เกาหลีใต้ยกเครื่องนโยบายต่อต้านการค้ามนุษย์ คุ้มครองแรงงานต่างชาติกลุ่มเปราะบาง

ใช้เวลาอ่าน 13 นาที
เกาหลีใต้ยกเครื่องนโยบายต่อต้านการค้ามนุษย์ คุ้มครองแรงงานต่างชาติกลุ่มเปราะบาง

ปิดช่องโหว่การคุ้มครอง: ปรับเปลี่ยนนโยบาย

เกาหลีใต้ประกาศปรับปรุงนโยบายต่อต้านการค้ามนุษย์ครั้งใหญ่เมื่อวันศุกร์ โดยมุ่งแก้ช่องโหว่เชิงโครงสร้างที่ทำให้แรงงานต่างชาติกลุ่มเปราะบางหลายพันคนขาดการคุ้มครองอย่างเพียงพอ กระทรวงความเสมอภาคทางเพศและครอบครัวประกาศมาตรการใหม่เพื่อเร่งระบุตัวผู้เสียหายและปรับปรุงการประสานบริการช่วยเหลือให้คล่องตัวขึ้น โดยเฉพาะสำหรับแรงงานเกษตรตามฤดูกาลและลูกเรือประมงที่เผชิญความเสี่ยงจากการถูกแสวงหาประโยชน์สูง มาตรการดังกล่าวอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานรัฐบาลหลายแห่ง ได้แก่ กระทรวงการจ้างงานและแรงงาน กระทรวงมหาสมุทรและประมง และสำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลี เจ้าหน้าที่ระบุว่า ความพยายามก่อนหน้านี้ขาดการประสานงานที่เป็นระบบ โดยแต่ละกระทรวงใช้ฐานข้อมูลและขั้นตอนส่งต่อแยกจากกัน จนผู้เสียหายจำนวนมากตกหล่นระหว่างหน่วยงาน การปฏิรูปนี้มุ่งแก้ความเหลื่อมล้ำที่น่ากังวลในสถิติทางการ ระหว่างปี 2023 ถึงเดือนมีนาคม 2026 ทางการรับรองอย่างเป็นทางการว่ามีผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์เพียง 70 คน โดย 58 คนเป็นชาวต่างชาติ ตัวเลขที่ต่ำนี้สะท้อนความท้าทายที่ยังมีอยู่ในการตรวจพบอาชญากรรมแรงงานบังคับและการค้ามนุษย์ในชุมชนแรงงานข้ามชาติ นักสิทธิมนุษยชนโต้แย้งมาโดยตลอดว่าตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าขนาดการละเมิดที่เกิดขึ้นจริงอย่างมาก โดยเฉพาะในภาคแรงงานข้ามชาติค่าจ้างต่ำ ซึ่งแรงงานมักเผชิญการบีบบังคับด้วยหนี้ การยึดหนังสือเดินทาง และชั่วโมงทำงานเกินควร วอน มิน-คยอง รัฐมนตรี ยืนยันความมุ่งมั่นของรัฐบาลที่จะปิดจุดบอดในการคุ้มครองผู้เสียหายและยกระดับประสิทธิภาพการช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงให้สัมภาษณ์กับ The Korea Times ว่า หัวใจสำคัญของมาตรการนี้คือการค้นพบคดีให้เร็วขึ้น ระบุตัวผู้เสียหายให้ไวขึ้น และจัดความช่วยเหลือโดยไม่ล่าช้า ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานสู่การคุ้มครองเชิงรุกแทนการแก้ไขเมื่อเกิดเหตุแล้ว การประกาศนี้มีขึ้นท่ามกลางความสนใจจากนานาชาติที่เพิ่มขึ้นต่อสภาพแรงงานในอุตสาหกรรมการผลิต เกษตรกรรม และประมงของเกาหลีใต้ ซึ่งแรงงานต่างชาติเข้ามาเติมเต็มตำแหน่งงานสำคัญในสังคมสูงวัย

สารบัญ
  1. ปิดช่องโหว่การคุ้มครอง: ปรับเปลี่ยนนโยบาย
  2. นิยามทางกฎหมายที่ก่อให้เกิดจุดบอด
  3. การแสวงหาประโยชน์ในภาคแรงงานตามฤดูกาลและภาคประมง
  4. นานาชาติจับตาช่องโหว่ในการบังคับใช้
  5. มาตรการปฏิรูปและเครื่องมือดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม
  6. การเปลี่ยนแปลงเชิงสถาบันและกฎหมาย
  7. ความเป็นจริงด้านการย้ายถิ่นและกรอบการคุ้มครอง
  8. ประเด็นสำคัญ
โฆษณา

นิยามทางกฎหมายที่ก่อให้เกิดจุดบอด

การตีความการค้ามนุษย์ตามกฎหมายปัจจุบันอย่างเคร่งครัดมีส่วนทำให้จำนวนผู้ได้รับการรับรองมีน้อย กรอบกฎหมายกำหนดให้ต้องพิสูจน์ว่า “มีการเคลื่อนย้ายบุคคล” รวมถึงการขนส่งข้ามพรมแดน จึงจะถือเป็นอาชญากรรมค้ามนุษย์ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 ห้ามการซื้อขายบุคคล แต่กำหนดให้ต้องพิสูจน์ว่ามีการซื้อหรือขาย โดยไม่ได้ระบุการใช้กำลัง การฉ้อฉล หรือการบีบบังคับเป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างชัดเจน ซึ่งแตกต่างจากนิยามในพิธีสารสหประชาชาติว่าด้วยการค้ามนุษย์ปี 2000 ที่ให้ความสำคัญกับกลไกการบีบบังคับเหล่านี้ ความไม่สอดคล้องดังกล่าวทำให้คดีที่เกี่ยวข้องกับการผูกมัดด้วยหนี้หรือการบีบบังคับทางจิตใจในรูปแบบแยบยลมักไม่เข้าเกณฑ์ดำเนินคดีฐานค้ามนุษย์ และถูกดำเนินคดีเป็นความผิดด้านแรงงานที่เบากว่าหรือความผิดทางปกครองแทน นิยามที่แคบนี้ส่งผลให้ผู้เสียหายที่ได้รับการยืนยันส่วนใหญ่เป็นผู้ไม่มีสัญชาติเกาหลี ขณะที่คดีภายในประเทศอาจหลุดรอดจากการตรวจพบ รายงานการค้ามนุษย์ปี 2025 ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุถึงข้อจำกัดเหล่านี้ โดยชี้ว่าการไม่มีฐานความผิดทางอาญาที่สอดคล้องกับพิธีสารสหประชาชาติว่าด้วยการค้ามนุษย์ปี 2000 ทำให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายมีความเข้าใจเกี่ยวกับอาชญากรรมนี้แตกต่างกัน ในอดีต เจ้าหน้าที่มักเหมารวมการค้ามนุษย์กับความผิดที่เกี่ยวข้อง เช่น การค้าประเวณี การลักพาตัว และความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งยิ่งทำให้การระบุตัวผู้เสียหายอย่างถูกต้องซับซ้อนขึ้น พระราชบัญญัติป้องกันการค้ามนุษย์และการคุ้มครองผู้เสียหาย ซึ่งมีผลบังคับใช้ในปี 2023 ปรับปรุงนิยามเพื่อใช้ในการคุ้มครองให้ชัดเจนขึ้น แต่ไม่ได้แก้ไขบทบัญญัติในประมวลกฎหมายอาญาที่ใช้ดำเนินคดี ความไม่เชื่อมโยงระหว่างกรอบการคุ้มครองกับกรอบการดำเนินคดีทำให้ช่องโหว่ในการบังคับใช้ยังคงอยู่ แม้มีความคืบหน้าด้านนิติบัญญัติ

การไม่มีฐานความผิดทางอาญาที่นิยามการค้ามนุษย์ให้สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศอย่างครบถ้วน ส่งผลให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายและอัยการมีความเข้าใจเกี่ยวกับอาชญากรรมนี้แตกต่างกัน

โฆษณา

การแสวงหาประโยชน์ในภาคแรงงานตามฤดูกาลและภาคประมง

แรงงานต่างชาติภายใต้โครงการแรงงานตามฤดูกาล (SWP) และระบบใบอนุญาตทำงาน (EPS) เผชิญสภาพการทำงานที่เข้าข่ายแรงงานบังคับในภาคเกษตรกรรม การผลิต และประมง ภายใต้ระบบใบอนุญาตทำงาน มีแรงงานข้ามชาติจาก 16 ประเทศราว 303,000 คนทำงานในภาคประมง เกษตรกรรม ปศุสัตว์ ร้านอาหาร และการผลิต หลายคนอาศัยอยู่ในที่พักที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น โรงเรือนปลูกพืชและตู้คอนเทนเนอร์ โดยเฉพาะในพื้นที่เกษตรกรรม กระทรวงการจ้างงานและแรงงานสำรวจสภาพที่พักเหล่านี้ในปี 2023 เปิดเผยผลต่อสาธารณะในเดือนมีนาคม 2024 และออกคำสั่งให้แก้ไขกรณีที่ฝ่าฝืนกฎ อย่างไรก็ตาม องค์กรพัฒนาเอกชนรายงานว่าการบังคับใช้ยังไม่สม่ำเสมอ และแรงงานจำนวนมากยังคงอาศัยอยู่ในสภาพที่ละเมิดมาตรฐานสุขอนามัยและความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน โครงการ SWP อาศัยข้อตกลงผ่านนายหน้าระหว่างเทศบาลเกาหลีและรัฐบาลท้องถิ่นต่างประเทศ ทำให้เกิดช่องว่างในการกำกับดูแลที่นายหน้าซึ่งไม่สุจริตฉวยประโยชน์ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 รัฐบาลฟิลิปปินส์ระงับการส่งแรงงานไปเกาหลีใต้ชั่วคราว หลังมีรายงานเรื่องสภาพการทำงานไม่ปลอดภัยและการละเมิดสิทธิแรงงานฟิลิปปินส์ตามฤดูกาล คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเกาหลีบันทึกกรณีการค้ามนุษย์ภายใต้โครงการ SWP และสรุปว่าโครงการนี้ขาดฐานกฎหมายรองรับการดำเนินงานที่มั่นคง อีกทั้งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นบางส่วนพึ่งพานายหน้าที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมสูงเกินควรและยึดหนังสือเดินทาง

ภาคประมงเผชิญความท้าทายร้ายแรงไม่แพ้กัน แรงงานข้ามชาติเกือบ 4,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากอินโดนีเซีย ทำงานบนเรือประมงน้ำลึกของเกาหลีใต้ กองเรือประมงน้ำลึกมีความโปร่งใสต่ำเป็นพิเศษ เรือมักถ่ายลำสัตว์น้ำกลางทะเลและอยู่ในทะเลนานหนึ่งปีหรือมากกว่าโดยไม่เข้าท่าเรือ ทำให้แรงงานมีโอกาสรายงานการละเมิดน้อยลง แผนยกระดับการคุ้มครองแรงงานประมงข้ามชาติปี 2024 กำหนดให้เรือเข้าเทียบท่าทุกปีและให้บริษัทประมงรับผิดชอบค่าจัดหางานทั้งหมด แต่ภาคประชาสังคมชี้ว่ามาตรการเหล่านี้ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย จึงขัดขวางการบังคับใช้อย่างเพียงพอ ลูกเรือมักต้องทำงานวันละ 18 ชั่วโมง เผชิญการด่าทอและทำร้ายร่างกาย ตลอดจนถูกระงับการจ่ายค่าจ้าง บริษัทจัดหางานมักเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตั้งแต่ 5,500 ถึง 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เกิดการบีบบังคับด้วยหนี้และผูกมัดแรงงานไว้กับสัญญาจ้างที่เอารัดเอาเปรียบ นายจ้างมักยึดค่าจ้างสามเดือนแรกไว้เป็นเงินประกัน ซึ่งแรงงานจะได้รับก็ต่อเมื่อทำงานครบสัญญา แม้มีการบันทึกสภาพเหล่านี้ไว้แล้ว รัฐบาลก็ไม่เคยดำเนินคดีค้ามนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับการประมงน้ำลึกเลย

โฆษณา

นานาชาติจับตาช่องโหว่ในการบังคับใช้

แม้เกาหลีใต้จะได้รับสถานะระดับ 1 ในรายงานของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2023 ถึง 2025 แต่ผู้ติดตามสถานการณ์ระหว่างประเทศยังพบข้อบกพร่องในการบังคับใช้ที่ต่อเนื่อง ในปี 2024 ทางการสอบสวนคดี 1,061 คดี ซึ่งรวมถึงคดีค้ามนุษย์เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศ 708 คดี และคดีแรงงานบังคับ 98 คดี อย่างไรก็ตาม อัยการเริ่มดำเนินคดีแรงงานจากการค้ามนุษย์เพียง 4 คดี และศาลพิพากษาลงโทษเพียง 6 คดีตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงาน ลดลงจาก 33 คดีในปีก่อน ราว 95 เปอร์เซ็นต์ของคำพิพากษาลงโทษเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กและเยาวชน ไม่ใช่คดีที่เกี่ยวข้องกับผู้ใหญ่หรือการแสวงหาประโยชน์ด้านแรงงาน รายงานปี 2024 ระบุว่า แม้การสอบสวนและการดำเนินคดีเพิ่มขึ้น แต่คำพิพากษาลงโทษส่วนใหญ่ยังเป็นคดีค้ามนุษย์เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก ไม่ใช่คดีที่เกี่ยวข้องกับผู้ใหญ่หรือแรงงาน ศาลพิพากษาให้ผู้ค้ามนุษย์ส่วนใหญ่จำคุกไม่ถึงหนึ่งปี ปรับ หรือรอลงอาญา ซึ่งบั่นทอนการยับยั้งการแสวงหาประโยชน์ ในปี 2024 ผู้ค้ามนุษย์ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดเพียง 22 เปอร์เซ็นต์ได้รับโทษจำคุกอย่างน้อยหนึ่งปี เทียบกับ 35 เปอร์เซ็นต์ในปี 2023 ในทางกลับกัน ผู้ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานข่มขืน 39 เปอร์เซ็นต์ได้รับโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไป แสดงให้เห็นความเหลื่อมล้ำอย่างมีนัยสำคัญในการลงโทษคดีค้ามนุษย์เมื่อเทียบกับความผิดร้ายแรงประเภทอื่น

การตรวจแรงงานยังเผยให้เห็นจุดเปราะบางเพิ่มเติม ในปี 2024 กระทรวงการจ้างงานและแรงงานสอบสวนคดีแรงงานบังคับ 80 คดี แต่ยุติ 77 คดีโดยไม่พบการละเมิดกฎหมาย ผู้ตรวจแรงงานทางทะเลตรวจเรือประมงน้ำลึกบนเรือในขอบเขตจำกัด ขณะที่ภาคประชาสังคมกังวลว่าการฝึกอบรมและทรัพยากรยังไม่เพียงพอต่อการกำกับดูแลลูกเรือราว 60,000 คนอย่างเหมาะสม ดัชนีระบุตัวผู้เสียหายฉบับปรับปรุงที่เริ่มใช้ในเดือนธันวาคม 2024 มีตัวบ่งชี้การค้ามนุษย์เพื่อแสวงหาประโยชน์ด้านแรงงาน แต่องค์กรพัฒนาเอกชนระบุว่ายังขาดมาตรการที่เพียงพอสำหรับคัดกรองแรงงานบังคับในหมู่แรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมประมง รายงานระบุว่า หากไม่จำเป็นต้องซ่อมบำรุง เรือประมงน้ำลึกสามารถหลีกเลี่ยงการกลับเข้าท่าเรือได้ และเรือจำนวนมากอยู่กลางทะเลนานกว่าหนึ่งปีในแต่ละครั้ง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการใช้แรงงานบังคับ ผู้สังเกตการณ์ระบุว่า เรือประมงที่รัฐบาลต่างประเทศขึ้นบัญชีว่าใช้แรงงานบังคับยังสามารถเข้าสู่น่านน้ำเกาหลีได้โดยไม่ถูกตรวจสอบ สะท้อนขีดความสามารถในการตรวจตราท่าเรือที่ไม่เพียงพอ

โฆษณา

มาตรการปฏิรูปและเครื่องมือดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม

มาตรการนโยบายชุดใหม่กำหนดกลไกเฉพาะเพื่อแก้ปัญหาที่มีหลักฐานบันทึกไว้ เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการแรงงานตามฤดูกาลจะมีหน้าที่ตามกฎหมายในการรายงานกรณีต้องสงสัยว่าเป็นการค้ามนุษย์ และต้องผ่านการอบรมภาคบังคับ เจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงผู้ตรวจแรงงานทางทะเล จะได้รับเครื่องมือระบุตัวผู้เสียหายชุดใหม่ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อช่วยตรวจพบตัวบ่งชี้แรงงานบังคับในหมู่ลูกเรือต่างชาติ เครื่องมือเหล่านี้มีเป้าหมายแก้ข้อจำกัดก่อนหน้านี้ที่ผู้ตรวจไม่มีแนวทางเฉพาะในการระบุการบีบบังคับในสภาพแวดล้อมทางทะเล เมื่อระบุตัวได้แล้ว ผู้เสียหายจะเข้าถึงบริการช่วยเหลือได้โดยไม่ต้องเผชิญความล่าช้าทางราชการเช่นที่ผ่านมา รัฐบาลให้คำมั่นว่าจะจัดความช่วยเหลือเร่งด่วนก่อนเอกสารทางการจะเสร็จสมบูรณ์ เพื่อตอบสนองเสียงวิจารณ์ในอดีตว่ากระบวนการยื่นคำขอที่ยืดเยื้อ ซึ่งบางครั้งใช้เวลาสี่ถึงหกเดือน ทำให้ผู้เสียหายต้องเผชิญบาดแผลซ้ำและขาดแคลนทรัพยากร หน่วยงานกลางคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย ซึ่งจัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายปี 2023 ออกใบรับรองให้ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ชาวต่างชาติ 12 คนในปี 2024 เพื่อให้เข้าถึงสิทธิประโยชน์ด้านการเงินและการเข้าเมืองได้ก่อนกระบวนการพิจารณาคดี เพิ่มขึ้นจาก 3 ใบในปีก่อน

มาตรการคุ้มครองเพิ่มเติมรวมถึงการบังคับให้แรงงานตามฤดูกาลทำประกันอุบัติเหตุ ประกันรับประกันค่าจ้าง และประกันความปลอดภัยด้านเกษตรกรรมและประมง รัฐบาลจะกำหนดให้นายจ้างแรงงานตามฤดูกาลลงทะเบียนแรงงานในโครงการเหล่านี้ เพื่อลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บและการไม่ได้รับค่าจ้าง ในปี 2024 รัฐบาลจัดสรรงบประมาณราว 67.41 พันล้านวอน (45.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ให้กระทรวงความเสมอภาคทางเพศและครอบครัวสำหรับการคุ้มครองผู้เสียหาย ซึ่งรวมถึง 160 ล้านวอนสำหรับหน่วยงานกลางคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย นอกจากนี้ยังจัดสรร 88.6 พันล้านวอนให้กระทรวงยุติธรรม และ 658 ล้านวอนให้กระทรวงมหาสมุทรและประมง สำหรับโครงการคุ้มครองและช่วยเหลือ รัฐบาลยังวางแผนจัดที่พักฉุกเฉินสำหรับผู้เสียหายชาวต่างชาติ และตั้งศูนย์ช่วยเหลือเฉพาะทางที่ให้บริการที่พัก อาหาร และความช่วยเหลืออย่างครอบคลุม มาตรการเหล่านี้ตอบสนองโดยตรงต่อข้อเสนอแนะจากผู้ติดตามสถานการณ์ระหว่างประเทศและกลุ่มสิทธิมนุษยชนในประเทศ ซึ่งวิจารณ์ว่าบริการเฉพาะทางสำหรับผู้เสียหายชาย ผู้พิการ และชาวต่างชาติยังขาดแคลน

โฆษณา

การเปลี่ยนแปลงเชิงสถาบันและกฎหมาย

นอกเหนือจากการปรับปรุงการดำเนินงาน การปฏิรูปยังปรับโครงสร้างกลไกประสานงานระดับชาติ กฎหมายจะเปลี่ยนตำแหน่งประธานสภาประสานงานนโยบายว่าด้วยการค้ามนุษย์ จากรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความเสมอภาคทางเพศและครอบครัว พร้อมเพิ่มจำนวนผู้เชี่ยวชาญภาคประชาชนในสภาจาก 4 เป็น 10 คน เพื่อเสริมความเชี่ยวชาญด้านนโยบายและการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างนี้มีเป้าหมายให้การคุ้มครองผู้เสียหายและการฟื้นฟูสิทธิเป็นหัวใจของนโยบายระดับชาติ รัฐบาลยังวางแผนแก้ไขพระราชบัญญัติป้องกันการค้ามนุษย์และคุ้มครองผู้เสียหาย เพื่อกำหนดขั้นตอนการระบุตัวและส่งต่อผู้เสียหายชุดใหม่ให้เป็นข้อบังคับ ฐานกฎหมายนี้มีเป้าหมายป้องกันการบังคับใช้ที่ไม่สม่ำเสมอ ซึ่งเป็นปัญหาของแนวทางก่อนหน้านี้ โดยมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่บางแห่งส่งต่อผู้เสียหายไปยังบริการช่วยเหลือเฉพาะกรณีร้ายแรงเท่านั้น

ตำรวจ กระทรวงแรงงาน และหน่วยงานอื่น ๆ จะกระชับความร่วมมือและแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เมื่อเจ้าหน้าที่ด่านหน้าพบผู้ที่อาจเป็นผู้เสียหายระหว่างการตรวจสอบหรือสอบสวน เมื่อพบผู้ที่อาจเป็นผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่ควรเชื่อมโยงบุคคลดังกล่าวกับกระทรวงความเสมอภาคทางเพศและครอบครัวและหน่วยงานคุ้มครองผู้เสียหายโดยทันที ปัจจุบันผู้เสียหายชาวต่างชาติได้รับวีซ่าพำนักเพื่อมนุษยธรรมประเภท G-1 ซึ่งอนุญาตให้ทำงานได้นานสูงสุดหนึ่งปีระหว่างให้ความร่วมมือในการสอบสวน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอนุญาตให้ผู้เสียหายชาวต่างชาติพักในสถานคุ้มครองได้เพียงสามเดือน และขยายเวลาได้เฉพาะกรณีที่ทำหน้าที่เป็นพยานในการพิจารณาคดีที่กำลังดำเนินอยู่ รายงานระบุว่าการไม่มีทางเลือกในการพำนักระยะยาวทำให้ผู้เสียหายลังเลที่จะรายงานการแสวงหาประโยชน์หรือเป็นพยานเอาผิดผู้ค้ามนุษย์ กรอบนโยบายใหม่นี้พยายามแก้อุปสรรคดังกล่าวด้วยการอนุญาตให้จัดความช่วยเหลือเร่งด่วนได้ก่อนเอกสารทางการจะครบถ้วน แม้ยังไม่ได้แก้ไขเรื่องการพำนักระยะยาว

ความเป็นจริงด้านการย้ายถิ่นและกรอบการคุ้มครอง

การปฏิรูปเกิดขึ้นท่ามกลางความจำเป็นด้านประชากรศาสตร์ เกาหลีใต้ซึ่งเป็นหนึ่งในสังคมสูงวัยเร็วที่สุดในโลกกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก และพึ่งพาแรงงานต่างชาติมากขึ้น ลี ซอง-อา รองผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายบริหารและปฏิรูปขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน เน้นย้ำว่า ช่องทางการย้ายถิ่นที่ปลอดภัย เป็นระเบียบ และถูกต้องตามกฎหมายเป็นประโยชน์ต่อทั้งประเทศปลายทางและตัวแรงงานเอง ระหว่างการเยือนกรุงโซลเมื่อไม่นานมานี้ เธอชี้ถึงความจำเป็นที่การขยายการย้ายถิ่นเพื่อทำงานต้องดำเนินควบคู่กับแนวทางที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครอง พร้อมระบุว่าเรื่องเล่าที่ขับเคลื่อนด้วยความกลัวและข้อมูลบิดเบือนมักบั่นทอนการกำหนดนโยบายที่อิงหลักฐาน จึงจำเป็นต้องเก็บข้อมูลอย่างรอบด้านและใช้แนวปฏิบัติที่ให้ผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง

รัฐบาลกรุงโซลได้เพิ่มโครงสร้างพื้นฐานสำหรับช่วยเหลือชาวต่างชาติที่พำนักในเมืองควบคู่กันไป รวมถึงบริการล่ามทางการแพทย์และเวทีความร่วมมือทางการทูต ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าภาครัฐหลายระดับตระหนักถึงการเติบโตของชุมชนนานาชาติมากขึ้น เมื่อไม่นานมานี้ เมืองได้ต้อนรับนักการทูตจาก 60 ประเทศ รวมถึงเอกอัครราชทูตประจำการ 40 คน เพื่อชี้แจงนโยบายช่วยเหลือ ซึ่งรวมถึงโครงการช่วยเหลือทางการแพทย์สำหรับชาวต่างชาติที่ให้บริการล่ามในโรงพยาบาล 12 ภาษา ความพยายามระดับเทศบาลเหล่านี้เสริมมาตรการต่อต้านการค้ามนุษย์ระดับชาติด้วยการสร้างเครือข่ายความปลอดภัยที่ครอบคลุมชุมชนนานาชาติมากขึ้น การดำเนินงานทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติที่เกิดขึ้นพร้อมกันบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง สู่การผนวกกลไกคุ้มครองเข้ากับโครงสร้างการกำกับดูแลการย้ายถิ่น พร้อมยอมรับว่าการย้ายถิ่นเพื่อทำงานระยะสั้นจะยังมีบทบาทสำคัญในการบรรเทาภาวะขาดแคลนแรงงานเฉพาะหน้า และจำเป็นต้องมีมาตรการคุ้มครองที่เข้มแข็งขึ้น

โฆษณา

ประเด็นสำคัญ

  • เกาหลีใต้รับรองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์เพียง 70 คนระหว่างปี 2023 ถึงเดือนมีนาคม 2026 จนเกิดเสียงวิจารณ์ว่าสถิติทางการประเมินการแสวงหาประโยชน์ในภาคแรงงานข้ามชาติต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างมาก
  • การปฏิรูปใหม่กำหนดให้เจ้าหน้าที่โครงการแรงงานตามฤดูกาลมีหน้าที่รายงานกรณีต้องสงสัยว่าเป็นการค้ามนุษย์ และต้องผ่านการอบรมเกี่ยวกับตัวบ่งชี้ในการระบุตัวผู้เสียหาย
  • เครื่องมือระบุตัวเฉพาะทางจะมุ่งตรวจหาตัวบ่งชี้แรงงานบังคับในกลุ่มลูกเรือต่างชาติบนเรือประมงน้ำลึก ซึ่งแรงงานอินโดนีเซียเกือบ 4,000 คนเผชิญความเสี่ยงจากการละเมิดที่มีหลักฐานบันทึกไว้ รวมถึงการทำงานวันละ 18 ชั่วโมงและการบีบบังคับด้วยหนี้
  • ในปี 2024 ทางการสอบสวนคดีค้ามนุษย์ 1,061 คดี แต่พิพากษาลงโทษคดีค้ามนุษย์เพื่อแสวงหาประโยชน์ด้านแรงงานเพียง 6 คดี โดย 95 เปอร์เซ็นต์ของคำพิพากษาลงโทษเกี่ยวข้องกับการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก ไม่ใช่การแสวงหาประโยชน์จากผู้ใหญ่หรือด้านแรงงาน
  • ที่พักฉุกเฉินและบริการช่วยเหลือผู้เสียหายที่รวดเร็วขึ้นจะเข้ามาแทนกระบวนการทางราชการที่เคยล่าช้าสูงสุดหกเดือน อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายชาวต่างชาติยังพักในสถานคุ้มครองได้เพียงสามเดือน เว้นแต่จะได้รับการขยายเวลาเพราะทำหน้าที่เป็นพยาน
  • การแก้ไขกฎหมายจะโอนตำแหน่งผู้นำสภาต่อต้านการค้ามนุษย์ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความเสมอภาคทางเพศ และเพิ่มจำนวนผู้เชี่ยวชาญภาคประชาชนจาก 4 เป็น 10 คน เพื่อยกระดับการประสานงานด้านนโยบาย
แชร์บทความนี้

เรื่องที่คุณอาจชอบ