บริษัทจีโนมิกส์สามแห่งเผชิญอุปสรรคใหม่ที่ชายแดนสหรัฐฯ
สหรัฐฯ เพิ่ม BGI Group, BGI Genomics และ MGI Tech ในบัญชีดำสินค้านำเข้าที่เกี่ยวข้องกับแรงงานบังคับ โดยมุ่งเป้าไปยังผู้จัดหารายใหญ่ด้านเทคโนโลยีตรวจพันธุกรรม จากข้อกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการสอดส่องและการปราบปรามในเขตซินเจียงของจีน
สารบัญ
- บริษัทจีโนมิกส์สามแห่งเผชิญอุปสรรคใหม่ที่ชายแดนสหรัฐฯ
- สิ่งที่กระทรวงฯ ระบุว่าเทคโนโลยีตรวจพันธุกรรมเอื้อให้เกิดขึ้น
- ข้อจำกัดการนำเข้าทำงานอย่างไร
- บริษัทปฏิเสธข้อกล่าวหา
- สินค้าของบริษัทและความเชื่อมโยงระหว่างกัน
- เหตุใดสัดส่วนรายได้ที่น้อยจึงยังสำคัญ
- ลำดับมาตรการจำกัดที่เพิ่มขึ้น
- จีนโต้กลับ ขณะที่ความตึงเครียดด้านเทคโนโลยีชีวภาพเพิ่มขึ้น
- สิ่งที่อาจเกิดขึ้นต่อไป
- ประเด็นสำคัญ
กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิประกาศมาตรการดังกล่าวเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2026 โดยกำหนดให้เริ่มใช้ข้อจำกัดการนำเข้าในวันที่ 29 ตุลาคม การเพิ่มรายชื่อครั้งนี้ทำให้บัญชีรายชื่อนิติบุคคลภายใต้กฎหมายป้องกันแรงงานบังคับชาวอุยกูร์มีทั้งหมด 190 แห่ง สินค้าจากบริษัทที่อยู่ในบัญชีจะถูกสันนิษฐานว่าผลิตโดยใช้แรงงานบังคับ และไม่สามารถนำเข้าสหรัฐฯ ได้ เว้นแต่ผู้นำเข้าจะพิสูจน์เป็นอย่างอื่นตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
ประกาศระบุว่า BGI Group คือ Shenzhen BGI Technology ส่วน BGI Genomics เป็นธุรกิจตรวจพันธุกรรมที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ขณะที่ MGI Tech ผลิตเครื่องอ่านสารพันธุกรรม ทั้งสองบริษัทมีความเชื่อมโยงกับ BGI Group มาอย่างยาวนาน แม้ MGI จะแยกตัวออกจากกลุ่มในปี 2016
กระทรวงฯ กล่าวหาว่าบริษัทเหล่านี้ดำเนินการหรือสนับสนุนการตรวจพันธุกรรมร่วมกับหน่วยงานของซินเจียง ซึ่งช่วยให้ระบบที่ใช้ติดตามชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์และจัดหาแรงงานบังคับดำเนินงานได้ บริษัททั้งสามปฏิเสธข้อกล่าวหา ส่วนจีนประณามมาตรการนี้และระบุว่าจะปกป้องธุรกิจของตน
การตัดสินใจนี้ขยายข้อจำกัดของสหรัฐฯ จากการเข้าถึงเทคโนโลยีและการทำธุรกิจกับรัฐบาลสหรัฐฯ ไปสู่การเคลื่อนย้ายสินค้าข้ามพรมแดน สำหรับโรงพยาบาล นักวิจัย และบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพที่ซื้ออุปกรณ์หาลำดับสารพันธุกรรม ประเด็นเร่งด่วนคือผลิตภัณฑ์จากผู้จัดหาเหล่านี้จะนำเข้าประเทศได้หรือไม่
สิ่งที่กระทรวงฯ ระบุว่าเทคโนโลยีตรวจพันธุกรรมเอื้อให้เกิดขึ้น
กระทรวงฯ ระบุว่า มี «เหตุอันควรเชื่อ» ว่าบริษัทเหล่านี้ดำเนินการหรือช่วยดำเนินการตรวจพันธุกรรมในซินเจียงร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น โดยกล่าวหาว่า BGI Group และ BGI Genomics เป็นผู้ตรวจ ขณะที่ MGI Tech จัดหาอุปกรณ์และการสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง
กระทรวงฯ อธิบายว่าข้อมูลพันธุกรรมเป็นส่วนหนึ่งของระบบสอดส่องที่กว้างขึ้น ซึ่งใช้กับชาวอุยกูร์ ชาวคาซัค ชาวคีร์กีซ และกลุ่มอื่น ๆ ที่ถูกกดขี่ พร้อมระบุว่าบางครั้งมีการเก็บข้อมูลภายใต้ข้ออ้างว่าเป็นการให้บริการด้านสุขภาพ
การหาลำดับสารพันธุกรรมเป็นการอ่านคำสั่งที่อยู่ในดีเอ็นเอ ซึ่งเป็นสารที่เก็บข้อมูลทางพันธุกรรม เทคโนโลยีนี้ใช้สนับสนุนการวินิจฉัยทางการแพทย์และการวิจัย ดีเอ็นเอยังช่วยระบุตัวบุคคลและความสัมพันธ์ทางชีววิทยาได้ด้วย การเก็บข้อมูลดังกล่าวจึงมีความอ่อนไหวเมื่อเจ้าหน้าที่นำไปใช้ติดตามประชากร
ในคำประกาศ กระทรวงฯ อธิบายความเชื่อมโยงที่กล่าวหาว่ามีระหว่างงานของบริษัทกับการละเมิดสิทธิในซินเจียงไว้ว่า:
การเก็บรวบรวมและวิเคราะห์สารพันธุกรรมเอื้อให้รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนติดตาม สอดส่อง และกดขี่ชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์ รวมถึงการใช้แรงงานบังคับอันน่ารังเกียจ
กระทรวงฯ ใช้ถ้อยคำที่ครอบคลุมการจัดหา การขนส่ง การส่งต่อ การให้ที่พักพิง หรือการรับแรงงานบังคับ คำอธิบายเฉพาะของกระทรวงฯ มุ่งเน้นการตรวจพันธุกรรมและการที่หน่วยงานนำข้อมูลพันธุกรรมไปใช้ มากกว่าการระบุวัตถุดิบเฉพาะจากซินเจียงที่อยู่ในเครื่องหาลำดับสารพันธุกรรม
ร็อบ ลอว์ ปลัดกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิฝ่ายยุทธศาสตร์ นโยบาย และแผน กล่าวว่า พฤติกรรมของบริษัทสะท้อนถึงการไม่แยกผลประโยชน์ทางธุรกิจออกจากสิทธิมนุษยชน เขากล่าวว่าพฤติกรรมดังกล่าวแสดงถึง:
ความไม่เต็มใจที่จะแยกแรงจูงใจด้านผลกำไรออกจากหลักพื้นฐานว่าด้วยศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
ข้อจำกัดการนำเข้าทำงานอย่างไร
กฎหมายป้องกันแรงงานบังคับชาวอุยกูร์ ซึ่งลงนามเป็นกฎหมายในปี 2021 กำหนดให้การป้องกันแรงงานบังคับเป็นเงื่อนไขในการเข้าถึงตลาดสหรัฐฯ การขึ้นบัญชีบริษัททำให้ภาระการพิสูจน์ตกอยู่กับผู้นำเข้า กล่าวคือ แทนที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะต้องพิสูจน์การใช้แรงงานบังคับในสินค้านำเข้าแต่ละเที่ยว ผู้นำเข้าต้องหักล้างข้อสันนิษฐานทางกฎหมายที่มีต่อสินค้าเหล่านั้น
สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ จะบังคับใช้ข้อจำกัดที่ชายแดน ผู้นำเข้าที่ต้องการนำสินค้าที่ได้รับผลกระทบเข้าประเทศต้องแสดงหลักฐานที่เพียงพอให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายว่าสินค้าไม่ได้ผลิตโดยใช้แรงงานบังคับ
จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีนิติบุคคลในบัญชีรายใดกลับมาส่งสินค้าไปยังสหรัฐฯ ได้ด้วยการผ่านเกณฑ์พิสูจน์ดังกล่าว แม้จะมีช่องทางทางกฎหมายสำหรับขอยกเว้น แต่ประวัติการบังคับใช้แสดงให้เห็นว่าการใช้ช่องทางนี้ทำได้ยากเพียงใด
มาร์กเวย์น มัลลิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ เชื่อมโยงมาตรการนี้กับทั้งสิทธิแรงงานและการแข่งขันของธุรกิจอเมริกัน เขากล่าวว่า:
นี่คือการบังคับใช้กฎหมายของเรา ปกป้องธุรกิจอเมริกันจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม และทำให้ชัดเจนว่าบริษัทที่เกี่ยวข้องกับแรงงานบังคับจะไม่ได้รับการยกเว้นในประเทศนี้
ปัจจุบันบัญชีดังกล่าวครอบคลุมหลายอุตสาหกรรม ทั้งฝ้าย มะเขือเทศกระป๋อง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องจักร การเพิ่มบริษัทจีโนมิกส์ชั้นนำทำให้เทคโนโลยีที่ใช้ในห้องปฏิบัติการและการดูแลสุขภาพเข้ามาอยู่ในระบบบังคับใช้กฎชายแดนเดียวกันโดยตรงมากขึ้น
บริษัทปฏิเสธข้อกล่าวหา
BGI Group ระบุว่าไม่ได้ใช้แรงงานบังคับและต่อต้านการใช้แรงงานบังคับทุกรูปแบบ กลุ่มบริษัทกล่าวว่าเคารพหลักการที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนและมาตรฐานแรงงาน และคาดว่ามาตรการนี้จะไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินงาน เนื่องจากธุรกิจในสหรัฐฯ มีสัดส่วนเพียงเล็กน้อย
MGI Tech ปฏิเสธข้อกล่าวหาเช่นกัน โดยระบุว่าขัดแย้งกับข้อเท็จจริง ในคำชี้แจง บริษัทระบุว่า:
เราไม่ยอมรับแรงงานบังคับทุกรูปแบบโดยเด็ดขาด
BGI Group และ BGI Genomics ระบุว่าจะติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและดำเนินมาตรการที่เหมาะสม ส่วน MGI กล่าวว่าเตรียมคัดค้านการขึ้นบัญชีและขอให้ถอดชื่อออกจากบัญชี ยังไม่มีการกำหนดกรอบเวลาสำหรับการพิจารณาคำคัดค้านดังกล่าว
BGI ยังเน้นย้ำว่าบริษัทเป็นของเอกชน และกล่าวว่างานของตนมีวัตถุประสงค์เพื่อพลเรือนและวิทยาศาสตร์ เพื่อตอบข้อกังวลที่สหรัฐฯ มีมานานเกี่ยวกับการเข้าถึงข้อมูลพันธุกรรม กลุ่มบริษัทระบุว่าไม่ได้ให้บริการแก่ผู้ป่วยในสหรัฐฯ และไม่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลพันธุกรรมของชาวอเมริกัน
รัฐบาลจีนปฏิเสธข้อกล่าวหาของสหรัฐฯ และชาติตะวันตกอื่น ๆ เรื่องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และการละเมิดสิทธิอื่น ๆ ต่อชาวอุยกูร์และชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมในซินเจียง ปักกิ่งอธิบายนโยบายในภูมิภาคนี้ว่าเป็นมาตรการต่อต้านการก่อการร้ายและรักษาเสถียรภาพ
สินค้าของบริษัทและความเชื่อมโยงระหว่างกัน
MGI จำหน่ายเครื่องหาลำดับสารพันธุกรรมให้แก่นักวิจัย ธุรกิจเทคโนโลยีชีวภาพ และโรงพยาบาล ส่วน BGI Genomics จัดหาผลิตภัณฑ์และบริการด้านการหาลำดับสารพันธุกรรม รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ ธุรกิจของทั้งสองบริษัทเชื่อมโยงเครื่องมืออ่านดีเอ็นเอกับบริการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว
คำอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทมีหลายแบบ กระทรวงฯ ระบุว่า BGI Group ถือหุ้นควบคุมใน BGI Genomics และ MGI Tech ขณะที่ MGI ก็ได้รับการอธิบายว่าเป็นอดีตบริษัทย่อยและคู่ค้าหลังแยกตัวในปี 2016 เอกสารของบริษัทแสดงให้เห็นว่ายังคงมีความเชื่อมโยงทางการค้าและการบริหารหลังการแยกตัว
BGI Genomics และ MGI ยังคงมีกรรมการร่วมกันและทำการค้าระหว่างกัน ทั้งสองบริษัทยังจัดหาสินค้าให้ Forensic Genomics ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ BGI การเปิดเผยข้อมูลหลักทรัพย์ระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2023 MGI จัดหาสินค้าและบริการมูลค่าเกือบ 3 ล้านดอลลาร์ให้แก่ Forensic Genomics
เอกสารเปิดเผยข้อมูลของบริษัทและข่าวประชาสัมพันธ์ระบุว่า Forensic Genomics เป็นผู้จัดหาวัสดุตรวจดีเอ็นเอให้แก่กระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน กระทรวงดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในการบังคับใช้กฎหมาย การสอดส่อง และการควบคุมตัวในซินเจียง
ความเชื่อมโยงทางการค้าเหล่านี้ช่วยอธิบายว่าเหตุใดสหรัฐฯ จึงขยายการตรวจสอบไปยังหลายธุรกิจ แทนที่จะจำกัดอยู่เพียงชื่อ BGI Group ก่อนหน้านี้มีการใช้ข้อจำกัดกับบริษัทต่าง ๆ ในเครือข่ายเดียวกันแล้ว
เหตุใดสัดส่วนรายได้ที่น้อยจึงยังสำคัญ
BGI Genomics รายงานว่าทวีปอเมริกาคิดเป็นสัดส่วนน้อยกว่า 2% ของรายได้ในปี 2025 ส่วน MGI ระบุว่ารายได้ประมาณ 8% มาจากทวีปอเมริกา ตัวเลขเหล่านี้ครอบคลุมภูมิภาคที่กว้างกว่าสหรัฐฯ ดังนั้นสัดส่วนจากสหรัฐฯ จึงน้อยกว่ายอดรวมของภูมิภาค หรืออย่างมากก็เท่ากับยอดรวมนั้น
สัดส่วนรายได้จากทวีปอเมริกาที่ MGI รายงานนั้นมากกว่าสัดส่วนของ BGI Genomics กว่าสี่เท่า โดยเทียบจากตัวเลข 8% กับตัวเลขที่น้อยกว่า 2% ของบริษัทหลัง ด้วยเกณฑ์นี้ MGI จึงมีความเสี่ยงต่อธุรกิจในภูมิภาคสูงกว่า แม้ตัวเลขจะไม่แสดงการเปรียบเทียบรายได้จากสหรัฐฯ อย่างแม่นยำ
MGI ตัดสินใจขายกิจการ Complete Genomics ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในสหรัฐฯ ไปแล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 โดยอ้างถึงสภาพแวดล้อมด้านนโยบายของสหรัฐฯ ที่ยากลำบากขึ้น และกล่าวว่าแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์กำลังส่งผลต่อธุรกิจ
สำหรับลูกค้าในสหรัฐฯ ข้อกังวลในทางปฏิบัติคือการจัดซื้ออุปกรณ์และสินค้าอื่น ๆ จากบริษัทที่อยู่ในบัญชี ห้องปฏิบัติการที่วางแผนจัดซื้อจะต้องตรวจสอบว่าผู้จัดหาหรือผลิตภัณฑ์อยู่ภายใต้ข้อจำกัดหรือไม่ก่อนจัดส่งสินค้า
ธุรกิจในสหรัฐฯ ที่มีสัดส่วนค่อนข้างน้อยของบริษัทช่วยอธิบายได้ว่าเหตุใดบริษัทจึงระบุว่าผลกระทบทางการเงินในระยะสั้นจะจำกัด อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดนี้ยังปิดช่องทางการขยายธุรกิจในอนาคตเข้าสู่ตลาดวิจัยและการดูแลสุขภาพขนาดใหญ่
ลำดับมาตรการจำกัดที่เพิ่มขึ้น
มาตรการในเดือนตุลาคมเกิดขึ้นหลังสหรัฐฯ ดำเนินมาตรการกับบางส่วนของเครือข่าย BGI มาหลายปี มาตรการก่อนหน้านี้จำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีอเมริกัน ส่วนการตัดสินใจล่าสุดมุ่งเป้าไปที่สินค้านำเข้าสู่สหรัฐฯ
- 2020: สำนักงานอุตสาหกรรมและความมั่นคงของสหรัฐฯ เพิ่ม Xinjiang Silk Road BGI ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ Forensic Genomics ในบัญชีควบคุมการส่งออก จากข้อกล่าวหาการละเมิดสิทธิที่เกี่ยวข้องกับการตรวจพันธุกรรมในซินเจียง
- 2021: ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ลงนามประกาศใช้กฎหมายป้องกันแรงงานบังคับชาวอุยกูร์
- 2023: สำนักงานอุตสาหกรรมและความมั่นคงเพิ่ม Forensic Genomics หรือที่รู้จักในชื่อ Shenzhen Huada Forensic Technology ในบัญชี โดยอ้างความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการเก็บข้อมูลพันธุกรรมและการสอดส่อง
- มีนาคม 2025: จีนจำกัดการนำเข้าอุปกรณ์หาลำดับสารพันธุกรรมจาก Illumina บริษัทสหรัฐฯ หลังภาษีศุลกากรใหม่ของสหรัฐฯ มีผลบังคับใช้
- กุมภาพันธ์ 2026: MGI ตัดสินใจขายกิจการ Complete Genomics โดยอ้างถึงสภาพแวดล้อมด้านนโยบายของสหรัฐฯ
- สิงหาคม 2026: สหรัฐฯ เพิ่มบริษัทจีน 43 แห่งในบัญชีนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับแรงงานบังคับ ทำให้มีทั้งหมด 187 แห่ง
- 28 ตุลาคม 2026: กระทรวงฯ ประกาศเพิ่มบริษัทจีโนมิกส์สามแห่ง ทำให้ยอดรวมเพิ่มเป็น 190 แห่ง โดยกำหนดเริ่มใช้ข้อจำกัดการนำเข้าในวันถัดไป
การเพิ่มรายชื่อในเดือนสิงหาคมคิดเป็น 43 จาก 187 นิติบุคคลในบัญชีขณะนั้น หรือประมาณ 23% การขยายบัญชีครั้งล่าสุดมีจำนวนเพิ่มขึ้นน้อยกว่ามาก แต่ครอบคลุมบริษัทที่มีชื่อเสียงโดดเด่นที่สุดบางแห่งซึ่งถูกดำเนินมาตรการภายใต้กฎหมายนี้
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยังได้ขึ้นบัญชี BGI Group, BGI Genomics และ MGI Tech แยกต่างหากในฐานะบริษัททางทหารของจีน BGI ปฏิเสธข้อกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านความมั่นคงแห่งชาติ และระบุว่ากิจกรรมของบริษัทเป็นไปเพื่อพลเรือนและวิทยาศาสตร์
จีนโต้กลับ ขณะที่ความตึงเครียดด้านเทคโนโลยีชีวภาพเพิ่มขึ้น
หลิว ฉาง โฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนกล่าวว่า มาตรการใหม่นี้ไม่มีข้อเท็จจริงรองรับ และเรียกร้องให้วอชิงตันยุติการใช้ข้อกล่าวหาเรื่องแรงงานบังคับเพื่อกดดันธุรกิจจีน เขากล่าวว่า:
มาตรการของสหรัฐฯ บั่นทอนสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัทจีนที่เกี่ยวข้องอย่างร้ายแรง และส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเสถียรภาพของห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก
จีนได้ดำเนินมาตรการกับ Illumina บริษัทหาลำดับสารพันธุกรรมของสหรัฐฯ ไปแล้ว ในเดือนมีนาคม 2025 จีนห้ามนำเข้าอุปกรณ์หาลำดับสารพันธุกรรมของบริษัท หลังภาษีเพิ่มเติม 10% ของสหรัฐฯ สำหรับสินค้าจีนมีผลบังคับใช้
Illumina ระบุในเดือนพฤศจิกายน 2025 ว่ากระทรวงพาณิชย์ของจีนแจ้งว่าจะยกเลิกคำสั่งห้ามนำเข้า อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงอยู่ในบัญชีรายชื่อนิติบุคคลที่ไม่น่าเชื่อถือของจีน ซึ่งหมายความว่าการซื้อเครื่องมือของบริษัทยังต้องได้รับอนุมัติจากรัฐบาล
ปักกิ่งยังคว่ำบาตรนิติบุคคลสหรัฐฯ หกแห่ง หลังสหรัฐฯ เพิ่มรายชื่อบริษัทเกี่ยวข้องกับแรงงานบังคับในรอบก่อนหน้าเมื่อเดือนกรกฎาคม การขึ้นบัญชีครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในช่วงพักรบทางการค้าที่เปราะบาง โดยเทคโนโลยีชีวภาพกลายเป็นอีกประเด็นขัดแย้งควบคู่ไปกับภาษีและข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีขั้นสูง
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เสนอข้อจำกัดการลงทุนของชาวอเมริกันในเทคโนโลยีชีวภาพ ปัญญาประดิษฐ์ และซูเปอร์คอมพิวเตอร์ในประเทศต่าง ๆ รวมถึงจีน ข้อเสนอเหล่านี้จะควบคุมการไหลเวียนของเงินลงทุน และอาจเพิ่มข้อกำหนดอีกชั้นให้กับกฎที่มีผลต่ออุปกรณ์ สัญญา และการค้าอยู่แล้ว
สิ่งที่อาจเกิดขึ้นต่อไป
แผนที่ MGI ระบุว่าจะคัดค้านการขึ้นบัญชีทำให้การขอถอดชื่อออกจากบัญชีเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามต่อไป ส่วน BGI Group และ BGI Genomics ก็ส่งสัญญาณว่าจะติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่นกัน
คิต คอนคลิน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์และกิจการโลกของ Exiger กล่าวว่า มีแนวโน้มที่สหรัฐฯ จะเพิ่มข้อจำกัดต่อบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพของจีน เขาระบุว่าการทดลองทางคลินิก การตรวจวิเคราะห์ และการสร้างแบบจำลองอาจเป็นด้านที่เผชิญมาตรการ Exiger พัฒนาเทคโนโลยีห่วงโซ่อุปทานและช่วยธุรกิจบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงกฎหมายว่าด้วยแรงงานบังคับ
การหารือด้านนโยบายของวอชิงตันมีขอบเขตกว้างกว่าการนำเข้าอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้สภาคองเกรสพิจารณากฎหมายที่ระบุชื่อ BGI ในข้อจำกัดต่อผู้ให้บริการทางการแพทย์ที่ได้รับเงินทุนจากรัฐบาลกลาง แต่ข้อกำหนดฉบับหลังที่ผ่านการพิจารณาไม่ได้ระบุชื่อบริษัทใดเป็นรายแห่ง และกำหนดให้จัดทำบัญชีบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพที่น่ากังวล
สำหรับธุรกิจทั้งสามแห่งที่เพิ่งถูกเพิ่มชื่อ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทันทีนั้นชัดเจน คือสินค้าของบริษัทต้องเผชิญอุปสรรคที่ชายแดนสหรัฐฯ ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม การตอบสนองของบริษัท การยื่นขอถอดชื่อ และการตัดสินใจจัดซื้อของห้องปฏิบัติการอเมริกัน จะเป็นตัวกำหนดผลกระทบทางธุรกิจ
ประเด็นสำคัญ
- กระทรวงฯ เพิ่ม BGI Group, BGI Genomics และ MGI Tech ในบัญชีนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับแรงงานบังคับเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2026
- กำหนดเริ่มใช้ข้อจำกัดการนำเข้าในวันที่ 29 ตุลาคม ทำให้บัญชีมีทั้งหมด 190 แห่ง
- เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวหาว่าบริษัทสนับสนุนการตรวจพันธุกรรมที่ใช้ในการสอดส่องและโครงการแรงงานบังคับในซินเจียง
- บริษัททั้งสามปฏิเสธข้อกล่าวหา และ MGI ระบุว่าจะคัดค้านการขึ้นบัญชี
- ทวีปอเมริกาคิดเป็นสัดส่วนน้อยกว่า 2% ของรายได้ BGI Genomics ในปี 2025 และประมาณ 8% ของรายได้ MGI
- จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีนิติบุคคลในบัญชีรายใดกลับมาส่งสินค้าไปยังสหรัฐฯ ได้ด้วยการผ่านเกณฑ์พิสูจน์ตามกฎหมาย






