ตามหลังหกแต้ม แต่อันหาทางคว้าชัยได้
อัน เซ-ยอง พลิกสถานการณ์จากที่ตามหลัง 5-11 ในเกมตัดสิน และแม้มีอาการไม่สบายบริเวณเท้าขวา ก็เอาชนะอากาเนะ ยามากูจิ จากญี่ปุ่น ในนัดชิงชนะเลิศเดนมาร์ก โอเพ่น เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2026 นักแบดมินตันหญิงมือ 1 ของโลกจากเกาหลีใต้ชนะ 21-23, 21-14, 21-18 ที่เอสเจเอฟ แบงก์ อารีนา ในเมืองโอเดนเซ คว้าแชมป์รายการนี้เป็นปีที่สองติดต่อกัน
สารบัญ
ชัยชนะครั้งนี้ทำให้สถิติของอันในฤดูกาลนี้เป็นชนะ 61 แพ้ 1 คิดเป็นอัตราชนะ 98.4% และยืดสถิติชนะต่อเนื่องเป็น 44 นัด ส่วนการพบกับยามากูจิ มือ 3 ของโลก อันชนะมาแล้ว 10 นัดติดต่อกัน
นัดชิงชนะเลิศใช้เวลา 79 นาที ยามากูจิคว้าเกมแรก ก่อนขยับหนีในเกมที่สามและกดดันอันอย่างต่อเนื่องในช่วงท้าย อันตอบโต้ด้วยการทำคะแนนเป็นชุดในทั้งสองเกมที่คว้าชัย พลิกบ่ายที่ยากลำบากให้กลายเป็นการป้องกันแชมป์ได้สำเร็จอีกครั้ง
แชมป์ที่เดนมาร์กเป็นแชมป์นานาชาติรายการที่เก้าของเธอในฤดูกาลนี้ ตามการนับที่รวมแชมป์แบดมินตันเวิลด์เฟเดอเรชันเวิลด์ทัวร์ 6 รายการ แชมป์เอเชีย แชมป์โลก และเหรียญทองเอเชียนเกมส์ ยอดแชมป์ประจำฤดูกาลของเธอยังถูกระบุไว้ที่ 10 รายการด้วย แม้ตัวเลขดังกล่าวจะไม่ตรงกับรายละเอียดที่แจกแจงไว้ ซึ่งประกอบด้วยแชมป์ทัวร์ 6 รายการและแชมป์รายการอื่นอีก 3 รายการ
ยามากูจิคว้าความได้เปรียบในเกมแรก
ยามากูจิมีโอกาสแก้มือจากผลงานช่วงหลังที่ไม่ดีนักในการพบกับอัน รวมถึงการแพ้ในนัดชิงชนะเลิศเอเชียนเกมส์เมื่อเดือนก่อน ผลงานในเกมแรกแสดงให้เห็นว่าเธอยังต้านทานได้มากเพียงใด
อันตามหลัง 4-6 ก่อนทำ 6 คะแนนรวดขึ้นนำ 10-6 เธอเข้าช่วงพักโดยนำ 11-8 และต่อมาขยับหนีเป็น 18-15 ทำให้เหลืออีกเพียง 3 คะแนนก็จะปิดเกมได้
ยามากูจิไล่ตีเสมอ 18-18 และเกมยืดไปถึง 20-20 ในช่วงนี้ ผู้เล่นต้องนำห่าง 2 คะแนนจึงจะชนะเกม ยามากูจิเล่นช่วงแต้มท้ายได้ดีกว่า และปิดเกม 23-21 หลังอันตีเสียเอง
เกมแรกทำให้ยามากูจิทั้งขึ้นนำและแสดงให้เห็นว่าเธอสามารถทำลายจังหวะการเล่นของอันได้ อันสร้างความได้เปรียบที่ดีถึงสองครั้ง แต่ก็ยังไม่เพียงพอจะปิดเกม
เร่งทำคะแนนสองช่วง พลิกผลนัดชิง
อันเริ่มกลับมาได้ในเกมที่สอง แต่ไม่ได้พลิกสถานการณ์ในทันที ยามากูจิยังคงสร้างปัญหาด้วยลูกหยอดหน้าเน็ตที่แม่นยำ และนำ 11-8 เมื่อเข้าช่วงพัก
อันยังตามหลัง 11-13 ก่อนทำ 7 คะแนนติดต่อกัน ชุดคะแนนดังกล่าวส่งให้เธอนำ 18-13 และเปลี่ยนทิศทางของเกม เธอปิดเกมชนะ 21-14 ตีเสมอเป็น 1-1 เกม
จากนั้นยามากูจิออกสตาร์ตเกมตัดสินได้ดีกว่า อันตามหลัง 2-6 มีอาการไม่สบายบริเวณเท้าขวาและตรวจดูบริเวณดังกล่าวก่อนเล่นต่อ ยามากูจิทำคะแนนหนีเป็น 9-3 และเข้าช่วงพักโดยนำ 11-5
ช่องว่างหกคะแนนเป็นการตามหลังมากที่สุดในลำดับคะแนนโดยละเอียดที่รายงานไว้ อันไล่มาเป็น 9-12 ก่อนทำ 7 คะแนนรวด พลิกขึ้นนำ 16-12 ในช่วงดังกล่าว ลูกของยามากูจิเริ่มติดเน็ตหรือออกนอกสนามถี่ขึ้น
อันยังได้คะแนนหนึ่งแต้มหลังท้าทายคำตัดสินในจังหวะตบเฉียง ตอนแรกกรรมการให้ลูกออก แต่ภาพวิดีโอรีวิวเปลี่ยนคำตัดสินเป็นลูกลงในสนาม การท้าทายคำตัดสินเปิดโอกาสให้ผู้เล่นขอให้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ตรวจสอบตำแหน่งที่ลูกขนไก่ตก
ยามากูจิยังเดินหน้าทวงคะแนน และไล่ช่องว่างเหลือสองแต้มได้ถึงสามครั้ง อันขึ้นแท่นแชมป์ที่ 20-17 หมายความว่าเธอต้องการอีกเพียงหนึ่งแต้มเพื่อชนะนัด ยามากูจิเซฟแต้มแรกไว้ได้ แต่ลูกตีกลับสุดท้ายของเธอออกนอกสนาม ทำให้อันคว้าชัย 21-18
อาการเจ็บเท้าทำให้ต้องจับตารายการถัดไป
สภาพร่างกายของอันกลายเป็นประเด็นระหว่างการแข่งขันตั้งแต่ช่วงต้นเกมที่สาม รายงานอาการมีตั้งแต่ไม่สบายบริเวณเท้าหรือข้อเท้าขวา ไปจนถึงเจ็บใกล้เอ็นร้อยหวาย ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่เชื่อมกล้ามเนื้อน่องกับส้นเท้า
ยังไม่มีการประกาศผลวินิจฉัยหรือประเมินความรุนแรงของอาการ อันยังเล่นต่อ โดยกระโดดน้อยลงและเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังขึ้นระหว่างพยายามกลับมาสู่เกมตัดสิน
ประเด็นเฉพาะหน้าในทางปฏิบัติคือช่วงเวลาพักก่อนการแข่งขันครั้งต่อไปที่สั้นมาก อันมีกำหนดเดินทางต่อไปแข่งขันเฟรนช์ โอเพ่น ซึ่งเริ่มวันที่ 20 ตุลาคม เพียงสองวันหลังนัดชิงที่เดนมาร์ก
ก่อนหน้านี้ในฤดูกาล อันพลาดลงแข่งเจแปน โอเพ่นเพราะอาการบาดเจ็บ การที่เธอลงเล่นจนจบในโอเดนเซจึงมาพร้อมกับโจทย์หนักขั้นต่อไป คือเดินทางไปฝรั่งเศสและเตรียมลงแข่งขันอีกรายการแทบจะทันที
สถิติชนะ 61 จาก 62 นัดบอกอะไร
สถิติ 61-1 ของอันคิดเป็นอัตราชนะราว 98.4% คำนวณจากชัยชนะ 61 นัดหารด้วยการแข่งขันทั้งหมด 62 นัด ความพ่ายแพ้เพียงครั้งเดียวในฤดูกาลนี้เกิดขึ้นในนัดชิงชนะเลิศออล อิงแลนด์ โอเพ่น เมื่อเดือนมีนาคม
ชัยชนะที่เดนมาร์กยังทำให้เธอชนะติดต่อกันเป็นนัดที่ 44 ตัวเลขสองชุดนี้สะท้อนความสำเร็จคนละด้าน สถิติประจำฤดูกาลนับทุกนัดที่เธอลงแข่งในปีนี้ ส่วนสถิติชนะต่อเนื่องนับตั้งแต่ครั้งล่าสุดที่เธอแพ้
แชมป์ทั้งเก้ารายการของเธอครอบคลุมเวิลด์ทัวร์และการแข่งขันชิงแชมป์ใหญ่สามรายการที่ไม่นับรวมในยอดทัวร์ เดนมาร์กเป็นรายการระดับซูเปอร์ 750 ซึ่งเป็นระดับการแข่งขันหนึ่งในบีดับเบิลยูเอฟ เวิลด์ทัวร์ ส่วนแชมป์เอเชีย แชมป์โลก และเอเชียนเกมส์เป็นการแข่งขันแยกต่างหาก จึงทำให้ยอดแชมป์นานาชาติของเธอสูงกว่าจำนวนแชมป์ทัวร์
อันเริ่มเก็บแชมป์จากรายการมาเลเซีย โอเพ่นในเดือนมกราคม เดือนกันยายน เธอกลายเป็นนักกีฬาคนแรกที่คว้าแชมป์หญิงเดี่ยวเอเชียนเกมส์สองสมัยติดต่อกัน โดยเอาชนะยามากูจิในนัดชิงเช่นกัน
หมุดหมายสำคัญก่อนลงแข่งขันรายการถัดไปมีดังนี้:
- มกราคม: อันคว้าแชมป์มาเลเซีย โอเพ่น
- มีนาคม: เธอแพ้เป็นครั้งเดียวของฤดูกาลในนัดชิงชนะเลิศออล อิงแลนด์ โอเพ่น
- กันยายน: เธอป้องกันแชมป์หญิงเดี่ยวเอเชียนเกมส์ได้สำเร็จ
- 18 ตุลาคม: เธอคว้าแชมป์เดนมาร์ก โอเพ่นเป็นปีที่สองติดต่อกัน
- 20 ตุลาคม: เฟรนช์ โอเพ่นมีกำหนดเริ่มแข่งขัน
การแข่งขันระหว่างสองคนเอนเอียงมาทางอันมากขึ้น
ชัยชนะครั้งล่าสุดทำให้สถิติการพบกันตลอดอาชีพของอันกับยามากูจิเป็นชนะ 24 แพ้ 15 จากการพบกัน 39 นัด ชัยชนะติดต่อกัน 10 ครั้งเปลี่ยนสมดุลของการแข่งขันระหว่างทั้งคู่ ซึ่งก่อนหน้านี้สูสีกันมาก
เมื่อนำสถิติชนะรวดดังกล่าวออกจากยอดปัจจุบัน จะเห็นว่าอันเคยชนะ 14 แพ้ 15 จากการพบกัน 29 นัดแรก เธอเปลี่ยนจากการตามหลังเล็กน้อยในสถิติพบกันตลอดอาชีพ มาเป็นฝ่ายนำอยู่ 9 นัด
อย่างไรก็ตาม ยามากูจิสร้างความยากลำบากให้อันในนัดชิงที่โอเดนเซมากกว่าในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ซึ่งอันชนะสองเกมรวด ที่เดนมาร์ก ยามากูจิคว้าเกมแรกและนำห่างถึง 6 แต้มในช่วงกลางเกมตัดสิน
ก่อนเข้าชิง อันเอาชนะโปลินา บูโครวาจากยูเครน ไลน์ คริสตอฟเฟอร์เซนจากเดนมาร์ก ทานวี ชาร์มาจากอินเดีย และโนโซมิ โอกุฮาระจากญี่ปุ่น ชัยชนะในรอบรองชนะเลิศเหนือโอกุฮาระมีคะแนน 21-16, 21-8 ทำให้สถิติประจำฤดูกาลของเธออยู่ที่ 60-1 ก่อนลงแข่งนัดชิงชนะเลิศ
ยามากูจิคว้าสิทธิ์เข้าชิงด้วยการเอาชนะหวัง จื้ออี้ มือ 2 ของโลกจากจีน 21-10, 21-19 นัดชิงจึงเป็นการพบกันของนักกีฬาสองคนที่ต่างเอาชนะคู่แข่งชั้นนำได้อย่างเด็ดขาด ก่อนจะต้องดวลกันเองในเกมที่ยืดเยื้อกว่ามาก
เดนมาร์กฉลองแชมป์จากห้าประเทศ
แบดมินตันเดนมาร์กยกความสำเร็จของอันเป็นประเด็นสำคัญในแถลงการณ์ปิดการแข่งขัน โดยระบุนักแบดมินตันหญิงชาวเกาหลีใต้วัย 24 ปีว่าเป็นผู้เล่นหญิงเดี่ยวที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์กีฬาชนิดนี้ สหพันธ์ไม่ได้ระบุจำนวนแชมป์ตลอดอาชีพหรือเกณฑ์ที่ใช้เปรียบเทียบดังกล่าว
การแข่งขันจัดขึ้นเป็นเวลาหกวันที่เมืองโอเดนเซ และปิดฉากด้วยแชมป์จากห้าประเทศในห้าประเภท อเล็กซ์ ลาเนียร์ จากฝรั่งเศสคว้าแชมป์ชายเดี่ยว หลังเอาชนะแอนเดอร์ส อันตอนเซนจากเดนมาร์กในนัดชิง
เจียง เจิ้นปัง และเว่ย หย่าซิน จากจีนคว้าแชมป์คู่ผสม โดยเอาชนะเพื่อนร่วมชาติ เฟิง เยี่ยนเจ๋อ และหวง ตงผิง 21-18, 8-21, 21-16 เพิร์ลลี ตัน และทินาห์ มูราลิธารัน จากมาเลเซียคว้าแชมป์หญิงคู่ ส่วนฟาจาร์ อัลเฟียน และมูฮัมหมัด โชฮิบุล ฟิกรี จากอินโดนีเซียคว้าแชมป์ชายคู่
คู่ชายมือ 1 ของโลกจากเกาหลีใต้ ซอ ซึง-แจ และคิม วอน-โฮ ตกรอบรองชนะเลิศหลังแพ้แอรอน เชีย และโซห์ วูอี ยิกจากมาเลเซีย อันเป็นผู้คว้าแชมป์ให้เกาหลีใต้ในวันสุดท้าย
ฝรั่งเศสคือบททดสอบต่อไป
คู่แข่งคนต่อไปของอันตามกำหนดการคือปูซาร์ลา วี. สินธุจากอินเดีย ในรอบ 32 คนของเฟรนช์ โอเพ่น หวังและยามากูจิก็มีกำหนดลงแข่งขันเช่นกัน และอาจได้พบกับอันอีกครั้งในรอบรองชนะเลิศ หากทั้งคู่ผ่านเข้ารอบ
ก่อนหน้านี้อันเคยคว้าแชมป์เฟรนช์ โอเพ่นในปี 2019, 2024 และ 2025 หากคว้าชัยได้อีกครั้ง เธอจะได้แชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่สี่ และคว้าแชมป์ประจำฤดูกาลเป็นรายการที่สิบ ตามยอดแชมป์เก้ารายการหลังจบเดนมาร์ก
เธอยังมีสถิติอ้างอิงล่าสุดให้ไล่ตาม ในปี 2025 อันคว้าแชมป์ 11 รายการ เทียบเท่าเคนโตะ โมโมตะจากญี่ปุ่น ซึ่งครองสถิติแชมป์ประเภทเดี่ยวสูงสุดในหนึ่งฤดูกาล เมื่อนับทั้งประเภทชายและหญิง ชัยชนะที่เดนมาร์กทำให้เธอขาดอีกสองแชมป์จะเทียบเท่าสถิติดังกล่าว และรายการถัดไปก็มาถึงแทบจะทันที
ประเด็นสำคัญ
- อัน เซ-ยอง เอาชนะอากาเนะ ยามากูจิ 21-23, 21-14, 21-18 ในนัดชิงชนะเลิศเดนมาร์ก โอเพ่น
- เธอพลิกสถานการณ์จากที่ตามหลัง 5-11 ในเกมตัดสิน ทั้งที่มีอาการไม่สบายบริเวณเท้าขวา
- ชัยชนะครั้งนี้ยืดสถิติชนะต่อเนื่องเป็น 44 นัด และทำให้สถิติประจำฤดูกาลเป็น 61-1
- อันชนะยามากูจิ 10 นัดติดต่อกัน และนำสถิติการพบกันตลอดอาชีพ 24-15
- เดนมาร์กเป็นแชมป์รายการที่เก้าของเธอตามยอดที่นับแชมป์เวิลด์ทัวร์ 6 รายการและแชมป์อื่นอีก 3 รายการ
- รายการถัดไปของเธอตามกำหนดการคือเฟรนช์ โอเพ่น ซึ่งเริ่มวันที่ 20 ตุลาคม






