ราคาขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อถึงมื้ออาหารก็กลายเป็นภาระ
ราคาข้าวในตลาด 6 แห่งของกรุงธากาปรับขึ้นกิโลกรัมละ 1 ถึง 1.50 ตากาในช่วงก่อนวันที่ 17 ตุลาคม 2026 ทำให้ครอบครัวที่กำลังลดรายการซื้อของและธุรกิจอาหารขนาดเล็กที่พยายามคงราคาอาหารให้เข้าถึงได้ ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีก โดยในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้า ราคาปรับขึ้นรวมกิโลกรัมละ 1 ถึง 2 ตากา
สารบัญ
- ราคาขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อถึงมื้ออาหารก็กลายเป็นภาระ
- ลำดับการปรับขึ้นของราคา
- ราคาข้าวแต่ละชนิดที่ผู้ซื้อจ่าย
- เหตุใดตัวเลขทางการจึงต่างจากราคาหน้าร้าน
- ค่าขนส่งระหว่างโรงสีและกรุงธากาสูงขึ้น
- ต้นทุนข้าวเปลือกและการรอข้าวใหม่เข้าสู่ตลาด
- ผู้จัดหาอาหารเผชิญต้นทุนและหนี้สินที่เพิ่มขึ้น
- ครอบครัวลดปริมาณซื้อและเดินทางเพื่อประหยัด
- ข้าวเป็นอีกหนึ่งรายการในตะกร้าสินค้าที่แพงอยู่แล้ว
- ประเด็นสำคัญ
สำหรับโมโมตาซ เบกุม ผู้จัดหาอาหารกลางวันและอาหารเย็นให้คนราว 30 คนในเตจกุนีปารา การขึ้นราคาเพียงกิโลกรัมละ 1 ตากา ทำให้ค่าใช้จ่ายรายเดือนเพิ่มขึ้น 360 ตากา ส่วนครอบครัว 6 คนของซาฮิดูร์ เราะห์มาน พนักงานบริษัทขนส่งพัสดุ ซึ่งบริโภคข้าวอย่างน้อยเดือนละ 65 กิโลกรัม ต้องหาเงินเพิ่มอีก 65 ตากาเมื่อราคาเพิ่มเท่ากัน
ผู้ค้าระบุว่า ค่าขนส่งแพงขึ้นหลังราคาน้ำมันปรับขึ้นในเดือนกันยายน ต้นทุนข้าวเปลือกสูงขึ้น และยังต้องรอให้ข้าวใหม่เข้าสู่ตลาดในปริมาณมากขึ้น ขณะที่ข้อมูลราคาของภาครัฐให้ภาพที่หลากหลายกว่าเดิม จึงควรพิจารณาพันธุ์ข้าว สถานที่ และช่วงเวลาที่ใช้เปรียบเทียบราคาแต่ละครั้งเป็นพิเศษ
รายงานราคาตลาดประจำวันของกรมการตลาดสินค้าเกษตรระบุว่า ข้าวอามันชนิดละเอียดราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 72–75 ตากา และชนิดปานกลางอยู่ที่ 56–60 ตากา โดยแสดงการเปลี่ยนแปลง 0.00 เปอร์เซ็นต์ในข้าวทุกหมวด ข้อมูลที่เผยแพร่ไม่มีวันที่หรือคำอธิบายช่วงเวลาที่ใช้เปรียบเทียบ ขณะที่บรรษัทการค้าบังกลาเทศ (TCB) แยกต่างหากให้คำมั่นว่าจะตรวจสอบความแตกต่างระหว่างตัวเลขของหน่วยงานกับราคาที่พบในตลาด
ลำดับการปรับขึ้นของราคา
ความเคลื่อนไหวของราคาในเดือนตุลาคมเกิดขึ้นหลังการปรับราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนกันยายน โดยราคาดีเซล เบนซิน และออกเทนเพิ่มขึ้นลิตรละ 20 ตากา ต่อมาผู้ค้าระบุว่าค่าขนส่งข้าวมายังกรุงธากาตามเส้นทางต่าง ๆ สูงขึ้น
ลำดับเหตุการณ์สะท้อนแรงกดดันที่เกิดขึ้นหลายขั้น ตั้งแต่การซื้อข้าวเปลือกไปจนถึงการส่งข้าวสารที่ผ่านการสีแล้ว:
- สัปดาห์ที่ 3 ของเดือนกันยายน: ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นลิตรละ 20 ตากา
- 9 ตุลาคม: ข้าวชนิดละเอียดในกรุงธากาขายแพงขึ้นกิโลกรัมละ 2–3 ตากา ส่วนข้าวชนิดปานกลางปรับขึ้น 1–3 ตากา
- 13 ตุลาคม: ราคาที่สำรวจในตลาดอยู่ที่กิโลกรัมละ 74–75 ตากาสำหรับข้าวชนิดละเอียด และ 58–65 ตากาสำหรับชนิดปานกลาง ขณะที่ตัวเลขของ TCB ไม่แสดงการเพิ่มขึ้นรายสัปดาห์
- 17 ตุลาคม: การสำรวจตลาด 6 แห่งในกรุงธากาพบราคาขึ้นกิโลกรัมละ 1–1.50 ตากา
ราคาข้าวแต่ละชนิดที่ผู้ซื้อจ่าย
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ข้าวมินิเก็ตขายกิโลกรัมละ 65–76 ตากา ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ มินิเก็ตยี่ห้อไดมอนด์ มันซูร์ และซาการ์ ราคา 74–75 ตากา เทียบกับราว 72 ตากาเมื่อสัปดาห์ก่อน ส่วนมินิเก็ตยี่ห้อราชิดราคา 65 ตากา ขณะที่ข้าวยี่ห้อโมซัมเมลขึ้นไปถึง 76 ตากา
ตัวเลขของ TCB ที่อ้างเมื่อวันที่ 9 ตุลาคมระบุว่า ข้าวชนิดปานกลางพันธุ์ไพจัม บีอาร์อาร์ไอ-28 และบีอาร์อาร์ไอ-29 ราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 58–65 ตากา เพิ่มขึ้นราว 3 ตากาในรอบสัปดาห์ ส่วนข้าวหยาบแทบไม่เปลี่ยนแปลง โดยอยู่ที่ 50–55 ตากาในการสำรวจตลาดวันที่ 9 และ 13 ตุลาคม
กามาล ฮอสเซน เจ้าของร้านมักบูลไรซ์เอเจนซีในเมียร์ปูร์-11 กล่าวว่า ข้าวทุกชนิดในตลาดของเขาแพงขึ้น ยกเว้นข้าวนาซีร์เชล ผู้ขายในคาร์วันบาซาร์ นิวมาร์เก็ต และลาลบักห์ระบุว่า ราคานาซีร์เชลเพิ่มขึ้น 2–3 ตากาภายในวันที่ 9 ตุลาคม โดยราคาอยู่ระหว่าง 70–95 ตากา ขึ้นอยู่กับคุณภาพ
ตารางราคาประจำวันของรัฐบาลแยกข้าวตามทั้งฤดูเก็บเกี่ยวและขนาดเมล็ด โดยระบุว่าข้าวโบโรชนิดละเอียดราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 66–70 ตากา ชนิดปานกลาง 55–57 ตากา และชนิดหยาบ 47–49 ตากา ส่วนข้าวอามันชนิดหยาบอยู่ที่ 48–50 ตากา การแบ่งหมวดเช่นนี้ช่วยให้ผู้อ่านใช้ราคาอ้างอิงได้แม่นยำกว่าการระบุราคาเดียวสำหรับข้าวทุกชนิด
เหตุใดตัวเลขทางการจึงต่างจากราคาหน้าร้าน
ตัวเลขของ TCB ที่อ้างเมื่อวันที่ 13 ตุลาคมไม่พบว่าข้าวชนิดใดแพงขึ้นในสัปดาห์ก่อนหน้า โดยข้าวชนิดละเอียดลดลง 1.27 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ดัชนีราคาข้าวชนิดปานกลางเพิ่มขึ้น 2.50 เปอร์เซ็นต์
ชาตาดัล มอนดัล รองผู้อำนวยการฝ่ายข้อมูลตลาดของ TCB กล่าวว่า ตัวเลขดูถูกต้องตามข้อมูลที่รวบรวมได้ แต่หน่วยงานจะตรวจสอบความแตกต่างดังกล่าว เขาระบุว่าพื้นที่สำรวจในกรุงธากาครอบคลุมเมียร์ปูร์ โมฮัมหมัดปูร์ มาลิบักห์ รัมปุระ โมฮาคาลี หาตีร์พูล และเวสต์อาการ์เกาน์
มอนดัลอธิบายแผนการตรวจสอบว่า:
เมื่อเจ้าหน้าที่ของเราและนักข่าวของคุณต่างก็ลงพื้นที่ไปตลาด ก็ไม่น่าจะมีช่องว่างของข้อมูลมากนัก ถึงอย่างนั้น เราจะตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อดูว่าข้อมูลถูกต้องหรือไม่ และเกิดความคลาดเคลื่อนเช่นนี้ขึ้นหรือไม่
ผู้ซื้อจะติดตามการเปลี่ยนแปลงราคาได้อย่างแม่นยำก็ต่อเมื่อเปรียบเทียบข้าวคุณภาพเดียวกัน ตลาดเดียวกัน และช่วงเวลาเดียวกัน ความแตกต่างระหว่างตัวเลขรายสัปดาห์ของทางการกับราคาที่สำรวจพบตามร้านค้ายังไม่ได้ข้อสรุปในรายงานเดือนตุลาคม และ TCB ไม่ได้ระบุวันที่จะตรวจสอบเสร็จ
ค่าขนส่งระหว่างโรงสีและกรุงธากาสูงขึ้น
โมฮัมหมัด ชาออน ผู้ค้าส่งในตลาดเกษตรโมฮัมหมัดปูร์ ประเมินว่าค่าขนข้าวหนึ่งรถบรรทุกจากกุชเตียมายังกรุงธากาอยู่ที่ 24,000 ตากา เพิ่มจาก 20,000 ตากา หรือเพิ่มขึ้น 4,000 ตากา คิดเป็น 20 เปอร์เซ็นต์สำหรับเส้นทางนี้
ผู้ค้าส่งรายอื่นระบุว่า หลังราคาดีเซลขึ้น ค่าขนส่งจากดินาจปูร์เพิ่มขึ้นราว 3,000 ตากาต่อรถบรรทุก และจากชาไปนาวับกันจ์เพิ่มขึ้น 2,000 ตากา พวกเขากล่าวว่าค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายอื่นที่สูงขึ้นทำให้ต้องขึ้นราคาข้าวกิโลกรัมละ 0.50–1 ตากา
ชาออนกล่าวว่า ราคาขายส่งข้าวชนิดละเอียดของเขาเพิ่มขึ้น 1 ตากา เป็นกิโลกรัมละ 66 ตากา ส่วนข้าวชนิดปานกลางขึ้น 1.50 ตากา เป็น 48.50 ตากา ชาฟิกุล อิสลาม ผู้จัดการร้านค้าส่งในคาร์วันบาซาร์ กล่าวเช่นกันว่า โรงสีในกุชเตียและพื้นที่อื่นขึ้นราคา โดยบางแห่งขึ้นถึงกระสอบละ 50 ตากา
โซราบ ฮอสเซน ผู้จัดการร้านจานาตาไรซ์เอเจนซีในคาร์วันบาซาร์ ให้ความเห็นที่หนักแน่นกว่า โดยกล่าวว่าผู้ค้าอาศัยต้นทุนขนส่งที่สูงขึ้นเป็นโอกาสขึ้นราคา หลังจากราคาทรงตัวมานาน เขายังระบุว่าไม่มีจังหวัดใดขาดแคลนข้าว คำกล่าวของเขาชี้ให้เห็นว่าการกำหนดราคาของผู้ค้ามีส่วนร่วมกับต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการรายอื่นในห่วงโซ่อุปทานกล่าวถึงเช่นกัน
ต้นทุนข้าวเปลือกและการรอข้าวใหม่เข้าสู่ตลาด
โรงสีในกุชเตียจ่ายค่าข้าวเปลือก ซึ่งเป็นเมล็ดข้าวที่เก็บเกี่ยวแล้วแต่ยังไม่ได้เอาเปลือกออก เพิ่มขึ้น จอยนัล อาเบดิน ปรธาน เลขาธิการสมาคมเจ้าของโรงสีข้าวอัตโนมัติขนาดใหญ่และโรงสีข้าวเปลือกแห่งบังกลาเทศในกุชเตีย กล่าวว่า ราคาข้าวเปลือกเพิ่มจากเมานด์ละ 1,120 ตากาเป็น 1,240 ตากาในช่วงหนึ่งเดือน
การขึ้น 120 ตากา คิดเป็นราว 10.7 เปอร์เซ็นต์ จอยนัลกล่าวว่า ราคาข้าวหน้าโรงสีเพิ่มขึ้นกิโลกรัมละ 1–2 ตากาในช่วงเดียวกัน โดยข้าวชนิดละเอียดขายอยู่ที่ 55–67 ตากา ราคาหน้าโรงสีคือราคาที่ผู้แปรรูปขาย ก่อนที่ผู้ค้าส่งจะบวกค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายในการค้าขั้นต่อไป
จอยนัลยังกล่าวว่า ช่วงนี้ของปีข้าวเปลือกจะแห้งขึ้น ทำให้สูญเสียความชื้นและน้ำหนัก ผู้ซื้อจึงควรคำนึงถึงปริมาณข้าวที่นำไปใช้ได้จริงเมื่อเทียบกับเงินที่จ่ายไป ที่เมืองนาโอคอน มิลเลอร์และประธานสมาคมการค้า นิรอด โบรอน ซาฮา ระบุว่า ราคาข้าวชนิดละเอียดเพิ่มขึ้นเมานด์ละ 30–50 ตากาในห้าวัน ทำให้ราคาอยู่ที่เมานด์ละ 2,050–2,080 ตากา โดยหนึ่งเมานด์หนัก 37.32 กิโลกรัม
มามูนูร์ ราชิด ผู้ค้าส่งกล่าวว่า การเก็บเกี่ยวข้าวอามันเพิ่งเริ่มขึ้นในหลายจังหวัด ขณะที่กามาล ฮอสเซนคาดว่า ต้องใช้เวลาอย่างน้อยอีกสองเดือนกว่าข้าวใหม่จะเข้าสู่ตลาด การเริ่มเก็บเกี่ยวในบางพื้นที่กับการที่ข้าวสารแปรรูปจะเข้าร้านค้าเป็นจำนวนมากอาจเกิดขึ้นคนละช่วงเวลา โดยกามาลประเมินว่าข้าวจะเริ่มเข้าตลาดในวงกว้างราวเดือนธันวาคม
ผู้จัดหาอาหารเผชิญต้นทุนและหนี้สินที่เพิ่มขึ้น
โมโมตาซ เบกุมคิดค่าอาหารกลางวันและอาหารเย็นจากลูกค้าคนละ 150 ตากา ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นแรงงานรับจ้างรายวันซึ่งบริโภคข้าวในปริมาณมาก ทำให้ข้าวเป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายประจำของธุรกิจ
เธอเพิ่งขึ้นราคาจาก 120 ตากาเมื่อราวสี่เดือนครึ่งก่อน หรือเพิ่มขึ้น 25 เปอร์เซ็นต์ การขึ้นราคาอีกครั้งอาจทำให้ลูกค้าหายไป แต่หากคงราคาเดิม เธอก็ต้องรับภาระค่าอาหาร ก๊าซหุงต้มแอลพีจี และค่าไฟฟ้าที่แพงขึ้น เธอกล่าวว่ารายได้ลดลงและหนี้สินเพิ่มขึ้น
โมโมตาซอธิบายว่าเหตุใดการขึ้นราคาเพียงเล็กน้อยจึงน่ากังวล:
การขึ้นราคากิโลกรัมละ 1 หรือ 2 ตากาอาจดูไม่มาก แต่เรากลัวว่าจะขึ้นอีก เพราะตอนนี้ก็แทบรับมือกับค่าใช้จ่ายประจำวันไม่ไหวอยู่แล้ว
ค่าใช้จ่ายรายเดือนของเธอที่เพิ่มขึ้น 360 ตากาจากราคาที่ขึ้น 1 ตากา หมายถึงการซื้อข้าวราว 360 กิโลกรัมต่อเดือน หากซื้อในปริมาณเท่าเดิม การขึ้นราคา 2 ตากาจะเพิ่มค่าใช้จ่าย 720 ตากา การคำนวณนี้ช่วยอธิบายว่าการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยบนป้ายราคาของร้านกลายเป็นภาระต้นทุนที่มากขึ้นสำหรับธุรกิจได้อย่างไร
โมโมตาซกล่าวว่า หากราคายังขึ้นต่อไป เธออาจต้องเลิกกิจการ การตัดสินใจของเธอยังส่งผลต่อแรงงานที่พึ่งพาอาหารสองมื้อจากเธอ และมีข้อจำกัดในการจ่ายเงินเพิ่ม
ครอบครัวลดปริมาณซื้อและเดินทางเพื่อประหยัด
ซาฮิดูร์ เราะห์มาน วัย 55 ปี เลี้ยงดูครอบครัว 6 คน รวมถึงลูก 4 คน ด้วยรายได้จากงานในบริษัทขนส่งพัสดุเอกชน ชาวเมืองหาตีร์พูลรายนี้กล่าวว่า รายได้ของเขาไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายของครอบครัวอีกต่อไป
เขาเล่าถึงทางเลือกที่ต้องทำเมื่อไปซื้อของในขณะนี้ว่า:
เงินที่ผมนำไปตลาดสดไม่พอซื้อทุกอย่างที่เราต้องใช้ ผมต้องตัดของบางอย่างออกจากรายการซื้อ หรือซื้อน้อยลงเพื่อรับมือกับวิกฤต
ซาฮิดูร์เดินทางไปคาร์วันบาซาร์ทั้งที่มีตลาดใกล้บ้าน เพื่อประหยัดอย่างน้อย 100 ตากาจากการซื้อของราว 1,200 ตากา หากราคาข้าวที่ครอบครัวบริโภคขั้นต่ำต่อเดือนขึ้นกิโลกรัมละ 1–2 ตากา ค่าใช้จ่ายจะเพิ่ม 65–130 ตากา ซึ่งกินเงินที่ประหยัดได้ไปมากหรือเกือบทั้งหมด
ฮาซิบุล ฮาซัน พนักงานภาคเอกชนอีกรายที่ซื้อของในคาร์วันบาซาร์ เล่าว่า เขาซื้อข้าวบีอาร์อาร์ไอ-28 ในราคา 60 ตากาต่อกิโลกรัมเมื่อต้นเดือนกันยายน ราคา 62 ตากาในช่วงปลายเดือน และ 64 ตากาเมื่อต้นเดือนตุลาคม ราคาที่เขาซื้อเพิ่มขึ้น 4 ตากา หรือราว 6.7 เปอร์เซ็นต์จากครั้งแรกถึงครั้งล่าสุด
ข้าวเป็นอีกหนึ่งรายการในตะกร้าสินค้าที่แพงอยู่แล้ว
ครัวเรือนในกรุงธากายังต้องจ่ายราคาสูงสำหรับผัก ไข่ และปลาในช่วงต้นเดือนตุลาคม เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ผักส่วนใหญ่ราคากิโลกรัมละ 70–120 ตากา มะเขือเทศราคา 120–140 ตากา และถั่วฤดูหนาวช่วงต้นฤดูราคา 150 ตากา ส่วนมะละกอราคาถูกกว่า อยู่ที่ 30 ตากา
ไข่ไก่ฟาร์มราคาโหลละ 155–160 ตากาในตลาดต่าง ๆ ร้านค้าในย่านที่คิดราคาไข่ 4 ฟอง 55 ตากา เท่ากับคิดราคาโหลละ 165 ตากา ทำให้ขนาดการซื้อเป็นอีกปัจจัยที่กระทบงบครัวเรือน ไก่เนื้อราคาอยู่ที่ราวกิโลกรัมละ 180 ตากา ส่วนเนื้อวัวยังคงราคา 800 ตากา
ปลาแทบไม่มีทางเลือกที่ราคาถูก ปลานิลราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 250–260 ตากา และปลาพังกัส 220–230 ตากา โมสลิม อุดดิน ผู้ค้าส่งเครื่องเขียนยังกล่าวถึงการขึ้นราคานมบรรจุหีบห่อและนมเหลวในช่วงที่ผ่านมา ว่าเป็นภาระเพิ่มเติมต่อค่าใช้จ่ายครัวเรือน
สำนักงานสถิติบังกลาเทศระบุว่า อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยในช่วง 12 เดือนสิ้นสุดเดือนกันยายนอยู่ที่ 8.65 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขนี้แสดงการเพิ่มขึ้นเฉลี่ยของราคาในรอบหนึ่งปี สำหรับครัวเรือนอย่างครอบครัวของซาฮิดูร์ การรับมือที่เห็นได้ทันทีเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่า ได้แก่ ซื้อของให้น้อยลง ตัดบางรายการออก หรือเสียเวลาเดินทางไปตลาดที่ราคาถูกกว่า
ประเด็นสำคัญ
- ราคาข้าวในตลาด 6 แห่งของกรุงธากาเพิ่มขึ้นกิโลกรัมละ 1–1.50 ตากา จากการสำรวจก่อนวันที่ 17 ตุลาคม
- ผู้ค้าระบุถึงค่าขนส่งที่สูงขึ้น ต้นทุนข้าวเปลือกที่แพงขึ้น และช่วงเวลาตามฤดูกาลของการเข้าสู่ตลาด
- ข้าวหยาบยังอยู่ที่กิโลกรัมละ 50–55 ตากา จากการสำรวจตลาดวันที่ 9 และ 13 ตุลาคม
- TCB ให้คำมั่นว่าจะตรวจสอบความแตกต่างระหว่างตัวเลขรายสัปดาห์ของหน่วยงานกับราคาที่สำรวจพบตามร้านค้า
- การขึ้นราคา 1 ตากาทำให้ครอบครัวของซาฮิดูร์ เราะห์มานมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเดือนละ 65 ตากา และธุรกิจอาหารของโมโมตาซ เบกุมเพิ่ม 360 ตากา
- กามาล ฮอสเซน ผู้ค้าระบุว่าอาจต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองเดือนกว่าข้าวใหม่จะเข้าสู่ตลาด






