สื่อเวียดนาม 3 แห่งผนึกกำลังซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก U17 ก่อนเวียดนามประเดิมสนามครั้งประวัติศาสตร์

ใช้เวลาอ่าน 8 นาที
Three Vietnamese Broadcasters Join Forces for U17 World Cup Rights Ahead of Historic Debut

ดีลซื้อลิขสิทธิ์ร่วมกันทำให้เวียดนามใกล้ได้ชมฟุตบอลโลก U17 ครั้งแรก

มีรายงานว่าสื่อเวียดนาม 3 แห่งร่วมกันซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก U17 ปี 2026 โดยแบ่งค่าใช้จ่ายสำหรับทัวร์นาเมนต์ที่เวียดนามจะเข้าร่วมเป็นครั้งแรก ทีมของโค้ชคริสเตียโน โรลองด์ มีกำหนดลงสนามนัดแรกพบเบลเยียม เวลา 20.00 น. ตามเวลาเวียดนาม วันที่ 20 พฤศจิกายน ที่กาตาร์

สารบัญ
  1. ดีลซื้อลิขสิทธิ์ร่วมกันทำให้เวียดนามใกล้ได้ชมฟุตบอลโลก U17 ครั้งแรก
  2. การซื้อร่วมกันอาจส่งผลต่อผู้ชมอย่างไร
  3. วันสำคัญที่แฟนบอลควรจดไว้
  4. วิธีที่ 32 จาก 48 ทีมจะผ่านเข้ารอบ
  5. เบลเยียมคือบททดสอบหนักในนัดเปิดสนาม
  6. นิวซีแลนด์และมาลีมีโจทย์ท้าทายต่างกัน
  7. เส้นทางของทีมโรลองด์สู่หมุดหมายครั้งนี้
  8. เกมอุ่นเครื่อง 4 นัดและเป้าหมายพัฒนาระยะยาว
  9. ประเด็นสำคัญ

ทั้งสามบริษัทเลือกซื้อแพ็กเกจร่วมกัน แทนการแยกซื้อคนละส่วน ข้อตกลงนี้เกิดขึ้นหลังการเจรจาที่ซับซ้อน เนื่องจากผู้จัดจำหน่ายลิขสิทธิ์ตั้งราคาสูง การแบ่งค่าใช้จ่ายกันอาจช่วยให้การแข่งขันเข้าถึงผู้ชมทั่วเวียดนามได้ง่ายขึ้น

ทัวร์นาเมนต์จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 พฤศจิกายนถึง 13 ธันวาคม มี 48 ทีม และ 104 นัด เวียดนามจะพบกับเบลเยียม นิวซีแลนด์ และมาลี ทำให้บรรดานักเตะดาวรุ่งต้องเจอคู่แข่งที่แตกต่างกันอย่างมากถึงสามทีม ในการลงเล่นระดับนี้ครั้งแรก

คำถามที่แฟนบอลอยากรู้ในตอนนี้คือจะรับชมได้ที่ไหน ทั้งสามบริษัทยังไม่ได้รับการเปิดเผยชื่อ และยังไม่มีการประกาศมูลค่าสัญญา ช่องถ่ายทอดสด แพลตฟอร์มสตรีมมิง หรือค่าบริการ รายงานที่ระบุว่าการซื้อร่วมกันเสร็จสิ้นแล้วมีความชัดเจนกว่าข่าวความคืบหน้าในการเตรียมการ ซึ่งระบุว่าหลายบริษัทกำลังแบ่งค่าใช้จ่ายกันก่อนการประกาศที่คาดว่าจะมีขึ้น

การซื้อร่วมกันอาจส่งผลต่อผู้ชมอย่างไร

ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดคือสิทธิ์ที่อนุญาตให้บริษัทหนึ่งเผยแพร่การแข่งขันในพื้นที่ที่กำหนด ข้อตกลงที่มีรายงานในกรณีนี้เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดสดในเวียดนาม การซื้อร่วมกันช่วยให้บริษัทที่เข้าร่วมแบ่งเบาค่าใช้จ่าย แทนที่จะต้องรับภาระทางการเงินทั้งหมดเพียงลำพัง

คาดว่าแฟนบอลจะรับชมได้ผ่านช่องโทรทัศน์และแพลตฟอร์มดิจิทัลที่คุ้นเคย โดยมีแผนถ่ายทอดการแข่งขันตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ การประกาศรายละเอียดในท้ายที่สุดจะเป็นตัวกำหนดว่าพันธมิตรจะแบ่งกันถ่ายทอดนัดต่าง ๆ อย่างไร และผู้ชมจำเป็นต้องสมัครสมาชิกหรือไม่

โฆษณา

โปรแกรมรอบแบ่งกลุ่มทั้งสามนัดของเวียดนามเริ่มแข่งในช่วงค่ำตามเวลาท้องถิ่น ทำให้รับชมได้สะดวกกว่านัดที่เตะในช่วงเช้ามืด สองนัดเริ่มเวลา 20.00 น. ส่วนนัดพบกับนิวซีแลนด์เริ่มช้ากว่า คือเวลา 22.30 น. การถ่ายทอดสดในประเทศจะช่วยให้แฟนบอลติดตามเส้นทางประวัติศาสตร์ครั้งนี้ได้ โดยไม่ต้องค้นหาบริการถ่ายทอดจากต่างประเทศ

วันสำคัญที่แฟนบอลควรจดไว้

โปรแกรมรอบแบ่งกลุ่มของเวียดนามมีขึ้นระหว่างวันที่ 20 ถึง 26 พฤศจิกายน เวลาทั้งหมดด้านล่างเป็นเวลาเวียดนาม ซึ่งเร็วกว่าเวลากาตาร์ 4 ชั่วโมง

  • 19 พฤศจิกายน: ฟุตบอลโลก U17 เริ่มต้นขึ้นที่กาตาร์
  • 20 พฤศจิกายน เวลา 20.00 น.: เวียดนามพบเบลเยียม ส่วนมาลีพบกับนิวซีแลนด์ เวลา 20.30 น.
  • 23 พฤศจิกายน เวลา 22.30 น.: เวียดนามพบกับนิวซีแลนด์ ขณะที่มาลีลงเล่นกับเบลเยียมในเวลาเดียวกัน
  • 26 พฤศจิกายน เวลา 20.00 น.: เวียดนามพบมาลี ส่วนนิวซีแลนด์พบเบลเยียมในเวลาเดียวกัน
  • 13 ธันวาคม เวลา 23.00 น.: นัดชิงชนะเลิศมีกำหนดจัดที่สนามคาลิฟา อินเตอร์เนชันแนล ตรงกับเวลา 19.00 น. ในกาตาร์

ผลการจับสลากและโปรแกรมโดยละเอียดระบุว่าเวียดนามอยู่กลุ่ม G อย่างไรก็ตาม ข่าวความคืบหน้าในการเตรียมทีมฉบับหนึ่งระบุว่าอยู่กลุ่ม E คู่แข่งและวันแข่งทั้งสามนัดของเวียดนามตรงกันในรายงานเหล่านั้น

การแข่งขันส่วนใหญ่ของทัวร์นาเมนต์มีกำหนดจัดที่ศูนย์กีฬาแอสไพร์โซนในกาตาร์ ส่วนนัดชิงชนะเลิศจะแข่งขันที่สนามคาลิฟา อินเตอร์เนชันแนล ภารกิจเร่งด่วนของเวียดนามคือเก็บคะแนนจากสามนัดในรอบแบ่งกลุ่มให้ได้มากพอ เพื่อผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์

วิธีที่ 32 จาก 48 ทีมจะผ่านเข้ารอบ

ทัวร์นาเมนต์แบ่งเป็น 12 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม แต่ละทีมพบกับอีกสามทีมในกลุ่มหนึ่งครั้ง แชมป์กลุ่มทั้ง 12 ทีมและรองแชมป์กลุ่มทั้ง 12 ทีมจะผ่านเข้ารอบโดยอัตโนมัติ รวมเป็น 24 ทีม ส่วนอีก 8 ที่นั่งเป็นของทีมอันดับสามที่มีผลงานดีที่สุด

นั่นหมายความว่า 32 จาก 48 ทีม หรือสองในสามของทั้งหมด จะผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์รอบแรก ทีมอันดับสาม 4 ทีมและทีมอันดับสุดท้ายทั้ง 12 ทีมจะตกรอบ นี่เป็นการแข่งขันครั้งที่สองที่ใช้รูปแบบ 48 ทีม หลังจากขยายจำนวนทีมในปี 2025

โฆษณา

รอบน็อกเอาต์แรกคือรอบ 32 ทีมสุดท้าย จากนั้นผู้ชนะจะผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย รอบก่อนรองชนะเลิศ และรอบรองชนะเลิศ เพื่อชิงชัยในนัดชิงชนะเลิศ รายงานภาษาอังกฤษฉบับหนึ่งเรียกรอบแรกว่าเป็นรอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่ตัวเลขการผ่านเข้ารอบที่รายงานระบุรวมกันได้ 32 ทีม

เวียดนามจึงมีสองเส้นทางสู่รอบต่อไป ได้แก่ จบสองอันดับแรกในกลุ่ม G หรือจบอันดับสามด้วยผลงานดีพอที่จะติดหนึ่งในแปดทีมอันดับสามที่ดีที่สุด หากชนะหนึ่งนัดและเสมอหนึ่งนัดจะมี 4 คะแนน ส่วนการชนะนัดเดียวจะได้ 3 คะแนน ทั้งนี้ต้องพิจารณาอันดับสุดท้ายของเวียดนามและผลการแข่งขันคู่อื่นประกอบด้วย

เบลเยียมคือบททดสอบหนักในนัดเปิดสนาม

เบลเยียมเข้าร่วมการแข่งขันในฐานะรองแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรป U17 ปี 2026 และเพิ่งเอาชนะเนเธอร์แลนด์ 5-1 ในเกมกระชับมิตรเมื่อเดือนตุลาคม ทีม U17 ของเบลเยียมยังเคยจบอันดับสามในฟุตบอลโลกปี 2015 ทำให้นัดเปิดสนามครั้งนี้มีบรรยากาศของการแข่งขันที่เข้มข้น

มีการอธิบายว่าเบลเยียมเล่นโดยเน้นการครองบอล การส่งบอลสั้น และการเพรสซิงอย่างรวดเร็วหลังเสียบอล สำหรับเวียดนาม การพาบอลออกจากแนวรับจึงเป็นเรื่องสำคัญเป็นพิเศษ การจ่ายบอลพลาดใกล้ประตูอาจเปิดโอกาสให้คู่แข่งที่กำลังเพรสซิงเข้าทำประตูได้ทันที

แนวทางที่โรลองด์เน้นเรื่องการส่งบอลเร็วและการยืนตำแหน่งอย่างเป็นระบบสอดคล้องกับโจทย์ดังกล่าว เวียดนามต้องมีผู้เล่นอยู่ใกล้พอที่จะช่วยเพื่อนร่วมทีมที่ครองบอล พร้อมรักษาแนวป้องกันให้เพียงพอเมื่อเปลี่ยนจากฝ่ายครองบอลเป็นฝ่ายรับ นัดเปิดสนามจะทดสอบว่าวินัยเหล่านี้จะยังคงอยู่ได้หรือไม่ เมื่อเผชิญกับความเร็วของการแข่งขันฟุตบอลโลก

นิวซีแลนด์และมาลีมีโจทย์ท้าทายต่างกัน

นิวซีแลนด์ผ่านเข้าร่วมการแข่งขันในฐานะแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์โอเชียเนีย U17 ปี 2026 หลังเอาชนะนิวแคลิโดเนีย 2-0 ในนัดชิงชนะเลิศ การพบกันระหว่างเวียดนามกับแชมป์ทวีปในวันที่ 23 พฤศจิกายนถูกมองว่าเป็นโอกาสเก็บคะแนนที่ชัดเจนที่สุดของเวียดนาม ทำให้นัดกลางกลุ่มมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทิศทางของกลุ่ม

จุดแข็งของนิวซีแลนด์รวมถึงการดวลลูกกลางอากาศและลูกตั้งเตะ ซึ่งเป็นจังหวะการเล่นที่เริ่มจากลูกฟรีคิกหรือลูกเตะมุม กองหลังเวียดนามต้องประกบคู่แข่งและตอบสนองต่อลูกบอลที่ยังอยู่ในการเล่น หลังการโหม่งหรือสกัดครั้งแรก โอกาสจากบอลจังหวะสองอาจอันตรายพอ ๆ กับการเปิดบอลครั้งแรก

โฆษณา

มาลี คู่แข่งนัดสุดท้ายของเวียดนามในรอบแบ่งกลุ่ม ถูกจัดให้อยู่ในโถทีมวางอันดับต้น ๆ ก่อนการจับสลาก ผลงานของมาลีรวมถึงการคว้าแชมป์แอฟริกา U17 ในปี 2015 และ 2017 การจบอันดับสองในฟุตบอลโลกปี 2015 และอันดับสามในปี 2023 ความสำเร็จเหล่านั้นเป็นผลงานของนักเตะรุ่นก่อน ขณะที่การอยู่ในโถทีมวางบ่งชี้ระดับความท้าทายที่เวียดนามต้องเผชิญได้ใกล้เคียงกับปัจจุบันมากกว่า

ความเร็ว ความแข็งแกร่งทางร่างกาย และการเพรสซิงผู้ครองบอลของมาลีจะเป็นบททดสอบอีกครั้งต่อการผ่านบอลและการจัดระเบียบเกมรับของเวียดนาม คะแนนที่เก็บได้จากเกมกับเบลเยียมและนิวซีแลนด์จะกำหนดว่าเวียดนามจำเป็นต้องทำผลงานมากน้อยเพียงใดในนัดสุดท้าย เมื่อเกมอีกคู่ของกลุ่ม G แข่งขันพร้อมกัน อันดับในกลุ่มอาจเปลี่ยนแปลงระหว่างที่ทั้งสองนัดกำลังดำเนินอยู่

เส้นทางของทีมโรลองด์สู่หมุดหมายครั้งนี้

พัฒนาการของเวียดนามเกิดขึ้นหลังผ่านช่วงเวลายากลำบากในระดับภูมิภาค เมื่อเดือนกรกฎาคม 2024 ทีม U16 แพ้ไทย 1-2 ในรอบรองชนะเลิศชิงแชมป์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนพ่ายอินโดนีเซีย 0-5 ในนัดชิงอันดับสาม

โรลองด์ โค้ชชาวบราซิลซึ่งเคยพาทีม U17 ของฮานอยคว้าแชมป์ระดับประเทศ เข้ามารับตำแหน่งแทนเจิ่น มินห์ เจี๊ยนในเดือนถัดมา ต่อมาทีมเอาชนะอุซเบกิสถานและญี่ปุ่น และจบอันดับสองในการแข่งขันกระชับมิตรพีซคัพที่จีน

การแข่งขันชิงแชมป์เอเชียปี 2025 นำมาซึ่งความผิดหวังอีกครั้ง เวียดนามเสมอกับญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1-1 ในเกมกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เวียดนามขึ้นนำจนถึงช่วงท้ายเกม ก่อนที่ประตูตีเสมอจะทำให้พลาดโอกาสคว้าตั๋วฟุตบอลโลก

รอบคัดเลือกครั้งต่อมาจบลงด้วยชัยชนะ 5 นัด ยิงได้ 30 ประตูและไม่เสียประตู คิดเป็นค่าเฉลี่ย 6 ประตูต่อเกม หลังจากนั้นเวียดนามเอาชนะออสเตรเลียและมาเลเซียระหว่างทางสู่แชมป์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนปราบสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และเยเมน คว้าแชมป์กลุ่ม C ในรอบสุดท้ายชิงแชมป์เอเชีย และกลายเป็นหนึ่งในแปดตัวแทนจากเอเชียในฟุตบอลโลก

เกมอุ่นเครื่อง 4 นัดและเป้าหมายพัฒนาระยะยาว

แผนเตรียมทีมของเวียดนามประกอบด้วยการเก็บตัวฝึกซ้อมที่เกาหลีใต้พร้อมลงเล่นเกมกระชับมิตร 3 นัด จากนั้นกลับมาฝึกซ้อมที่ฮานอย และมีแผนพบกับทีม U17 ของฟิจิที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทีมงานผู้ฝึกสอนมุ่งเน้นสมรรถภาพร่างกาย การเตรียมแท็กติก และการช่วยให้นักเตะรับมือกับความกดดันทางจิตใจของทัวร์นาเมนต์

โรลองด์กล่าวว่าเกมรอบแบ่งกลุ่มทั้งสามนัดล้วนยาก แนวทางของเขาผสมผสานการตั้งรับอย่างมีวินัยกับการเคลื่อนที่ในเกมรุกที่ยืดหยุ่น โดยขอให้นักเตะส่งบอลเร็ว ครองบอลอย่างมีประสิทธิภาพ และลดการเลี้ยงบอลที่ไม่จำเป็น โปรแกรมเตรียมทีมเปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้ฝึกตัดสินใจเช่นนั้นเมื่อต้องเจอกับคู่แข่งนานาชาติ

โฆษณา

เจิ่น ก๊วก ต๊วน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลเวียดนาม เชื่อมโยงพัฒนาการของนักเตะรุ่นนี้เข้ากับความมุ่งมั่นของประเทศที่จะไปให้ถึงฟุตบอลโลกชุดใหญ่ในปี 2034 เขาส่งสารถึงนักเตะให้มุ่งมั่นสร้างอาชีพนักฟุตบอลอาชีพและก้าวสู่ทีมชาติ โดยคาดว่าการคัดเลือกสำหรับฟุตบอลโลกครั้งนั้นจะเริ่มขึ้นในอีกราว 5-6 ปี

ทัวร์นาเมนต์ที่กาตาร์เป็นก้าวสำคัญที่จับต้องได้ในระยะใกล้ โดยเวียดนามมีโปรแกรมลงเล่นแน่นอนสามนัดกับทีมจากยุโรป โอเชียเนีย และแอฟริกา และอาจได้ลงเล่นเพิ่มหากผ่านเข้ารอบ ความร่วมมือด้านการถ่ายทอดสดอาจนำประสบการณ์ครั้งนี้เข้าสู่บ้านของชาวเวียดนาม เชื่อมโยงหมุดหมายสำคัญของฟุตบอลเยาวชนเข้ากับแฟนบอลที่รอชมการแข่งขัน

ประเด็นสำคัญ

  • มีรายงานว่าสื่อเวียดนาม 3 แห่งร่วมกันซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก U17 โดยยังรอประกาศชื่อบริษัทและช่องทางรับชม
  • เวียดนามประเดิมสนามพบเบลเยียมวันที่ 20 พฤศจิกายน ตามด้วยนิวซีแลนด์วันที่ 23 พฤศจิกายน และมาลีวันที่ 26 พฤศจิกายน
  • การแข่งขันจัดขึ้นที่กาตาร์ระหว่างวันที่ 19 พฤศจิกายนถึง 13 ธันวาคม มี 48 ทีมและ 104 นัด
  • สองอันดับแรกของแต่ละกลุ่มและทีมอันดับสามที่มีผลงานดีที่สุด 8 ทีมจะผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้าย
  • การเตรียมทีมของเวียดนามประกอบด้วยเกมกระชับมิตร 3 นัดที่เกาหลีใต้ และมีแผนพบฟิจิที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
แชร์บทความนี้

เรื่องที่คุณอาจชอบ