มรดกอันร้ายแรงส่งผลหนักที่สุดต่อเด็ก
เด็กคิดเป็นราว 80 เปอร์เซ็นต์ของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากอันตรายที่เกิดจากวัตถุระเบิดในอัฟกานิสถาน ตามข้อมูลของคณะผู้แทนช่วยเหลือแห่งสหประชาชาติในอัฟกานิสถาน (UNAMA) ซึ่งระบุว่าประเทศนี้อยู่ในอันดับ 3 ของโลกด้านผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิด คำเตือนนี้สะท้อนถึงภัยคุกคามที่ยังคงมีอยู่ในพื้นที่กว้างขวางซึ่งปนเปื้อนทุ่นระเบิดและเครื่องกระสุนที่ถูกทิ้งไว้จากความขัดแย้งยาวนานกว่าสี่ทศวรรษ
สารบัญ
- มรดกอันร้ายแรงส่งผลหนักที่สุดต่อเด็ก
- อันดับ 3 บอกอะไรได้และบอกอะไรไม่ได้
- ตัวเลขผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บที่เป็นเด็กสองชุด ซึ่งมีข้อจำกัดต่างกัน
- เหตุใดการสู้รบที่ลดลงจึงไม่ได้ขจัดอันตราย
- จำเป็นต้องมีเงินทุนสำหรับการเก็บกู้ การให้ความรู้ และการดูแลผู้รอดชีวิต
- คำแนะนำเร่งด่วนจาก UNAMA: อย่าสัมผัสวัตถุต้องสงสัย
- ลำดับเวลาของรายงานและประเด็นที่ยังไม่ทราบ
- ประเด็นสำคัญ
สัดส่วนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บที่เป็นเด็กหมายความว่า ในทุก ๆ 5 คนที่เสียชีวิตหรือบาดเจ็บจากวัตถุอันตรายเหล่านี้ จะมีเด็กประมาณ 4 คน UNAMA ระบุว่าเด็กจำนวนมากพบเครื่องกระสุนที่ยังไม่ระเบิดระหว่างเล่น ทำให้กิจกรรมธรรมดาในวัยเด็กกลายเป็นเหตุการณ์ที่อาจคร่าชีวิตได้ ข้อความของหน่วยงานเรียกร้องให้สร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณชน ร่วมมือกับทางการ และสนับสนุนเงินทุนแก่องค์กรที่เก็บกู้วัตถุระเบิดตกค้าง
คำเตือนอีกฉบับซึ่งระบุว่าเป็นข้อมูลจากสำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (OCHA) ระบุว่า เด็กคิดเป็น 78 เปอร์เซ็นต์ของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิดในช่วงเดือนมกราคมถึงสิงหาคม 2026 ตัวเลขนี้ใกล้เคียงกับค่าประมาณของ UNAMA แต่ไม่อาจถือว่าเป็นการวัดแบบเดียวกันได้ เนื่องจากตัวเลขราว 80 เปอร์เซ็นต์ของ UNAMA ไม่ได้ระบุช่วงเวลาที่เก็บข้อมูล ขณะที่ตัวเลขของ OCHA ครอบคลุมช่วงเวลา 8 เดือนที่กำหนดไว้ชัดเจน
คำเตือนทั้งสองฉบับสะท้อนให้เห็นถึงระดับความเสี่ยง แต่ความชัดเจนของอันดับอัฟกานิสถานเมื่อเทียบกับประเทศอื่นทั่วโลกนั้นยังมีข้อจำกัด ไม่มีการระบุชุดข้อมูลต้นทาง ช่วงเวลาเปรียบเทียบ หรือยอดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บประกอบคำกล่าวของ UNAMA และรายงานต่าง ๆ ก็ให้ข้อมูลไม่ตรงกันว่าอันดับดังกล่าวนับผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บทั้งหมด หรือเฉพาะผู้เสียชีวิตเท่านั้น
อันดับ 3 บอกอะไรได้และบอกอะไรไม่ได้
รายงานส่วนใหญ่ระบุว่าอัฟกานิสถานอยู่ในอันดับ 3 ของโลกด้านผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิด หรือวัตถุระเบิดตกค้างจากสงคราม ขณะที่รายงานฉบับหนึ่งระบุว่าเป็นอันดับ 3 ด้านผู้เสียชีวิต ทั้งสองตัวชี้วัดไม่เหมือนกัน โดยทั่วไปคำว่า “ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ” รวมทั้งผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ส่วน “ผู้เสียชีวิต” นับเฉพาะผู้ที่เสียชีวิต
แถลงการณ์ของสหประชาชาติที่ Nick Pond หัวหน้าส่วนปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดของ UNAMA กล่าวในการแถลงข่าวช่วงเที่ยงที่นครนิวยอร์กเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2026 ระบุว่าอัฟกานิสถานมีอัตราผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากวัตถุระเบิดสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก แถลงการณ์ระบุว่าในแต่ละเดือนมีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บราว 50 คน และมีผู้ประสบเหตุอย่างน้อยวันละ 1 คน อีกทั้งระบุว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บมีสาเหตุจากวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิดและเครื่องกระสุนที่ถูกทิ้งไว้ แต่ไม่ได้ระบุชุดข้อมูล ช่วงเวลารายงาน หรือยอดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บแยกตามประเทศที่ใช้จัดอันดับ
ความแตกต่างนี้สำคัญต่อการประเมินภาระที่ครอบครัวและบริการสาธารณสุขต้องแบกรับ การจัดอันดับโดยนับเฉพาะผู้เสียชีวิตย่อมไม่ครอบคลุมประชากรกลุ่มเดียวกับการจัดอันดับที่นับผู้รอดชีวิตที่ได้รับบาดเจ็บด้วย หากไม่มีตัวเลขต้นทางและช่วงเวลารายงาน ก็ไม่สามารถคำนวณยอดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บรวมของอัฟกานิสถานในช่วงเวลาเปรียบเทียบ หรือระบุได้ว่าตัวเลขของประเทศนี้ต่างจากประเทศอื่นในอันดับมากน้อยเพียงใด โดยอาศัยอัตรารายเดือน
อย่างไรก็ตาม คำเตือนของ UNAMA ระบุข้อกล่าวอ้างเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับกลุ่มคนที่เผชิญความเสี่ยงมากที่สุด นั่นคือเด็กคิดเป็นราว 80 เปอร์เซ็นต์ของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ แถลงการณ์ไม่ได้แจกแจงสัดส่วนตามอายุ เพศ จังหวัด หรือประเภทของอุปกรณ์ระเบิด และไม่ได้ยืนยันว่าตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นหรือลดลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า
ดังนั้น ข้อสรุปที่มีหลักฐานรองรับจึงมีขอบเขตแคบกว่าการประเมินทางสถิติอย่างครบถ้วน UNAMA จัดให้อัฟกานิสถานเป็นหนึ่งในประเทศที่มีภาระผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสูงที่สุด และชี้ว่าเด็กเป็นเหยื่อส่วนใหญ่อย่างท่วมท้น แต่คำเตือนที่เผยแพร่ไม่ได้อธิบายวิธีจัดทำการเปรียบเทียบระหว่างประเทศ
ตัวเลขผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บที่เป็นเด็กสองชุด ซึ่งมีข้อจำกัดต่างกัน
ตัวเลข 78 เปอร์เซ็นต์ที่รายงานโดย OCHA ครอบคลุมช่วงเดือนมกราคมถึงสิงหาคม 2026 โดยอ้างถึงแถลงการณ์ของ OCHA เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2026 และนับผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิด ไม่ใช่เหยื่อจากอันตรายที่เกิดจากวัตถุระเบิดทุกประเภท รายงานที่ได้รับไม่ได้แนบแถลงการณ์หรือชุดข้อมูลต้นฉบับของ OCHA ซึ่งระบุวิธีนับผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ รวมถึงวิธีบันทึกการเสียชีวิตและการบาดเจ็บ หน่วยงานระบุว่าทุ่นระเบิดและอาวุธที่ยังไม่ระเบิดเป็นอันตรายต่อพลเรือนทุกวัน รวมถึงเด็กที่เล่นหรือเดินผ่านพื้นที่ปนเปื้อน คำเตือนของหน่วยงานเชื่อมโยงเหตุผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บที่ยังเกิดขึ้นต่อเนื่องกับวัตถุระเบิดที่หลงเหลือหลังปฏิบัติการทางทหารลดลง
ความแตกต่างระหว่าง 78 เปอร์เซ็นต์กับประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์อยู่ที่ 2 จุดเปอร์เซ็นต์ ช่องว่างเล็กน้อยนี้ไม่ได้ยืนยันว่ามีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเวลาผ่านไป ช่วงเวลารายงานและหมวดหมู่ที่ใช้ต้องตรงกันเสียก่อน จึงจะสรุปได้ว่าสัดส่วนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บที่เป็นเด็กเพิ่มขึ้นหรือลดลง
Save the Children รายงานแยกต่างหากว่า มีเด็กอย่างน้อย 338 คนเสียชีวิตหรือบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิดในช่วงติดตามสถานการณ์ก่อนหน้านี้ แต่รายงานไม่ได้ระบุวันที่ของช่วงเวลาดังกล่าว จึงไม่อาจนำตัวเลขนี้ไปคำนวณเป็นค่าเฉลี่ยรายเดือนที่เชื่อถือได้ หรือเปรียบเทียบโดยตรงกับช่วง 8 เดือนที่ครอบคลุมในคำเตือนของ OCHA
ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นยอดรวมผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ไม่ใช่ยอดผู้เสียชีวิต เมื่อนำตัวเลขเหล่านี้มาพิจารณาร่วมกัน จะเห็นว่าเด็กแบกรับภาระหนัก แต่ข้อมูลยังไม่เพียงพอที่จะคำนวณแนวโน้มระดับประเทศหรือยอดรวมรายปีในปัจจุบัน
เหตุใดการสู้รบที่ลดลงจึงไม่ได้ขจัดอันตราย
ทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิดเป็นภัยคุกคามที่เกี่ยวเนื่องกันแต่แตกต่างกัน ทุ่นระเบิดได้รับการออกแบบให้ระเบิดเมื่อถูกกระตุ้น ซึ่งมักเกิดจากการที่คนเข้าใกล้หรือสัมผัส ส่วนวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิดคือเครื่องกระสุนที่ไม่ทำงานเมื่อถูกนำมาใช้ และยังคงเป็นอันตรายได้ในภายหลัง คำว่า “วัตถุระเบิดตกค้างจากสงคราม” เป็นคำกว้าง ๆ ที่หมายถึงวัตถุระเบิดซึ่งหลงเหลือจากความขัดแย้ง
คำเตือนกล่าวถึงการปนเปื้อนในเขตที่อยู่อาศัย พื้นที่เกษตรกรรม และพื้นที่สาธารณะอื่น ๆ ทำให้อันตรายอยู่ใกล้กับชีวิตประจำวัน ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะบริเวณที่ยังมีการสู้รบ เด็กอาจพบวัตถุอันตรายระหว่างเล่นหรือเดินผ่านพื้นที่เหล่านั้น
การปฏิบัติการทางทหารที่ลดลงไม่ได้ทำให้เครื่องกระสุนที่ยังฝังอยู่ในดินหมดอันตราย ความแตกต่างนี้อธิบายว่าเหตุใดจึงยังจำเป็นต้องเก็บกู้ แม้ในพื้นที่ที่การสู้รบยุติลงแล้ว ภัยคุกคามเกี่ยวข้องกับการที่อุปกรณ์ระเบิดยังคงอยู่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการสู้รบในปัจจุบันเพียงอย่างเดียว
UNAMA ระบุว่าการปนเปื้อนเป็นผลจากความขัดแย้งที่ยืดเยื้อกว่าสี่ทศวรรษ แต่ไม่ได้ให้ตัวเลขประมาณการล่าสุดของพื้นที่ได้รับผลกระทบ รายชื่อจังหวัดที่ปนเปื้อนหนักที่สุด หรือกำหนดเวลาที่จะทำให้พื้นที่เหล่านั้นปลอดภัย คำเตือนยืนยันว่าอันตรายยังคงมีอยู่ แต่ไม่ได้ประเมินขอบเขตงานเก็บกู้ทั้งหมด
จำเป็นต้องมีเงินทุนสำหรับการเก็บกู้ การให้ความรู้ และการดูแลผู้รอดชีวิต
UNAMA ระบุว่ากำลังดำเนินความพยายามเพื่อจัดหาเงินทุนสนับสนุนองค์กรที่เก็บกู้ทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดตกค้างอื่น ๆ ทีมเหล่านี้ปฏิบัติงานเก็บกู้ทุกวัน และยังจัดแคมเปญให้ความรู้แก่ชุมชนเกี่ยวกับความเสี่ยงในพื้นที่ต่าง ๆ ของอัฟกานิสถาน
การเก็บกู้และการให้ความรู้แก่สาธารณชนช่วยแก้ปัญหาคนละด้าน การเก็บกู้อุปกรณ์ระเบิดช่วยขจัดอันตรายเฉพาะจุดนั้น ส่วนการสอนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงวัตถุต้องสงสัยช่วยลดการเผชิญความเสี่ยงระหว่างรอเก็บกู้พื้นที่ปนเปื้อน คำเตือนของ UNAMA ระบุว่าทั้งสองอย่างจำเป็นต่อการป้องกันไม่ให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเพิ่มขึ้น
OCHA ยังเตือนถึงช่องว่างด้านเงินทุนจำนวนมาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเก็บกู้ทุ่นระเบิดและการให้ความรู้ด้านความปลอดภัย รายงานไม่ได้ระบุจำนวนเงินที่ต้องการ เงินทุนที่ได้รับแล้ว หรือจำนวนงานเก็บกู้ที่ล่าช้า ด้วยเหตุนี้ข้อมูลจึงสนับสนุนข้อสรุปว่าเงินทุนไม่เพียงพอ แต่ไม่สามารถใช้คำนวณยอดขาดแคลนได้
ข้อเรียกร้องของสหประชาชาติยังครอบคลุมการช่วยเหลือเหยื่อและบริการฟื้นฟูสมรรถภาพ ความต้องการเหล่านี้แยกจากการป้องกันเหตุระเบิดครั้งต่อไป ผู้รอดชีวิตอาจต้องได้รับการรักษาและดูแลต่อเนื่องหลังพ้นภาวะฉุกเฉิน การเรียกร้องให้มีบริการฟื้นฟูสะท้อนว่าต้นทุนด้านมนุษย์รวมถึงการบาดเจ็บด้วย ไม่ใช่เฉพาะการเสียชีวิต แม้ไม่มีการให้ตัวเลขเกี่ยวกับขีดความสามารถในการให้บริการหรือความต้องการรักษาที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง
คำแนะนำเร่งด่วนจาก UNAMA: อย่าสัมผัสวัตถุต้องสงสัย
UNAMA เรียกร้องให้ประชาชนหลีกเลี่ยงวัตถุที่ไม่คุ้นเคยหรือมีลักษณะน่าสงสัย และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ ภารกิจของสหประชาชาติระบุหมายเลขโทรศัพท์สองหมายเลขสำหรับแจ้งเหตุ ได้แก่ หมายเลขแจ้งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและศูนย์ Awaaz:
“หากพบวัตถุที่ไม่คุ้นเคยหรือน่าสงสัย ห้ามสัมผัสโดยเด็ดขาด โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นทันทีที่หมายเลข 0708606060 หรือโทรติดต่อศูนย์ Awaaz ที่หมายเลข 410” แถลงการณ์ระบุ
คำแนะนำชัดเจน คืออย่าจับต้องวัตถุ ให้อยู่ห่าง และแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้ขอให้ประชาชนระบุชนิดของเครื่องกระสุน เคลื่อนย้าย หรือพยายามทำให้ปลอดภัย คำเตือนเน้นให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสและแจ้งตำแหน่งที่พบ
การสร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณชนมีความสำคัญเป็นพิเศษเมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ที่ UNAMA กล่าวถึง ซึ่งเด็กได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตหลังพบวัตถุระเบิดระหว่างเล่น การให้ข้อมูลอาจช่วยให้ชุมชนตระหนักว่าวัตถุที่ไม่คุ้นเคยอาจเป็นอันตราย ขณะที่ทีมเก็บกู้จัดการกับวัตถุระเบิดที่ปนเปื้อนอยู่ในพื้นที่
UNAMA ยังเรียกร้องให้ชุมชนและหน่วยงานทางการร่วมมือกัน การแจ้งเหตุอันตรายที่ต้องสงสัยเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามดังกล่าว แต่การแจ้งเหตุเพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่าพื้นที่นั้นได้รับการเก็บกู้แล้ว ข้อเรียกร้องด้านเงินทุนมุ่งสนับสนุนองค์กรที่มีบุคลากรผ่านการฝึกอบรมเพื่อระบุและเก็บกู้อุปกรณ์ระเบิด
ลำดับเวลาของรายงานและประเด็นที่ยังไม่ทราบ
คำเตือนครอบคลุมช่วงเวลาต่างกันและควรพิจารณาตามลำดับ รายงานที่ระบุวันที่เกี่ยวกับข้อความของ UNAMA เผยแพร่เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2026 ขณะที่แถลงการณ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2026 ก็ระบุอันดับ 3 และสัดส่วนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บที่เป็นเด็กราว 80 เปอร์เซ็นต์เช่นกัน ส่วนตัวเลขสัดส่วนเด็กอีกชุดหนึ่งที่ระบุว่าเป็นข้อมูลจาก OCHA ครอบคลุมเดือนมกราคมถึงสิงหาคมของปีนั้น และปรากฏในคำเตือนลงวันที่ 7 ตุลาคม
- ช่วงติดตามสถานการณ์ก่อนหน้า ซึ่งไม่ระบุวันที่: Save the Children รายงานว่า มีเด็กอย่างน้อย 338 คนเสียชีวิตหรือบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิด
- 4 เมษายน 2026: Nick Pond กล่าวในแถลงการณ์ของสหประชาชาติว่า อัฟกานิสถานอยู่ในอันดับ 3 ของโลกด้านอัตราผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากวัตถุระเบิด โดยมีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บราว 50 คนต่อเดือน และเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นเด็ก
- มกราคมถึงสิงหาคม 2026: มีรายงานว่าเด็กคิดเป็น 78 เปอร์เซ็นต์ของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิด ตามคำเตือนที่ระบุว่าเป็นข้อมูลจาก OCHA เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม
- 11 ตุลาคม 2026: รายงานที่ระบุวันที่นำเสนอคำเตือนของ UNAMA ว่าอัฟกานิสถานอยู่ในอันดับ 3 ของโลก และเด็กคิดเป็นราว 80 เปอร์เซ็นต์ของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ
ลำดับนี้เป็นลำดับเวลาของการรายงาน ไม่ใช่หลักฐานว่าจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเพิ่มขึ้นหรือลดลง ไม่สามารถระบุช่วงเวลาของการติดตามสถานการณ์ก่อนหน้าได้อย่างชัดเจน และค่าประมาณของ UNAMA ก็ไม่ได้ระบุช่วงเวลาที่ใช้วัด คำเตือนทั้งสองฉบับไม่ได้ระบุวันที่จะเผยแพร่สถิติชุดใหม่
ประเด็นอื่นที่ยังไม่ได้รับคำตอบ ได้แก่ ชุดข้อมูลและช่วงเวลาเปรียบเทียบที่ใช้จัดอันดับโลก จำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บทั้งหมดในช่วงเวลาดังกล่าว ขนาดของช่องว่างด้านเงินทุน และพื้นที่ที่ยังต้องเก็บกู้ ตัวเลขประมาณ 50 คนต่อเดือนของ UNAMA เป็นอัตรา ไม่ใช่ยอดรวมในช่วงเวลารายงานที่ระบุไว้ ไม่มีการเปิดเผยคำมั่นด้านเงินทุนใหม่ กำหนดเสร็จสิ้นการเก็บกู้ หรือกำหนดการตัดสินใจใด ๆ ลำดับความสำคัญเร่งด่วนที่สหประชาชาติระบุยังคงเป็นการจัดหาเงินทุนสำหรับการเก็บกู้ การให้ความรู้ด้านความปลอดภัย และการช่วยเหลือเหยื่อ
ประเด็นสำคัญ
- UNAMA ระบุว่าเด็กคิดเป็นราว 80 เปอร์เซ็นต์ของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากอันตรายที่เกิดจากวัตถุระเบิดในอัฟกานิสถาน
- แถลงการณ์ของสหประชาชาติเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2026 ระบุว่าอัฟกานิสถานอยู่ในอันดับ 3 ของโลกด้านอัตราผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากวัตถุระเบิด และมีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บราว 50 คนต่อเดือน แต่ไม่ได้ระบุชุดข้อมูล ช่วงเวลาเปรียบเทียบ หรือยอดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บที่ใช้ประกอบการจัดอันดับ
- คำเตือนอีกฉบับที่ระบุว่าเป็นข้อมูลจาก OCHA เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ระบุว่าเด็กคิดเป็น 78 เปอร์เซ็นต์ของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิดในช่วงเดือนมกราคมถึงสิงหาคม 2026 แต่แหล่งข้อมูลที่ได้รับไม่มีแถลงการณ์ต้นฉบับหรือคำจำกัดความวิธีนับผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ
- Save the Children รายงานว่า มีเด็กอย่างน้อย 338 คนเสียชีวิตหรือบาดเจ็บในช่วงติดตามสถานการณ์ก่อนหน้าที่ไม่ได้ระบุ
- สหประชาชาติกำลังแสวงหาการสนับสนุนสำหรับการเก็บกู้วัตถุระเบิด การให้ความรู้ด้านความปลอดภัยแก่สาธารณชน การช่วยเหลือเหยื่อ และการฟื้นฟูสมรรถภาพ
- UNAMA แนะนำให้ประชาชนอย่าสัมผัสวัตถุต้องสงสัย และแจ้งเหตุผ่านหมายเลข 0708606060 หรือศูนย์ Awaaz ที่หมายเลข 410






