การปะทุครั้งใหญ่ตามด้วยการพ่นเถ้าถ่านขนาดเล็กลง
ภูเขาไฟคันลาออนพ่นกลุ่มเถ้าถ่านสูงจากปากปล่องยอดเขาราว 5 ถึง 6 กิโลเมตร ระหว่างการปะทุที่มีความรุนแรงปานกลางเมื่อวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม ส่งผลให้มีการเตือนเถ้าถ่านตกในจังหวัดเนกรอสอ็อกซิเดนตัลและเนกรอสโอเรียนตัล ต่อมามีรายงานการพ่นเถ้าถ่านเพิ่มเติมในวันที่ 11 ตุลาคม ขณะที่ภูเขาไฟยังคงอยู่ในระดับเตือนภัย 2 และเจ้าหน้าที่ประสานงานกับรัฐบาลท้องถิ่นเพื่อประเมินสถานการณ์
สารบัญ
- การปะทุครั้งใหญ่ตามด้วยการพ่นเถ้าถ่านขนาดเล็กลง
- ภาพจากกล้องทางการแสดงอะไร
- ลำดับเวลาการปะทุยังมีข้อมูลที่ไม่ลงรอยกัน
- ชุมชนได้รับผลกระทบแตกต่างกัน
- กิจกรรมดำเนินต่อเนื่องข้ามคืนจนถึงช่วงบ่าย
- ควรอ่านตัวเลขก๊าซและแผ่นดินไหวอย่างระมัดระวัง
- ยังคงระดับเตือนภัย 2 พร้อมข้อจำกัดการเข้าพื้นที่
- เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเตรียมพร้อมและตรวจสอบความต้องการ
- คำแนะนำสำหรับประชาชน
- ประเด็นสำคัญ
กลุ่มเถ้าถ่านขนาดใหญ่เมื่อวันเสาร์ไม่ควรนำไปสับสนกับเหตุการณ์ขนาดเล็กกว่าที่ปรากฏในวิดีโอทางการของรัฐบาลซึ่งระบุวันที่ 11 ตุลาคม 2026 ภาพบันทึกดังกล่าวแสดงการพ่นเถ้าถ่านในช่วงบ่าย สูงจากปากปล่อง 600 เมตร หรือหนึ่งในสิบของค่าประมาณด้านบนที่ 6 กิโลเมตรสำหรับการปะทุเมื่อวันเสาร์ ข้อมูลเหล่านี้เป็นการสังเกตคนละเหตุการณ์ ไม่ใช่การวัดกลุ่มเถ้าถ่านเดียวกันที่ขัดแย้งกัน
ชุมชนต่าง ๆ รายงานผลกระทบไม่เหมือนกัน ได้แก่ เสียงดังสนั่นและแรงสั่นสะเทือนในเมืองบาโก กลิ่นกำมะถันในเมืองซานคาร์ลอส และเถ้าถ่านตกในบางพื้นที่ของเมืองลา คาร์โลตาและเทศบาลดอน ซัลวาดอร์ เบเนดิกโต สำนักงานป้องกันพลเรือนประจำภูมิภาคเกาะเนกรอสระบุว่า กำลังตรวจสอบรายงานเบื้องต้นร่วมกับรัฐบาลท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดสำคัญในรายงานต่าง ๆ ยังไม่สอดคล้องกัน ทั้งเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดที่แน่ชัดของการปะทุ ค่าก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และรายงานหนึ่งฉบับเกี่ยวกับเขตห้ามเข้า รายงานส่วนใหญ่ระบุเขตอันตรายถาวรรัศมี 4 กิโลเมตร แต่อีกฉบับระบุ 6 กิโลเมตร ความแตกต่างเหล่านี้ไม่ควรบดบังสารสำคัญด้านความปลอดภัย นั่นคือภูเขาไฟยังคงมีความปั่นป่วนหลังการปะทุเมื่อวันเสาร์ และยังคงมีข้อจำกัดต่าง ๆ
ภาพจากกล้องทางการแสดงอะไร
ภาพบันทึกจากกล้องทางการ ซึ่งเผยแพร่ผ่านบัญชีของหน่วยงานป้องกันพลเรือนฟิลิปปินส์และระบุว่าเป็นภาพจากสถาบันภูเขาไฟและแผ่นดินไหววิทยาแห่งฟิลิปปินส์ บันทึกการพ่นเถ้าถ่านเมื่อเวลา 15.47 น. วันที่ 11 ตุลาคม 2026 PHIVOLCS เป็นหน่วยงานรัฐบาลที่รับผิดชอบติดตามกิจกรรมของภูเขาไฟ
คำอธิบายของหน่วยงานระบุว่ากล้องจากสถานีสังเกตการณ์เมืองคันลาออน ซึ่งใช้ชื่อ KVO-CC เป็นอุปกรณ์ที่บันทึกภาพเหตุการณ์ กลุ่มเถ้าถ่านสีเทาลอยสูงจากปากปล่องยอดเขา 600 เมตร ก่อนเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ และยังคงมีผลบังคับใช้ระดับเตือนภัย 2
ภาพบันทึกยืนยันการสังเกตการณ์เฉพาะช่วงบ่าย แต่ไม่ได้ยืนยันความสูงหรือระยะเวลาของการปะทุครั้งใหญ่เมื่อวันเสาร์ และไม่ได้คลี่คลายข้อมูลที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับเวลาของการปะทุ การแยกเหตุการณ์เหล่านี้ออกจากกันเป็นเรื่องสำคัญ เพราะวิดีโอกลุ่มเถ้าถ่านสูง 600 เมตรเพียงอย่างเดียวไม่อาจยืนยันหรือหักล้างกลุ่มเถ้าถ่านสูง 6 กิโลเมตรจากวันก่อนหน้าได้
ตัวเลขทั้งสองระบุความสูงจากปากปล่องยอดเขา ไม่ใช่ระดับความสูงเหนือระดับน้ำทะเล การใช้จุดอ้างอิงเดียวกันทำให้สามารถเปรียบเทียบการปะทุครั้งใหญ่กับการพ่นเถ้าถ่านในเวลาต่อมาได้อย่างมีความหมาย
ลำดับเวลาการปะทุยังมีข้อมูลที่ไม่ลงรอยกัน
คำอธิบายเหตุการณ์หลักเมื่อวันเสาร์ที่สอดคล้องกันมากที่สุดคือ การปะทุที่มีความรุนแรงปานกลาง ทำให้เกิดกลุ่มเถ้าถ่านสูง 5 ถึง 6 กิโลเมตรและเคลื่อนตัวไปทางเหนือค่อนไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ รายงานหลายฉบับระบุว่าช่วงปะทุรุนแรงกินเวลาราว 2 นาที โดยฉบับหนึ่งระบุช่วงเวลา 12.46 น. ถึง 12.48 น. วันที่ 10 ตุลาคม
รายงานอื่นระบุเวลาต่างออกไป สองฉบับระบุว่ากิจกรรมเริ่มราว 12.30 น. หรือก่อนหน้านั้นเล็กน้อย และสิ้นสุดเวลา 12.48 น. อีกฉบับระบุช่วงเวลา 12.48 น. ถึง 13.30 น. ขณะที่รายงานแยกอีกฉบับระบุว่าเกิดการปะทุเวลา 12.52 น. เวลาเหล่านี้ไม่อาจเป็นช่วงเวลาเดียวกันที่กินเวลา 2 นาทีทั้งหมดได้ ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าบางรายงานกล่าวถึงช่วงกิจกรรมที่ยาวกว่า เวลาแจ้งเหตุ หรือเป็นข้อผิดพลาด
ลำดับเหตุการณ์ตามรายงานมีดังนี้:
- 10 ตุลาคม: เกิดการปะทุที่มีความรุนแรงปานกลางและพ่นกลุ่มเถ้าถ่านสูงจากปากปล่อง 5 ถึง 6 กิโลเมตร รายงานระบุเวลาไม่ตรงกัน
- 11 ตุลาคม ราว 01.28 น.: การพ่นเถ้าถ่านทำให้เกิดกลุ่มเถ้าถ่านสูง 400 เมตร เคลื่อนตัวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ
- 11 ตุลาคม ราว 05.15 น.: กลุ่มเถ้าถ่านสีเทาสูงราว 600 เมตร เคลื่อนตัวไปทางตะวันตก
- 11 ตุลาคม 2026 เวลา 15.47 น.: ภาพจากกล้องทางการในเมืองคันลาออนบันทึกกลุ่มเถ้าถ่านสูง 600 เมตรที่เคลื่อนตัวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ
ภาพบันทึกช่วงบ่ายระบุปีไว้อย่างชัดเจน รายงานอื่นระบุว่า 10 ตุลาคมเป็นวันเสาร์และ 11 ตุลาคมเป็นวันอาทิตย์ แต่ไม่ได้ระบุปีทั้งหมด ไม่มีการระบุการไต่สวน การแถลงข่าว หรือกำหนดเวลาพิจารณาระดับเตือนภัยครั้งถัดไป
ชุมชนได้รับผลกระทบแตกต่างกัน
การสังเกตการณ์เบื้องต้นในพื้นที่แสดงให้เห็นว่าเหตุใดจึงต้องประเมินสถานการณ์แยกตามชุมชน ในเมืองบาโก ประชาชนรายงานว่าเห็นกลุ่มควันภูเขาไฟ ได้ยินเสียงดังสนั่น และรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือน ในเบื้องต้นไม่มีรายงานเถ้าถ่านตกหรือกลิ่นกำมะถันในพื้นที่ดังกล่าว
ในเมืองซานคาร์ลอส มีรายงานกลิ่นกำมะถันในพื้นที่ตอนบนของบารังไกโคดคอด แต่ไม่มีการบันทึกเถ้าถ่านตก เมืองลา คาร์โลตารายงานเสียงครืน ขณะที่ชุมชนซิติโอ กวินตุบดัน ในบารังไกอาราอัลรายงานทั้งเถ้าถ่านตกและกลิ่นกำมะถัน
นอกจากนี้ยังมีรายงานเถ้าถ่านตกในบารังไกอิกมายาอันและคูมาลิสกิส ในเทศบาลดอน ซัลวาดอร์ เบเนดิกโต ข้อมูลเหล่านี้ระบุพื้นที่เฉพาะที่ได้รับผลกระทบ แต่ไม่ได้ยืนยันว่าทุกพื้นที่ในเมืองและเทศบาลทั้ง 4 แห่งเผชิญสภาพแบบเดียวกัน
สำนักงานป้องกันพลเรือนซึ่งเป็นหน่วยงานประสานการประเมินสถานการณ์ระดับภูมิภาคเตือนว่า ข้อมูลจากพื้นที่ยังเป็นข้อมูลเบื้องต้น:
“รายงานเบื้องต้นเหล่านี้กำลังได้รับการตรวจสอบยืนยัน โดยประสานงานกับหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่น (LGUs) ที่เกี่ยวข้อง” OCD ระบุ
การตรวจสอบยืนยันมีความสำคัญ เพราะการได้ยินเสียงการปะทุ การเห็นกลุ่มควัน การได้กลิ่นก๊าซภูเขาไฟ และการพบเถ้าถ่านตก เป็นข้อสังเกตคนละอย่างกัน ชุมชนอาจเผชิญเหตุการณ์อย่างหนึ่งโดยไม่พบหรือรายงานอย่างอื่น ทิศทางกลุ่มเถ้าถ่านที่เปลี่ยนไปยังหมายความว่า พื้นที่ใต้กลุ่มเถ้าถ่านที่พ่นออกมาภายหลังอาจต่างจากพื้นที่ใต้กลุ่มควันหลักเมื่อวันเสาร์
กิจกรรมดำเนินต่อเนื่องข้ามคืนจนถึงช่วงบ่าย
PHIVOLCS บันทึกการพ่นเถ้าถ่านเมื่อเวลาราว 01.28 น. วันที่ 11 ตุลาคม โดยกลุ่มเถ้าถ่านสูงจากยอดเขา 400 เมตรและเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ การพ่นอีกครั้งเมื่อราว 05.15 น. ทำให้เกิดกลุ่มเถ้าถ่านสีเทาสูงถึง 600 เมตร เคลื่อนตัวไปทางตะวันตกโดยทั่วไป
กล้องจากสถานีสังเกตการณ์มันซาลานาโอ สถานีสังเกตการณ์อัปเปอร์ ปันเตา และสถานีสังเกตการณ์เมืองคันลาออนบันทึกเหตุการณ์ช่วงเช้า ส่วนภาพบันทึกจากรัฐบาลอีกชุดในช่วงบ่ายแสดงกลุ่มเถ้าถ่านสูง 600 เมตรอีกครั้ง โดยครั้งนี้เคลื่อนตัวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ
กลุ่มเถ้าถ่านเมื่อวันอาทิตย์ตามรายงานมีความสูงน้อยกว่ากลุ่มเถ้าถ่านสูง 5 ถึง 6 กิโลเมตรเมื่อวันเสาร์มาก เมื่อแปลงเป็นเมตร ช่วงความสูงของวันเสาร์อยู่ที่ 5,000 ถึง 6,000 เมตร เทียบกับ 400 ถึง 600 เมตรในการสังเกตการณ์ครั้งหลัง กลุ่มเถ้าถ่านสูง 600 เมตรคิดเป็น 10% ถึง 12% ของช่วงความสูงก่อนหน้า นี่เป็นการเปรียบเทียบความสูงของกลุ่มเถ้าถ่าน ไม่ใช่การวัดปริมาณเถ้าที่พ่นออกมาหรือระดับอันตรายที่พื้นดิน
รายงานการติดตามสถานการณ์วันที่ 11 ตุลาคมยังระบุว่าการพ่นเถ้าถ่านกินเวลา 161 นาที อีกฉบับระบุเป็น 2 ชั่วโมง 41 นาที ซึ่งเป็นระยะเวลาเท่ากัน รายงานไม่ได้ยืนยันว่าเหตุการณ์ที่กินเวลานานดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการสังเกตการณ์จากกล้องแต่ละครั้งที่ระบุเวลาไว้อย่างไร
ควรอ่านตัวเลขก๊าซและแผ่นดินไหวอย่างระมัดระวัง
รายงานเกี่ยวกับประกาศติดตามสถานการณ์ของ PHIVOLCS วันที่ 11 ตุลาคมระบุตรงกันว่าเกิดแผ่นดินไหวภูเขาไฟ 10 ครั้งในช่วง 24 ชั่วโมงก่อนหน้า รายงานฉบับก่อนหน้านี้ระบุว่าเกิดแผ่นดินไหว 16 ครั้งในวันก่อนการปะทุเมื่อวันเสาร์ ตัวเลขเหล่านี้ครอบคลุมช่วงเวลาติดตามคนละช่วง จึงไม่ควรนำมาเข้าใจว่าเป็นการวัดในเวลาเดียวกัน
ข้อมูลก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์มีความสอดคล้องกันน้อยกว่า รายงานฉบับหนึ่งระบุปริมาณ 2,138 ตันในวันก่อนการปะทุ อีกฉบับระบุ 2,356 ตันในวันศุกร์ และ 5,132 ตันในวันเสาร์ ส่วนฉบับที่สามระบุว่าการปล่อยก๊าซเฉลี่ยอยู่ที่ 802 ตันต่อวัน และสูงสุด 4,656 ตันต่อวันในวันที่ 10 ตุลาคม
รายงานไม่ได้อธิบายช่วงเวลาเฉลี่ยของตัวเลข 802 ตัน หรือชี้แจงความแตกต่างของค่าที่วัดได้ในวันศุกร์และวันเสาร์ ตัวเลขที่เพิ่มจาก 2,356 เป็น 5,132 ในรายงานฉบับหนึ่งคิดเป็นประมาณ 2.18 เท่า แต่การเปรียบเทียบนี้ใช้ได้เฉพาะกับตัวเลขสองค่านั้น ไม่อาจสรุปได้ว่าค่าใดควรอยู่ในชุดข้อมูลรายวันชุดเดียวที่ได้รับการยืนยันแล้ว
ซัลเฟอร์ไดออกไซด์เป็นก๊าซภูเขาไฟ และปริมาณที่วัดได้เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดกิจกรรมใต้ภูเขาไฟและภายในภูเขาไฟ ส่วนจำนวนแผ่นดินไหวเป็นอีกตัวชี้วัดหนึ่ง แต่ไม่มีตัวชี้วัดใดเพียงอย่างเดียวที่ใช้กำหนดระดับเตือนภัยหรือคาดการณ์เวลาที่จะเกิดการปะทุได้
รายงานติดตามสถานการณ์วันที่ 11 ตุลาคมยังระบุว่าตัวภูเขาไฟยังคงพองตัว หมายความว่าร่างกายของภูเขาไฟยังบวมเมื่อเทียบกับค่ามาตรฐานอ้างอิง เตเรซิโต บาคอลโคล ผู้อำนวยการ PHIVOLCS อธิบายว่า ก๊าซและวัสดุภูเขาไฟยังคงระบายออกทางปล่อง หลังการปะทุเมื่อวันเสาร์เปิดช่องทางให้สิ่งเหล่านี้ไหลออก เขากล่าวว่าหน่วยงานยังคงประเมินสภาพของคันลาออนต่อไป
ยังคงระดับเตือนภัย 2 พร้อมข้อจำกัดการเข้าพื้นที่
ทั้งภาพบันทึกทางการช่วงบ่ายและรายงานกิจกรรมในวันเสาร์และวันอาทิตย์ระบุว่ายังคงระดับเตือนภัย 2 ระดับนี้แสดงถึงความปั่นป่วนของภูเขาไฟที่เพิ่มขึ้นหรืออยู่ในระดับปานกลาง การคงระดับดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าการพ่นเถ้าถ่านยุติลงแล้ว หรือการเข้าใกล้ปากปล่องปลอดภัย
รายงานส่วนใหญ่ระบุเขตอันตรายถาวรรัศมี 4 กิโลเมตร ซึ่งห้ามเข้า นอกจากนี้ยังระบุข้อจำกัดสำหรับอากาศยานที่บินใกล้คันลาออน เนื่องจากการปะทุฉับพลันและวัสดุภูเขาไฟอาจเป็นอันตรายต่อการบิน
รายงานฉบับหนึ่งกลับระบุเขตอันตรายถาวรรัศมี 6 กิโลเมตร ไม่มีการระบุเอกสารทางการที่ยืนยันการเปลี่ยนแปลงรัศมีดังกล่าว และโพสต์ภาพจากกล้องทางการก็ไม่ได้ระบุรัศมีไว้ ผู้อ่านจึงควรแยกข้อจำกัดรัศมี 4 กิโลเมตรที่มีรายงานอย่างแพร่หลายออกจากข้อมูลรัศมี 6 กิโลเมตรที่ปรากฏเพียงฉบับเดียว และปฏิบัติตามคำแนะนำล่าสุดของ PHIVOLCS และรัฐบาลท้องถิ่น
อันตรายที่ระบุไว้รวมถึงการปะทุพลังไอน้ำฉับพลันและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับแมกมา การปะทุพลังไอน้ำเกิดขึ้นเมื่อความร้อนสูงเปลี่ยนน้ำให้เป็นไอน้ำที่ขยายตัว ซึ่งอาจพ่นเถ้าถ่านและหินออกจากปล่อง เหตุการณ์เช่นนี้อาจเป็นอันตรายได้ แม้ไม่มีการประกาศเพิ่มระดับเตือนภัยก็ตาม
เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเตรียมพร้อมและตรวจสอบความต้องการ
สำนักงานป้องกันพลเรือนประจำภูมิภาคเกาะเนกรอสระบุว่า กำลังประสานงานกับรัฐบาลท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบรายงาน ประเมินสถานการณ์ และระบุมาตรการรับมือที่จำเป็น งานดังกล่าวรวมถึงการตรวจสอบว่าชุมชนใดได้รับผลกระทบจากเถ้าถ่านตกหรือกลิ่นก๊าซ และต้องการความช่วยเหลืออะไรบ้าง
เมืองลา คาร์โลตาเรียกประชุมสภาลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติและสำนักงานสวัสดิการสังคมและการพัฒนาท้องถิ่น เพื่อเตรียมรับมือเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น สภาลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติและการจัดการแห่งชาติเรียกร้องให้ประชาชนในจังหวัดเนกรอสอ็อกซิเดนตัลและเนกรอสโอเรียนตัลระมัดระวังเถ้าถ่านตก
กระทรวงสวัสดิการสังคมและการพัฒนาก็เตรียมพร้อมเช่นกัน ไอรีน ดูมเลา ผู้ช่วยรัฐมนตรี โฆษกกระทรวง และเจ้าหน้าที่กลุ่มบริหารจัดการรับมือภัยพิบัติ กล่าวว่า กระทรวงกำลังติดตามสถานการณ์และพร้อมให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่รัฐบาลท้องถิ่น
เร็กซ์ กัตชัลเลียน รัฐมนตรี สั่งการให้สำนักงานภาคสนามประจำภูมิภาคเกาะเนกรอสของกระทรวงและสำนักงานภูมิภาคใกล้เคียงประสานงานกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเพื่อประเมินความต้องการ ดูมเลากล่าวว่า กระทรวงสามารถระดมชุดอาหาร สิ่งของบรรเทาทุกข์จำเป็น และอุปกรณ์เฉพาะทางได้ตามความจำเป็น
ณ เวลา 06.00 น. วันที่ 10 ตุลาคม กระทรวงรายงานว่ามีชุดอาหารสำหรับครอบครัวมากกว่า 4.3 ล้านชุด สิ่งของที่ไม่ใช่อาหาร 332,716 รายการ และกล่องอาหารพร้อมรับประทาน 216,343 กล่อง กระจายอยู่ในเครือข่ายจัดส่ง ตัวเลขเหล่านี้เป็นปริมาณสิ่งของของกระทรวงในคลังหลายแห่ง ไม่ใช่จำนวนที่ยืนยันแล้วว่าส่งถึงชุมชนใกล้คันลาออน ไม่มีการระบุจำนวนที่จัดสรรหรือส่งมอบในพื้นที่
คำแนะนำสำหรับประชาชน
เจ้าหน้าที่แนะนำให้ประชาชนที่เผชิญเถ้าถ่านตกสวมหน้ากากที่กระชับพอดีและแว่นตาป้องกัน อยู่ภายในอาคารเมื่อทำได้ และปิดประตูหน้าต่าง มาตรการเหล่านี้ช่วยลดการสัมผัสอนุภาคเถ้าที่อาจระคายเคืองดวงตาและทางเดินหายใจ
นอกจากนี้ยังขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่หวงห้าม ติดตามประกาศของ PHIVOLCS และปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น รวมถึงคำสั่งอพยพเมื่อมีการประกาศ แถลงการณ์เรื่องความพร้อมของกระทรวงสวัสดิการสังคมไม่ได้หมายความว่าเป็นการประกาศอพยพประชาชนทั่วไป
ไม่มีการระบุจำนวนผู้เสียชีวิตที่ยืนยันแล้ว การประเมินความเสียหาย จำนวนผู้อพยพ หรือจำนวนครอบครัวที่ต้องการความช่วยเหลือ รายงานเบื้องต้นจากชุมชนยืนยันว่ามีการสังเกตพบเถ้าถ่าน กลิ่น และเสียงการปะทุ แต่ยังไม่ได้ระบุขอบเขตหรือผลกระทบเป็นตัวเลข
ประเด็นเร่งด่วนในขณะนี้คือการตรวจสอบผลกระทบในพื้นที่ การติดตามการปล่อยเถ้าถ่านและก๊าซอย่างต่อเนื่อง และการตัดสินใจอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าพื้นที่หรือการอพยพ ยังไม่มีการระบุวันกำหนดทบทวนระดับเตือนภัยหรือกำหนดการแถลงข่าวครั้งต่อไป
ประเด็นสำคัญ
- การปะทุเมื่อวันเสาร์พ่นกลุ่มเถ้าถ่านสูงจากปากปล่องยอดเขาคันลาออน 5 ถึง 6 กิโลเมตร
- การพ่นเถ้าถ่านในเวลาต่อมาสูง 400 ถึง 600 เมตร ภาพบันทึกทางการวันที่ 11 ตุลาคม 2026 แสดงกลุ่มเถ้าถ่านช่วงบ่ายสูง 600 เมตร
- มีรายงานเถ้าถ่านตก กลิ่นกำมะถัน เสียงดังสนั่น และแรงสั่นสะเทือนในพื้นที่ต่าง ๆ ของจังหวัดเนกรอสอ็อกซิเดนตัล โดยอยู่ระหว่างตรวจสอบรายงานจากท้องถิ่น
- ยังคงระดับเตือนภัย 2 รายงานส่วนใหญ่ระบุเขตอันตรายถาวรรัศมี 4 กิโลเมตร และมีข้อจำกัดเที่ยวบินใกล้ภูเขาไฟ
- รายงานระบุเวลาเกิดการปะทุ ปริมาณซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และรัศมีเขตห้ามเข้าไม่ตรงกัน
- หน่วยงานป้องกันพลเรือนและสวัสดิการสังคมเตรียมความช่วยเหลือ แต่ไม่มีการระบุยอดส่งมอบสิ่งของในพื้นที่ จำนวนผู้อพยพ หรือจำนวนผู้เสียชีวิตที่ยืนยันแล้ว






