เสียงข้างมากในรัฐสภายุติช่วงเปลี่ยนผ่าน 7 ปี
อับดุลราอูฟ “แซมมี กัมบาร์” มาคาคัว ได้รับ 51 เสียง เอาชนะอดีตผู้นำ อาฮอด “อัลฮัจ มูรัด” เอบราฮิม ซึ่งได้ 27 เสียง เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2026 และได้เป็นหัวหน้าคณะรัฐมนตรีภายใต้รัฐสภาชุดแรกที่มาจากการเลือกตั้งของเขตปกครองตนเองบังซาโมโรในมินดาเนามุสลิม การลงมติที่เมืองโคตาบาโตยุติการบริหารโดยคณะผู้มีอำนาจช่วงเปลี่ยนผ่านที่ได้รับการแต่งตั้ง ซึ่งดำเนินมานานกว่า 7 ปี
สารบัญ
- เสียงข้างมากในรัฐสภายุติช่วงเปลี่ยนผ่าน 7 ปี
- วิธีที่สมาชิกสภาเลือกรัฐบาล
- พันธมิตรขยายข้ามแนวแบ่งพรรค
- จากการต่อสู้ด้วยอาวุธสู่ค่ายการเมืองคู่แข่ง
- คำมั่นเรื่องการมีส่วนร่วมเผชิญบททดสอบแรก
- เริ่มจัดตั้งคณะรัฐมนตรีและทำงานด้านกฎหมาย
- พันธกรณีสันติภาพยังคงดำเนินต่อหลังการเลือกตั้ง
- งาน การศึกษา และงบประมาณที่หล่อเลี้ยงการปกครองตนเอง
- ภาคประชาสังคมเรียกร้องหลักประกันการปกครองตนเอง
- ประเด็นสำคัญ
มาคาคัว วัย 69 ปี อดีตผู้บัญชาการกองกำลังติดอาวุธของแนวร่วมปลดปล่อยอิสลามโมโร ได้รับเสียงสนับสนุนมากกว่าจำนวนขั้นต่ำ 41 เสียงอยู่ 10 เสียง ในสภาที่มีสมาชิก 80 คน สมาชิกหนึ่งคนงดออกเสียง และอีกหนึ่งคนขาดประชุมเนื่องจากเจ็บป่วย คะแนนสนับสนุนมาคาคัวคิดเป็นร้อยละ 63.75 ของสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด
ประกาศของรัฐสภาบังซาโมโรระบุว่า มีสมาชิก 79 คนเข้าร่วมการประชุมปฐมฤกษ์ และสมาชิกเข้ารับตำแหน่งในเวลาเที่ยง วาระดำรงตำแหน่งของพวกเขาสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2031
มาคาคัวเคยเป็นหัวหน้ารัฐบาลชั่วคราวอยู่แล้ว สิ่งที่เปลี่ยนไปคือที่มาของอำนาจ โดยสมาชิกสภาที่ได้รับเลือกจากการเลือกตั้งระดับภูมิภาคเมื่อวันที่ 14 กันยายน เป็นผู้เลือกเขาให้เป็นผู้นำรัฐบาลปกติ แทนที่รัฐบาลซึ่งสมาชิกได้รับการแต่งตั้งจากประธานาธิบดีฟิลิปปินส์
อาเมอร์ ซาคาเรีย ราคิม จากกลุ่มพันธมิตรใหญ่บังซาโมโร ได้รับเลือกเป็นประธานรัฐสภาด้วยคะแนนห่างเท่ากัน โดยเอาชนะโมฮัมหมัด ยาคอบ 51–27 ผลการเลือกทั้งสองตำแหน่งทำให้พันธมิตรฝ่ายรัฐบาลควบคุมทั้งผู้นำฝ่ายบริหารและตำแหน่งประธานการประชุมของรัฐสภา ขณะที่ผู้สนับสนุนเอบราฮิมยังคงมีที่นั่งจำนวนมากในสภา
วิธีที่สมาชิกสภาเลือกรัฐบาล
คิเทม กาดาตวน สมาชิกสภา เสนอชื่อมาคาคัว ประธานพรรคสหพันธ์บังซาโมโร ส่วนโมฮาเกอร์ อิกบาล สมาชิกสภา เสนอชื่อเอบราฮิมจากพรรคยุติธรรมบังซาโมโรสหภาพ อิชัก มาสตูรา ประธานการประชุมชั่วคราว เป็นผู้ดูแลการเสนอชื่อและการเลือกตั้ง
สมาชิกสภาลงคะแนนด้วยการยืนเพื่อแสดงว่าต้องการสนับสนุนผู้สมัครคนใด กฎหมายสาธารณรัฐฉบับที่ 11054 หรือกฎหมายพื้นฐานบังซาโมโร กำหนดให้ผู้สมัครต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากสมาชิกสภาส่วนใหญ่ทั้งหมด ไม่ใช่เพียงเสียงข้างมากของผู้เข้าร่วมประชุม เมื่อมีที่นั่ง 80 ที่ จำนวนเสียงขั้นต่ำที่ต้องได้จึงยังคงอยู่ที่ 41 แม้สมาชิกหนึ่งคนไม่มาประชุม
มาคาคัวสาบานตนต่อหน้าเชค มุสลิม กีอามาเดน วาลีแห่งบังซาโมโร หรือประมุขในพิธีการ จากนั้นจึงเป็นประธานการเลือกประธานรัฐสภา อับดุลราห์มาน มังกูดาดาตู สมาชิกสภาที่ขาดประชุม แจ้งสำนักเลขาธิการรัฐสภาว่าตนไม่สบาย
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในบังซาโมโรเลือกผู้แทน ซึ่งจากนั้นจะเลือกหัวหน้าคณะรัฐมนตรีจากสมาชิกด้วยกันเอง ภายใต้เขตปกครองตนเองในมินดาเนามุสลิมรูปแบบเดิม ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเลือกผู้ว่าการภูมิภาคโดยตรง ระบบใหม่นี้ทำให้การสนับสนุนภายในรัฐสภาเป็นหัวใจของการจัดตั้งและบริหารรัฐบาลภูมิภาค
รัฐสภาประกอบด้วยผู้แทนพรรคการเมือง 40 คน ผู้แทนเขต 32 คน และผู้แทนภาคส่วน 8 คน ที่นั่งภาคส่วนเป็นตัวแทนของผู้หญิง เยาวชน ผู้นำดั้งเดิม นักวิชาการศาสนาอิสลามที่เรียกว่าอุลามา ชนพื้นเมืองที่ไม่ใช่โมโร และชุมชนผู้ตั้งถิ่นฐาน คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำภูมิภาคบันทึกว่ามีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 2,018,478 คนในการเลือกตั้งเดือนกันยายน โดยมีผู้มาใช้สิทธิร้อยละ 84.34
พันธมิตรขยายข้ามแนวแบ่งพรรค
พรรคของมาคาคัวไม่ได้ที่นั่งถึง 41 ที่นั่งจากการเลือกตั้งระดับภูมิภาค จึงไม่อาจบริหารรัฐบาลได้เพียงลำพัง การเจรจาระหว่างพรรคและสมาชิกสภารายบุคคลจึงเป็นตัวกำหนดว่าใครจะรวบรวมเสียงข้างมากได้ ก่อนการประชุมปฐมฤกษ์ พรรคสหพันธ์บังซาโมโรอ้างว่ามีสมาชิกสภาสนับสนุน 46 คน แต่ท้ายที่สุดมาคาคัวได้รับ 51 เสียง
ความพ่ายแพ้ของเอบราฮิมยังเผยให้เห็นความแตกแยกภายในขบวนการทางการเมืองที่นำการเปลี่ยนผ่าน สมาชิกผู้แทนเขต 4 คนจากพรรคยุติธรรมบังซาโมโรสหภาพของเขาลงคะแนนไม่สนับสนุน ได้แก่ ตาวากัล มิดติมบัง จากมากินดาเนาเดลซูร์ และฮัมซา เการากี ลัมปา ปันดี กับอาหมัด อาเมียร์ บาลินดง จากลาเนาเดลซูร์ เอบราฮิมได้รับเสียงสนับสนุนจากอาลี ซังกี แห่งกลุ่มพันธมิตรใหญ่บังซาโมโร
ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ซึ่งกล่าวต่อรัฐสภาก่อนเริ่มลงคะแนน ระบุว่าได้ตกลงกันเรื่องเสียงข้างมากและผู้นำรัฐสภาไว้แล้ว เขาพูดคุยกับมาคาคัวสั้น ๆ ก่อนออกจากห้องประชุม
ชัยชนะของราคิมด้วยคะแนน 51–27 เช่นเดียวกัน แสดงให้เห็นว่าพันธมิตรยังคงเหนียวแน่นในการเลือกตำแหน่งผู้นำหลักทั้งสองตำแหน่ง หน้าที่ของเขาต่างจากมาคาคัว โดยหัวหน้าคณะรัฐมนตรีบริหารฝ่ายบริหาร ขณะที่ประธานรัฐสภาดูแลการประชุมของสถาบันที่อภิปรายกฎหมาย อนุมัติงบประมาณ และตรวจสอบการใช้จ่ายของรัฐบาล
จากการต่อสู้ด้วยอาวุธสู่ค่ายการเมืองคู่แข่ง
มาคาคัวต่อสู้กับกองกำลังรัฐบาลตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น ในช่วงที่บิดาของประธานาธิบดีมาร์กอสปกครองประเทศ ต่อมาเขาเป็นเสนาธิการกองกำลังติดอาวุธอิสลามบังซาโมโร ซึ่งเป็นปีกทหารของแนวร่วมปลดปล่อยอิสลามโมโร ก่อนรับหน้าที่ด้านการเจรจาสันติภาพและการบริหารพลเรือน
ประวัติผู้นำบนเว็บไซต์รัฐบาลภูมิภาคระบุว่า มาคาคัวเคยเป็นสมาชิกคณะเจรจาสันติภาพของแนวร่วมปลดปล่อยอิสลามโมโร และคณะกรรมาธิการเปลี่ยนผ่านบังซาโมโร ซึ่งร่างกฎหมายพื้นฐานบังซาโมโร นอกจากนี้ เขายังมีส่วนช่วยจัดทำกฎหมายการเลือกตั้งระดับภูมิภาคและการปกครองท้องถิ่นในช่วงเปลี่ยนผ่าน
มาคาคัวดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และพลังงานระหว่างปี 2019 ถึง 2022 ต่อมาเป็นรัฐมนตรีอาวุโสในรัฐบาลเอบราฮิม และได้รับแต่งตั้งเป็นผู้รักษาการจังหวัดมากินดาเนาเดลนอร์เตที่จัดตั้งขึ้นใหม่ในปี 2023 ปัจจุบันเขาเป็นผู้แทนเขตเลือกตั้งรัฐสภาที่ 3 ของจังหวัดดังกล่าว
การตัดสินใจของมาร์กอสในปี 2025 ที่ให้มาคาคัวแทนเอบราฮิมในตำแหน่งหัวหน้าคณะรัฐมนตรีชั่วคราว เผชิญการคัดค้านจากผู้นำอาวุโสของแนวร่วมปลดปล่อยอิสลามโมโร ประวัติของรัฐบาลภูมิภาคระบุว่าเขาได้รับแต่งตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ส่วนประกาศของรัฐสภาระบุว่าเขาเริ่มดำรงตำแหน่งชั่วคราวในเดือนมีนาคม 2025
ต่อมามาคาคัวแยกทางกับผู้นำพรรคยุติธรรมบังซาโมโรสหภาพและขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคสหพันธ์บังซาโมโร คณะกรรมการกลางของแนวร่วมปลดปล่อยอิสลามโมโรกล่าวหาว่าเขารับตำแหน่งชั่วคราวโดยไม่ปรึกษาหารือ และเขาสูญเสียตำแหน่งผู้นำทางทหารก่อนการเลือกตั้ง การแข่งขันในรัฐสภาทำให้ความแตกแยกนี้ปรากฏชัดผ่านการเสนอชื่อและการลงคะแนนที่แข่งขันกัน
หมุดหมายที่นำไปสู่รัฐบาลชุดใหม่กินเวลานานกว่าทศวรรษ:
- 2014: รัฐบาลและแนวร่วมปลดปล่อยอิสลามโมโรลงนามในข้อตกลงรอบด้านว่าด้วยบังซาโมโร
- 2019: จัดตั้งเขตปกครองตนเองบังซาโมโรในมินดาเนามุสลิม โดยเอบราฮิมเป็นผู้นำรัฐบาลเปลี่ยนผ่านที่ได้รับการแต่งตั้ง
- 2023: มาคาคัวเป็นผู้รักษาการจังหวัดมากินดาเนาเดลนอร์เต
- 2025: มาคาคัวสืบตำแหน่งหัวหน้าคณะรัฐมนตรีชั่วคราวต่อจากเอบราฮิม
- 14 กันยายน 2026: ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเลือกสมาชิกรัฐสภาบังซาโมโรชุดปกติชุดแรก
- 30 ตุลาคม 2026: รัฐสภาเลือกมาคาคัวเป็นหัวหน้าคณะรัฐมนตรี และราคิมเป็นประธานรัฐสภา
- 30 มิถุนายน 2031: กำหนดสิ้นสุดวาระของรัฐสภาชุดแรกที่มาจากการเลือกตั้ง
คำมั่นเรื่องการมีส่วนร่วมเผชิญบททดสอบแรก
มาคาคัวอธิบายว่าอำนาจหน้าที่ที่ได้รับคือ “อะมานะฮ์” คำภาษาอาหรับที่หมายถึงความไว้วางใจหรือความรับผิดชอบ เขาให้คำมั่นว่าจะรับใช้ประชาชนโดยไม่คำนึงถึงความภักดีทางการเมือง และจะสานต่อวาระธรรมาภิบาลทางศีลธรรมที่เชื่อมโยงกับเอบราฮิม
ในสุนทรพจน์ตอบรับตำแหน่ง มาคาคัวกล่าวถึงความหมายของการเข้ารับตำแหน่งว่า:
วันนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการเข้ารับตำแหน่งผู้นำ แต่เป็นการสานต่อคำมั่นสัญญาให้บรรลุผล
หลังการเลือกตั้ง เอบราฮิมเดินเข้าไปแสดงความยินดีและสวมกอดมาคาคัว ในแถลงการณ์ต่อมา ประธานแนวร่วมปลดปล่อยอิสลามโมโรและหัวหน้าพรรคยุติธรรมบังซาโมโรสหภาพให้คำมั่นว่าจะเดินหน้าปฏิรูป สร้างสันติภาพ และพัฒนา พร้อมสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสร้างภูมิภาค
ความร่วมมือเผชิญบททดสอบด้านกระบวนการทันทีระหว่างการเลือกเจ้าหน้าที่รัฐสภา แมรี แอน อาร์นาโด สมาชิกสภาซึ่งเป็นตัวแทนชุมชนผู้ตั้งถิ่นฐานและสังกัดพรรคยุติธรรมบังซาโมโรสหภาพ ขอให้เสียงข้างน้อยมีสิทธิเสนอชื่อผู้นำฝ่ายเสียงข้างน้อยและรองผู้นำ การประชุมสิ้นสุดลงโดยยังไม่มีการเลือกผู้นำฝ่ายเสียงข้างน้อย
นากิบ ซินาริมโบ สมาชิกสภา ปกป้องสิทธิของเสียงข้างมากในการจัดตั้งรัฐบาลจากแนวร่วมของตน ข้อขัดแย้งดังกล่าวทำให้การจัดตั้งผู้นำฝ่ายเสียงข้างน้อยยังไม่ได้ข้อยุติ ขณะที่รัฐบาลชุดใหม่เริ่มวาระ
เริ่มจัดตั้งคณะรัฐมนตรีและทำงานด้านกฎหมาย
มาคาคัวต้องจัดตั้งคณะรัฐมนตรี โดยให้สมาชิกส่วนใหญ่มาจากรัฐสภา และเสนอแผนงานรัฐบาลให้สมาชิกสภาอนุมัติ ภายใต้กฎหมายพื้นฐานบังซาโมโร เขายังเสนอชื่อรองหัวหน้าคณะรัฐมนตรี 2 คน เพื่อให้สภาลงมติเลือก
ในการประชุมปฐมฤกษ์ สมาชิกสภาเลือกฮัดจิมาร์ มัตบา เป็นรองหัวหน้าคณะรัฐมนตรีประจำมินดาเนาตะวันตกเฉียงใต้ และมามินตัล อาเดียงที่ 3 เป็นรองหัวหน้าคณะรัฐมนตรีประจำมินดาเนาตอนเหนือตอนกลาง นอกจากนี้ยังเลือกรองประธานรัฐสภา 10 คน ผู้นำเสียงข้างมาก และบันตูอัส ลุกมาน เป็นเลขาธิการรัฐสภา
มีการกำหนดประธานคณะกรรมาธิการเพื่อให้รัฐสภาเริ่มตรวจสอบร่างกฎหมาย จัดการไต่สวนสาธารณะ และทบทวนโครงการรัฐบาล คณะกรรมาธิการเหล่านี้จะเป็นช่องทางตรวจสอบว่ากระทรวงต่าง ๆ ใช้งบประมาณและให้บริการอย่างไร
การศึกษา สาธารณสุข โครงสร้างพื้นฐาน เกษตรกรรม และการจ้างงาน อยู่ในขอบเขตงานด้านกฎหมาย งบประมาณ และการกำกับดูแลของรัฐบาลปกติแล้ว สำหรับประชาชน การเปลี่ยนผ่านสู่การปกครองที่มาจากการเลือกตั้งจะเห็นได้จากการตัดสินใจที่เป็นรูปธรรม เช่น ถนนสายใดได้รับงบประมาณ โรงเรียนและคลินิกมีทรัพยากรเพียงพอหรือไม่ และความช่วยเหลือเข้าถึงครัวเรือนเปราะบางอย่างไร
มาร์กอสเรียกร้องให้สมาชิกสภาผ่านกฎหมายที่ตอบสนองความต้องการของประชาชน พัฒนาบริการ และใช้ทรัพยากรสาธารณะอย่างรับผิดชอบ เขากล่าวว่าเป้าหมายคือทำให้ครอบครัวบังซาโมโรได้รับประโยชน์จากสันติภาพในชีวิตประจำวัน
พันธกรณีสันติภาพยังคงดำเนินต่อหลังการเลือกตั้ง
ข้อตกลงปี 2014 วางเส้นทางจากความขัดแย้งด้วยอาวุธสู่การปกครองตนเองแบบรัฐสภา รัฐบาลประเมินว่าความขัดแย้งคร่าชีวิตนักรบและพลเรือนอย่างน้อย 150,000 คน และทำให้ผู้คนหลายล้านคนต้องพลัดถิ่นก่อนบรรลุข้อตกลงสันติภาพ
แนวร่วมปลดปล่อยอิสลามโมโรระบุว่า ยังมีนักรบมากกว่า 14,000 คนรอการปลดประจำการ ซึ่งเป็นกระบวนการออกจากการรับราชการในกองกำลังติดอาวุธตามข้อตกลงสันติภาพ พร้อมระบุว่า ความช่วยเหลือทางสังคมและเศรษฐกิจที่ให้คำมั่นไว้แก่กลุ่มอดีตนักรบชุดก่อนบางส่วนยังไม่เกิดขึ้น
ความรุนแรงยังส่งผลต่อการเลือกตั้งวันที่ 14 กันยายน มีเหตุยิงปืนและระเบิดเกิดขึ้น และพรรคยุติธรรมบังซาโมโรสหภาพระบุว่าผู้สนับสนุน 5 คนเสียชีวิต การปิดฉากการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองทำให้รัฐบาลและแนวร่วมปลดปล่อยอิสลามโมโรยังมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบด้านความมั่นคงและพันธกรณีสันติภาพที่ค้างอยู่
บูร์ฮาน อุนดาลายัน วัย 57 ปี อดีตนักรบแนวร่วมปลดปล่อยอิสลามโมโรจากนาบาลาวัก เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดว่าพันธกรณีเหล่านี้ส่งผลต่อครอบครัวอย่างไร หลังอาการป่วยทำให้ต้องตัดขาและยุติการมีส่วนร่วมในความขัดแย้ง เขากลายเป็นชาวประมง ในสมัยรัฐบาลชั่วคราว เขาได้รับขาเทียมและความช่วยเหลือทางการเงินผ่านโครงการสวัสดิการผู้พิการ ซึ่งช่วยจ่ายค่าเล่าเรียนให้ลูก ๆ
อุนดาลายันกล่าวว่าเขาเคยห้ามลูกและหลานเข้าร่วมการก่อกบฏด้วยอาวุธ:
เพื่อให้พวกเขาได้ไปโรงเรียน
ไรซา ฮาจูรี อดีตรัฐมนตรีด้านบริการสังคมและการพัฒนา ซึ่งเข้าสู่รัฐสภาชุดใหม่ในฐานะผู้แทนพรรคยุติธรรมบังซาโมโรสหภาพ เรียกร้องให้รัฐบาลภูมิภาค หน่วยงานระดับชาติ และภาคีเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศร่วมมือกันต่อไป เธอเชื่อมโยงการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางเข้ากับการรักษาความเชื่อมั่นต่อสันติภาพ
งาน การศึกษา และงบประมาณที่หล่อเลี้ยงการปกครองตนเอง
เขตปกครองตนเองบังซาโมโรในมินดาเนามุสลิมมีประชากรมากกว่า 4.5 ล้านคน เศรษฐกิจเติบโตร้อยละ 5.0 ในปี 2025 โดยมีภาคบริการเป็นแรงขับเคลื่อน ขณะที่สัดส่วนครัวเรือนยากจนลดลงเหลือร้อยละ 12.8 จากร้อยละ 26 ในปี 2023 ลดลง 13.2 จุดเปอร์เซ็นต์ในเวลา 2 ปี ทำให้อัตราที่รายงานเหลือต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของระดับเดิม
ภูมิภาคนี้ถูกกล่าวถึงมาอย่างยาวนานว่าเป็นพื้นที่ยากจนที่สุดของประเทศและมีอัตราการรู้หนังสือต่ำที่สุด ตัวเลขความยากจนของครัวเรือนชุดใหม่สะท้อนพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างมาก ทำให้การรักษาความก้าวหน้าด้านรายได้และการศึกษาเป็นภารกิจสำคัญของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
ฝ่ายเศรษฐกิจของรัฐบาลชั่วคราวเรียกร้องให้ผู้นำชุดใหม่เสริมสร้างการผลิตในท้องถิ่นและเร่งการลงทุนภาครัฐ แนวทางเหล่านี้เชื่อมโยงการเติบโตทางเศรษฐกิจกับงาน การคมนาคม และการเข้าถึงบริการในชุมชนที่เผชิญความขัดแย้งมาหลายทศวรรษ
เงินทุนจากรัฐบาลกลางจะยังเป็นหัวใจสำคัญของงบประมาณภูมิภาค ร่างงบประมาณฟิลิปปินส์ปี 2027 กำหนดเงินโอนให้เขตปกครองตนเองบังซาโมโรในมินดาเนามุสลิมไว้เบื้องต้นมากกว่า 115,000 ล้านเปโซ หรือราว 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขนี้เป็นเพียงข้อเสนอ โดยวงเงินสุดท้ายขึ้นอยู่กับกระบวนการงบประมาณระดับชาติ
เฮสซา ลาเดียซาน นักศึกษามหาวิทยาลัยวัย 21 ปีจากดาตู โอดิน ซินซูอัต กล่าวว่าเธอต้องการโอกาสการเรียนรู้เพิ่มเติมสำหรับเยาวชน รวมถึงการไปศึกษาต่อต่างประเทศ ส่วนเฮเซ น้องสาววัย 15 ปี ต้องการสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยขึ้นและการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ความคาดหวังของทั้งคู่ทำให้การศึกษาและความปลอดภัยในชีวิตประจำวันเป็นเรื่องสำคัญควบคู่กับภารกิจด้านสถาบันของรัฐบาลชุดใหม่
ภาคประชาสังคมเรียกร้องหลักประกันการปกครองตนเอง
กาตุงกอด บังซาโมโรและกลุ่มภาคประชาสังคมที่ร่วมมือกันยินดีต่อการมีรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้ง พร้อมเรียกร้องให้เพิ่มมาตรการป้องกันการทุจริต การสืบทอดอำนาจทางการเมืองในตระกูล และการแทรกแซงจากรัฐบาลกลาง พวกเขาเรียกร้องให้เปิดเผยการใช้จ่าย มีการกำกับดูแลอย่างเป็นอิสระ และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น
เครือข่ายยังผลักดันให้สมาชิกสภาแก้ไขปัญหาการเรียกร้องสิทธิในที่ดินบรรพบุรุษ การยึดที่ดิน การแสวงประโยชน์จากทรัพยากร และความไม่เท่าเทียมด้านโอกาสทางเศรษฐกิจ พันธมิตรประชาชนโมโร-คริสเตียนให้ความสำคัญกับครอบครัวที่พลัดถิ่นจากการปิดล้อมเมืองมาราวีในปี 2017 และปัญหาการไร้ที่ดินทำกินของเกษตรกรโมโรและชุมชนชนพื้นเมืองที่ไม่ใช่โมโร
กาตุงกอด บังซาโมโรระบุความคาดหวังไว้ในแถลงการณ์ว่า:
รัฐสภาชุดใหม่ต้องกำหนดให้การต่อสู้กับการทุจริตเป็นคำมั่นหลักของรัฐบาล
เฟาซีอา กิอานี ประธานอานักบายัน-มินดาเนาใต้ วิจารณ์การแทรกแซงกิจการระดับภูมิภาคจากรัฐบาลกลาง อามีรา ลีดาซาน เลขาธิการพันธมิตรประชาชนโมโร-คริสเตียน เตือนว่าการที่มาคาคัวสอดคล้องกับรัฐบาลมาร์กอสอาจบั่นทอนความเป็นอิสระของภูมิภาค มาคาคัวให้คำมั่นว่าจะร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ ขณะที่มาร์กอสสัญญาว่าจะให้การสนับสนุนจากรัฐบาลกลางต่อไป
ชาวเมืองโคตาบาโตยังได้รับผลกระทบโดยตรงจากต้นทุนที่เกิดขึ้นช่วงพิธีเข้ารับตำแหน่ง มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดของตำรวจและทหารจำกัดการเดินทางและรบกวนการทำธุรกิจ ทำให้ผู้ค้าและประชาชนร้องเรียนเรื่องรายได้ที่สูญเสีย ความกังวลของพวกเขาทำให้ปัญหาปากท้องในชีวิตประจำวันปรากฏขึ้นในวันที่เต็มไปด้วยพิธีการทางการเมือง
ผู้นำชุดใหม่เริ่มงานด้วยเสียงข้างมากที่เพียงพอสำหรับเลือกเจ้าหน้าที่หลักของรัฐสภา ภารกิจต่อไปคือเปลี่ยนพันธมิตรดังกล่าวให้เป็นรัฐบาลที่ทำงานได้จริง จัดให้มีการตรวจสอบจากรัฐสภาอย่างมีความหมาย และนำพันธกรณีสันติภาพที่ยังไม่เสร็จสิ้นไปสู่การตัดสินใจด้านงบประมาณและนโยบาย
ประเด็นสำคัญ
- อับดุลราอูฟ มาคาคัว เอาชนะอาฮอด เอบราฮิม 51–27 เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2026 ขึ้นเป็นผู้นำรัฐบาลปกติชุดแรกของเขตปกครองตนเองบังซาโมโรในมินดาเนามุสลิมที่มาจากการเลือกตั้ง
- มีสมาชิกสภา 79 คนจากทั้งหมด 80 คนเข้าร่วมประชุม หนึ่งคนงดออกเสียง และอีกหนึ่งคนขาดประชุมเนื่องจากเจ็บป่วย
- อาเมอร์ ซาคาเรีย ราคิม ชนะเลือกตั้งประธานรัฐสภาด้วยคะแนน 51–27 เช่นเดียวกัน
- การลงมติยุติรัฐบาลเปลี่ยนผ่านที่ได้รับการแต่งตั้ง ซึ่งดำเนินมานานกว่า 7 ปี หลังการเลือกตั้งรัฐสภาเมื่อวันที่ 14 กันยายน
- แนวร่วมปลดปล่อยอิสลามโมโรระบุว่า ยังมีนักรบมากกว่า 14,000 คนรอการปลดประจำการภายใต้กระบวนการสันติภาพ
- ข้อเสนอเงินโอนจากรัฐบาลกลางให้เขตปกครองตนเองบังซาโมโรในมินดาเนามุสลิมสำหรับปี 2027 สูงกว่า 115,000 ล้านเปโซ โดยขึ้นอยู่กับกระบวนการงบประมาณ
- วาระของรัฐสภาชุดแรกที่มาจากการเลือกตั้งสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2031






