การตรวจสอบเงินโอนผ่านมือถือจับตารายได้ธุรกิจที่ไม่ได้แจ้ง
ดินา คูไซโนวา หัวหน้าฝ่ายบริหารภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของคณะกรรมการรายได้แห่งรัฐ ระบุว่า ชาวคาซัคสถานที่ถูกพบว่ามีรายได้จากการประกอบธุรกิจโดยไม่ได้แจ้งผ่านเงินโอนทางมือถือ ต้องรายงานรายได้ปี 2026 ด้วยแบบฟอร์ม 270 ภายในวันที่ 15 กันยายน 2027 การติดตามครอบคลุมบัญชีส่วนบุคคลที่ได้รับเงินโอนจากผู้ส่งอย่างน้อย 100 รายในแต่ละเดือนติดต่อกัน 3 เดือน โดยมียอดรับรวมเกิน 360 ดัชนีคำนวณรายเดือน หรือ 1,557,000 เทงเกในปี 2026
สารบัญ
- การตรวจสอบเงินโอนผ่านมือถือจับตารายได้ธุรกิจที่ไม่ได้แจ้ง
- การตรวจสอบเงินโอนต่อเนื่องสามเดือนทำงานอย่างไร
- เกณฑ์ยอดเงินเพิ่มขึ้น 537,000 เทงเก
- ข้อความแจ้งข้อมูลกำหนดให้ทำอะไร
- อัตราภาษี 10% และ 15% ใช้อย่างไร
- เหตุใดผู้คนหลายพันรายจึงจดทะเบียนธุรกิจ
- ผู้ประกอบการมีเส้นตายแยกต่างหากสำหรับกรณีข้อมูลไม่ตรงกัน
- วันที่ผู้เสียภาษีควรติดตาม
- ประเด็นสำคัญ
คณะกรรมการฯ ส่งข้อความแจ้งข้อมูล 274,318 ข้อความในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 หลังจากนั้นธนาคารได้ส่งข้อมูลของไตรมาส 3 มาให้ ทำให้การตรวจสอบครอบคลุมช่วงเวลานอกเหนือจากเดือนมกราคมถึงมิถุนายน ข้อความจะส่งผ่านบัญชีออนไลน์ของผู้เสียภาษี และผู้รับไม่จำเป็นต้องตอบกลับข้อความแจ้งข้อมูลเบื้องต้นเหล่านี้
ผู้ที่มีรายได้จากกิจกรรมทางธุรกิจโดยไม่ได้จดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการรายบุคคล ต้องแจ้งรายได้นั้นและชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามที่กำหนด อัตราภาษีอยู่ที่ 10% สำหรับรายได้ต่อปีไม่เกิน 8,500 ดัชนีคำนวณรายเดือน และ 15% สำหรับส่วนที่เกินเกณฑ์ดังกล่าว คณะกรรมการฯ ระบุว่าในขั้นตอนนี้ยังไม่มีการปรับเงิน
กระบวนการนี้ทำให้ผู้คนหลายหมื่นรายเข้าสู่ระบบอย่างเป็นทางการแล้ว คูไซโนวากล่าวว่า ผู้รับข้อความมากกว่า 50,000 รายจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการรายบุคคลหลังได้รับข้อความ รายละเอียดที่คณะกรรมการฯ แจกแจงเพิ่มเติมระบุว่า มี 55,133 รายที่จดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการรายบุคคลหรือเริ่มใช้ระบบภาษีพิเศษสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระในช่วงครึ่งแรกของปี
สิ่งที่ผู้รับข้อความต้องทำในเบื้องต้นคือแยกให้ได้ว่าเงินรับรายการใดมาจากกิจกรรมทางธุรกิจ และเตรียมรายงานภาษีที่เกี่ยวข้อง ส่วนผู้ประกอบการที่ได้รับหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความคลาดเคลื่อนจะเข้าสู่กระบวนการแยกต่างหาก โดยมีเวลา 30 วันทำการในการตอบกลับ
การตรวจสอบเงินโอนต่อเนื่องสามเดือนทำงานอย่างไร
เกณฑ์ตรวจสอบพิจารณาจำนวนผู้ส่ง ระยะเวลาที่ได้รับเงิน และยอดเงินรวมที่ได้รับ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่ามีเงินโอนจากบุคคลที่แตกต่างกันอย่างน้อย 100 รายในทุกเดือนของช่วงเวลาติดต่อกัน 3 เดือนหรือไม่ จากนั้นจึงพิจารณาว่ายอดรับรวมเกินเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่
ดังนั้น ผู้ที่ได้รับเงินหลายครั้งจากลูกค้ารายเดิมย่อมมีรูปแบบแตกต่างจากผู้ที่ได้รับเงินจากลูกค้า 100 ราย เกณฑ์นี้นับผู้ส่งที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละเดือน ไม่ใช่เพียงจำนวนธุรกรรมที่ปรากฏในรายการเดินบัญชีธนาคาร
คูไซโนวายกตัวอย่างลำดับการรับเงินในเดือนตุลาคม พฤศจิกายน และธันวาคม ได้แก่ 120 รายการในเดือนตุลาคม 110 รายการในเดือนพฤศจิกายน และ 150 รายการในเดือนธันวาคม จากนั้นจึงคำนวณยอดเงินรวม เมื่อนำกฎการตรวจสอบที่ระบุมาใช้ แต่ละเดือนต้องผ่านเงื่อนไขเรื่องจำนวนผู้ส่งที่แตกต่างกัน
ดัชนีคำนวณรายเดือนเป็นหน่วยที่คาซัคสถานใช้กำหนดจำนวนเงินในกฎหมาย มูลค่าเป็นเงินเทงเกใช้คำนวณยอดเงินจริงของเกณฑ์ที่ระบุเป็นหน่วยดังกล่าว สำหรับปี 2026 คณะกรรมการฯ กำหนดให้ 360 ดัชนีเท่ากับ 1,557,000 เทงเก
เกณฑ์ยอดเงินเพิ่มขึ้น 537,000 เทงเก
เกณฑ์ยอดเงินเดิมอยู่ที่ 12 เท่าของค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือน หรือเทียบเท่า 1.02 ล้านเทงเก ตัวเลขใหม่ที่ 1.557 ล้านเทงเกสูงขึ้น 537,000 เทงเก หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 53% การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลต่อยอดเงินรับที่จะทำให้บัญชีเข้าเกณฑ์การตรวจสอบที่ระบุ
คูไซโนวาเชื่อมโยงการเปลี่ยนแปลงนี้กับการแก้ไขประมวลกฎหมายผู้ประกอบการ เธอกล่าวว่า ประมวลกฎหมายกำหนดให้ผู้ที่ประกอบธุรกิจและมีรายได้ต่อปีเกิน 360 ดัชนีคำนวณรายเดือนต้องจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการรายบุคคล มาดี ทากีเยฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยังได้ลงนามในคำสั่งเปลี่ยนเกณฑ์การติดตามเงินโอนผ่านมือถือด้วย
ช่วงเวลามีความสำคัญ กล่าวคือ การคัดกรองเงินโอนผ่านมือถือพิจารณายอดรับในช่วงสามเดือนติดต่อกัน ขณะที่ข้อกำหนดการจดทะเบียนตามที่คูไซโนวาอธิบายพิจารณารายได้ธุรกิจต่อปี ผู้ที่ประเมินสถานะของตนจึงต้องคำนึงทั้งกิจกรรมที่ก่อให้เกิดรายได้และช่วงเวลาที่แต่ละกฎครอบคลุม
ข้อความแจ้งข้อมูลกำหนดให้ทำอะไร
เมื่อข้อมูลจากธนาคารเข้าเกณฑ์การตรวจสอบ คณะกรรมการรายได้แห่งรัฐจะส่งข้อความแจ้งข้อมูลผ่านบัญชีออนไลน์ของผู้เสียภาษีก่อน แนวทางที่ระบุสำหรับบุคคลในขั้นตอนนี้เป็นการให้ข้อมูลและป้องกันล่วงหน้า โดยขอให้ผู้รับตรวจสอบยอดเงินที่ได้รับและปฏิบัติตามหน้าที่ทางภาษีที่เกี่ยวข้อง
คูไซโนวากล่าวว่า ผู้รับไม่ต้องตอบกลับข้อความเบื้องต้นดังกล่าว บุคคลที่มีรายได้จากการทำธุรกิจโดยไม่ได้จดทะเบียนต้องรายงานรายได้ที่เกี่ยวข้องในแบบแสดงรายการรายได้และทรัพย์สิน แบบฟอร์ม 270.00 สำหรับปี 2026 โดยมีกำหนดยื่นภายในวันที่ 15 กันยายน 2027
หน้าที่ดังกล่าวครอบคลุมรายได้จากธุรกิจ ผู้รับข้อความต้องพิจารณาว่าเงินที่ได้รับมาจากอะไร รวมถึงระบุว่ารายการใดเกิดจากการขายสินค้าหรือให้บริการ กระบวนการของคณะกรรมการฯ กำหนดให้ผู้เสียภาษีเป็นผู้ประเมินเบื้องต้น ก่อนจะมีการตรวจสอบแบบแสดงรายการในภายหลัง
คณะกรรมการฯ ระบุว่า การตรวจสอบแบบแสดงรายการภาษีของบุคคลสำหรับปี 2026 อย่างละเอียดจะดำเนินการหลังพ้นกำหนดยื่น การตรวจสอบทางเอกสารคือการตรวจข้อมูลและแบบแสดงรายการภาษีโดยใช้ข้อมูลที่หน่วยงานมีอยู่แล้ว ตัวเลขสุดท้ายของรายได้เพิ่มเติมที่แจ้งและภาษีที่ชำระผ่านกระบวนการนี้จะทราบได้หลังเสร็จสิ้นขั้นตอนเหล่านั้น
อัตราภาษี 10% และ 15% ใช้อย่างไร
บุคคลที่รายงานรายได้ธุรกิจซึ่งเกิดขึ้นโดยไม่ได้จดทะเบียนต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับปี 2026 อัตราที่กำหนดคือ 10% ของรายได้ต่อปีไม่เกิน 8,500 ดัชนีคำนวณรายเดือน และเพิ่มเป็น 15% สำหรับส่วนที่เกินระดับดังกล่าว
อัตราภาษีแบบขั้นบันไดคำนวณแยกตามช่วง รายได้ในช่วงล่างเสียภาษีในอัตราที่ต่ำกว่า ส่วนอัตราที่สูงกว่าจะใช้กับส่วนที่เกินเกณฑ์ ดังนั้นเมื่อรายได้เกินเกณฑ์ การคำนวณจะเปลี่ยนเฉพาะส่วนที่เกินนั้น
คูไซโนวาอธิบายการจัดเก็บภาษีจากรายได้ของผู้ที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการ พร้อมกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอัตราภาษีว่า:
ในปี 2026 จะใช้อัตราภาษีแบบขั้นบันได หากรายได้เกินเกณฑ์ที่กำหนด อัตราภาษีจะเพิ่มเป็น 15%
วันที่ 15 กันยายน 2027 เป็นกำหนดยื่นแบบฟอร์ม 270 ตามที่ระบุไว้ คำชี้แจงของคณะกรรมการฯ ไม่ได้ระบุกำหนดชำระภาษีแยกต่างหาก ผู้เสียภาษีต้องแยกให้ชัดระหว่างภาษีที่ต้องชำระจากรายได้กับการที่คณะกรรมการฯ ระบุว่าในขณะนี้ยังไม่มีการปรับเงิน
เหตุใดผู้คนหลายพันรายจึงจดทะเบียนธุรกิจ
คณะกรรมการฯ บันทึกว่ามีผู้จดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการรายบุคคลหรือใช้ระบบภาษีพิเศษสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ 34,224 รายในไตรมาสแรกของปี 2026 และมีอีก 20,909 รายดำเนินการเช่นเดียวกันในไตรมาส 2 รวมเป็น 55,133 ราย
คูไซโนวากล่าวแยกต่างหากว่า มีผู้จดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการรายบุคคลมากกว่า 50,000 รายหลังได้รับข้อความ ตัวเลขโดยละเอียดที่ 55,133 รายครอบคลุมกลุ่มที่กว้างกว่า เพราะรวมทั้งผู้ที่ใช้ระบบสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระและผู้ที่จดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการ
คูไซโนวากล่าวว่า ระบบภาษีพิเศษสำหรับผู้ประกอบการมีอัตรา 2% ถึง 4% เทียบกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ 10% ขึ้นไป นอกจากนี้เธอยังกล่าวถึงเงินสมทบเพื่อการเกษียณและเงินสมทบทางสังคมของผู้ที่ทำงานภายใต้ระบบดังกล่าว อัตราที่ต่ำกว่าช่วยอธิบายได้ว่าเหตุใดผู้รับข้อความจึงเลือกทำกิจกรรมทางธุรกิจให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ข้อมูลจากธนาคารแสดงให้เห็นขนาดของการติดตามตรวจสอบ หน่วยงานได้รับข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลประมาณ 115,000 รายในไตรมาสแรก และ 159,000 รายในไตรมาส 2 บุคคลหนึ่งรายอาจปรากฏในข้อมูลมากกว่าหนึ่งไตรมาส ดังนั้นยอดรวมรายไตรมาสจึงมีรายชื่อซ้ำ ตัวเลขข้อความแจ้งข้อมูล 274,318 ข้อความของคณะกรรมการฯ จึงควรเข้าใจว่าเป็นจำนวนการสื่อสารที่ส่งออกไป
ผู้ประกอบการมีเส้นตายแยกต่างหากสำหรับกรณีข้อมูลไม่ตรงกัน
ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนแล้วกำลังถูกตรวจสอบด้วยการเปรียบเทียบข้อมูลเงินโอนผ่านมือถือ รายการจากเครื่องบันทึกเงินสด และแบบแสดงรายการภาษีที่ยื่นด้วยแบบฟอร์ม 910.00 การตรวจสอบเหล่านี้พิจารณาว่ารายได้ที่ปรากฏในเอกสารแต่ละชุดตรงกับรายได้ที่แจ้งเพื่อเสียภาษีหรือไม่
คณะกรรมการฯ ระบุว่าได้ส่งหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการ 26,989 ฉบับเกี่ยวกับข้อมูลไม่ตรงกันเมื่อวันที่ 4 กันยายน หลังการตรวจสอบทางเอกสารสำหรับครึ่งแรกของปี 2026 ส่วนคูไซโนวาระบุตัวเลขหนังสือแจ้งถึงผู้ประกอบการรายบุคคลไว้ที่ 25,537 ฉบับ ตัวเลขทั้งสองเกี่ยวข้องกับกระบวนการแจ้งความคลาดเคลื่อนอย่างเป็นทางการ ซึ่งผู้รับต้องดำเนินการ
ผู้ประกอบการที่เห็นด้วยกับผลการตรวจสอบต้องแก้ไขข้อมูลที่ไม่ตรงกันด้วยการยื่นแบบแสดงรายการภาษี ส่วนผู้ที่ไม่เห็นด้วยสามารถส่งคำชี้แจงและเอกสารประกอบได้ โดยมีเวลา 30 วันทำการนับจากวันถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้ง
คณะกรรมการฯ ระบุมูลค่าความคลาดเคลื่อนอยู่ที่ 459,000 ล้านเทงเก และประเมินภาระภาษีเพิ่มเติมที่อาจเกิดขึ้นเบื้องต้นไว้ที่ 13,700 ล้านเทงเก คูไซโนวาระบุตัวเลขรายได้ภาษีที่คาดว่าจะได้รับไว้ที่ 9,000 ล้านเทงเก ภาระภาษีขั้นสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับการยื่นแบบแก้ไข คำชี้แจง และการตรวจสอบในลำดับต่อไป
สำหรับเจ้าของธุรกิจ ความแตกต่างในทางปฏิบัติอยู่ที่ข้อความแจ้งข้อมูลเบื้องต้นกับหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการที่ระบุว่าข้อมูลไม่ตรงกัน ข้อความแรกไม่ต้องตอบกลับ ส่วนหนังสือแจ้งฉบับที่สองจะเริ่มนับระยะเวลาที่ผู้ประกอบการต้องแก้ไขการรายงานหรือชี้แจงข้อแตกต่าง
วันที่ผู้เสียภาษีควรติดตาม
กระบวนการติดตามและยื่นแบบแสดงรายการครอบคลุมปี 2026 และ 2027 ธนาคารส่งข้อมูลเป็นรายไตรมาส ขณะที่บุคคลต้องรายงานรายได้ประจำปีหลังสิ้นปี ส่วนหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการถึงผู้ประกอบการจะมีกรอบเวลาของตนเอง โดยเริ่มนับตามวันที่ส่งถึงผู้รับ
- ไตรมาสแรกของปี 2026: ธนาคารส่งข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลประมาณ 115,000 ราย ต่อมามี 34,224 รายจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการหรือใช้ระบบสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ
- ไตรมาส 2 ของปี 2026: ธนาคารส่งข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลประมาณ 159,000 ราย มีอีก 20,909 รายจดทะเบียนหรือใช้ระบบดังกล่าว
- ครึ่งแรกของปี 2026: คณะกรรมการฯ ส่งข้อความแจ้งข้อมูล 274,318 ข้อความ
- วันที่ 4 กันยายน: คณะกรรมการฯ ระบุว่าได้ส่งหนังสือแจ้งความคลาดเคลื่อนอย่างเป็นทางการถึงผู้ประกอบการ 26,989 ฉบับ
- ไตรมาส 3 ของปี 2026: คณะกรรมการฯ ได้รับข้อมูลจากธนาคารเพื่อส่งข้อความแจ้งข้อมูลเพิ่มเติม
- วันที่ 15 กันยายน 2027: ครบกำหนดยื่นแบบฟอร์ม 270 ซึ่งครอบคลุมรายได้ปี 2026
- หลังได้รับหนังสือแจ้งความคลาดเคลื่อนอย่างเป็นทางการ: ผู้ประกอบการมีเวลา 30 วันทำการในการตอบกลับ โดยเริ่มนับในวันถัดไป
ดังนั้น บุคคลที่มีรายได้จากธุรกิจซึ่งยังไม่ได้แจ้งต้องเตรียมยื่นแบบรายปี ขณะที่ผู้ประกอบการที่ได้รับหนังสือแจ้งความคลาดเคลื่อนอย่างเป็นทางการต้องดำเนินการภายในเวลาที่สั้นกว่า ขั้นตอนแรกในทางปฏิบัติคือการตรวจสอบประเภทของข้อความที่ได้รับ เพื่อให้เข้าใจหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
ประเด็นสำคัญ
- เกณฑ์ตรวจสอบเงินโอนผ่านมือถือครอบคลุมกรณีมีผู้ส่งเงินที่แตกต่างกันอย่างน้อย 100 รายในแต่ละเดือนติดต่อกัน 3 เดือน และมียอดรับรวมเกิน 1,557,000 เทงเกในปี 2026
- ผู้ที่มีรายได้ธุรกิจซึ่งไม่ได้แจ้งต้องยื่นแบบฟอร์ม 270 สำหรับปี 2026 ภายในวันที่ 15 กันยายน 2027
- ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอยู่ที่ 10% สำหรับรายได้ไม่เกิน 8,500 ดัชนีคำนวณรายเดือน และ 15% สำหรับส่วนที่เกินเกณฑ์
- ข้อความแจ้งข้อมูลเบื้องต้นไม่ต้องตอบกลับ คณะกรรมการฯ ระบุว่าในขั้นตอนนี้ยังไม่มีการปรับเงิน
- คณะกรรมการฯ บันทึกว่ามี 55,133 รายจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการหรือใช้ระบบสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระในช่วงครึ่งแรกของปี 2026
- ผู้ประกอบการที่ได้รับหนังสือแจ้งความคลาดเคลื่อนอย่างเป็นทางการมีเวลา 30 วันทำการในการแก้ไขข้อมูลหรือส่งคำชี้แจง






