ศาลล้มคำตัดสินก่อนหน้าเกี่ยวกับเอกสารการศึกษา
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2026 ศาลฎีกาอินโดนีเซียมีคำสั่งรับคำร้องคัดค้านความชอบด้วยกฎหมายของใบรับรองเทียบวุฒิการศึกษามัธยมศึกษาจากต่างประเทศ ซึ่งรองประธานาธิบดีกิบราน รากาบูมิง รากา ใช้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2024 พร้อมกลับคำตัดสินก่อนหน้าของศาลปกครองและพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีทุกข้อเรียกร้อง
สารบัญ
คดีนี้เกี่ยวข้องกับใบรับรองเลขที่ 9149/D.D1/KS/2019 ซึ่งออกโดยกรมสามัญศึกษา เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2019 คำฟ้องขอให้ประกาศว่าเอกสารดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นโมฆะ ให้เรียกคืนจากผู้ครอบครองและทำลายทิ้ง
คำพิพากษาหมายเลข 742 K/TUN/2026 ทำให้ข้อถกเถียงเรื่องผลที่จะเกิดขึ้นกับกิบรานทวีความเข้มข้นขึ้นทันที ซุบฮัน ทนายความผู้ยื่นฟ้อง เรียกร้องให้เขาลาออก ขณะที่อาเด ดาร์มาวัน เลขาธิการสมาคมทนายความ Peradi Bersatu กล่าวว่า การเพิกถอนเอกสารทางปกครองจะไม่กระทบตำแหน่ง สิทธิ และหน้าที่ของรองประธานาธิบดี
องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกามียูลิอุสเป็นประธาน โดยมีมัฟตุห์ เอฟเฟนดีและฮารี ซูกิฮาร์โตเป็นผู้พิพากษาอีกสองคน คำตัดสินนี้กลับผลคดีที่ศาลปกครองกรุงจาการ์ตาพิพากษาไว้ และศาลอุทธรณ์ยืนตามในชั้นอุทธรณ์
ประเด็นสำคัญของข้อพิพาทคือเอกสารที่เชื่อมโยงการศึกษาของกิบรานในต่างประเทศเข้ากับข้อกำหนดวุฒิการศึกษาขั้นต่ำของอินโดนีเซียสำหรับผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดี ความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวข้องกับคำตัดสินสองเรื่อง ได้แก่ การเพิกถอนเอกสารของศาล และข้อเรียกร้องของโจทก์ให้กิบรานพ้นจากตำแหน่ง
ใบรับรองนี้ใช้ทำอะไร
กรมสามัญศึกษาออกใบรับรองดังกล่าวที่กรุงจาการ์ตาในปี 2019 โดยรับรองว่าการศึกษาของกิบรานในต่างประเทศเทียบเท่ากับระดับมัธยมศึกษาตอนปลายของอินโดนีเซีย ซึ่งเรียกกันทั่วไปว่า SMA
ใบรับรองเทียบวุฒิเปิดทางให้หน่วยงานด้านการศึกษารับรองการเรียนที่สำเร็จภายใต้ระบบการศึกษาของประเทศอื่น ในกรณีนี้ เอกสารดังกล่าวมีความสำคัญเพราะกิบรานใช้สมัครเป็นผู้สมัครรองประธานาธิบดีในการเลือกตั้งปี 2024 คู่กับปราโบโว ซูเบียนโต
มาตรา 169(r) ของกฎหมายหมายเลข 7 ปี 2017 ว่าด้วยการเลือกตั้งทั่วไป กำหนดให้ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีต้องมีวุฒิการศึกษาขั้นต่ำระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า ข้อกำหนดนี้อธิบายได้ว่าเหตุใดใบรับรองที่ออกในปี 2019 จึงกลายเป็นประเด็นฟ้องร้องในอีกหลายปีต่อมา
ซุบฮันยื่นคัดค้านการดำเนินการทางปกครองของรัฐบาลที่ออกใบรับรองดังกล่าว ในกระบวนการพิจารณาของศาลฎีกา ผู้ถูกฟ้องคือกระทรวงประถมศึกษาและมัธยมศึกษา โดยมีเลขาธิการกระทรวงเป็นผู้แทน
ซุบฮันทำให้ศาลกลับคำตัดสินได้อย่างไร
ซุบฮันยื่นฟ้องคดีปกครองหมายเลข 62/G/2026/PTUN.JKT ในเบื้องต้น ศาลปกครองกรุงจาการ์ตาวินิจฉัยว่าไม่อาจรับคำฟ้องไว้พิจารณา และศาลอุทธรณ์คดีปกครองยืนตามคำตัดสินนั้น
คำวินิจฉัยว่าไม่อาจรับคำฟ้องไว้พิจารณาหมายถึงศาลปฏิเสธที่จะรับคดีในรูปแบบที่ยื่นมาไว้พิจารณา ส่วนการฎีกาคือการขอให้ศาลฎีกาทบทวนการใช้กฎหมายของศาลชั้นต้น ซุบฮันเลือกดำเนินการในช่องทางนี้หลังจากอุทธรณ์ไม่สำเร็จ
คำสั่งในส่วนที่เป็นข้อยุติของศาลฎีกาคือรับฎีกา กลับคำตัดสินของศาลชั้นต้น และวินิจฉัยคดีเองโดยให้โจทก์ชนะทุกข้อเรียกร้อง ผลจึงเปลี่ยนจากการที่คำคัดค้านของซุบฮันไม่เป็นผลในศาลชั้นต้น มาเป็นชัยชนะของเขา
คำขอท้ายฟ้องระบุไว้ชัดเจน ได้แก่ ขอให้ประกาศว่าใบรับรองไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นโมฆะ สั่งให้เรียกคืนและทำลายเอกสาร และให้จำเลยชำระค่าธรรมเนียมศาล รายงานสาธารณะเกี่ยวกับคำตัดสินระบุผลคดี แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเหตุผลของศาล กำหนดเวลาการบังคับใช้ หรือขั้นตอนที่กระทรวงต้องปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามคำพิพากษา นอกจากนี้ยังไม่มีการระบุความเห็นจากกิบรานหรือกระทรวง
ลำดับวันที่ของข้อพิพาท
คดีนี้ดำเนินผ่านกระบวนการพิจารณาหลายขั้นตอนนานกว่าหนึ่งปี นอกจากนี้ ซุบฮันยังยื่นฟ้องคดีแพ่งเกี่ยวกับความถูกต้องของประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาของกิบราน ก่อนจะดำเนินคดีปกครองที่ขึ้นสู่ศาลฎีกา
- 6 สิงหาคม 2019: กรมสามัญศึกษาออกใบรับรองเทียบวุฒิที่เป็นข้อพิพาท
- 2024: กิบรานใช้ใบรับรองสมัครเป็นผู้สมัครรองประธานาธิบดี
- 29 สิงหาคม 2025: ซุบฮันยื่นคดีแพ่งหมายเลข 583/Pdt.G/2025 ต่อศาลแขวงจาการ์ตากลาง
- 21 พฤษภาคม 2026: ศาลปกครองกรุงจาการ์ตามีคำวินิจฉัย ซึ่งต่อมาศาลอุทธรณ์ยืนตาม
- สิงหาคม 2026: ซุบฮันยื่นอุทธรณ์ในระบบศาลปกครอง
- 23 กันยายน 2026: ศาลฎีกาได้รับคำร้องฎีกา
- 8 ตุลาคม 2026: ศาลฎีกาลงทะเบียนคดี
- 30 ตุลาคม 2026: มีการบันทึกว่าคดีได้รับการจัดสรร และศาลฎีการับฎีกา
คดีแพ่งและคดีปกครองดำเนินไปคนละช่องทางกฎหมาย การฎีกาที่ประสบความสำเร็จของซุบฮันเกิดจากคดีปกครองที่ฟ้องกระทรวงศึกษาธิการเกี่ยวกับใบรับรองที่กระทรวงออกให้
เหตุใดซุบฮันจึงเรียกร้องให้ลาออก
ซุบฮันตีความการประกาศว่าใบรับรองไม่ชอบด้วยกฎหมายว่า หมายความว่าเอกสารดังกล่าวไม่เคยมีผลทางกฎหมาย เขาเชื่อมโยงการตีความนี้เข้ากับข้อเรียกร้องให้กิบรานพ้นจากตำแหน่งโดยตรง เมื่อให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม
ซุบฮัน โจทก์และทนายความผู้ยื่นฟ้อง กล่าวสรุปความเห็นของเขาว่า
ใบรับรองนั้นไม่เคยมีอยู่ เพราะถูกประกาศว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนผลกระทบอื่น ๆ กิบรานก็ต้องลาออก แค่นั้น
เขากล่าวว่าใบรับรองไม่เคยมีอยู่เพราะถูกประกาศว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย และกิบรานจึงควรลาออก ความเห็นของเขาก้าวพ้นจากคำขอให้ดำเนินการกับกระทรวงศึกษาธิการ ไปสู่การเรียกร้องให้รองประธานาธิบดีตัดสินใจด้วยตนเอง
จุดยืนของซุบฮันทำให้บทบาทของใบรับรองในการสมัครรับเลือกตั้งกลายเป็นประเด็นสำคัญทางการเมือง เขาเรียกร้องให้กิบรานยอมรับการลาออกเป็นผลจากการสูญเสียเอกสารที่ใช้ยืนยันคุณสมบัติด้านการศึกษา
เจ้าหน้าที่สมาคมทนายความมองผลลัพธ์ต่างออกไป
อาเด ดาร์มาวัน เลขาธิการ Peradi Bersatu ให้ความเห็นตรงกันข้ามเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม เขากล่าวว่า การทำให้เอกสารของรัฐบาลเป็นโมฆะจะไม่กระทบสถานะตามรัฐธรรมนูญและหน้าที่ของกิบราน
อาเดอธิบายความเห็นของเขาเกี่ยวกับผลกระทบต่อสำนักงานรองประธานาธิบดีว่า
เราทุกคนทราบดีว่าไม่ว่าคำตัดสินนั้นจะเป็นอย่างไร ก็จะไม่กระทบตำแหน่งรองประธานาธิบดีในกรณีนี้ เพราะการเพิกถอนเอกสารหนึ่งฉบับไม่ได้ทำให้สิทธิและหน้าที่ของรองประธานาธิบดีสิ้นสุดลง
อาเดกล่าวว่า คำตัดสินจะไม่กระทบตำแหน่งรองประธานาธิบดี เพราะการเพิกถอนเอกสารฉบับหนึ่งไม่ได้ทำให้สิทธิและหน้าที่ของรองประธานาธิบดีสิ้นสุดลง เขาให้เหตุผลว่าความชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญของการเลือกตั้งปราโบโวและกิบรานได้รับการวินิจฉัยไปแล้วโดยศาลรัฐธรรมนูญ
ศาลทั้งสองมีหน้าที่แตกต่างกัน ศาลฎีกาพิจารณาข้อพิพาททางปกครองเกี่ยวกับใบรับรองของกระทรวง ส่วนศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาข้อพิพาทเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดี ข้อโต้แย้งของอาเดวางสถานะของตำแหน่งไว้ในกรอบรัฐธรรมนูญดังกล่าว ขณะที่คำร้องของซุบฮันเรียกร้องให้กิบรานลงจากตำแหน่งโดยสมัครใจ
ข้อวินิจฉัยก่อนหน้านี้ได้ก่อให้เกิดแรงกดดันแล้ว
ข้อพิพาทนี้ทำให้เกิดเสียงเรียกร้องให้ลาออกก่อนคำตัดสินของศาลฎีกา กลุ่มที่เป็นตัวแทนของศาสตราจารย์ชาวอินโดนีเซีย 150 คนได้ส่งจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องให้ลาออกก่อนหน้านี้ลงวันที่ 19 ตุลาคม ถึงประธานาธิบดีปราโบโวและอดีตประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ผู้เป็นบิดาของกิบราน
เวทีศาสตราจารย์อินโดนีเซียเชื่อมโยงข้อเรียกร้องดังกล่าวกับคดีศาลรัฐธรรมนูญหมายเลข 01/PHPU.PRES-XXIV/2026 ซึ่งอ่านคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม นักวิชาการให้เหตุผลว่าประเด็นเกี่ยวกับเอกสารการศึกษามีผลด้านจริยธรรม แม้กิบรานจะไม่ได้ถูกตัดสิทธิ์ก็ตาม
ข้อพิพาทด้านการศึกษานี้รวมถึงข้อค้นพบที่ระบุว่า ผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญไม่พบหลักฐานของประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาจากต่างประเทศที่เป็นที่มาของใบรับรองเทียบวุฒิ ศาสตราจารย์ให้ความสำคัญกับการพิจารณาเอกสารของศาล และเรียกร้องให้ลาออกโดยสมัครใจ
อิดรุส ปาตูรูซี ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยฮาซานุดดินกล่าวว่า นักวิชาการ 13 คนเป็นผู้ริเริ่มจดหมาย โดยมีศาสตราจารย์ลงนามในนามของกลุ่มใหญ่ที่มี 150 คน นอกจากนี้ยังระบุว่า ศาสตราจารย์รียาส ราชิดเป็นหนึ่งในผู้ริเริ่ม ทั้งสองคนมาจากจังหวัดสุลาเวสีใต้
ข้อเรียกร้องของศาสตราจารย์และคำตอบของซุบฮันมาบรรจบกันที่ข้อเสนอเดียวกันในขณะนี้ นั่นคือการพ้นจากตำแหน่งโดยสมัครใจ ส่วนความพยายามถอดถอนประธานาธิบดีหรือรองประธานาธิบดีผ่านกระบวนการตามรัฐธรรมนูญจะต้องดำเนินตามขั้นตอนแยกต่างหาก ซึ่งเกี่ยวข้องกับสภาผู้แทนราษฎร หรือที่เรียกว่า DPR
มีคดีอีกคดีเกี่ยวกับใบรับรองฉบับเดียวกัน
บริษัท PT Mercy Toga Kirana ยื่นคัดค้านใบรับรองเทียบวุฒิต่อศาลปกครองกรุงจาการ์ตาเช่นกัน โดยหนึ่งในคำขอท้ายฟ้องคือให้เพิกถอนเอกสารฉบับเดียวกัน
เมื่อไม่นานมานี้ บริษัทประกาศว่าจะถอนฟ้อง เนื่องจากเห็นว่ากระทรวงศึกษาธิการไม่สามารถแสดงเอกสารที่บริษัทร้องขอได้ การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่มีรายงานว่ากระบวนการพิจารณายังคงดำเนินอยู่
ดังนั้น การดำเนินการของบริษัทกับการฎีกาที่ประสบความสำเร็จของซุบฮันจึงอยู่คนละขั้นตอนทางกระบวนการ ซุบฮันได้คำตัดสินจากศาลฎีกา ขณะที่ PT Mercy Toga Kirana ประกาศว่าจะยุติคดีของตนเอง
สำหรับกระทรวง ประเด็นเร่งด่วนคือการปฏิบัติตามคำพิพากษาเกี่ยวกับใบรับรองที่กระทรวงออกให้ ส่วนกิบรานเผชิญแรงกดดันทางการเมืองเพิ่มขึ้นจากการที่มีคำคัดค้านทางปกครองประสบความสำเร็จ ควบคู่กับข้อเรียกร้องของศาสตราจารย์ อาเดยืนยันว่าเขายังคงดำรงตำแหน่ง ขณะที่ซุบฮันเห็นว่าควรลาออก
ประเด็นสำคัญ
- เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2026 ศาลฎีการับฎีกาของซุบฮันในคดีหมายเลข 742 K/TUN/2026
- ข้อพิพาทเกี่ยวข้องกับใบรับรองเทียบวุฒิการศึกษามัธยมศึกษาที่ออกเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2019 และกิบรานใช้สมัครรับเลือกตั้งปี 2024
- ศาลกลับคำตัดสินของศาลชั้นต้นและพิพากษาให้โจทก์ชนะทุกข้อเรียกร้อง
- ซุบฮันเรียกร้องให้กิบรานลาออก ส่วนอาเด ดาร์มาวัน เลขาธิการ Peradi Bersatu กล่าวว่า คำตัดสินจะไม่กระทบตำแหน่งของเขา
- ก่อนหน้านี้ กลุ่มที่เป็นตัวแทนของศาสตราจารย์ 150 คนได้เรียกร้องให้กิบรานลาออกโดยสมัครใจ
- PT Mercy Toga Kirana ประกาศแผนถอนฟ้องอีกคดีหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับใบรับรองฉบับเดียวกัน






