เฉลิมฉลองเสรีภาพ พร้อมเรียกร้องความปลอดภัย
ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ เรียกร้องให้เคารพศักดิ์ศรี ความเป็นส่วนตัว และปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียม ขณะที่ไต้หวันจัดขบวนพาเหรดไพรด์ครั้งที่ 24 ที่กรุงไทเปเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2026 เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังตำรวจนำคน 51 คนจากบาร์เกย์แห่งหนึ่งไปยังสถานีตำรวจ การบุกตรวจ Commander D ทำให้การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐกลายเป็นประเด็นสำคัญในการชุมนุม LGBTQ+ ครั้งใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของเอเชีย
สารบัญ
- เฉลิมฉลองเสรีภาพ พร้อมเรียกร้องความปลอดภัย
- ไล่ชูการรับฟังเป็นหัวใจของความเสมอภาค
- เกิดอะไรขึ้นที่ Commander D?
- ลงโทษ ขอโทษ และเรียกร้องกฎที่มีผลผูกพัน
- เหตุใดการบุกตรวจจึงปลุกความหวาดกลัวในอดีต
- ความเสมอภาคในการสมรสเปลี่ยนชีวิต แต่การยอมรับยังแตกต่างกัน
- ผู้ร่วมขบวนทรานส์เรียกร้องการยอมรับที่ก้าวพ้นกรอบสองเพศ
- ผู้คนจากต่างแดนมาร่วมงานที่ไทเปซึ่งเปิดรับความหลากหลาย
- คำมั่นทางการเมืองเผชิญบททดสอบที่เป็นรูปธรรม
- ประเด็นสำคัญ
สมาคมกิจกรรมพลเมืองสายรุ้งไต้หวันระบุว่ามีผู้เข้าร่วมมากกว่า 170,000 คน ขณะที่ตัวเลขประเมินจากแหล่งอื่นอยู่ที่ราว 150,000 คน มีองค์กรลงทะเบียนเข้าร่วมงานมากกว่า 180 แห่ง โดยขบวนเคลื่อนผ่านสองเส้นทางจากศาลาว่าการกรุงไทเป ก่อนกลับมายังสถานที่เดิม
ธงสีรุ้ง ชุดฮาโลวีน และผู้มาเยือนจากต่างประเทศเต็มท้องถนน ภายใต้แนวคิด “เสียงของเรา เส้นทางของเรา” เบื้องหลังการเฉลิมฉลองคือข้อเรียกร้องที่ชัดเจนว่า เสรีภาพในการสมรสซึ่งได้มาในปี 2019 ต้องมาพร้อมการปฏิบัติอย่างให้เกียรติ ทั้งในบาร์ บ้านของครอบครัว และการพบปะกับตำรวจ
ไล่เขียนบน Facebook ก่อนขบวนพาเหรดว่า รัฐบาลต้องปกป้องศักดิ์ศรีของทุกคน โดยไม่คำนึงถึงเพศ รสนิยมทางเพศ หรืออัตลักษณ์ทางเพศ เขาเชื่อมโยงความรับผิดชอบดังกล่าวกับการบังคับใช้กฎหมายโดยตรง โดยระบุว่าเจ้าหน้าที่ควรปฏิบัติตามกฎหมาย เคารพความเป็นส่วนตัว และทำให้มั่นใจว่าไม่มีใครรู้สึกหวาดกลัวหรือตกเป็นเป้าเพราะตัวตนของตน
ไล่ชูการรับฟังเป็นหัวใจของความเสมอภาค
ไล่กล่าวว่าเสรีภาพต้องมีทั้งโอกาสในการพูดและความพร้อมที่จะรับฟังประสบการณ์ของผู้อื่น เขายอมรับว่า LGBTQ+ จำนวนมากเผชิญอคติและการคุกคามในช่วงเติบโต และแสดงความกังวลว่ากระแสถกเถียงเรื่องการทำงานของตำรวจในช่วงที่ผ่านมาอาจบั่นทอนความเข้าใจที่สร้างขึ้นจากการรณรงค์หลายปี
ประธานาธิบดีกล่าวถึงการรณรงค์จนได้มาซึ่งความเสมอภาคในการสมรส และระบุว่างานนี้ต้องดำเนินต่อไปในชีวิตประจำวัน
เมื่อเจ็ดปีก่อน ไต้หวันกลายเป็นประเทศแรกในเอเชียที่รับรองการสมรสระหว่างคนเพศเดียวกันตามกฎหมาย ผลจากการรณรงค์หลายปีที่ทำให้คู่รักสามารถแต่งงานและสร้างครอบครัวได้
ไล่กล่าวว่ารัฐบาลมีหน้าที่ปกป้องโอกาสที่เท่าเทียมและเสรีภาพของประชาชนในการแสวงหาความสุข สารของเขาวางการปฏิบัติต่อบุคคลโดยเจ้าหน้าที่รัฐไว้เคียงคู่กับการรับรองความสัมพันธ์ของพวกเขาตามกฎหมาย
อู๋ เจีย-หลี่ โฆษกสมาคมกิจกรรมพลเมืองสายรุ้งไต้หวัน อธิบายว่าแนวคิดของขบวนพาเหรดเป็นคำเชิญให้เรียนรู้ผ่านการรับฟังผู้คนที่มีประสบการณ์ชีวิตแตกต่างกัน ผู้จัดงานยังเชื่อมโยงสารนี้กับความแตกแยกทางการเมืองและการต่อต้านนโยบายด้านความหลากหลาย ความเสมอภาค และการมีส่วนร่วมจากต่างประเทศ ซึ่งมุ่งทำให้สถาบันต่าง ๆ เข้าถึงได้มากขึ้นและเป็นธรรมยิ่งขึ้น
เกิดอะไรขึ้นที่ Commander D?
ตำรวจเข้าตรวจค้น Commander D บาร์ BDSM สำหรับเกย์ในย่านซีเหมินติง กรุงไทเป เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม BDSM หมายถึงกิจกรรมที่ทั้งสองฝ่ายยินยอม ซึ่งเกี่ยวข้องกับการพันธนาการ วินัย การครอบงำ การยอมจำนน หรือความเจ็บปวดที่ควบคุมได้ เจ้าหน้าที่นำคน 51 คนไปยังสถานีตำรวจเพื่อให้ปากคำ ขณะที่รายงานภาษาจีนฉบับหนึ่งระบุตัวเลขไว้ที่ 58 คน
ต่อมาผู้ใช้บริการได้รับการปล่อยตัว ส่วนผู้รับผิดชอบสถานที่ถูกส่งตัวให้อัยการพิจารณาในข้อสงสัยว่ากระทำอนาจารในที่สาธารณะ หลิน เยี่ยน-เถียน ผู้บัญชาการตำรวจกล่าวว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายภายใต้หมายค้นที่ศาลออกให้ หลังมีการร้องเรียนเกี่ยวกับการกระทำที่ต้องสงสัยว่าฝ่าฝืนศีลธรรมอันดีของประชาชน
องค์กรด้าน LGBTQIA+ และความเสมอภาคทางเพศ 10 แห่งคัดค้านวิธีดำเนินการตรวจค้น ในแถลงการณ์ร่วมระบุว่า พยานเห็นเจ้าหน้าที่สั่งให้ผู้ใช้บริการนั่งยอง ๆ ห้ามพูดคุยหรือใช้โทรศัพท์ และไม่ยอมแสดงหมายค้นแก่ผู้ที่ถูกตรวจค้น
องค์กรเหล่านี้ยังกล่าวหาว่ามีการปฏิบัติอย่างลดทอนศักดิ์ศรีต่อผู้พิการ วิดีโอที่เผยแพร่ทางออนไลน์แสดงให้เห็นเจ้าหน้าที่ถามผู้ใช้บริการที่นั่งรถเข็นด้วยคำถามล่วงล้ำเกี่ยวกับวิธีที่คนพิการมีเพศสัมพันธ์ พยานกล่าวหาว่ามีการใช้กำลังเกินกว่าเหตุและฝ่าฝืนขั้นตอนอื่น ๆ
ข้อร้องเรียนมุ่งไปที่สิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้คนระหว่างปฏิบัติการ ได้แก่ วิธีที่เจ้าหน้าที่พูดกับพวกเขา จำกัดการเคลื่อนไหว และจัดการเรื่องความเป็นส่วนตัว สำหรับผู้ใช้บริการที่ยังไม่เปิดเผยรสนิยมทางเพศกับญาติหรือนายจ้าง การเปิดเผยว่าพวกเขาไปสถานที่สำหรับเกย์อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตส่วนตัวด้วย
ลงโทษ ขอโทษ และเรียกร้องกฎที่มีผลผูกพัน
ตำรวจไทเปลงโทษเจ้าหน้าที่ 6 นาย หลังตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ โดย 4 นายถูกภาคทัณฑ์จากการใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสม ส่วนหัวหน้าชุดสอบสวนและผู้กำกับสถานีถูกลงโทษกรณีไม่เข้าแทรกแซงหรือกำกับดูแล
เจียง ว่าน-อัน นายกเทศมนตรีขอโทษผู้ได้รับผลกระทบ ทางเมืองให้คำมั่นว่าจะออกแนวปฏิบัติใหม่และจัดอบรมเพิ่มเติมเรื่องความหลากหลายและความตระหนักรู้ทางวัฒนธรรม พร้อมระบุว่าจะพัฒนากฎเกณฑ์โดยรับฟังความคิดเห็นจากชุมชน รัฐบาลเมืองระบุว่าอัยการกำลังสอบสวนเหตุการณ์ แต่ยังไม่มีการประกาศกำหนดเสร็จสิ้นหรือคำวินิจฉัยขั้นสุดท้ายของอัยการ
เจียงถูกตะโกนใส่ว่า “อย่าบุกตรวจบาร์เกย์” เมื่อเขามาถึงบริเวณงานช่วงท้ายของขบวนพาเหรดไพรด์ เมื่อตอบคำถามเกี่ยวกับข้อถกเถียงนี้ นายกเทศมนตรีให้คำมั่นว่าจะสอบสวนและลงโทษทางวินัย
ผมพูดไปแล้วก่อนหน้านี้ว่า ผมขอโทษต่อผลกระทบที่เกิดกับผู้ได้รับผลกระทบ" เจียงกล่าว "ดังนั้น ในเรื่องนี้เราจะสอบสวนอย่างเข้มงวดและลงโทษทางวินัยโดยทันที
ไท่ อวี่-ซวิน หรือที่รู้จักในชื่อไซมอน ไท่ ประธานสมาคมกิจกรรมพลเมืองสายรุ้งไต้หวัน เรียกร้องให้สอบสวนอย่างโปร่งใสและกำหนดแนวปฏิบัติด้านการทำงานของตำรวจที่มีผลผูกพัน ความแตกต่างนี้สำคัญในทางปฏิบัติ เพราะการอบรมสอนเจ้าหน้าที่ว่าควรปฏิบัติตนอย่างไร ส่วนกฎที่มีผลผูกพันกำหนดมาตรฐานที่ใช้ประเมินการกระทำของเจ้าหน้าที่ได้
แนวร่วมองค์กร 10 แห่งเรียกร้องให้มีการสอบสวนโดยอิสระ เก็บรักษาบันทึกของตำรวจ และเปิดเผยข้อมูลเท่าที่กฎหมายอนุญาต นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้มีกฎเฉพาะว่าด้วยการเข้าตรวจสถานที่ของ LGBTQ+ เพิ่มมาตรการคุ้มครองผู้ถูกกีดกันให้อยู่ชายขอบในกระบวนการตรวจสอบความรับผิดของตำรวจ และยุติการนำเสนอสถานที่สำหรับเควียร์และเรื่องเพศในเชิงตีตรา
เหตุใดการบุกตรวจจึงปลุกความหวาดกลัวในอดีต
ไท่กล่าวว่า การตรวจค้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคมทำให้ผู้คนหวนคิดถึงการกดขี่พื้นที่ของ LGBTQ+ โดยรัฐ ความกังวลเพิ่มขึ้นก่อนหน้านี้แล้ว หลังโรงอาบน้ำเกย์แห่งหนึ่งปิดตัวในเดือนเมษายน בעקבותการบุกตรวจและตรวจสอบของตำรวจ
การถกเถียงยังย้อนกลับไปถึงการบุกตรวจของตำรวจในปี 2004 ที่งานพบปะส่วนตัวบนถนนหนงอันในกรุงไทเป ซึ่งมีชายเกย์ราว 92 คนถูกนำตัวไป รายงานเหตุการณ์ดังกล่าวระบุว่าผู้เข้าร่วมถูกตรวจเลือด และมีผู้ติดเชื้อเอชไอวี 28 คนถูกส่งดำเนินคดีในข้อสงสัยว่าแพร่เชื้อโดยเจตนา ต่อมาคดีเหล่านั้นถูกยกฟ้องเพราะหลักฐานไม่เพียงพอ
เสียงวิจารณ์ในปัจจุบันมุ่งไปที่อำนาจตามกฎหมายหลายข้อ ได้แก่ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 231 ซึ่งเกี่ยวกับการหากำไรจากการจัดหาหรือให้สถานที่เพื่อประกอบกิจกรรมทางเพศ พระราชบัญญัติรักษาความสงบเรียบร้อยทางสังคม มาตรา 83 ซึ่งเกี่ยวกับพฤติกรรมบางอย่างในสถานที่เปิดให้สาธารณชนเข้าใช้ และกฎคุ้มครองเด็กที่จำกัดไม่ให้ผู้เยาว์เข้าสถานที่เพื่อกิจกรรมทางเพศ การถกเถียงอยู่ที่ว่าอำนาจใดใช้กับผู้ประกอบการ อำนาจใดใช้กับลูกค้า และตำรวจใช้อำนาจเหล่านั้นอย่างไร
เหตุการณ์ต่อเนื่องก่อนงานไพรด์ทำให้คำถามเหล่านี้ปรากฏเคียงข้างการเฉลิมฉลองสาธารณะครั้งใหญ่:
- เมษายน 2026: โรงอาบน้ำเกย์ปิดตัวหลังตำรวจบุกตรวจและตรวจสอบ
- 3 ตุลาคม: ตำรวจเข้าตรวจค้น Commander D และนำผู้ใช้บริการไปยังสถานีตำรวจ
- หลังการบุกตรวจ: เกิดการประท้วง เจ้าหน้าที่ 6 นายถูกลงโทษ และเมืองกล่าวขอโทษ
- 30 ตุลาคม: มีผู้เข้าร่วม Taiwan Trans March ครั้งที่ 8 ราว 3,800 คน
- 31 ตุลาคม: Taiwan Pride ดึงดูดผู้คนจำนวนมากให้ร่วมขบวนผ่านใจกลางกรุงไทเป
- 28 พฤศจิกายน: ไต้หวันมีกำหนดจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น
ความเสมอภาคในการสมรสเปลี่ยนชีวิต แต่การยอมรับยังแตกต่างกัน
ไต้หวันรับรองการสมรสระหว่างคนเพศเดียวกันในปี 2019 หลังการรณรงค์และถกเถียงในที่สาธารณะหลายปี รวมถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในปี 2017 ที่กำหนดให้มีการคุ้มครองสิทธิในการสมรสตามกฎหมาย เนปาลและไทยรับรองการสมรสในปี 2023 และ 2025 ตามลำดับ
ผลสำรวจที่มีการอ้างถึงระหว่างการรายงานข่าวไพรด์ระบุว่า มีผู้สนับสนุนความเสมอภาคในการสมรส 54% เพิ่มจากราว 42% ในช่วงที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 12 จุดเปอร์เซ็นต์ ตัวเลขบ่งชี้ว่าการยอมรับเพิ่มขึ้น ขณะที่ประสบการณ์ของผู้เข้าร่วมแสดงให้เห็นว่าการยอมรับนั้นเกิดขึ้นในแต่ละครอบครัวแตกต่างกันเพียงใด
บิลลี จาง นักศึกษาที่เข้าร่วมขบวนพาเหรดกล่าวว่า เธอเปิดเผยตัวตนเมื่อเจ็ดปีก่อน แต่ยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากพ่อแม่
พ่อแม่ยังไม่สนับสนุน พวกท่านไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้
จางกล่าวว่าพ่อแม่เรียนรู้ที่จะไม่เข้ามายุ่งกับชีวิตส่วนตัวของเธอ แต่เธอหลีกเลี่ยงการแสดงธงสีรุ้งที่บ้าน ส่วนในงานไพรด์ เธอคลุมธงไว้บนไหล่
ผู้เข้าร่วมที่ใช้นามสกุลเจี้ยน อายุ 29 ปี เล่าถึงอีกก้าวสำคัญในครอบครัว หลังร่วมขบวนพาเหรดติดต่อกัน 10 ปี เขาเข้าร่วมงานกับแม่เป็นครั้งแรก เขากล่าวว่าอยากให้แม่ได้เห็นเส้นทางที่เขาผ่านมาและผู้คนที่คอยสนับสนุน
ไท่ ประธานของผู้จัดงานกล่าวว่า ความเสมอภาคในการสมรสไม่ได้ทำให้อคติในชีวิตประจำวันหมดไป เขาเรียกร้องให้ผู้คนรับฟังกันแม้มีความแตกต่าง แทนที่จะเหมารวมผู้อื่นด้วยป้ายกำกับ และเชื่อมโยงแนวคิดของขบวนพาเหรดเข้ากับประสบการณ์อย่างของจางและเจี้ยน
ผู้ร่วมขบวนทรานส์เรียกร้องการยอมรับที่ก้าวพ้นกรอบสองเพศ
Taiwan Trans March ครั้งที่ 8 จัดขึ้นในเย็นวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม มีผู้เข้าร่วมประมาณ 3,800 คน สมาคมสายด่วนทงจื้อไต้หวันเป็นผู้จัด ภายใต้แนวคิด “ก้าวข้ามเส้นแบ่ง ยืนหยัดเคียงข้างกัน”
ขบวนเรียกร้องให้ผู้คนก้าวพ้นความคาดหวังที่ตายตัวว่าทุกคนต้องอยู่ในบทบาทชายหรือหญิงอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างชัดเจน และมุ่งส่งเสริมความเข้าใจระหว่างคนข้ามเพศกับชุมชนในวงกว้าง อัตลักษณ์ทางเพศหมายถึงการรับรู้เพศของตนเอง ซึ่งอาจแตกต่างจากเพศที่ระบุไว้เมื่อแรกเกิด
ผู้เข้าร่วมงานไพรด์ที่ใช้นามแฝงว่าเจฟฟ์กล่าวว่า ผู้ที่แสดงออกทางเพศแตกต่างจากกรอบทั่วไปยังคงเผชิญสายตาแปลก ๆ โดยเฉพาะคนข้ามเพศและผู้ที่สวมเสื้อผ้าที่เชื่อมโยงกับอีกเพศหนึ่ง เจฟฟ์กล่าวว่าขบวนพาเหรดเป็นพื้นที่ให้แสดงอัตลักษณ์ได้อย่างเสรี
ขบวนที่จัดต่อเนื่องกันเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมที่เป็นคนข้ามเพศได้มีทั้งงานรวมตัวเฉพาะของตนเองและพื้นที่ในงานไพรด์ที่ใหญ่กว่า ข้อเรียกร้องของพวกเขาครอบคลุมการมองเห็นและการปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ควบคู่กับข้อเรียกร้องเรื่องความเสมอภาคและการบังคับใช้กฎหมายอย่างให้เกียรติในวงกว้าง
ผู้คนจากต่างแดนมาร่วมงานที่ไทเปซึ่งเปิดรับความหลากหลาย
โจเนล มาลินาโอ ชาวฟิลิปปินส์ที่ทำงานในไต้หวัน เข้าร่วมขบวนไพรด์ที่กรุงไทเปเป็นครั้งแรก ประสบการณ์ของเขาสะท้อนบทบาทของงานในฐานะพื้นที่รวมตัวของทั้งผู้ที่อาศัยในไต้หวันและผู้มาเยือนจากที่อื่น ๆ ในเอเชียและภูมิภาคอื่น
ผมมีความสุขที่ได้ร่วมขบวนพาเหรดแบบนี้ โดยเฉพาะที่นี่ในไทเป ไต้หวัน" มาลินาโอกล่าว "นี่เป็นขบวนไพรด์ครั้งแรกของผม และเป็นการเฉลิมฉลองว่าเราเป็นใครและเป็นอะไร
โรมิ ผู้เข้าร่วมงานที่เป็นไบเซ็กชวล เดินทางจากเนเธอร์แลนด์พร้อมป้าของเธอ เธอแสดงความกังวลต่อแนวคิดอนุรักษนิยมที่เพิ่มขึ้นในบ้านเกิด และกล่าวว่าหวังจะเรียนรู้จากงานไพรด์ในเอเชีย
แดเนียล วิทเฮาส์ นักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลีย เล่าถึงประสบการณ์ทางอารมณ์จากการเดินขบวนในเมืองใหญ่ระดับนานาชาติ เขายังระลึกถึงการเห็นคนเควียร์ในท้องถิ่นจับมือกันในที่สาธารณะระหว่างการเดินทางมาเยือนตลอดราวหนึ่งทศวรรษ แอนดรูว์ สจวร์ต เพื่อนของเขาซึ่งอาศัยอยู่ในไทเปกล่าวว่า การเปิดกว้างต่อชุมชนเควียร์ของเมืองเป็นเหตุผลที่ผู้คนจากทั่วภูมิภาคเดินทางมา
วิทเฮาส์กล่าวว่าตำรวจให้ความร่วมมือระหว่างขบวนพาเหรด ส่วนสจวร์ตมองว่าการบุกตรวจ Commander D ไม่ใช่เรื่องปกติ แต่ก็กล่าวถึงแรงกดดันต่อสถานที่ของชุมชนเควียร์ เมื่อผู้มีฐานะร่ำรวยขึ้นย้ายเข้ามาในย่านดังกล่าว ข้อสังเกตเหล่านี้สะท้อนว่าในเมืองแห่งนี้ การเปิดเผยตัวตนต่อสาธารณะและข้อพิพาทเรื่องพื้นที่ชุมชนดำรงอยู่เคียงข้างกัน
ลานหน้าศาลาว่าการมีร้านค้าเกือบ 100 ร้าน โดยมากกว่าหนึ่งในสามเป็นตัวแทนจากองค์กรพัฒนาเอกชนของไต้หวันและเอเชีย กลุ่มนักศึกษา องค์กรการกุศล บริษัท และคณะผู้แทนทางการเมืองร่วมเดินขบวน เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมพบปะองค์กรที่ทำงานเกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ ซึ่งถูกหยิบยกขึ้นบนท้องถนน
คำมั่นทางการเมืองเผชิญบททดสอบที่เป็นรูปธรรม
เซียว ปี้คิม รองประธานาธิบดี นำคณะผู้แทนจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า เพื่อยืนยันการสนับสนุนสิทธิ LGBTQ+ ของรัฐบาล ส่วนเสิ่น ป๋อหยาง สมาชิกสภานิติบัญญัติจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าและผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีไทเป เข้าร่วมการชุมนุมอีกช่วงหนึ่ง
มีผู้แทนจากพรรคการเมืองอย่างน้อย 7 พรรคเข้าร่วม รวมถึงฝ่ายเยาวชนของพรรคก๊กมินตั๋ง พรรคประชาชนไต้หวัน พรรคสังคมประชาธิปไตย พรรคพลังใหม่ และพรรคสร้างรัฐไต้หวัน เจียง นายกเทศมนตรีไทเปสังกัดพรรคก๊กมินตั๋ง
ขบวนพาเหรดจัดขึ้นในช่วงเดียวกับการดีเบตผู้สมัครนายกเทศมนตรีไทเป โดยมีกำหนดเลือกตั้งท้องถิ่นวันที่ 28 พฤศจิกายน สำหรับผู้เข้าร่วมที่กังวลเรื่องการทำงานของตำรวจ การหาเสียงเปิดโอกาสให้พวกเขาประเมินนักการเมืองจากคำมั่นที่ชัดเจน ได้แก่ การสอบสวนอย่างโปร่งใส กฎที่บังคับใช้ได้ และการปฏิบัติอย่างให้เกียรติภายในสถานที่ของชุมชน
ฮานา บูบู นักแสดงแดร็ก เชื่อมโยงความรับผิดชอบดังกล่าวกับการมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย เมื่อกล่าวถึงการลงคะแนน การตัดสินใจเลือก และการเข้าร่วมงานไพรด์ นักแสดงระบุว่าการกระทำเหล่านั้นควรบอกเจ้าหน้าที่รัฐว่า “เราอยากใช้ชีวิตแบบไหน”
สารของไล่และข้อเรียกร้องของผู้ร่วมขบวนมาบรรจบกันที่ประเด็นเดียวกันในทางปฏิบัติ ความเสมอภาคตามกฎหมายทำให้คู่รักมีสิทธิแต่งงานและสร้างครอบครัว ส่วนความปลอดภัยในชีวิตประจำวันยังขึ้นอยู่กับว่าคนคนหนึ่งจะเข้าไปในพื้นที่ชุมชน แสดงอัตลักษณ์ หรือพบเจ้าหน้าที่โดยไม่ถูกทำให้อับอายหรือหวาดกลัวได้หรือไม่
ประเด็นสำคัญ
- ประธานาธิบดีไล่เรียกร้องให้เคารพศักดิ์ศรี ความเป็นส่วนตัว และปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียม ในงานไพรด์ครั้งที่ 24 ของไต้หวันเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2026
- ผู้จัดงานระบุว่ามีผู้เข้าร่วมมากกว่า 170,000 คน ขณะที่ตัวเลขประเมินอื่นอยู่ที่ราว 150,000 คน
- การตรวจค้น Commander D เมื่อวันที่ 3 ตุลาคมทำให้ผู้ใช้บริการ 51 คนถูกนำตัวไปยังสถานีตำรวจ และนำไปสู่การประท้วงเรื่องการปฏิบัติของตำรวจ
- เจ้าหน้าที่ 6 นายถูกลงโทษ นายกเทศมนตรีเจียงกล่าวขอโทษ และเมืองให้คำมั่นว่าจะออกแนวปฏิบัติและจัดอบรม
- องค์กรด้านสิทธิเรียกร้องให้สอบสวนโดยอิสระ เข้าถึงบันทึกของตำรวจเท่าที่กฎหมายอนุญาต และมีมาตรการคุ้มครองพื้นที่ LGBTQ+ ที่มีผลผูกพัน
- มีผู้เข้าร่วม Taiwan Trans March ในเย็นวันก่อนหน้าราว 3,800 คน
- ไต้หวันมีกำหนดจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นวันที่ 28 พฤศจิกายน โดยประเด็นความรับผิดของตำรวจเป็นหนึ่งในข้อกังวลที่ผู้เข้าร่วมงานไพรด์หยิบยกขึ้นมา






