ศูนย์กลางแห่งใหม่สำหรับประตูสู่นานาชาติของโตเกียว
สนามบินนาริตะของญี่ปุ่นมีแผนรวมอาคารผู้โดยสารทั้งสามแห่งเข้าเป็นอาคารเดียวในช่วงทศวรรษ 2030 ควบคู่กับงานปรับปรุงทางวิ่งที่คาดว่าจะเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับเที่ยวบินต่อปีจาก 340,000 เที่ยวเป็น 500,000 เที่ยว อาคารผู้โดยสารที่เสนอจะเริ่มก่อสร้างระหว่างอาคารผู้โดยสาร 1 และ 2 ในปัจจุบัน พร้อมประตูขึ้นเครื่องและทางเชื่อมใหม่ที่เชื่อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกซึ่งใช้งานอยู่แล้ว
สารบัญ
- ศูนย์กลางแห่งใหม่สำหรับประตูสู่นานาชาติของโตเกียว
- แผนรวมอาคารผู้โดยสารสามแห่งเป็นหนึ่งเดียว
- อาคารผู้โดยสารใหญ่ขึ้น พร้อมระยะทางที่ยาวขึ้น
- ตัวเลขเที่ยวบิน 500,000 เที่ยวหมายถึงอะไร
- เหตุใดการต่อเครื่องจึงสำคัญต่อบทบาทระดับภูมิภาคของนาริตะ
- จากการขยายสนามบินนับตั้งแต่ปี 1978 สู่การปรับปรุงเป็นระยะ
- ประเด็นสำคัญ
บริษัท นาริตะ อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์พอร์ต กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่งและการท่องเที่ยว และผู้เกี่ยวข้องรายอื่น เปิดเผยแผนดังกล่าวในการประชุมเมื่อเดือนกรกฎาคมว่าด้วยการเสริมความแข็งแกร่งให้สิ่งอำนวยความสะดวกของสนามบิน เป้าหมายคือทำให้การเดินทางผ่านนาริตะสะดวกขึ้น และเสริมบทบาทของสนามบินในฐานะศูนย์กลางการบินระหว่างประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะที่สนามบินฮาเนดะของโตเกียวให้บริการใกล้เต็มขีดความสามารถ
สำหรับผู้โดยสารที่ต่อเครื่อง ปัญหาเร่งด่วนที่สุดที่โครงการนี้มุ่งแก้คือการเดินทางระหว่างอาคารผู้โดยสาร การต่อเที่ยวบินบางกรณีในปัจจุบันต้องเดินทางด้วยรถโดยสาร การรวมฟังก์ชันของอาคารผู้โดยสารเข้าด้วยกันจะเปลี่ยนวิธีที่ผู้เดินทางไปยังเที่ยวบินถัดไป แม้สนามบินยังไม่ได้เปิดเผยกำหนดการก่อสร้างโดยละเอียดหรือวันที่แน่ชัดว่าจะรวมอาคารผู้โดยสารเสร็จเมื่อใด
เจ้าหน้าที่ของบริษัท นาริตะ อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์พอร์ต กล่าวว่าความสะดวกของผู้โดยสารเป็นเหตุผลสำคัญของโครงการนี้:
เราต้องการเพิ่มความสะดวกให้ผู้โดยสาร รวมถึงผู้ที่เดินทางต่อเครื่อง
แผนนี้ประกอบด้วยงานที่เชื่อมโยงกันสองด้าน ได้แก่ การเพิ่มพื้นที่รองรับอากาศยานและการทำให้การเดินทางของผู้โดยสารภายในสนามบินจัดการได้สะดวกขึ้น ทางวิ่งเป็นตัวกำหนดจำนวนเที่ยวบินที่สนามบินรองรับได้ ส่วนอาคารผู้โดยสารมีประตูขึ้นเครื่อง พื้นที่ดำเนินการต่าง ๆ และเส้นทางที่ผู้โดยสารใช้ก่อนและหลังเที่ยวบิน
แผนรวมอาคารผู้โดยสารสามแห่งเป็นหนึ่งเดียว
ข้อเสนอของนาริตะเริ่มจากการสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งใหม่ พร้อมประตูขึ้นเครื่อง ระหว่างอาคารผู้โดยสาร 1 และ 2 โดยจะมีทางเชื่อมระหว่างอาคารใหม่กับสิ่งอำนวยความสะดวกเดิม ทำให้สนามบินสามารถพัฒนาโดยใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานบางส่วนที่มีอยู่แล้ว
จากนั้นอาคารผู้โดยสารแห่งใหม่จะขยายเป็นระยะ ๆ และทยอยรวมศุลกากรกับฟังก์ชันอื่น ๆ เข้าด้วยกัน จนในที่สุดกลายเป็นสนามบินที่มีอาคารผู้โดยสารเดียว ศุลกากรทำหน้าที่ตรวจสอบสินค้าที่ผู้โดยสารนำข้ามพรมแดนของประเทศ จึงเป็นหนึ่งในบริการสำคัญที่ต้องจัดให้เข้ากับรูปแบบใหม่
ดังนั้น โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างอาคารใหม่ไว้ข้างอาคารเดิม แต่มีเป้าหมายสร้างอาคารผู้โดยสารที่เชื่อมถึงกัน พร้อมรวมฟังก์ชันต่าง ๆ ทั่วสนามบิน แทนการจัดพื้นที่ปัจจุบันซึ่งแยกเป็นอาคารผู้โดยสารสามแห่ง
ประโยชน์ที่ผู้เดินทางจะได้รับในทางปฏิบัติคือเส้นทางภายในสนามบินที่ต่อเนื่องยิ่งขึ้น ผู้โดยสารที่มาถึงอาคารส่วนหนึ่งแล้วต้องออกเดินทางจากอีกส่วนหนึ่งจะสามารถต่อเครื่องภายในพื้นที่อาคารที่วางแผนไว้ แทนการเผชิญระยะห่างระหว่างอาคารซึ่งปัจจุบันอาจต้องนั่งรถโดยสาร
อาคารผู้โดยสารใหญ่ขึ้น พร้อมระยะทางที่ยาวขึ้น
พื้นที่ใช้สอยของอาคารผู้โดยสารนาริตะจะเพิ่มจากประมาณ 970,000 ตารางเมตรเป็นราว 1.1 ล้านตารางเมตรเมื่ออาคารใหม่สร้างเสร็จ เพิ่มขึ้นประมาณ 130,000 ตารางเมตร หรือราว 13%
แม้มีอาคารผู้โดยสารเดียวขนาดดังกล่าว ผู้โดยสารก็ยังต้องเดินทางภายในสนามบินเป็นระยะทางมาก นาริตะกำลังพิจารณาระบบขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ เพื่อรองรับการเดินทางจากฝั่งตะวันออกไปฝั่งตะวันตกที่อาจไกลถึงประมาณ 2 กิโลเมตร ระบบขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติคือระบบขนส่งที่พาผู้โดยสารไปตามเส้นทางที่กำหนดภายในสถานที่ขนาดใหญ่
มีการเปรียบเทียบระบบที่เสนอกับระบบของท่าอากาศยานนานาชาติฮาหมัดในกาตาร์ ที่นาริตะ ระบบนี้จะช่วยแก้ปัญหาในทางปฏิบัติจากการเชื่อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่กระจายอยู่ในพื้นที่กว้าง กล่าวคือผู้โดยสารจะเดินทางระหว่างอาคารที่เชื่อมถึงกันได้ แต่บางคนก็ยังต้องใช้ระบบขนส่งเพื่อไปยังส่วนต่าง ๆ ของพื้นที่ซึ่งอยู่ห่างกัน
ทางเชื่อมและระบบขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติที่เสนอมีจุดประสงค์เกี่ยวเนื่องกัน ทางเชื่อมจะเชื่อมอาคารเข้าด้วยกันโดยตรง ส่วนระบบขนส่งจะช่วยให้ผู้โดยสารเดินทางในระยะไกลขึ้นภายในสนามบินที่เชื่อมถึงกัน
ตัวเลขเที่ยวบิน 500,000 เที่ยวหมายถึงอะไร
คาดว่าทางวิ่งใหม่และทางวิ่งที่ขยายจะเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับเที่ยวบินต่อปีของนาริตะอีก 160,000 เที่ยว จาก 340,000 เที่ยวเป็น 500,000 เที่ยว หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 47% จำนวนเที่ยวบินหมายถึงการขึ้นบินหนึ่งครั้งหรือการลงจอดหนึ่งครั้ง ดังนั้นเครื่องบินที่มาถึงและออกเดินทางในภายหลังจึงนับเป็นสองเที่ยวบิน
คาดว่าจำนวนผู้โดยสารต่อปีจะเพิ่มจาก 57 ล้านคนเป็น 75 ล้านคน เพิ่มขึ้น 18 ล้านคน หรือประมาณ 32% ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนระดับการเดินทางของผู้โดยสารที่สนามบินซึ่งขยายแล้วมีเป้าหมายรองรับ
อัตราการเพิ่มขึ้นของขีดความสามารถในการรองรับเที่ยวบินและจำนวนผู้โดยสารแตกต่างกัน โดยขีดความสามารถด้านเที่ยวบินที่วางแผนไว้จะเพิ่มขึ้นประมาณ 47% เทียบกับจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นประมาณ 32% จำนวนเที่ยวบินและจำนวนผู้โดยสารวัดการดำเนินงานคนละด้านของสนามบิน จำนวนคนที่เดินทางขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ รวมถึงขนาดของเครื่องบินและจำนวนที่นั่งที่มีผู้โดยสารใช้
พื้นที่ใช้สอยของอาคารผู้โดยสารที่วางแผนไว้จะเพิ่มขึ้นประมาณ 13% ซึ่งน้อยกว่าการเพิ่มขึ้นของทั้งสองตัวเลขดังกล่าว จึงทำให้การจัดระเบียบพื้นที่มีความสำคัญควบคู่ไปกับการขยายพื้นที่ ข้อเสนอของนาริตะรวมการเพิ่มพื้นที่ใช้สอยเข้ากับการเชื่อมสิ่งอำนวยความสะดวกและการรวมฟังก์ชันต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ซึ่งจะเปลี่ยนวิธีดำเนินงานของกลุ่มอาคารผู้โดยสาร
เหตุใดการต่อเครื่องจึงสำคัญต่อบทบาทระดับภูมิภาคของนาริตะ
การที่สนามบินฮาเนดะให้บริการใกล้เต็มขีดความสามารถเป็นเหตุผลสำคัญข้อหนึ่งในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับนาริตะ สนามบินทั้งสองแห่งให้บริการพื้นที่โตเกียว และโครงการของนาริตะมีเป้าหมายเพิ่มความสามารถในการรองรับการเดินทางระหว่างประเทศ ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับศูนย์กลางการบินแห่งอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ
ศูนย์กลางการบินคือสนามบินที่ผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนเที่ยวบินเพื่อเดินทางไปยังจุดหมายที่ไกลกว่าเมืองที่เครื่องบินลงจอด สำหรับผู้โดยสารต่อเครื่อง การเดินทางภายในสนามบินเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางโดยรวม การย้ายระหว่างอาคารผู้โดยสารเพิ่มขั้นตอนการเดินทางอีกช่วงหนึ่ง ระหว่างลงจากเครื่องบินลำหนึ่งกับขึ้นเครื่องบินลำถัดไป
แผนของนาริตะมุ่งแก้ขั้นตอนดังกล่าวโดยตรงผ่านทางเชื่อมและระบบขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติที่เสนอไว้ การให้ความสำคัญกับผู้โดยสารต่อเครื่องของเจ้าหน้าที่สนามบินเชื่อมโยงโครงการก่อสร้างเข้ากับเป้าหมายที่กว้างกว่า กล่าวคือ การรองรับเที่ยวบินได้มากขึ้นจะเกิดประโยชน์ยิ่งขึ้นเมื่อผู้โดยสารเดินทางเปลี่ยนเที่ยวบินได้อย่างคล่องตัว
ผู้เดินทางที่เริ่มต้นหรือสิ้นสุดการเดินทางที่นาริตะก็จะใช้สิ่งอำนวยความสะดวกที่จัดระเบียบใหม่เช่นกัน ข้อเสนอนี้รวบรวมประตูขึ้นเครื่อง ทางเชื่อมสู่อาคารเดิม ตลอดจนศุลกากรและฟังก์ชันอื่น ๆ ทำให้ผังอาคารผู้โดยสารเป็นหัวใจสำคัญของการขยายสนามบิน
จากการขยายสนามบินนับตั้งแต่ปี 1978 สู่การปรับปรุงเป็นระยะ
นาริตะเปิดให้บริการในเดือนพฤษภาคม 1978 และขยายพื้นที่ในเวลาต่อมาด้วยการก่อสร้างเพิ่มเติม ซึ่งรวมถึงอาคารผู้โดยสารแห่งใหม่ ข้อเสนอล่าสุดจะนำสิ่งอำนวยความสะดวกที่แยกจากกันเหล่านั้นมาเชื่อมโยงกันมากขึ้น พร้อมเพิ่มพื้นที่รองรับการเดินทางในอนาคต
แผนงานที่สนามบินและหน่วยงานพันธมิตรเปิดเผยเริ่มจากอาคารกลางแห่งใหม่ ก่อนทยอยรวมสิ่งอำนวยความสะดวกเข้าด้วยกัน:
- พฤษภาคม 1978: สนามบินนาริตะเปิดให้บริการ
- การประชุมวางแผนเดือนกรกฎาคม: บริษัทสนามบิน กระทรวงคมนาคม และผู้เกี่ยวข้องรายอื่นเปิดเผยแผนเสริมความแข็งแกร่งให้สิ่งอำนวยความสะดวกของนาริตะ
- ช่วงทศวรรษ 2030: มีแผนสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งใหม่พร้อมประตูขึ้นเครื่องระหว่างอาคารผู้โดยสาร 1 และ 2 โดยเชื่อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกเดิมผ่านทางเชื่อม
- ระยะต่อมา: อาคารผู้โดยสารจะขยายเพิ่มเติม พร้อมรวมศุลกากรและฟังก์ชันอื่น ๆ เพื่อสร้างสนามบินที่มีอาคารผู้โดยสารเดียว
แนวทางดำเนินงานเป็นระยะเป็นองค์ประกอบสำคัญของข้อเสนอนี้ แทนที่จะระบุว่าจะเปิดอาคารครั้งเดียวและแทนที่อาคารผู้โดยสารทั้งสามแห่งทันที แผนดังกล่าววางลำดับตั้งแต่การก่อสร้างใหม่ ไปสู่การเชื่อมอาคาร แล้วจึงรวมฟังก์ชันเพิ่มเติม ผู้โดยสารจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของสนามบินเมื่อแต่ละระยะแล้วเสร็จ
ประเด็นสำคัญ
- นาริตะวางแผนรวมอาคารผู้โดยสารทั้งสามแห่งเป็นหนึ่งเดียว ผ่านการก่อสร้างและขยายพื้นที่ซึ่งจะเริ่มในช่วงทศวรรษ 2030
- อาคารแห่งใหม่ระหว่างอาคารผู้โดยสาร 1 และ 2 จะเชื่อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกเดิมผ่านทางเชื่อม
- พื้นที่ใช้สอยของอาคารผู้โดยสารจะเพิ่มจากประมาณ 970,000 ตารางเมตรเป็น 1.1 ล้านตารางเมตร หรือเพิ่มขึ้นราว 13%
- ระบบขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติที่เสนอจะรองรับการเดินทางจากฝั่งตะวันออกไปฝั่งตะวันตก ซึ่งอาจไกลถึงประมาณ 2 กิโลเมตร
- คาดว่าทางวิ่งใหม่และทางวิ่งที่ขยายจะเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับเที่ยวบินต่อปีจาก 340,000 เที่ยวเป็น 500,000 เที่ยว
- คาดว่าจำนวนผู้โดยสารต่อปีจะเพิ่มจาก 57 ล้านคนเป็น 75 ล้านคน
- โครงการมีเป้าหมายอำนวยความสะดวกในการต่อเครื่องและเสริมบทบาทของนาริตะในฐานะศูนย์กลางการบินระหว่างประเทศ ขณะที่ฮาเนดะให้บริการใกล้เต็มขีดความสามารถ






