุดหลายครั้งก่อนพักครึ่ง ลูกยิงของเขาชนคานในนาทีที่ 21 และต่อมาเขาเปิดบอลให้บูอังกาโหม่ง แต่บอลหลุดกรอบ
ซนมีโอกาสยิงสองครั้งแต่ยังทำประตูไม่ได้ ในนาทีที่ 37 เขาใช้ศีรษะเปลี่ยนทางลูกเปิดของเซร์กี ปาเลนเซีย แต่ยิงไม่ตรงกรอบ ก่อนจะถูกบล็อกลูกยิงด้วยเท้าขวาในช่วงท้ายครึ่งแรก ไรอัน พอร์ทิอุส โหม่งลูกเตะมุมที่ตามมาออกไป
แอลเอเอฟซียิง 13 ครั้งในครึ่งแรก แต่เข้ากรอบเพียงสามครั้ง ซนจ่ายบอลสำเร็จ 86% และสัมผัสบอล 27 ครั้ง ทว่าได้สัมผัสบอลในเขตโทษออสตินเพียงครั้งเดียว สถิติเหล่านี้ช่วยอธิบายความติดขัดได้ว่า แอลเอเอฟซียิงได้หลายครั้ง แต่ซนมีโอกาสเข้าใกล้ประตูไม่มากนัก
ออสตินพักครึ่งด้วยสกอร์ 0-0 แม้ถูกกดดันอย่างหนัก เมื่อรวมกับเกมที่ทั้งสองสโมสรเสมอกันแบบไร้ประตูก่อนหน้านี้ในฤดูกาลที่ออสติน ทั้งคู่จึงเล่นติดต่อกันสามครึ่งโดยไม่มีประตูเกิดขึ้น
การเคลื่อนที่ของบูอังกาเปิดเกม
หลังพักครึ่ง บูอังกาขยับไปเล่นในตำแหน่งถนัดทางฝั่งซ้าย ทำให้รูปแบบเกมรุกของแอลเอเอฟซีเปลี่ยนไป ซนสามารถวิ่งเข้าเขตโทษ ขณะที่บูอังกาหาพื้นที่ตามแนวรับ แทนที่จะยืนประจำอยู่ในตำแหน่งกองหน้าตัวกลาง
ประตูแรกเริ่มจากการเพรสซิ่งลึกในแดนของออสติน พอร์ทิอุสโหม่งเคลียร์บอลได้ไม่ดี บอลไปหา মার্ক เดลกาโด ซึ่งส่งบอลเข้าไปในพื้นที่ว่างให้ซนทางฝั่งขวาของเขตโทษ
ซนควบคุมบอลได้ท่ามกลางแรงกดดันจากกองหลังสามคน ก่อนบอลจะถูกส่งข้ามไปถึงบูอังกา กองหน้ารายนี้ยิงด้วยเท้าขวาจากระยะใกล้เข้าประตู บันทึกการทำประตูอย่างเป็นทางการให้ซนเป็นผู้ทำแอสซิสต์ ซึ่งเป็นครั้งที่ 14 ของเขาในฤดูกาลลีกนี้
ประตูขึ้นนำของบูอังกาเป็นประตูที่ 16 ในลีก สองนาทีต่อมา ซนจ่ายให้เขาได้ยิงอีกครั้ง แต่แบรด สตูเวอร์ ผู้รักษาประตูออสตินเซฟไว้ได้ ตอนนั้นแนวรุกตัวเก่งสองคนของแอลเอเอฟซีประสานงานกันในจังหวะอันตรายได้บ่อยกว่าก่อนพักครึ่งอย่างชัดเจน
ออสตินตีเสมอได้เพียงหนึ่งนาที
ออสตินหาทางกลับเข้าสู่เกมได้จากการเพรสซิ่งของตัวเอง แอรอน ลองเสียการครองบอลระหว่างพยายามต่อบอลออกจากแดนหลัง และเมียร์โต อูซูนีจ่ายให้วาซเกซยิงผ่านอูโก โยริสเข้าไปในนาทีที่ 66
จังหวะดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงของการต่อเกมบุกใกล้ประตูตัวเอง เมื่อฝ่ายตรงข้ามแย่งบอลได้ ทีมที่กำลังตั้งรับจะมีเวลาไม่มากในการกลับมาป้องกันก่อนเผชิญลูกยิง ออสตินเปลี่ยนโอกาสนั้นเป็นประตูตีเสมอ แม้ใช้เวลาส่วนใหญ่ของเกมรับมือกับเกมรุกของแอลเอเอฟซีก็ตาม
ซนช่วยให้แอลเอเอฟซีกลับมาคุมเกมได้ทันที เขาไล่กดดันสตูเวอร์ขณะที่ผู้รักษาประตูพยายามเตะเคลียร์บอล ก่อนบอลจะกระแทกร่างของซนและกระดอนมาเข้าทางบูอังกา ซึ่งยิงเร็วเสียบเสาแรกเป็นประตูที่สองของตัวเอง
บันทึกอย่างเป็นทางการให้ซนเป็นผู้ทำแอสซิสต์อีกครั้ง ทำให้ยอดรวมเพิ่มเป็น 15 ครั้ง คราวนี้เกิดจากการวิ่งไล่และกดดัน ไม่ใช่การจ่ายบอลตามปกติ ประตูของบูอังกาทำให้ยอดรวมในลีกเพิ่มเป็น 17 ลูก เขาจึงขาดอีกสามประตูจะทำได้อย่างน้อย 20 ประตูเป็นฤดูกาลที่สอง
ชัฟเฟิลเบิร์กช่วยซนปิดเกม
เจค็อบ ชัฟเฟิลเบิร์ก ลงมาแทนซีบในนาทีที่ 63 เติมความสดและความเร็วให้เกมรุกของแอลเอเอฟซี เก้านาทีต่อมา ตัวสำรองรายนี้ช่วยสร้างจังหวะสำคัญที่ตัดสินเกม
บูอังกาใช้ศีรษะเปลี่ยนทางบอลให้ชัฟเฟิลเบิร์ก ซึ่งส่งบอลเรียดเข้าเขตโทษ ซนจับจังหวะวิ่งตัดเข้ากลางได้พอดีและยิงด้วยเท้าขวา ส่งบอลผ่านสตูเวอร์ให้แอลเอเอฟซีขึ้นนำ 3-1
สรุปการแข่งขันอย่างเป็นทางการของออสตินระบุว่าชัฟเฟิลเบิร์กและบูอังกาเป็นผู้ทำแอสซิสต์ให้ประตูนี้ ยอดแอสซิสต์ของชัฟเฟิลเบิร์กเพิ่มเป็นห้าครั้ง ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในอาชีพของเขาในหนึ่งฤดูกาล บันทึกการเปลี่ยนตัวระบุด้วยว่าไรอัน ฮอลลิงส์เฮดลงสนามในนาทีที่ 78 และชัฟเฟิลเบิร์กเป็นผู้จ่ายบอลให้ซนยิงประตู
ซนถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 78 โดยเซร์คิโอ วาสเกซลงมาแทน ท่ามกลางเสียงปรบมือจากแฟนบอลเจ้าถิ่นที่ยืนขึ้น บูอังกาอยู่ในสนามต่อเพื่อหวังทำประตูที่สาม แต่แอลเอเอฟซีไม่ได้ประตูเพิ่ม
ช่วงเวลาชี้ขาดของเกมมีดังนี้:
- นาทีที่ 52: บูอังกาทำประตูจากแอสซิสต์ของซน ให้แอลเอเอฟซีขึ้นนำ
- นาทีที่ 63: ชัฟเฟิลเบิร์กลงมาแทนซีบ
- นาทีที่ 66: วาซเกซทำประตูตีเสมอจากแอสซิสต์ของอูซูนี
- นาทีที่ 67: บูอังกาทำประตูให้ทีมขึ้นนำอีกครั้ง หลังลูกเตะเคลียร์ของสตูเวอร์กระแทกตัวซน
- นาทีที่ 72: ซนยิงจบจังหวะที่บูอังกาและชัฟเฟิลเบิร์กมีส่วนร่วม
- นาทีที่ 78: ซนถูกเปลี่ยนตัวออก ขณะแอลเอเอฟซีนำ 3-1
ออสตินครองบอลมากกว่า แต่สร้างโอกาสน้อยกว่า
ตามสถิติอย่างเป็นทางการ ออสตินครองบอล 59.3% ตลอดทั้งเกม เทียบกับ 40.7% ของแอลเอเอฟซี ออสตินยังจ่ายบอลสำเร็จมากกว่า โดยพยายามจ่าย 606 ครั้ง เทียบกับแอลเอเอฟซี 401 ครั้ง
อย่างไรก็ตาม แอลเอเอฟซียิงมากกว่า 28-13 ครั้ง หรือมากกว่าสองเท่า แม้ครองบอลน้อยกว่า ภาพเปรียบต่างนี้สะท้อนรูปแบบสำคัญของเกม: ออสตินต่อบอลครองเกม ขณะที่แอลเอเอฟซีสร้างโอกาสจบสกอร์ได้บ่อยกว่า
สตูเวอร์เซฟ 10 ครั้ง ขาดอีกครั้งเดียวจะเทียบสถิติสูงสุดในอาชีพ ส่วนโยริสเซฟสามครั้ง ภาระงานของสตูเวอร์ช่วยให้ออสตินยังอยู่ในเกม โดยเฉพาะก่อนแนวรุกแอลเอเอฟซีจะหาจังหวะจบสกอร์ได้หลังพักครึ่ง
ก่อนเกมนี้ ออสตินเสีย 51 ประตูจากการลงเล่นในลีก 28 นัด เฉลี่ยประมาณ 1.8 ประตูต่อนัด ซึ่งเป็นยอดเสียประตูสูงสุดอันดับ 3 ในสายตะวันตก ปัญหาในการรับมือเกมรุกของแอลเอเอฟซียังคงสะท้อนจุดอ่อนในเกมรับดังกล่าว
ชัยชนะที่ตามาริตต้องการ
ตามาริตเข้ารับหน้าที่คุมทีมชั่วคราวหลังแอลเอเอฟซีปลดมาร์ก โดส ซานโตส เกมกับออสตินเป็นชัยชนะนัดแรกที่ทำให้เขาเก็บสามคะแนนในลีก และยุติสถิติไม่ชนะใน MLS สองนัดเสมอและสองนัดแพ้
ผลงานระยะยาวของแอลเอเอฟซีก็ย่ำแย่เช่นกัน ชัยชนะครั้งนี้เป็นเพียงนัดที่สองจาก 12 เกมลีก นับตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม สุดสัปดาห์ก่อนหน้านั้น พวกเขาเสมอแวนคูเวอร์ 1-1 ทั้งที่คู่แข่งเหลือผู้เล่น 10 คนหลังมีผู้เล่นถูกไล่ออกตั้งแต่ต้นเกม
ชัยชนะทำให้สถิติของแอลเอเอฟซีเป็นชนะ 12 เสมอ 9 แพ้ 9 ระบบคะแนนของลีกให้สามคะแนนเมื่อชนะและหนึ่งคะแนนเมื่อเสมอ จึงทำให้ทีมมี 45 คะแนน เพิ่มจาก 42 คะแนนก่อนเริ่มเกม
แอลเอเอฟซีรั้งอันดับ 6 ของสายตะวันตกต่อไป และมีคะแนนนำซีแอตเทิลอยู่สี่คะแนน ผลงานในบ้านของทีมเพิ่มเป็นชนะ 9 เสมอ 3 แพ้ 3 แสดงให้เห็นว่าผลการแข่งขันที่บีเอ็มโอ สเตเดียมมีส่วนสำคัญต่ออันดับของทีมเพียงใด
ออสตินยังมี 31 คะแนน หลังแพ้เป็นนัดที่สองติดต่อกัน ต่อจากช่วงไม่แพ้ 8 นัด อันดับในสายของพวกเขาถูกระบุเป็นอันดับ 13 ในรายงานการแข่งขันบางแห่ง และอันดับ 14 ในบางแห่ง ไม่ว่าจะเป็นอันดับใด พวกเขาก็ยังอยู่ใกล้ท้ายตารางของสายที่มี 15 ทีม ขณะที่ฤดูกาลปกติกำลังเข้าสู่ช่วงท้าย
ความคิดสร้างสรรค์ของซนสำคัญพอ ๆ กับการทำประตู
ผลงานของซนผสานทักษะเกมรุกสามด้านเข้าด้วยกัน ได้แก่ การควบคุมบอลท่ามกลางแรงกดดันก่อนประตูแรก การวิ่งไล่อย่างมุ่งมั่นก่อนประตูที่สอง และการจับจังหวะวิ่งเข้าเขตโทษเพื่อทำประตูที่สาม
แอสซิสต์ 15 ครั้งในลีกทำให้บทบาทการสร้างสรรค์เกมของเขาโดดเด่นพอ ๆ กับการทำประตู แอสซิสต์คือการมีส่วนร่วมในการสร้างประตู และ MLS สามารถให้เครดิตแอสซิสต์แก่ผู้เล่นมากกว่าหนึ่งคนในจังหวะทำประตูเดียวกัน ดังเช่นกรณีของบูอังกาและชัฟเฟิลเบิร์กในประตูของซน
ก่อนเกมกับออสติน ซนได้รับเครดิตว่ายิง 94 ครั้งและสร้างโอกาส 48 ครั้งในฤดูกาลลีก ส่วนบูอังกาสร้างโอกาส 52 ครั้ง นอกเหนือจากการมีส่วนร่วมในการทำประตู สถิติเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงคู่หูที่ต่างช่วยกันสร้างเกมบุกและจบสกอร์
ซนยังกลับมาจากช่วงพักให้ทีมชาติ ซึ่งเขาทำประตูได้ในเกมพบเอกวาดอร์ อุรุกวัย และอุซเบกิสถาน ยอดประตูของเขาให้ทีมชาติเกาหลีใต้เพิ่มเป็น 59 ประตู แซงสถิติ 58 ประตูของชา บุม-กุน ขึ้นเป็นดาวซัลโวสูงสุดของประเทศในฟุตบอลชายทีมชาติ
ประตูใน MLS ก่อนหน้านี้ของเขาเกิดขึ้นในเกมพบซานโฮเซเมื่อวันที่ 20 กันยายน ช่วงเว้นว่างดังกล่าวรวมถึงการไม่ได้ลงเล่นพบดัลลัสเพราะติดภารกิจทีมชาติ ทำให้เวลาที่รอประตูลูกถัดไปยาวนานกว่าที่จำนวนเกมสโมสรซึ่งเขายิงไม่ได้อาจบ่งชี้
โปรแกรมถัดไปเยือนนิวยอร์ก
แอลเอเอฟซีมีกำหนดลงเล่นนัดถัดไปในวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม โดยเยือนนิวยอร์ก ซิตี เอฟซี ที่สนามซิตี ฟิลด์ ส่วนออสตินมีกำหนดเปิดบ้านพบแวนคูเวอร์ในวันเดียวกัน ทำให้ทั้งสองสโมสรมีเวลาพักฟื้นสั้นหลังเกมวันพุธที่ลอสแอนเจลิส
หลังจากนั้นแอลเอเอฟซีมีโปรแกรมเล่นในบ้านพบแอลเอ กาแล็กซี วันที่ 25 ตุลาคม และมินนิโซตา ยูไนเต็ด วันที่ 1 พฤศจิกายน ก่อนออกไปเยือนซีแอตเทิลในวันตัดสินอันดับ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของฤดูกาลปกติ
การพบซีแอตเทิลทำให้ช่องว่างสี่คะแนนระหว่างทั้งสองทีมมีความสำคัญในทางปฏิบัติ ผลงานช่วงท้ายฤดูกาลจะเป็นตัวตัดสินว่าแอลเอเอฟซีจะรักษาอันดับไว้ได้หรือถูกทีมที่ตามมากดดันมากขึ้น ขณะที่การจบอันดับสูงกว่าจะช่วยให้ทีมได้ตำแหน่งในรอบเพลย์ออฟที่ดีกว่า
ตอนนี้ตามาริตมีผลงานครึ่งหลังที่ดีให้ต่อยอด ได้แก่ บูอังกาหาพื้นที่จากฝั่งซ้าย ซนเติมเข้ามาตรงกลาง และชัฟเฟิลเบิร์กลงมาช่วยจากม้านั่งสำรอง เกมกับออสตินเปลี่ยนครึ่งแรกที่ไร้ประตูให้กลายเป็นสามประตูและชัยชนะที่ทีมต้องการ
ประเด็นสำคัญ
- แอลเอเอฟซีเอาชนะออสติน เอฟซี 3-1 ที่บีเอ็มโอ สเตเดียม เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ต่อหน้าแฟนบอล 22,180 คน
- ซนจ่ายให้บูอังกาทำประตูในนาทีที่ 52 และ 67 ก่อนยิงเองในนาทีที่ 72
- ซนทำแอสซิสต์ใน MLS ฤดูกาลนี้ครบ 15 ครั้ง แซงผู้เล่นที่ทำได้ 14 ครั้ง รวมถึงลิโอเนล เมสซี
- บันทึกอย่างเป็นทางการของออสตินระบุว่าชัฟเฟิลเบิร์กและบูอังกาเป็นผู้ทำแอสซิสต์ให้ประตูของซน
- แอลเอเอฟซียุติสถิติไม่ชนะในลีกสี่นัด และรั้งอันดับ 6 ของสายตะวันตกด้วย 45 คะแนน
- ชัยชนะนี้เป็นชัยชนะในลีกนัดแรกของชาบี ตามาริต กุนซือชั่วคราว
- โปรแกรมถัดไปของแอลเอเอฟซีคือการเยือนนิวยอร์ก ซิตี เอฟซี วันที่ 17 ตุลาคม






