การรวมบริการสนับสนุนธุรกิจส่งผลกระทบต่อ 3 ตลาด
IHH Healthcare วางแผนปรับลดพนักงานราว 380 ตำแหน่งในสิงคโปร์ ฮ่องกง และมาเลเซีย ขณะรวมบริการสนับสนุนธุรกิจ โดยจะย้ายพนักงานบางส่วนไปทำงานในตำแหน่งที่ปรับรูปแบบใหม่ จำนวนพนักงานที่ออกจากงานคิดเป็นประมาณ 0.5 เปอร์เซ็นต์ของบุคลากรทั้งหมด 76,000 คนในเครือโรงพยาบาลแห่งนี้
สารบัญ
- การรวมบริการสนับสนุนธุรกิจส่งผลกระทบต่อ 3 ตลาด
- การปรับลดมีขนาดเท่าใด
- เหตุใด IHH จึงเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานด้านสนับสนุน
- โครงการเทคโนโลยีของ Infosys ดำเนินควบคู่กับการเปลี่ยนแปลง
- สิ่งที่ผู้ป่วยและโรงพยาบาลได้รับแจ้ง
- พนักงานที่ออกจากงานจะได้รับอะไรบ้าง
- บทบาทของสหภาพในการเจรจาเงินชดเชยและช่วยหางาน
- วันสำคัญและคำมั่นต่อพันธมิตรทางธุรกิจ
- ประเด็นสำคัญ
แพทริก เทย์ เลขาธิการสหภาพแรงงานลูกจ้างธุรกิจและพาณิชย์แห่งสิงคโปร์ (SMMWU) กล่าวว่า พนักงานที่ได้รับผลกระทบได้รับแจ้งเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันที่ IHH ประกาศการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เขาระบุว่าสหภาพได้รับแจ้งล่วงหน้าและกำลังทำงานร่วมกับบริษัทในเรื่องเงินชดเชยและการช่วยเหลือพนักงาน
IHH ระบุว่า บริการทางคลินิก บุคลากรทางการแพทย์ และทีมงานที่ติดต่อกับผู้ป่วยโดยตรงจะไม่ได้รับผลกระทบ บริษัทกล่าวว่าผู้ป่วยจะยังคงได้รับการดูแลที่มีคุณภาพเช่นเดิมในโรงพยาบาลและสถานพยาบาลอื่น ๆ ของเครือ
การปรับโครงสร้างครั้งนี้ผสานข้อเสนอให้พนักงานลาออกโดยสมัครใจเข้ากับการยุติการจ้างงานรูปแบบอื่น โดยยึดแนวปฏิบัติของแต่ละตลาด พนักงานที่ออกจากเครือจะได้รับเงินชดเชยและความช่วยเหลือด้านอาชีพ ซึ่ง IHH ระบุว่าเกินกว่าข้อกำหนดตามกฎหมายท้องถิ่น
การปรับลดมีขนาดเท่าใด
ตัวเลขพนักงานที่คาดว่าจะออกจากงาน 380 คน มาจากการคำนวณลดลงประมาณ 0.5 เปอร์เซ็นต์ตามที่ IHH ระบุ จากจำนวนบุคลากรทั้งหมด 76,000 คน กล่าวอย่างง่ายคือ พนักงานทุก ๆ 200 คนในเครือจะมีผู้ลาออกประมาณหนึ่งคน ตัวเลขเปอร์เซ็นต์คำนวณจากจำนวนบุคลากรทั้งหมดของเครือ ส่วนการออกจากงานที่ประกาศนั้นเกี่ยวข้องกับสำนักงานใน 3 ตลาด
IHH ดำเนินงานสถานพยาบาล 190 แห่งใน 10 ประเทศ รวมถึงโรงพยาบาล 89 แห่ง เครือข่ายของบริษัทไม่ได้มีเพียงสิงคโปร์ ฮ่องกง และมาเลเซีย แต่ยังครอบคลุมประเทศต่าง ๆ เช่น อินเดีย ตุรกี และจีน
บริษัทยังไม่ได้เปิดเผยว่าพนักงานที่ออกจากงานจะแบ่งตามสัดส่วนอย่างไรใน 3 ตลาด หน่วยงานสนับสนุนธุรกิจใดบ้างที่จะลดตำแหน่งงาน จำนวนพนักงานที่จะย้ายไปทำงานในตำแหน่งที่ปรับรูปแบบใหม่ เงินชดเชยมีจำนวนเท่าใด หรือจะดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อใด โฆษกบริษัทปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแยกทางกับพนักงาน โดยอ้างถึงความเป็นส่วนตัวของพนักงาน
เหตุใด IHH จึงเปลี่ยนแปลงการดำเนินงานด้านสนับสนุน
IHH ระบุว่าการรวมหน่วยงานเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง เพื่อทำให้กระบวนการทางธุรกิจมีความสอดคล้องกันมากขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพ และรองรับการเติบโต การรวมบริการสนับสนุนมีเป้าหมายเพื่อลดความแตกต่างในการทำงานระหว่างหน่วยงานในเครือข่าย และจัดสรรทรัพยากรไปยังกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยมากที่สุด
บริการสนับสนุนธุรกิจหมายถึงการดำเนินงานภายในที่ช่วยให้องค์กรทำงานได้ ไม่ใช่งานทางคลินิกที่เกี่ยวกับการวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วย การเปลี่ยนแปลงที่ประกาศมุ่งเน้นไปที่โครงสร้างสนับสนุนดังกล่าว โดยมีทั้งตำแหน่งงานที่ปรับรูปแบบใหม่และตำแหน่งที่ยุติลง
เปรม กุมาร แนร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มของ IHH กล่าวว่า การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย เขากล่าวถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ความต้องการด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น และความคาดหวังของผู้ป่วยที่สูงขึ้น ว่าเป็นเหตุผลที่องค์กรจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน
บริษัทระบุเป้าหมายว่าจะสร้างองค์กรที่ปรับตัวได้คล่องตัวขึ้น พร้อมให้บริการดูแลสุขภาพได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว สำหรับพนักงานในสำนักงานที่ได้รับผลกระทบ กลยุทธ์ดังกล่าวส่งผลโดยตรงในทันที บางคนต้องปรับตัวกับหน้าที่ความรับผิดชอบที่เปลี่ยนไป ขณะที่บางคนต้องหางานที่อื่น
โครงการเทคโนโลยีของ Infosys ดำเนินควบคู่กับการเปลี่ยนแปลง
IHH ประกาศความร่วมมือกับ Infosys บริษัทที่ปรึกษาด้านธุรกิจและเทคโนโลยี เมื่อเดือนมิถุนายน เพื่อพัฒนาระบบวางแผนทรัพยากรองค์กรระบบใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ โครงการนี้จะกำหนดมาตรฐานและเชื่อมโยงกระบวนการทางธุรกิจในตลาดต่าง ๆ ของบริษัท โดยเริ่มจากฮ่องกง มาเลเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งเป็น 3 ตลาดเดียวกับที่ได้รับผลกระทบจากการรวมบริการสนับสนุน
Infosys ประกาศความร่วมมือดังกล่าวในฐานะโครงการเปลี่ยนผ่านระบบ ERP ระดับองค์กรที่ครอบคลุมหลายปี โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้การดำเนินงานคล่องตัวขึ้น เพิ่มความยืดหยุ่นและความสามารถในการขยายขนาด ปรับต้นทุนให้เหมาะสม และเสริมสร้างการปฏิบัติตามกฎระเบียบ Infosys Topaz ซึ่งขับเคลื่อนด้วย AI เชิงสร้างสรรค์และ AI แบบตัวแทน จะสนับสนุนกระบวนการทำงานหลักของ IHH
ระบบวางแผนทรัพยากรองค์กร หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า ERP จะรวบรวมข้อมูลและขั้นตอนการทำงานทางธุรกิจไว้ในแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์เดียว สำหรับเครือธุรกิจที่ดำเนินงานในหลายประเทศ ระบบร่วมกันช่วยให้ทีมงานใช้ขั้นตอนที่สอดคล้องกัน แทนการคงวิธีทำงานแยกกันสำหรับงานที่คล้ายคลึงกัน
ระบบใหม่จะรวมระบบ ERP เดิมที่แยกจากกันของ IHH และเชื่อมโยงงานด้านการเงิน การจัดซื้อ การบริหารห่วงโซ่อุปทาน การบริหารทุนมนุษย์ และการบริหารผลการดำเนินงานขององค์กร โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ IHH มองเห็นข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้มากขึ้น และสนับสนุนการตัดสินใจที่รวดเร็วขึ้นโดยอาศัยข้อมูลเชิงลึก ผ่านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแบบรวมศูนย์
IHH ระบุว่าการรวมหน่วยงานและการนำระบบ ERP มาใช้จะสร้างรากฐานการดำเนินงานที่เชื่อมโยงกันมากขึ้น สนับสนุนความต่อเนื่องในการให้บริการของโรงพยาบาล และช่วยให้ทีมธุรกิจทำงานได้สอดคล้องกันมากขึ้น นอกจากนี้ แพลตฟอร์มยังออกแบบมาเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคตขณะที่เครือขยายกิจการ
ดังนั้น โครงการเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงด้านบุคลากรจึงเป็นสองส่วนของแผนปรับโครงสร้างการดำเนินงานด้านสนับสนุนของบริษัท ได้แก่ แพลตฟอร์มร่วมสำหรับกระบวนการทางธุรกิจ และโครงสร้างใหม่สำหรับบุคลากรที่รับผิดชอบงานเหล่านั้น
สิ่งที่ผู้ป่วยและโรงพยาบาลได้รับแจ้ง
IHH ยืนยันกับผู้ป่วยว่าบริการทางคลินิกและบุคลากรที่ให้การดูแลจะไม่ได้รับผลกระทบ บริษัทระบุว่าบุคลากรทางการแพทย์และทีมงานที่ติดต่อกับผู้ป่วยโดยตรงอยู่นอกขอบเขตของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
โรงพยาบาล 4 แห่งของเครือในสิงคโปร์ ได้แก่ Gleneagles Hospital, Mount Elizabeth Hospital, Mount Elizabeth Novena Hospital และ Parkway East Hospital โดย Parkway, Gleneagles และ Mount Elizabeth เป็นหนึ่งในแบรนด์ของเครือในประเทศนี้
สำหรับผู้ที่เข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลเหล่านี้ จุดยืนที่ IHH ระบุคือการดูแลจะดำเนินต่อไปโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง ขณะที่องค์กรสนับสนุนธุรกิจถูกรวมเข้าด้วยกัน บริษัทยังระบุว่าโครงการ ERP มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนความต่อเนื่องในการดำเนินงานของโรงพยาบาล ขณะที่กระบวนการภายในเชื่อมโยงกันมากขึ้น
IHH เชื่อมโยงการปรับโครงสร้างกับเป้าหมายที่กว้างขึ้นในการจัดสรรทรัพยากรให้กับสิ่งที่ผู้ป่วยให้ความสำคัญ และสร้างการดำเนินงานด้านสุขภาพที่ยั่งยืน คำมั่นในระยะใกล้ที่ให้ไว้กับผู้ป่วยคือการดูแลจะต่อเนื่อง ส่วนการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งงานและความรับผิดชอบจะกระจุกอยู่ในสำนักงานที่สนับสนุนการดูแลดังกล่าว
พนักงานที่ออกจากงานจะได้รับอะไรบ้าง
IHH ระบุว่าพนักงานที่ออกจากองค์กรจะได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากข้อกำหนดตามกฎหมายท้องถิ่น ซึ่งรวมถึงแพ็กเกจเงินชดเชยที่ดีขึ้น การเข้าถึงบริการช่วยเหลือเพื่อเปลี่ยนผ่านอาชีพและหางานใหม่ได้ทันที ตลอดจนช่องทางลับสำหรับแสดงความคิดเห็นและขอความช่วยเหลือ
บริการช่วยเหลือเพื่อหางานใหม่ช่วยให้ผู้คนเตรียมตัวทำงานนอกองค์กรเดิม ความช่วยเหลือที่ระบุไว้สำหรับพนักงาน IHH ประกอบด้วยคำแนะนำด้านอาชีพ การจัดทำประวัติย่อ คำปรึกษาเรื่องการเริ่มต้นธุรกิจ การสนับสนุนทางอารมณ์ และคำแนะนำในการพัฒนาทักษะ
IHH กล่าวถึงผลกระทบต่อพนักงานและครอบครัวไว้ในแถลงการณ์ว่า:
"IHH มุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือพนักงานและครอบครัว โดยดูแลให้พวกเขาเข้าถึงความช่วยเหลือและทรัพยากรที่นำไปใช้ได้จริงตลอดช่วงการเปลี่ยนผ่านนี้ ด้วยความเอาใจใส่และเคารพในทุกขั้นตอน" บริษัทระบุ
พนักงานที่ย้ายไปทำงานในตำแหน่งที่ปรับรูปแบบใหม่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านที่ต่างจากผู้ที่ออกจากงาน พวกเขายังคงอยู่ในองค์กร แต่หน้าที่ความรับผิดชอบจะเปลี่ยนไปเมื่อบริการสนับสนุนถูกรวมเข้าด้วยกัน ส่วนพนักงานที่ออกจากงานจะได้รับความช่วยเหลือทั้งด้านการเงินและการปฏิบัติ เพื่อช่วยให้ก้าวไปสู่ช่วงต่อไปของการทำงาน
บทบาทของสหภาพในการเจรจาเงินชดเชยและช่วยหางาน
SMMWU เป็นตัวแทนพนักงานของบริษัทย่อยในเครือ IHH ได้แก่ Parkway Hospitals Singapore และ Parkway Laboratory Services เทย์กล่าวว่าตัวแทนสหภาพอยู่ในพื้นที่เพื่อคอยตอบคำถาม พูดคุยกับสมาชิกและพนักงานที่ได้รับผลกระทบ และให้ความช่วยเหลือ
สหภาพระบุว่ากำลังทำงานร่วมกับ IHH เพื่อให้ได้เงื่อนไขเงินชดเชยที่เป็นธรรมและสอดคล้องกับข้อตกลงร่วม ข้อตกลงร่วมกำหนดเงื่อนไขการจ้างงานที่นายจ้างและสหภาพเจรจาตกลงกัน ทำให้พนักงานที่สหภาพเป็นตัวแทนมีหลักเกณฑ์ที่ตกลงร่วมกันในเรื่องต่าง ๆ เช่น สวัสดิการการจ้างงานและการยุติการจ้างงาน
SMMWU ยังกล่าวถึงแนวปฏิบัติไตรภาคีของสิงคโปร์ว่าด้วยการบริหารจัดการกำลังคนส่วนเกินและการเลิกจ้างอย่างมีความรับผิดชอบ แนวปฏิบัตินี้ให้คำแนะนำแก่นายจ้างที่ต้องจัดการกับพนักงานส่วนเกินและการลดตำแหน่งงาน สหภาพระบุว่ากำลังเรียกร้องให้พนักงานที่ได้รับผลกระทบได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมตามแนวทางดังกล่าว
ชาวสิงคโปร์และผู้พำนักถาวรที่ได้รับผลกระทบจะได้รับการเชื่อมต่อกับสถาบันการจ้างงานและการเพิ่มโอกาสในการทำงานของ NTUC สถาบันดังกล่าวให้บริการจับคู่งาน ให้คำปรึกษาด้านอาชีพ และแนะนำการยกระดับทักษะ ซึ่งช่วยต่อยอดความช่วยเหลือจากกระบวนการจ่ายเงินชดเชยไปสู่การหางานใหม่
วันสำคัญและคำมั่นต่อพันธมิตรทางธุรกิจ
ประกาศของ IHH วางแผนการปรับบุคลากรไว้ในลำดับเหตุการณ์ที่เริ่มจากความร่วมมือด้านเทคโนโลยี โดยมีพัฒนาการสำคัญดังนี้:
- มิถุนายน: IHH ประกาศความร่วมมือกับ Infosys เพื่อพัฒนาระบบ ERP ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ โดยเริ่มจากฮ่องกง มาเลเซีย และสิงคโปร์
- 4 พฤศจิกายน: IHH ประกาศรวมบริการสนับสนุนธุรกิจ เทย์ระบุว่าพนักงานที่ได้รับผลกระทบได้รับแจ้งในวันดังกล่าว
- 5 พฤศจิกายน: เทย์ชี้แจงบทบาทของสหภาพ ซึ่งรวมถึงการหารือล่วงหน้า การดำเนินงานเกี่ยวกับเงินชดเชย และการช่วยเหลือพนักงานที่ได้รับผลกระทบ
IHH แจ้งซัพพลายเออร์ พันธมิตร และผู้ขายว่า การดำเนินธุรกิจและข้อตกลงตามสัญญาที่มีอยู่จะยังคงไม่เปลี่ยนแปลง บริษัทระบุว่าหากมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต จะสื่อสารให้ทราบอย่างทันท่วงทีและโปร่งใส
IHH จดทะเบียนหลักในตลาดหลักทรัพย์ Bursa Malaysia และจดทะเบียนรองในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ การรวมหน่วยงานครอบคลุม 3 ตลาด แต่คำมั่นของบริษัทมุ่งถึงกลุ่มต่าง ๆ โดยตรง ได้แก่ การดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง การคงข้อตกลงเดิมสำหรับพันธมิตรทางธุรกิจ และการให้เงินชดเชยพร้อมความช่วยเหลือด้านการจ้างงานแก่พนักงานที่ออกจากงาน
ประเด็นสำคัญ
- คาดว่าพนักงานราว 380 คนจะออกจาก IHH ในสิงคโปร์ ฮ่องกง และมาเลเซีย คิดเป็นประมาณ 0.5 เปอร์เซ็นต์ของบุคลากรทั้งหมด
- พนักงานบางส่วนจะย้ายไปทำงานในตำแหน่งที่ปรับรูปแบบใหม่ ขณะที่มีการรวมบริการสนับสนุนธุรกิจ
- IHH ระบุว่าบริการทางคลินิก บุคลากรทางการแพทย์ และทีมงานที่ติดต่อกับผู้ป่วยโดยตรงจะไม่ได้รับผลกระทบ
- การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นพร้อมกับโครงการ ERP ของ Infosys ซึ่งเริ่มใน 3 ตลาดเดียวกัน
- พนักงานที่ออกจากงานจะได้รับเงินชดเชยและความช่วยเหลือด้านอาชีพ ซึ่ง IHH ระบุว่าเกินกว่าข้อกำหนดตามกฎหมายท้องถิ่น
- SMMWU กำลังดำเนินงานเพื่อให้ได้เงื่อนไขการแยกทางที่เป็นธรรม และเชื่อมต่อพนักงานที่มีสิทธิ์กับบริการช่วยเหลือด้านการจ้างงาน






