หุ้น STAR50 ร่วง 40% กดดันความทะเยอทะยานด้านเทคโนโลยีของจีน
ดัชนี STAR50 ของจีนร่วงลงราว 40% ในเวลาไม่ถึงสี่เดือน ลบมูลค่าตลาดไปราว 480,000 ล้านดอลลาร์ และเผยให้เห็นช่องว่างที่กว้างขึ้นระหว่างกระแสความสนใจด้านปัญญาประดิษฐ์กับผลกำไรที่บริษัทต่าง ๆ ทำได้ ตัวเลขที่ระบุในรายงานลงวันที่ 26 และ 27 ตุลาคม 2026 สะท้อนการกลับทิศอย่างรวดเร็ว หลังตลาดปรับขึ้นต่อเนื่องราวสองปี
สารบัญ
- หุ้น STAR50 ร่วง 40% กดดันความทะเยอทะยานด้านเทคโนโลยีของจีน
- เหตุใดความเสียหายจึงลามไปทั่วตลาด
- หุ้นยอดนิยมเผชิญการร่วงลงหนักที่สุดบางส่วน
- ราคาหุ้นที่ลดลงยังมาพร้อมมูลค่าที่ตึงตัว
- ส่วนลดบริการ AI สวนทางต้นทุนชิปที่สูงขึ้น
- หุ่นยนต์และการเข้าถึงตลาดส่งออกเผชิญบททดสอบคนละด้าน
- การปฏิรูปตลาดของปักกิ่งเผชิญปัญหาด้านเงินทุน
- ลำดับเหตุการณ์ก่อนตลาดพลิกทิศ
- นักลงทุนบางส่วนยังลงทุนต่อ ท่ามกลางความเสี่ยงในภูมิภาคที่เพิ่มขึ้น
- ประเด็นสำคัญ
รายงานหลักคำนวณการลดลงจากจุดสูงสุดในเดือนกรกฎาคม ขณะที่อีกรายงานคำนวณจากเดือนมิถุนายน ดัชนี CSI300 ซึ่งติดตามบริษัทขนาดใหญ่ของจีน ลดลงราว 20% จากจุดสูงสุดในเดือนมิถุนายน ส่วนประมาณการระบุว่า ตลาดหุ้นจีนสูญเสียมูลค่าไป 2.4 ล้านล้านดอลลาร์นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นการวัดผลกระทบในวงกว้างกว่าความเสียหายที่เชื่อมโยงกับ STAR50 มาก
แรงกดดันไม่ได้จำกัดอยู่แค่ราคาหุ้น บริษัทที่เตรียมขายหุ้นเผชิญความต้องการจากนักลงทุนที่อ่อนลง ครัวเรือนที่เข้าซื้อในช่วงกระแสเทคโนโลยีกำลังแบกรับผลขาดทุน และความพยายามของปักกิ่งในการชักจูงให้ประชาชนนำเงินออมมาลงทุนในนวัตกรรมภายในประเทศก็ทำได้ยากขึ้น
แม้ราคาจะปรับลงแล้ว หุ้นใน STAR50 ยังซื้อขายที่ระดับราว 100 เท่าของกำไรย้อนหลัง 12 เดือน เทียบกับประมาณ 30 เท่าสำหรับ Nasdaq 100 ของสหรัฐฯ นักลงทุนยังยอมจ่ายส่วนเพิ่มสูงเพื่อซื้อหุ้นบริษัทเทคโนโลยีจีน ทั้งที่ความต้องการเข้าถึงตลาดส่งออก และความสามารถในการทำกำไรยังไม่แน่นอน
ยังไม่มีการระบุปัจจัยกระตุ้นเพียงข้อเดียว นักซื้อขายชี้ถึงมูลค่าหุ้นที่สูง ภาระภาษี และความกังวลว่าวอชิงตันอาจจำกัดการใช้อุปกรณ์จีนในศูนย์ข้อมูลของสหรัฐฯ เมื่อแรงกดดันเหล่านี้มารวมกัน การถกเถียงเรื่องการเติบโตในอนาคตจึงกลายเป็นบททดสอบผลตอบแทนทางธุรกิจที่เร่งด่วนขึ้น
เหตุใดความเสียหายจึงลามไปทั่วตลาด
Goldman Sachs ประเมินว่าหุ้น AI คิดเป็น 42% ของมูลค่าตลาดรวมของหุ้น A ในจีนแผ่นดินใหญ่และหุ้น H ในฮ่องกง และคิดเป็น 57% ของมูลค่าการซื้อขาย หุ้น A ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์จีนแผ่นดินใหญ่ ส่วนหุ้น H คือหุ้นของบริษัทจีนแผ่นดินใหญ่ที่จดทะเบียนในฮ่องกง
ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าการลงทุนกระจุกตัวมากเพียงใด บริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI มีมูลค่ามากกว่า 4 ดอลลาร์ในทุก ๆ 10 ดอลลาร์ของมูลค่าตลาดในกลุ่มดังกล่าว และดึงดูดเงินมากกว่าครึ่งหนึ่งของมูลค่าซื้อขายทั้งหมด ดังนั้น การร่วงลงอย่างหนักของหุ้นกลุ่มนี้จึงกระทบถึงนักลงทุนในวงกว้าง ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กองทุนเทคโนโลยีเฉพาะทาง
ตลาดจีนมีนักลงทุนรายย่อยจำนวนมาก เฉิน เหวินเซิง เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กและนักลงทุนในไห่หนาน เข้าร่วมกระแสการปรับขึ้นส่วนหนึ่งเพราะเชื่อว่าบริษัทอย่าง Unitree ผู้ผลิตหุ่นยนต์ ได้รับการสนับสนุนจากทางการ ขณะนี้เขาและเพื่อน ๆ กำลังเผชิญผลขาดทุน
ตง เป่าเจิน ผู้จัดการกองทุนในกรุงปักกิ่ง อธิบายการพุ่งขึ้นก่อนหน้านี้ว่าเป็นกระแสเก็งกำไรที่ได้พลิกกลับแล้ว:
ต่อมาตลาดหุ้นกลายเป็นตลาดกระทิงสุดคลั่งจากการเก็งกำไร และตอนนี้เรากำลังเห็นฟองสบู่แตก
ดัชนี Nasdaq Composite ของสหรัฐฯ ลดลงราว 6% จากระดับสูงสุดที่ทำไว้เมื่อสามสัปดาห์ก่อน การร่วงลง 40% ของ STAR50 ครอบคลุมช่วงเวลาที่ยาวนานกว่า แต่ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนการปรับลงที่หนักหน่วงกว่ามากซึ่งนักลงทุนเทคโนโลยีจีนกำลังเผชิญ
หุ้นยอดนิยมเผชิญการร่วงลงหนักที่สุดบางส่วน
หุ้น Unitree สูญเสียมูลค่าราวครึ่งหนึ่งนับตั้งแต่เริ่มซื้อขายในเดือนสิงหาคม ระหว่างการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก หรือ IPO นักลงทุนรายย่อยยื่นคำขอซื้อหุ้นมากกว่าจำนวนหุ้นที่มีให้จัดสรรราว 8,000 เท่า IPO คือการขายหุ้นของบริษัทให้แก่นักลงทุนทั่วไปเป็นครั้งแรก
ความต้องการที่สูงเป็นพิเศษดังกล่าวตามมาด้วยผลขาดทุนอย่างหนัก CXMT ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ ลดลงมากกว่า 25% ในช่วงเดือนก่อนหน้า ส่วนผู้พัฒนาชิป MetaX Integrated Circuits และ Moore Threads Technology ต่างสูญเสียมูลค่าราวครึ่งหนึ่งนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม
ก่อนหน้านี้ MetaX และ Moore Threads พุ่งขึ้นราว 700% และ 400% ตามลำดับ ในวันแรกที่เริ่มซื้อขายในปี 2025 การกระโดดขึ้นเช่นนี้ช่วยสร้างความคาดหวังว่าหุ้นเทคโนโลยีที่เข้าจดทะเบียนใหม่จะให้ผลตอบแทนสูงเป็นพิเศษได้อย่างรวดเร็ว
Zhongji Innolight และ Eoptolink Technology ซึ่งผลิตชิ้นส่วนการสื่อสารด้วยแสง ร่วงลงราว 60% จากจุดสูงสุดในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม ผลิตภัณฑ์ของทั้งสองบริษัทช่วยส่งผ่านข้อมูลในโครงสร้างพื้นฐานสำหรับประมวลผล AI ทำให้การเข้าถึงลูกค้าศูนย์ข้อมูลในต่างประเทศเป็นประเด็นสำคัญ
ราคาหุ้นที่ลดลงยังมาพร้อมมูลค่าที่ตึงตัว
อัตราส่วนราคาต่อกำไรของ STAR50 ลดลงจากเกือบ 250 เท่าเหลือราว 100 เท่า อัตราส่วนนี้เปรียบเทียบราคาหุ้นกับกำไรที่บริษัททำได้ในปีก่อนหน้า เมื่อซื้อขายที่ 100 เท่าของกำไร นักลงทุนจ่ายราว 100 ดอลลาร์ต่อกำไรประจำปีทุก 1 ดอลลาร์ที่ดัชนีสะท้อน
Nasdaq 100 ซื้อขายที่ราว 30 เท่าของกำไร จากตัวเลขดังกล่าว ค่า P/E ของ STAR50 ยังสูงกว่าราว 3.3 เท่า ดัชนีทั้งสองประกอบด้วยธุรกิจที่แตกต่างกัน แต่การเปรียบเทียบนี้ช่วยอธิบายว่าเหตุใดนักลงทุนยังคงกังวลเรื่องราคา แม้ตลาดจะร่วงลงมากแล้ว
บริษัทที่มีค่า P/E สูงมักเผชิญความคาดหวังอย่างมากว่ากำไรในอนาคตจะเติบโตอย่างรวดเร็ว หากยอดขายโตช้ากว่าคาด ต้นทุนสูงขึ้น หรือการแข่งขันบีบอัตรากำไร นักลงทุนอาจยอมจ่ายน้อยลงต่อกำไรทุกหนึ่งดอลลาร์
แดน หวัง ผู้อำนวยการฝ่ายจีนของ Eurasia Group ระบุว่าความต้องการภายในประเทศที่อ่อนแอ อัตรากำไรที่น่าผิดหวัง และแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ เป็นสาเหตุของความกังวล เธอยังกล่าวถึงความกังวลของบริษัทเทคโนโลยีว่า การลงทุนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐจะเปลี่ยนเป็นความต้องการเชิงพาณิชย์ที่มากพอได้หรือไม่
การที่ผู้บริโภคจีนไม่เต็มใจใช้จ่ายเป็นเรื่องสำคัญ เพราะธุรกิจต้องมีลูกค้าที่จ่ายเงิน ไม่ใช่แค่เงินทุนลงทุน การสร้างชิปขั้นสูง ระบบ AI หรือหุ่นยนต์อาจเพิ่มกำลังการผลิต แต่การทำกำไรได้อย่างยั่งยืนต้องมีลูกค้าที่ยอมจ่ายมากพอให้ครอบคลุมต้นทุนการพัฒนาและการดำเนินงาน
ส่วนลดบริการ AI สวนทางต้นทุนชิปที่สูงขึ้น
การแข่งขันด้านราคาของบริการ AI ปรากฏให้เห็นแล้วในเดือนพฤษภาคม 2024 Alibaba ลดราคาของโมเดล Tongyi Qwen บางรุ่นสูงสุด 97% Baidu ให้บริการ Ernie Speed และ Ernie Lite ฟรีแก่ผู้ใช้ภาคธุรกิจ ขณะที่ ByteDance ตั้งราคาโมเดลหลัก Doubao ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม 99.3%
โมเดลเหล่านี้คือระบบซอฟต์แวร์ที่อยู่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์ AI เชิงสร้างสรรค์จำนวนมาก ธุรกิจสามารถจ่ายเงินเพื่อใช้งานผ่านบริการคลาวด์ แทนการสร้างระบบของตนเอง ราคาการเข้าถึงที่ถูกลงอาจช่วยดึงดูดลูกค้า แต่ทำให้ผู้ให้บริการมีรายได้ต่อการใช้งานแต่ละครั้งลดลง
ช่วงหลังฮาร์ดแวร์เผชิญแรงกดดันในทิศทางตรงกันข้าม รายงานลงวันที่ 10 กันยายน 2026 ระบุว่าราคาที่เสนอสำหรับการ์ดเร่งประมวลผล Ascend 950DT ของ Huawei เพิ่มขึ้น 20% ถึง 50% จากราคาที่เสนอไว้เมื่อสองเดือนก่อน โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขสัญญา ส่วนโปรเซสเซอร์รุ่นถัดไปที่ Cambricon วางแผนไว้ถูกปรับราคาขึ้น 20% ถึง 30% และมีรายงานการปรับขึ้นในลักษณะใกล้เคียงกันที่ MetaX และ Iluvatar CoreX
การขาดแคลนหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ราคาสูงขึ้น หน่วยความจำชนิดนี้ซ้อนชิปในแนวตั้งเพื่อให้โปรเซสเซอร์ AI เข้าถึงข้อมูลจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว ชิ้นส่วนที่แพงขึ้นทำให้ต้นทุนการจัดหากำลังประมวลผลสูงขึ้น ขณะที่ลูกค้าต้องการบริการ AI ที่ราคาถูกลง
หวัง จัว หุ้นส่วนของ Shanghai Zhuozhu Investment Management เตือนว่าแรงกดดันจากการแข่งขันจะส่งผลถึงผู้ผลิตชิปและผู้ให้บริการ AI ในที่สุด:
เช่นเดียวกับผู้ผลิตจีนรายอื่น ๆ ในที่สุด (ผู้ผลิตชิปและผู้ให้บริการ AI) ก็จะเข้าสู่สงครามราคา ไม่มีข้อยกเว้น ฟองสบู่ทุกลูกย่อมแตกในที่สุด
หุ่นยนต์และการเข้าถึงตลาดส่งออกเผชิญบททดสอบคนละด้าน
จีนเปิดตัวกองทุนลงทุนด้าน AI ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ มูลค่า 60,000 ล้านหยวน ในช่วงเดือนที่รายงานเดือนตุลาคมกล่าวถึง เงินทุนดังกล่าวสะท้อนว่าปักกิ่งยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีในประเทศ แม้ตลาดจะปรับลง
หุ่นยนต์เป็นส่วนสำคัญของความพยายามนี้ Embodied AI หมายถึงการนำปัญญาประดิษฐ์ไปใส่ไว้ในเครื่องจักรที่มีปฏิสัมพันธ์กับโลกกายภาพ เช่น หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ จีนมองว่าเครื่องจักรเหล่านี้มีโอกาสนำไปใช้งานได้ ขณะที่ประชากรสูงวัยขึ้นและกำลังแรงงานลดลง
ปัจจุบันความต้องการส่วนใหญ่มาจากหน่วยงานรัฐและสถาบันวิจัย ผู้ซื้อในครัวเรือนจำนวนมากยังมองว่าเครื่องจักรเหล่านี้แพงเกินไปหรือใช้งานได้ไม่คุ้มค่า แดน หวัง ตั้งคำถามว่าธุรกิจนี้จะเข้าถึงตลาดผู้บริโภควงกว้างได้เร็วเพียงใด:
ดูเหมือนว่า embodied intelligence จะยังไม่สามารถทำกำไรในตลาดมวลชนได้
การขายในต่างประเทศยังเผชิญความเสี่ยงทางการเมืองด้วย ข้อจำกัดของสหรัฐฯ ต่อหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จีนเพิ่มความกังวลเรื่องการเข้าถึงลูกค้าอเมริกัน ขณะที่ความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะจำกัดชิ้นส่วนศูนย์ข้อมูลจากจีนก็กดดันผู้จัดหาอุปกรณ์สื่อสารด้วยแสง
ช่วงเวลาและขอบเขตของข้อจำกัดเพิ่มเติมใด ๆ ของสหรัฐฯ ต่อชิ้นส่วนศูนย์ข้อมูลยังไม่ชัดเจน สำหรับบริษัทที่กำลังประสบปัญหาความต้องการในประเทศอ่อนแอ ความเป็นไปได้ที่จะสูญเสียโอกาสส่งออกยิ่งเป็นอีกเหตุผลให้นักลงทุนทบทวนประมาณการกำไร
การปฏิรูปตลาดของปักกิ่งเผชิญปัญหาด้านเงินทุน
ทางการจีนพยายามแทนที่ภาวะตลาดบูมและบัสต์ที่เกิดซ้ำด้วยการปรับขึ้นที่มั่นคงกว่า มาตรการต่าง ๆ รวมถึงการควบคุมเข้มงวดขึ้นต่อการกู้เงินมาซื้อหุ้นและการซื้อขายความถี่สูง ซึ่งคอมพิวเตอร์ส่งคำสั่งจำนวนมากด้วยความเร็วสูง นักลงทุนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐยังขายหุ้นระหว่างตลาดปรับขึ้นเพื่อควบคุมการพุ่งขึ้นที่มากเกินไป
อู๋ ชิง ประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์จีน พบปะผู้มีส่วนร่วมในตลาดเมื่อต้นเดือนเพื่อรับฟังข้อเสนอในการพัฒนาตลาดทุน เป้าหมายนโยบายในวงกว้างคือทำให้การลงทุนในหุ้นมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น พร้อมจัดสรรเงินทุนไปยังธุรกิจที่สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี
ลีโอ หวัง หุ้นส่วนของ Qianchuang Capital ในกรุงปักกิ่ง แย้งว่าการให้ความสำคัญอย่างมากกับบริษัทเทคโนโลยีในดัชนีหลักได้ดึงเงินทุนออกจากอุตสาหกรรมอื่น และส่งเสริมให้มูลค่าหุ้นในภาคธุรกิจที่ได้รับความนิยมสูงเกินจริง
ราคาที่ลดลงทำให้การระดมทุนในขั้นต่อไปซับซ้อนขึ้น บริษัทจดทะเบียนอาจต้องขายหุ้นเพิ่มเพื่อระดมเงินจำนวนเท่าเดิม ส่วนธุรกิจที่เตรียม IPO อาจต้องยอมรับมูลค่ากิจการที่ต่ำลงหรือเลื่อนแผนออกไป
หง เหา หุ้นส่วนผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Lotus Asset Management ในฮ่องกง กล่าวถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับบริษัทที่เตรียมเข้าจดทะเบียน:
สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจะทำให้บริษัทจำนวนมากที่พยายามเข้าจดทะเบียนต้องหยุดแผนไว้
จีนยังเพิ่มความเข้มงวดต่อการลงทุนในต่างประเทศ โดยกำหนดให้กฎระเบียบเพิ่มเติมมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม มาตรการเหล่านี้ดำเนินควบคู่กับความพยายามส่งเสริมการลงทุนภายในประเทศ แม้ครัวเรือนที่เผชิญผลขาดทุนในตลาดหุ้นจะหันไปหาสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าเพิ่มขึ้น
ลำดับเหตุการณ์ก่อนตลาดพลิกทิศ
การเทขายในปัจจุบันเกิดขึ้นหลังผ่านหลายช่วง ทั้งกระแสความสนใจ การตั้งราคาเชิงรุก และต้นทุนที่สูงขึ้น การเรียงเหตุการณ์ตามลำดับช่วยอธิบายว่าเหตุใดนักลงทุนจึงกำลังพิจารณาทั้งความต้องการของลูกค้าและต้นทุนในการจัดหา AI
- 21 พฤษภาคม 2024: การลดราคาของ Alibaba, Baidu และ ByteDance แสดงให้เห็นการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นในบริการโมเดล AI
- ปี 2025: MetaX และ Moore Threads ปรับขึ้นราว 700% และ 400% ในวันแรกที่เข้าซื้อขายในตลาดหุ้น
- มิถุนายนและกรกฎาคม 2026: ดัชนีหลักของจีนและผู้จัดหา AI หลายรายทำสถิติสูงสุด ซึ่งใช้เป็นฐานวัดการปรับลดในเวลาต่อมา
- สิงหาคม 2026: Unitree เริ่มซื้อขายหลังได้รับความต้องการอย่างล้นหลามจากนักลงทุนรายย่อยในการ IPO
- 10 กันยายน 2026: รายงานราคาโปรเซสเซอร์ AI ที่สูงขึ้นสะท้อนแรงกดดันจากการขาดแคลนหน่วยความจำ
- 26 และ 27 ตุลาคม 2026: รายงานตลาดกล่าวถึงการร่วงลงราว 40% ของ STAR50 และความกังวลที่เพิ่มขึ้นต่อมูลค่าหุ้นเทคโนโลยี
- 1 ธันวาคม: กฎระเบียบเพิ่มเติมของจีนที่ส่งผลต่อการลงทุนในต่างประเทศมีกำหนดมีผลบังคับใช้
ผลประกอบการของบริษัทสหรัฐฯ เป็นอีกจุดที่ต้องติดตามในระยะใกล้ Alphabet, Microsoft, Amazon และ Meta Platforms มีกำหนดรายงานผลประกอบการในสัปดาห์ที่รายงานตลาดเดือนตุลาคมเผยแพร่ แนวโน้มการใช้จ่ายของบริษัทเหล่านี้มีความสำคัญต่อผู้จัดหาอุปกรณ์โครงสร้างพื้นฐาน AI
นักลงทุนบางส่วนยังลงทุนต่อ ท่ามกลางความเสี่ยงในภูมิภาคที่เพิ่มขึ้น
ผลวิจัยของ HSBC พบว่ากองทุนที่มุ่งเน้นเอเชียยังถือหุ้นจีนในสัดส่วนสูงกว่าดัชนีอ้างอิง แม้จะขายสุทธิในช่วงสามเดือนก่อนหน้า ดัชนีอ้างอิงคือดัชนีที่ใช้เปรียบเทียบสัดส่วนการลงทุนและผลการดำเนินงานของกองทุน
Goldman Sachs ใส่ Innolight และ CXMT ไว้ในรายชื่อหุ้น AI จีนที่แนะนำฉบับปรับปรุง ซึ่งมีบริษัทหลายสิบแห่ง วิลเลียม แบรตตัน นักกลยุทธ์ของ BNP Paribas Securities มองเห็นโอกาสเลือกซื้อหุ้นบางตัวสำหรับนักลงทุนที่รอบคอบ จุดยืนเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าการปรับลงของตลาดทำให้เกิดมุมมองที่แตกต่างกันต่อบริษัทแต่ละแห่ง
แดน หวังกล่าวถึงความเชื่อมั่นที่ยังมีต่อการวิจัย AI และดาวเทียม โดยธุรกิจดาวเทียมได้แรงหนุนจากความคาดหวังว่ารัฐจะให้การสนับสนุนต่อเนื่อง เนื่องจากมีความเชื่อมโยงกับกิจการทางทหาร ขณะเดียวกัน นักลงทุนจำนวนมากในจีนแผ่นดินใหญ่ได้ย้ายไปลงทุนในภาคธุรกิจอื่นหรือรอให้ราคาลดลงอีก
ไทยและเศรษฐกิจอื่น ๆ ในเอเชียมีส่วนได้ส่วนเสียกับทิศทางของการปรับตัวครั้งนี้ เพราะจีนมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ของภูมิภาค หากบริษัทจีนเลื่อนการระดมทุนหรือขยายกำลังการผลิต ผู้จัดหาในประเทศอื่นอาจเผชิญการเปลี่ยนแปลงของแผนลงทุนและคำสั่งซื้อในอนาคต
ตัวชี้วัดที่ควรจับตาคือผลประกอบการของบริษัท คำสั่งซื้อจากลูกค้า การใช้จ่ายด้านทุน และการตัดสินใจขยายกิจการ ราคาหุ้นเปลี่ยนแปลงได้เร็วกว่าการก่อสร้างโรงงานหรือการทำสัญญาจัดซื้อ ผลกระทบต่อธุรกิจของผู้จัดหาในภูมิภาคจะขึ้นอยู่กับว่าแรงกดดันทางการเงินส่งผลไปถึงการตัดสินใจดำเนินงานเหล่านั้นหรือไม่
ประเด็นสำคัญ
- STAR50 ร่วงลงราว 40% มูลค่าตลาดหายไปประมาณ 480,000 ล้านดอลลาร์
- CSI300 ซึ่งเป็นดัชนีในวงกว้าง ลดลงราว 20% จากจุดสูงสุดในเดือนมิถุนายน
- Goldman Sachs ประเมินว่าหุ้น AI คิดเป็น 42% ของมูลค่าตลาดรวมของหุ้น A และหุ้น H และ 57% ของมูลค่าการซื้อขาย
- STAR50 ยังซื้อขายที่ราว 100 เท่าของกำไรย้อนหลัง เทียบกับประมาณ 30 เท่าสำหรับ Nasdaq 100
- ความต้องการที่อ่อนแอ ชิ้นส่วนราคาแพง การลดราคาบริการ และความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะออกข้อจำกัด กำลังกดดันกำไรที่คาดการณ์ไว้
- มูลค่าหุ้นที่ลดลงอาจทำให้ IPO ล่าช้าและระดมทุนด้านเทคโนโลยีได้ยากขึ้น
- บริษัทลงทุนบางแห่งยังมองเห็นโอกาสซื้อ ขณะที่ผู้จัดหาในภูมิภาคกำลังจับตาคำสั่งซื้อและการใช้จ่ายด้านทุน






