เศรษฐกิจโตเกินคาด แม้แรงส่งเริ่มผ่อนลง
เศรษฐกิจสิงคโปร์ขยายตัว 5.4 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาส 3 ของปี 2026 เมื่อเทียบกับปีก่อน สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ แม้ภาคการผลิตชะลอตัวจากไตรมาส 2 ที่แข็งแกร่ง ประมาณการเบื้องต้นของรัฐบาลที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 14 ตุลาคมระบุว่า ภาคก่อสร้างเร่งตัวขึ้น โดยเติบโต 8.8 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ภาคบริการยังขยายตัวในอัตรา 5.2 เปอร์เซ็นต์ ช่วยพยุงการเติบโตที่ได้แรงหนุนจากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์และการส่งออกอิเล็กทรอนิกส์
สารบัญ
- เศรษฐกิจโตเกินคาด แม้แรงส่งเริ่มผ่อนลง
- ตัวเลขที่สูงกว่าคาดสะท้อนอะไร
- โรงงานขยายตัวรายปี แต่หดตัวรายไตรมาส
- ความต้องการ AI ส่งผลไกลกว่าการผลิตชิป
- ก่อสร้างฟื้นตัว ขณะที่ภาคบริการรักษาระดับการเติบโต
- การค้าและขนส่งเติบโตแซงหน้าภาคบริการอื่น
- เหตุใดธนาคารกลางจึงคงนโยบายไว้ตามเดิม
- เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ก่อนคาดว่าจะผ่อนคลายลง
- การปรับเพิ่มคาดการณ์ชี้ว่าเศรษฐกิจทั้งปีแข็งแกร่งขึ้น
- ประเด็นสำคัญ
อัตราการเติบโตโดยรวมลดลงจาก 6.2 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาสเดือนเมษายนถึงมิถุนายน หลังปรับแก้ ซึ่งระบุว่าแข็งแกร่งที่สุดในรอบ 4 ปี อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจยังขยายตัวเมื่อเทียบกับ 3 เดือนก่อนหน้า โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เพิ่มขึ้น 1.1 เปอร์เซ็นต์หลังปรับฤดูกาล เทียบกับการเพิ่มขึ้น 1.5 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาส 2
ความแตกต่างนี้มีความสำคัญ สิงคโปร์ผลิตสินค้าและบริการได้มากกว่าทั้งเมื่อเทียบกับปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า แต่จังหวะการปรับตัวดีขึ้นชะลอลง ภายในภาพรวมการขยายตัวนี้ โรงงานสูญเสียแรงส่งในระยะสั้นไปบางส่วน ขณะที่ภาคก่อสร้าง การค้าส่ง และการขนส่งแข็งแกร่งขึ้น
ธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) คงนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนไว้ตามเดิมในวันเดียวกัน หลังตัดสินใจคุมเข้มนโยบายในเดือนเมษายนและกรกฎาคม การประเมินของธนาคารกลางมองว่าเศรษฐกิจจะยังมีกิจกรรมที่แข็งแกร่งในไตรมาสข้างหน้า ควบคู่กับต้นทุนการนำเข้าที่สูงขึ้น และคาดการณ์ว่าวงจรการลงทุน AI ทั่วโลกจะเย็นลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2027
ตัวเลขที่สูงกว่าคาดสะท้อนอะไร
การเพิ่มขึ้นของ GDP รายปี 5.4 เปอร์เซ็นต์สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์จากผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ที่มีการอ้างถึงในรายงานทั้งสองชุด ได้แก่ 5.0 เปอร์เซ็นต์ในผลสำรวจหนึ่ง และ 5.1 เปอร์เซ็นต์ในอีกผลสำรวจหนึ่ง แม้ตัวเลขอ้างอิงจะแตกต่างกัน แต่ผลจริงสูงกว่าทั้งสองตัวเลขอยู่ 0.4 และ 0.3 จุดเปอร์เซ็นต์ตามลำดับ
เมื่อเทียบกับการคาดการณ์ ผลรายไตรมาสอ่อนแอกว่า การเติบโต 1.1 เปอร์เซ็นต์ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ 1.2 เปอร์เซ็นต์ที่มีรายงานไว้ เมื่อนำตัวเลขทั้งสองมาพิจารณาร่วมกัน จะเห็นว่าเศรษฐกิจทำผลงานดีกว่าคาดเมื่อเทียบกับระดับเมื่อปีก่อน แต่ขยายตัวน้อยกว่าที่คาดเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
การเติบโตรายปีชะลอลง 0.8 จุดเปอร์เซ็นต์จากไตรมาส 2 อย่างไรก็ตาม อัตราเติบโต 5.4 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาส 3 สูงกว่า 4.5 เปอร์เซ็นต์ที่บันทึกไว้ในไตรมาสเดียวกันของปี 2025 ดังนั้น การชะลอตัวจากจุดสูงสุดช่วงที่ผ่านมาไม่ได้หมายความว่าการเติบโตลดลงต่ำกว่าระดับเมื่อปีก่อน
ตัวเลขเหล่านี้เป็นประมาณการเบื้องต้น ซึ่งส่วนใหญ่คำนวณจากข้อมูลเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม แทนที่จะใช้ข้อมูลครบถ้วนตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงกันยายน ตัวเลขอาจเปลี่ยนแปลงได้เมื่อมีข้อมูลเพิ่มเติม โดยยังไม่มีการระบุวันที่เผยแพร่ตัวเลขปรับแก้ จึงควรมองตัวเลขเหล่านี้เป็นข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่ผลสรุปขั้นสุดท้าย
โรงงานขยายตัวรายปี แต่หดตัวรายไตรมาส
ภาคการผลิตขยายตัว 7.5 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ของปี 2025 ลดลงจากการเติบโตรายปี 12.9 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาส 2 ของปี 2026 เท่ากับชะลอลง 5.4 จุดเปอร์เซ็นต์ในภาคส่วนที่มีสัดส่วนราวหนึ่งในห้าของ GDP สิงคโปร์
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ผลผลิตภาคโรงงานลดลง 0.9 เปอร์เซ็นต์หลังปรับฤดูกาล พลิกจากการเพิ่มขึ้น 6.3 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาส 2 รายงานที่ระบุว่าภาคการผลิตหดตัวและรายงานที่ระบุว่าเติบโตจึงไม่ขัดแย้งกัน หากระบุช่วงเวลาที่ใช้เปรียบเทียบให้ชัดเจน กล่าวคือ ผลผลิตลดลงเมื่อเทียบรายไตรมาส แต่ยังสูงขึ้นเมื่อเทียบรายปี
ประมาณการของรัฐบาลระบุว่า การเติบโตรายปีของภาคการผลิตมาจากผลผลิตที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ วิศวกรรมความแม่นยำ วิศวกรรมการขนส่ง และการผลิตทั่วไป การเพิ่มขึ้นดังกล่าวชดเชยการลดลงในอุตสาหกรรมเคมีและชีวการแพทย์ รูปแบบนี้แสดงให้เห็นว่าการขยายตัวในโรงงานแต่ละกลุ่มไม่เท่ากัน ไม่ใช่การเพิ่มขึ้นทั่วทั้งภาคอุตสาหกรรม
สัดส่วน GDP ที่มากของภาคนี้ทำให้การเปลี่ยนแปลงของอัตราการเติบโตมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถนำอัตราเติบโต 7.5 เปอร์เซ็นต์คูณกับสัดส่วน GDP ราว 20 เปอร์เซ็นต์ เพื่อคำนวณสัดส่วนที่แน่นอนของภาคการผลิตต่อการเติบโตของ GDP ได้ การคำนวณดังกล่าวต้องใช้ข้อมูลน้ำหนักรายภาคส่วนโดยละเอียดและมาตรการทางบัญชีที่ใช้ในประมาณการระดับชาติ
ความต้องการ AI ส่งผลไกลกว่าการผลิตชิป
สิงคโปร์ได้รับอานิสงส์จากกระแสการลงทุนด้านเทคโนโลยี ตั้งแต่การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ไปจนถึงการขายเครื่องจักร การส่งออก และการขนส่ง ตัวเลขรัฐบาลที่มีการอ้างถึงในรายงานระบุว่า สิงคโปร์มีสัดส่วนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกราว 10 เปอร์เซ็นต์ และมีสัดส่วนการผลิตอุปกรณ์สำหรับเซมิคอนดักเตอร์ 20 เปอร์เซ็นต์
ตัวเลขเหล่านี้เป็นคนละมาตรวัด ไม่ใช่สัดส่วนที่นำมาบวกกันได้ ตัวเลขหนึ่งแสดงการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ส่วนอีกตัวแสดงการผลิตอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ทั้งสองตัวเลขช่วยอธิบายว่าเหตุใดความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์จึงสามารถหนุนเศรษฐกิจสิงคโปร์ได้หลายภาคส่วนพร้อมกัน
เยียว ฮวี ชัว ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง ระบุว่าผลงานของสิงคโปร์แข็งแกร่งแม้เผชิญความไม่แน่นอนระหว่างประเทศ:
น่าประทับใจสำหรับเศรษฐกิจรายได้สูง โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากสภาพแวดล้อมโลกที่ยังไม่แน่นอน
ชัวระบุว่าการใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีเป็นแรงขับเคลื่อน และอธิบายว่าความต้องการส่งผ่านเครือข่ายการผลิตและการค้าของสิงคโปร์อย่างไร:
กระแสการลงทุนด้านเทคโนโลยีทั่วโลกเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
ความต้องการอิเล็กทรอนิกส์ที่แข็งแกร่งช่วยหนุนภาคการผลิตและการค้าที่เกี่ยวข้อง สะท้อนให้เห็นว่าสิงคโปร์ได้ประโยชน์จากสถานะของตนในห่วงโซ่อุปทานโลก
ข้อมูลรายภาคส่วนสนับสนุนความเชื่อมโยงดังกล่าว เครื่องจักร อุปกรณ์ และวัสดุสิ้นเปลืองเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตของการค้าส่ง ควบคู่กับการส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ที่แข็งแกร่ง ส่วนการขนส่งทางน้ำและทางอากาศช่วยหนุนกิจกรรมด้านการขนส่งและจัดเก็บสินค้า อย่างไรก็ตาม ประมาณการไม่ได้แยกให้เห็นว่า AI มีส่วนต่อการเติบโตของ GDP ทั้งหมดเท่าใด จึงไม่ควรมองการขยายตัวโดยรวมเป็นตัวชี้วัดการใช้จ่ายด้าน AI โดยตรง
ก่อสร้างฟื้นตัว ขณะที่ภาคบริการรักษาระดับการเติบโต
ภาคก่อสร้างเติบโต 8.8 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อน เร่งขึ้นจาก 6.1 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาส 2 ผลผลิตจากทั้งภาครัฐและเอกชนเพิ่มขึ้น เมื่อคิดเป็นรายไตรมาสหลังปรับฤดูกาล ภาคส่วนนี้ขยายตัว 3.4 เปอร์เซ็นต์ หลังหดตัว 2.7 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาสก่อนหน้า
ภาคก่อสร้างมีอัตราเติบโตรายปีสูงที่สุดในบรรดาภาคส่วนหลักที่มีการรายงาน การฟื้นตัวช่วยถ่วงดุลการชะลอตัวของภาคการผลิต แม้ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้ระบุว่าแต่ละภาคส่วนมีส่วนต่อการเปลี่ยนแปลงของ GDP โดยรวมมากน้อยเพียงใด
การลงทุนด้าน AI อาจกระตุ้นกิจกรรมก่อสร้างได้ด้วย ผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น ศูนย์ข้อมูล อย่างไรก็ตาม ประมาณการภาคก่อสร้างไม่ได้แยกโครงการเหล่านี้ออกจากงานก่อสร้างอื่น ๆ ของภาครัฐและเอกชน จึงยังเร็วเกินไปที่จะระบุว่าการเพิ่มขึ้นของภาคก่อสร้างทั้งหมดมาจากความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI
ภาคบริการเติบโต 5.2 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบรายปี เท่ากับอัตราในไตรมาส 2 ส่วนการขยายตัวรายไตรมาสเร่งขึ้นเป็น 1.2 เปอร์เซ็นต์ จาก 0.7 เปอร์เซ็นต์ ผลงานที่สม่ำเสมอกว่านี้ช่วยให้เห็นทิศทางเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งต่างจากความผันผวนที่ชัดเจนกว่าในภาคการผลิต
การค้าและขนส่งเติบโตแซงหน้าภาคบริการอื่น
การค้าส่งและค้าปลีก รวมถึงการขนส่งและจัดเก็บสินค้า ขยายตัว 8.0 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อน เพิ่มขึ้นจาก 6.9 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาส 2 การเติบโตรายไตรมาสรวมกันดีขึ้นเป็น 2.2 เปอร์เซ็นต์ จากที่ไม่เติบโตในไตรมาสก่อนหน้า
การค้าปลีกเป็นข้อยกเว้นที่ไม่เติบโตในกลุ่มนี้ จึงไม่ควรตีความตัวเลขรวมที่แข็งแกร่งว่าเป็นภาพสะท้อนการใช้จ่ายของผู้บริโภคทั้งหมด ความแข็งแกร่งส่วนใหญ่มาจากกิจกรรมค้าส่งและการขนส่งที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายสินค้า มากกว่ากิจกรรมการจับจ่ายทุกประเภท
ภาคสารสนเทศและการสื่อสาร การเงินและประกันภัย และบริการวิชาชีพ รวมกันเติบโต 4.3 เปอร์เซ็นต์รายปี ลดลงจาก 5.1 เปอร์เซ็นต์ การเติบโตรายไตรมาสชะลอลงเหลือ 0.4 เปอร์เซ็นต์ จาก 2.8 เปอร์เซ็นต์ บริการไอทีและสารสนเทศหนุนกิจกรรมด้านการสื่อสาร การจัดการกองทุนและธนาคารช่วยขับเคลื่อนภาคการเงิน ส่วนบริการสถาปัตยกรรม วิศวกรรม เทคนิค และวิเคราะห์ ช่วยหนุนบริการวิชาชีพ
ภาคบริการกลุ่มที่เหลือ ซึ่งรวมถึงที่พักและบริการอาหาร อสังหาริมทรัพย์ บริการสนับสนุนและธุรการ ตลอดจนบริการอื่น ๆ เติบโต 2.1 เปอร์เซ็นต์รายปี เทียบกับ 2.4 เปอร์เซ็นต์ก่อนหน้า การเติบโตรายไตรมาสชะลอลงเหลือ 0.6 เปอร์เซ็นต์ จาก 0.8 เปอร์เซ็นต์
บริการอาหารและเครื่องดื่มไม่ได้เติบโตไปพร้อมกับภาคส่วนอื่นในกลุ่มนี้ ส่วนธุรกิจที่พักได้ประโยชน์จากจำนวนห้องพักที่มีผู้เข้าพักเพิ่มขึ้นในโรงแรมบางกลุ่มซึ่งสร้างมูลค่าเพิ่มสูงกว่า ตัวเลขโดยละเอียดแสดงให้เห็นการขยายตัวที่ยังมีจุดอ่อนเฉพาะด้าน แม้ภาคบริการโดยรวมจะรักษาอัตราการเติบโตรายปีไว้ได้
เหตุใดธนาคารกลางจึงคงนโยบายไว้ตามเดิม
MAS คงอัตราการแข็งค่าของดอลลาร์สิงคโปร์ ความกว้าง และระดับกึ่งกลางของกรอบนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนที่แท้จริงในรูปตัวเงินของดอลลาร์สิงคโปร์ไว้ตามเดิม มาตรวัดนี้ติดตามค่าเงินเทียบกับตะกร้าสกุลเงินของคู่ค้ารายใหญ่ ไม่ได้เทียบกับดอลลาร์สหรัฐเพียงสกุลเดียว
ต่างจากธนาคารกลางที่ปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นหลัก MAS ดำเนินนโยบายการเงินผ่านอัตราแลกเปลี่ยน การปล่อยให้ดอลลาร์สิงคโปร์แข็งค่าขึ้นสามารถช่วยจำกัดต้นทุนสินค้าในประเทศที่นำเข้าได้ การคงค่าต่าง ๆ ไว้เท่าเดิมไม่ได้หมายความว่าค่าเงินจะต้องหยุดแข็งค่า แต่หมายถึงการใช้แนวทางนโยบายที่มีอยู่ต่อไป
การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นหลังการคุมเข้มนโยบายในเดือนเมษายนและกรกฎาคม เพื่อตอบสนองความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น MAS ระบุว่านโยบายปัจจุบันจะช่วยควบคุมเงินเฟ้อนำเข้า ขณะที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่ง
ธนาคารกลางระบุการประเมินการเติบโตไว้ในแถลงการณ์ว่า:
เศรษฐกิจสิงคโปร์น่าจะยังขยายตัวในอัตราที่แข็งแกร่งในช่วงไม่กี่ไตรมาสข้างหน้า ก่อนจะชะลอลง หลังวงจร AI ลดความร้อนแรงจากระดับที่สูงเป็นพิเศษในปัจจุบัน และภาวะการเงินโลกตึงตัวขึ้น
แนวโน้มดังกล่าวอธิบายได้ว่าเหตุใดการเติบโตของ GDP ที่แข็งแกร่งในปัจจุบันจึงไม่ขัดแย้งกับการคงนโยบายไว้ตามเดิม MAS กำลังพิจารณาแรงกดดันด้านราคาในระยะใกล้ควบคู่กับการชะลอตัวของอุปสงค์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ไม่ได้ตอบสนองต่อตัวเลขการเติบโตล่าสุดเพียงอย่างเดียว
เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ก่อนคาดว่าจะผ่อนคลายลง
เงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 2.1 เปอร์เซ็นต์ทั้งในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม เทียบกับ 1.5 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาส 2 เนื่องจากต้นทุนการนำเข้าที่สูงขึ้นส่งผ่านไปยังสินค้าและบริการ มาตรวัดเงินเฟ้อพื้นฐานของสิงคโปร์ไม่รวมค่าที่พักและค่าขนส่งทางถนนส่วนบุคคล ส่วนเงินเฟ้อทั่วไปครอบคลุมตะกร้าสินค้าอุปโภคบริโภคที่กว้างกว่า
MAS คาดว่าเงินเฟ้อพื้นฐานเฉลี่ยในปี 2026 จะอยู่ที่ 1.5 ถึง 2.0 เปอร์เซ็นต์ และเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ราว 2 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขรายเดือนที่สูงกว่าช่วงเงินเฟ้อพื้นฐานรายปีดังกล่าวไม่ได้ขัดแย้งกับการคาดการณ์เสมอไป เพราะค่าเฉลี่ยรายปีรวมเดือนก่อนหน้าที่เงินเฟ้อต่ำกว่าไว้ด้วย
สำหรับปี 2027 MAS คาดว่าเงินเฟ้อพื้นฐานและเงินเฟ้อทั่วไปจะเฉลี่ยอยู่ที่ 1.5 ถึง 2.5 เปอร์เซ็นต์ โดยคาดว่าแรงกดดันจากราคาพลังงานและอาหารจะยังอยู่ในระดับสูงในระยะใกล้ ก่อนจะผ่อนคลายลงชัดเจนขึ้นตั้งแต่กลางปี 2027 เมื่อราคานำเข้าลดลงและแรงกดดันด้านราคาในประเทศยังอยู่ในระดับต่ำ
ธนาคารกลางยังระบุถึงปัจจัยระหว่างประเทศที่คาดว่าจะทำให้การเติบโตชะลอลง:
คาดว่าการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วย AI ทั่วโลกจะชะลอลงในช่วงครึ่งหลังของปีหน้า จากระดับที่สูงเป็นพิเศษในปัจจุบัน ขณะที่อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นท่ามกลางเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้า จะกดดันการเติบโตของอุปสงค์ขั้นสุดท้าย
คำเตือนนี้หมายถึงการขยายตัวที่ช้าลง ไม่ใช่การคาดการณ์ว่าความต้องการ AI จะหายไป สิงคโปร์ได้ประโยชน์จากอุตสาหกรรมชิปในช่วงที่เกิดความปั่นป่วน ซึ่งรวมถึงผลกระทบด้านพลังงานจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิสราเอลต่ออิหร่าน แต่ต้นทุนการนำเข้าที่สูงขึ้นยังเป็นแรงกดดันอีกด้านต่อครัวเรือนและธุรกิจ
การปรับเพิ่มคาดการณ์ชี้ว่าเศรษฐกิจทั้งปีแข็งแกร่งขึ้น
สิงคโปร์คงคาดการณ์การเติบโตของ GDP ปี 2026 ไว้ที่ 4.5 ถึง 5.5 เปอร์เซ็นต์ หลังปรับเพิ่มในเดือนสิงหาคมจาก 2 ถึง 4 เปอร์เซ็นต์ โดยคาดการณ์เริ่มต้นอยู่ที่ 1 ถึง 3 เปอร์เซ็นต์ จุดกึ่งกลางของกรอบล่าสุดอยู่ที่ 5 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับ 2 เปอร์เซ็นต์เมื่อต้นปี
จุดกึ่งกลางที่ 5 เปอร์เซ็นต์ยังตรงกับตัวเลขคาดการณ์ล่าสุดของ IMF ที่มีการอ้างถึงในรายงาน ตามประมาณการดังกล่าว สิงคโปร์จะเติบโตเร็วกว่าทุกประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้า ยกเว้นไต้หวัน ทั้งนี้ เป็นการจัดอันดับจากการคาดการณ์ ไม่ใช่ผลสรุปของทั้งปีที่เกิดขึ้นแล้ว
ลำดับการตัดสินใจด้านนโยบายและการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจแสดงให้เห็นว่าการคาดการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างไร:
- เมื่อต้นปี 2026 รัฐบาลคาดว่า GDP จะเติบโต 1 ถึง 3 เปอร์เซ็นต์
- ในเดือนเมษายนและกรกฎาคม MAS คุมเข้มนโยบายการเงินท่ามกลางความเสี่ยงเงินเฟ้อที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน
- ในเดือนสิงหาคม รัฐบาลปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตจาก 2 ถึง 4 เปอร์เซ็นต์ เป็น 4.5 ถึง 5.5 เปอร์เซ็นต์
- วันที่ 14 ตุลาคม ประมาณการเบื้องต้นระบุว่าไตรมาส 3 เติบโต 5.4 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ MAS คงนโยบายไว้ตามเดิม
- ตั้งแต่กลางปี 2027 MAS คาดว่าเงินเฟ้อจะผ่อนคลายลงชัดเจนขึ้น และการเติบโตจาก AI จะชะลอลงในช่วงครึ่งหลังของปีนั้น
สิงคโปร์เติบโต 5 เปอร์เซ็นต์ในปี 2025 ต่อเนื่องจากปี 2024 ที่แข็งแกร่งเช่นกัน แนวโน้มปัจจุบันบ่งชี้ว่าการเติบโตที่แข็งแกร่งอาจดำเนินต่อไปตลอดปี 2026 แม้ผลลัพธ์ทั้งปียังไม่แน่นอน ปัจจัยที่ยังต้องจับตาในระยะใกล้ ได้แก่ ตัวเลขไตรมาส 3 หลังปรับแก้ ผลงานในไตรมาสสุดท้าย และความต่อเนื่องของความต้องการด้านเทคโนโลยี
ประเด็นสำคัญ
- GDP สิงคโปร์เติบโต 5.4 เปอร์เซ็นต์รายปีในไตรมาส 3 ของปี 2026 สูงกว่าคาดการณ์ แต่ชะลอลงจาก 6.2 เปอร์เซ็นต์
- การเติบโตของ GDP รายไตรมาสชะลอลงเหลือ 1.1 เปอร์เซ็นต์ จาก 1.5 เปอร์เซ็นต์
- ภาคการผลิตเติบโต 7.5 เปอร์เซ็นต์รายปี แต่หดตัว 0.9 เปอร์เซ็นต์รายไตรมาส
- ภาคก่อสร้างเร่งตัวขึ้น โดยเติบโต 8.8 เปอร์เซ็นต์รายปี ขณะที่ภาคบริการรักษาการเติบโตไว้ที่ 5.2 เปอร์เซ็นต์
- MAS คงนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนไว้ตามเดิม หลังคุมเข้มนโยบายในเดือนเมษายนและกรกฎาคม
- รัฐบาลคงคาดการณ์การเติบโตปี 2026 ไว้ที่ 4.5 ถึง 5.5 เปอร์เซ็นต์
- ประมาณการ GDP ยังอาจมีการปรับแก้ และ MAS คาดว่าการเติบโตจาก AI จะชะลอลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2027






