สุนัข 617 ตัวถูกการุณยฆาต ขณะขยายการบังคับใช้กฎหมาย
กรมเกษตร ประมง และอนุรักษ์ของฮ่องกง (AFCD) จับสุนัขที่ไม่มีผู้ดูแลได้ 2,220 ตัวในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ในจำนวนนี้ 617 ตัวถูกการุณยฆาต คิดเป็นประมาณ 28% ของสุนัขที่จับได้ หรือราว 1 ใน 4 ขณะที่รัฐบาลเตรียมเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย และทบทวนกฎหมายที่กำกับดูแลการทอดทิ้งและการควบคุมสุนัข
สารบัญ
- สุนัข 617 ตัวถูกการุณยฆาต ขณะขยายการบังคับใช้กฎหมาย
- ปฏิบัติการ 4 เดือนจะมุ่งเน้นพื้นที่ใด
- เหตุสุนัขทำร้ายจนเสียชีวิตจุดกระแสเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลง
- เหตุใดคดีทอดทิ้งสัตว์จึงดำเนินคดีได้ยาก
- ข้อเสนอทบทวนกฎหมายครอบคลุมเรื่องใดบ้าง
- สี่วันคือช่วงเวลาค้นหา ไม่ใช่เส้นตายการุณยฆาต
- การดูแลในศูนย์และการหาบ้านทำงานอย่างไร
- ผู้ช่วยเหลือสัตว์ตั้งข้อสงสัยเรื่องการประเมินอุปนิสัย
- เปลี่ยนจากจุดยืนของรัฐบาลเมื่อปี 2015
- ประเด็นสำคัญ
ตัวเลขดังกล่าวทำให้สวัสดิภาพสัตว์เป็นประเด็นสำคัญควบคู่กับความปลอดภัยสาธารณะ ในการถกเถียงที่เข้มข้นขึ้นหลังเกิดเหตุสุนัขทำร้ายคนจนเสียชีวิต ปฏิบัติการพิเศษที่ประกาศเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2026 จะดำเนินการเป็นเวลา 4 เดือน โดยมุ่งเป้าไปยังสถานที่ที่สุนัขเคยทำร้ายคนหรือเป็นแหล่งรวมตัวของสุนัขจรจัด
เซอ เจินหว่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อมและนิเวศวิทยา กล่าวว่า รัฐบาลตั้งใจหารือกับสภานิติบัญญัติเกี่ยวกับข้อเสนอแก้ไขกฎหมายภายในสิ้นปี 2026 และตั้งเป้าดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จในปี 2027 การทบทวนนี้รวมถึงข้อเสนอเพิ่มบทลงโทษสำหรับการทอดทิ้งสัตว์และการไม่ควบคุมสุนัขอย่างเหมาะสม
จำนวนสุนัขที่จับได้ตลอด 5 ปีเฉลี่ยปีละ 444 ตัว ไม่มีการระบุปีปฏิทินที่แน่ชัดซึ่งครอบคลุมอยู่ในยอดดังกล่าว รวมถึงแจกแจงชะตากรรมของสุนัขที่เหลืออีก 1,603 ตัว การทำความเข้าใจตัวเลขเหล่านี้ยังต้องพิจารณาด้วยว่าสุนัขเข้ามาอยู่ในการดูแลของรัฐบาลได้อย่างไร โดยศูนย์รับทั้งสัตว์ที่จับได้ตามท้องถนน สัตว์ที่เจ้าของนำมามอบ และสุนัขที่ถูกกักไว้เกี่ยวกับการสอบสวน
สำหรับประชาชน ประเด็นเร่งด่วนคือการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุทำร้ายคนอีก ส่วนองค์กรช่วยเหลือสัตว์ต้องการให้สุนัขที่หวาดกลัวหรือดูแลยากได้รับโอกาสหาบ้านอย่างเป็นธรรม แผนของรัฐบาลเชื่อมโยงข้อกังวลทั้งสองด้านผ่านระบบที่ต้องระบุตัวผู้ดูแลที่รับผิดชอบ ประเมินสัตว์ และจัดหาพื้นที่สำหรับการรับเลี้ยง
ปฏิบัติการ 4 เดือนจะมุ่งเน้นพื้นที่ใด
ประกาศเมื่อวันที่ 8 ตุลาคมของรัฐบาลระบุว่า AFCD จะให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่เคยเกิดเหตุสุนัขทำร้ายผู้สัญจรหรือมีสุนัขจรจัดรวมตัวกัน ตำรวจจะเข้าร่วมปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพิเศษเมื่อจำเป็น
AFCD ระบุว่าสุนัขที่ไม่มีผู้ดูแลอาจทำอันตรายต่อประชาชนและสัตว์อื่น ๆ ในสภาพแวดล้อมที่มีประชากรหนาแน่นของฮ่องกง นอกจากนี้ยังมองว่าสุนัขที่ไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเป็นภัยต่อสุขภาพของประชาชนและสัตว์ โรคพิษสุนัขบ้าเป็นโรคไวรัสที่แพร่ผ่านการกัดของสัตว์ติดเชื้อได้
หลังจับสุนัขได้ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบไมโครชิปและใบอนุญาตที่ยังมีผล ใช้ข้อมูลทะเบียนติดต่อผู้ดูแล และตรวจสอบบันทึกสัตว์สูญหาย ผู้ดูแลอาจถูกดำเนินคดีหากมีหลักฐานเพียงพอ
ปฏิบัติการร่วมเมื่อเร็ว ๆ นี้ใกล้ถนนปกหว่ยใต้ ในเขตหยวนหลง จับสุนัขที่ไม่มีผู้ดูแลได้ 8 ตัวภายใน 5 วัน ในจำนวนนี้ 3 ตัวมีไมโครชิปแต่ใบอนุญาตหมดอายุ พนักงาน AFCD คนหนึ่งถูกสุนัขกัดที่มือระหว่างปฏิบัติการ และมีรายงานว่าอาการทรงตัวขณะรับการรักษาในโรงพยาบาล
AFCD ยังจับสุนัขที่ไม่มีไมโครชิปได้ใกล้ถนนหว่อหยี่ฮ็อป ในเขตไควชุง เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ปฏิบัติการเจาะจงนี้สะท้อนแนวทางบังคับใช้กฎหมายที่ครอบคลุมกว่าการปฏิบัติงานตามปกติ ซึ่งก่อนหน้านี้เฉินจิ่งหมาน เจ้าหน้าที่สัตวแพทย์ประจำศูนย์จัดการสัตว์เขตนิวเทร์ริทอรีส์เหนือ ระบุว่าเจ้าหน้าที่จับสุนัขจรจัดตามคำร้องขอจากประชาชน
เหตุสุนัขทำร้ายจนเสียชีวิตจุดกระแสเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลง
หญิงวัย 27 ปีเสียชีวิตหลังคาดว่าถูกสุนัขจรจัด 3 ตัวทำร้าย ขณะปั่นจักรยานกลับบ้านในหยวนหลง อีกเหตุการณ์หนึ่งที่มีผู้เสียชีวิตเกิดกับหญิงวัย 33 ปี ที่สถานพักพิงสัตว์ซึ่งได้รับใบอนุญาตในตากู่หลิง
เหตุการณ์อื่นเกี่ยวข้องกับสุนัขตัวใหญ่ ซึ่งมีรายงานว่าเป็นสุนัขพันธุ์สแปนิชมาสทิฟฟ์ ฆ่าสุนัขเลี้ยงตัวเล็ก 2 ตัวในหยวนหลง เซอระบุว่า AFCD และตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนสาเหตุของเหตุทำร้ายคนและสัตว์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ และได้ใช้มาตรการบังคับใช้กฎหมายและควบคุมแล้ว
ในช่วง 3 ปีที่ระบุไว้ในรายงานล่าสุดเกี่ยวกับการดำเนินงานของศูนย์ AFCD ได้รับรายงานสุนัขกัดคนปีละประมาณ 800 ถึง 900 ครั้ง สุนัขที่เกี่ยวข้องกับคดีกัดอาจถูกกักไว้เพื่อสังเกตอาการ เช่นเดียวกับสัตว์ที่เกี่ยวข้องกับคดีลักลอบนำเข้าและสุนัขที่เจ้าของนำมามอบ
กำหนดการสำคัญของแผนบังคับใช้กฎหมายและการแก้ไขกฎหมายมีดังนี้
- 5 ตุลาคม 2026: AFCD จับสุนัขที่ไม่มีไมโครชิปได้ใกล้ถนนหว่อหยี่ฮ็อป ในเขตไควชุง
- 8 ตุลาคม 2026: กรมเริ่มปฏิบัติการพิเศษซึ่งกำหนดให้ดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลา 4 เดือน
- ภายในสิ้นปี 2026: รัฐบาลมีแผนหารือกับสภานิติบัญญัติเกี่ยวกับข้อเสนอแก้ไขกฎหมาย
- ระหว่างปี 2027: รัฐบาลตั้งเป้าดำเนินการแก้ไขกฎหมายให้แล้วเสร็จ
เหตุใดคดีทอดทิ้งสัตว์จึงดำเนินคดีได้ยาก
มาตรา 22 แห่งกฎหมายว่าด้วยโรคพิษสุนัขบ้ากำหนดให้การที่ผู้ดูแลทอดทิ้งสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควรเป็นความผิด มีโทษสูงสุดปรับ 10,000 ดอลลาร์ฮ่องกง และจำคุก 6 เดือน AFCD ไม่มีบันทึกการดำเนินคดีตามบทบัญญัตินี้ตั้งแต่ปี 2020 ถึง 2025
ความยากอยู่ที่การรวบรวมหลักฐานว่าสัตว์มาอยู่โดยไม่มีผู้ดูแลได้อย่างไร ผู้ดูแลอาจอ้างว่าสุนัขหลุดหรือหายไป ผู้สอบสวนต้องมีหลักฐานเพียงพอที่จะพิสูจน์ว่ามีการทอดทิ้ง ไม่ใช่เพียงพบสุนัขอยู่นอกที่อยู่ตามทะเบียน
รีเบคกา เฉิน ฮอยหยั่น ประธานคณะกรรมาธิการด้านความปลอดภัยอาหารและสุขอนามัยสิ่งแวดล้อมของสภานิติบัญญัติ กล่าวว่าเจ้าของในพื้นที่ชนบทอาจอธิบายว่าสุนัขเดินเตร่ได้อย่างอิสระ ขณะที่บางคนอาจอ้างว่าสัตว์หลุดจากสายจูง เธอเรียกร้องให้ใช้เทคโนโลยีเฝ้าระวัง ให้ความรู้แก่ประชาชน และปรับเปลี่ยนกฎหมายเพื่อให้บังคับใช้ได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
อเล็กซ์ ฟาน ฮอยคิต ทนายความและสมาชิกสภานิติบัญญัติ แย้งว่ากฎหมายปัจจุบันยังเปิดช่องให้ดำเนินคดีได้ เขาชี้ถึงข้อกำหนดที่ระบุว่าต้องแจ้ง AFCD หรือตำรวจภายใน 96 ชั่วโมงหลังจับสัตว์ได้ ซึ่งเขากล่าวว่าอาจใช้สนับสนุนการพิจารณาว่าสัตว์ถูกทอดทิ้ง นอกจากนี้ยังระบุว่าศาลสามารถพิจารณาได้ว่าเจ้าของแจ้งสัตว์เลี้ยงหายหรือไม่ แทนที่จะยอมรับคำอธิบายโดยอัตโนมัติว่าสัตว์เดินเตลิดไปเอง
หน่วยงานมักใช้ข้อหาความผิดเกี่ยวกับใบอนุญาตหรือการควบคุมสัตว์ไม่เพียงพอแทน เคนต์ ลก กาฉิต ผู้ก่อตั้งศูนย์ช่วยเหลือสัตว์พอวส์การ์เดียน ถูกดำเนินคดีตามมาตรา 20 และ 23 ในข้อหาใบอนุญาตไม่ถูกต้องและไม่ควบคุมสุนัขในที่สาธารณะ หลังปฏิบัติการในหยวนหลง แต่ไม่ได้ถูกตั้งข้อหาทอดทิ้งสัตว์
ข้อเสนอทบทวนกฎหมายครอบคลุมเรื่องใดบ้าง
เซอระบุว่ารัฐบาลจะศึกษาการเพิ่มบทลงโทษ เนื่องจากมีข้อกังวลว่าโทษปัจจุบันสำหรับการทอดทิ้งสัตว์และการควบคุมสัตว์ไม่เพียงพอ ยังไม่ช่วยยับยั้งการกระทำผิดได้มากพอ เจ้าหน้าที่ยังพิจารณาแก้ไขคำจำกัดความของสุนัขต่อสู้และสุนัขอันตรายที่มีประวัติ โดยรับฟังความเห็นจากกลุ่มที่เกี่ยวข้องและศึกษากฎระเบียบในพื้นที่อื่น
เฉิน ปกจี้ สมาชิกสภานิติบัญญัติจากภาคเกษตรและประมง เสนอห้ามผู้ที่มีประวัติล่วงละเมิดสัตว์อย่างร้ายแรง ทอดทิ้งสัตว์ หรือทารุณกรรมสัตว์ กลับมาเลี้ยงสุนัขอีก มาตรการห้ามดังกล่าวจะมุ่งจัดการการเลี้ยงสัตว์ซ้ำ นอกเหนือจากการลงโทษความผิดแต่ละครั้ง
กฎปัจจุบันกำหนดให้สุนัขอายุมากกว่า 5 เดือนต้องฝังไมโครชิป ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และมีใบอนุญาต ต้องฉีดวัคซีนและต่ออายุใบอนุญาตตามรอบเวลาไม่เกิน 3 ปี สุนัขในที่สาธารณะต้องอยู่ในการควบคุมด้วยสายจูงหรือวิธีอื่นที่มีประสิทธิภาพ
เซอยังระบุว่าไม่มีกฎหมายอนุญาตให้บุคคลลงทะเบียนไมโครชิปสุนัขแทนผู้อื่น โดยหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบของผู้ดูแล AFCD กำลังพิจารณาใช้ถ้อยคำที่ชัดเจนขึ้นในแบบฟอร์มขอใบอนุญาต เพื่อเตือนผู้ยื่นคำขอถึงหน้าที่ดังกล่าว ลกกล่าวว่าเขาเป็นผู้ดูแลตามทะเบียนของสุนัขเกือบ 4,000 ตัว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสุนัขจรจัดที่องค์กรของเขาช่วยเหลือมา
สี่วันคือช่วงเวลาค้นหา ไม่ใช่เส้นตายการุณยฆาต
AFCD ปฏิเสธคำกล่าวอ้างว่าสุนัขที่จับได้จะถูกการุณยฆาตโดยอัตโนมัติหลังผ่านไป 4 วัน กรมชี้แจงวัตถุประสงค์ของช่วงเวลาดังกล่าวในแถลงการณ์ตอบข้อกังวลเกี่ยวกับการปฏิบัติงานว่า
ระยะเวลาสี่วันที่กฎหมายกำหนดเป็นเพียงกรอบเวลาตามกฎหมายที่ AFCD ต้องใช้ในการสอบถามและติดตามหาผู้ดูแล
เจ้าหน้าที่จะพยายามติดต่อผู้ดูแลก่อนผ่านข้อมูลไมโครชิป บันทึกใบอนุญาต และรายงานสัตว์สูญหาย หากไม่พบผู้ดูแล สุนัขจะได้รับการสังเกตอาการและประเมินที่ศูนย์จัดการสัตว์ การส่งต่อไปยังองค์กรสวัสดิภาพสัตว์อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ขึ้นอยู่กับสุขภาพ อุปนิสัย และพื้นที่ว่างขององค์กร
คำชี้แจงด้านสวัสดิภาพสัตว์เมื่อปี 2015ของรัฐบาล ซึ่งนายโค วิงหมาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอาหารและสุขภาพในขณะนั้น ยื่นต่อสภานิติบัญญัติเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ระบุว่าสัตว์ที่ไม่มีไมโครชิปจะอยู่ในศูนย์อย่างน้อย 4 วัน ส่วนสัตว์ที่มีไมโครชิปโดยทั่วไปจะอยู่ประมาณ 10 ถึง 20 วัน ระหว่างที่เจ้าหน้าที่พยายามตามหาเจ้าของ
ประสบการณ์ในช่วงหลังแสดงให้เห็นว่าสุนัขอยู่ในศูนย์นานขึ้น ระยะเวลากักดูแลสุนัขเฉลี่ยเพิ่มจาก 40.7 วันในปี 2023 เป็น 53.7 วันในปี 2025 เพิ่มขึ้น 13 วัน หรือประมาณ 32% เบ็ตตี ตัน เจ้าหน้าที่สัตวแพทย์อาวุโสผู้รับผิดชอบงานจัดการสัตว์ กล่าวว่าเคยมีสุนัขตัวหนึ่งอยู่ในศูนย์นานถึง 2 ปี
สุนัขพันธุ์ผสมท้องถิ่นตัวหนึ่งที่เจ้าของนำมามอบในเดือนกันยายน 2024 ได้บ้านใหม่ในเดือนพฤษภาคม 2026 ส่วนสุนัขพันธุ์โดเบอร์แมนที่ถูกนำมามอบในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ยังคงรอการส่งไปอยู่ที่อื่นในช่วงที่มีการกล่าวถึงกรณีนี้ เนื่องจากองค์กรสวัสดิภาพสัตว์มีพื้นที่ไม่เพียงพอสำหรับสุนัขขนาดใหญ่
การดูแลในศูนย์และการหาบ้านทำงานอย่างไร
ฮ่องกงมีศูนย์จัดการสัตว์ 4 แห่ง ศูนย์เขตนิวเทร์ริทอรีส์เหนือในซึงสุ่ยมีพื้นที่รองรับสุนัข 120 ตัว และดูแลทั้งสัตว์จรจัด สัตว์เลี้ยงที่เจ้าของนำมามอบ และสัตว์ที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวน
เฉินจิ่งหมานเล่าว่าเจ้าหน้าที่ให้อาหารสุนัขวันละ 2 ครั้ง ทำความสะอาด ให้ยาถ่ายพยาธิ ดูแลรักษาอาการเบื้องต้น และให้การดูแลด้านอื่น ๆ เจ้าหน้าที่ยังใช้อาหารช่วยให้สุนัขที่กลัวคนคุ้นเคยกับการสัมผัสจากมนุษย์ การสังเกตอาการโรคพิษสุนัขบ้าโดยสัตวแพทย์ในกรณีสุนัขกัด โดยทั่วไปใช้เวลา 7 วันนับจากวันที่กัด
AFCD ระบุว่าสุนัขที่สุขภาพดีและมีอุปนิสัยอ่อนโยนสามารถส่งต่อให้องค์กรสวัสดิภาพสัตว์พันธมิตรทำหมันและหาบ้านได้ การทำหมันช่วยป้องกันการสืบพันธุ์ ส่วนการรับเลี้ยงคือการหาผู้ดูแลรายใหม่ให้สุนัข ศูนย์ทำหน้าที่เป็นที่พักชั่วคราว ขณะที่องค์กรพันธมิตรดูแลขั้นตอนต่อไปเพื่อหาบ้านให้สุนัข
ในช่วง 3 ปีที่ระบุไว้ในรายงานล่าสุดของศูนย์ มีการส่งต่อสุนัขประมาณ 260 ตัวไปจนถึงมากกว่า 300 ตัวต่อปีให้องค์กรสวัสดิภาพสัตว์เพื่อหาบ้าน โดยสัดส่วนการรับเลี้ยงใกล้เคียง 40% ยอดการุณยฆาตต่อปีอยู่ระหว่าง 372 ถึง 436 ตัว ตัวเลขของศูนย์เหล่านี้ครอบคลุมสัตว์ที่เข้ามามากกว่ายอดสุนัขที่ไม่มีผู้ดูแลซึ่งจับได้ในช่วง 5 ปี เพราะศูนย์ยังรับสัตว์ที่เจ้าของนำมามอบและสุนัขที่เข้ามาด้วยช่องทางอื่น
แม้สุขภาพดี สัตว์ก็อาจต้องรอนานเมื่อองค์กรที่รับช่วงต่อมีพื้นที่เต็ม กรณีสุนัขพันธุ์โดเบอร์แมนแสดงให้เห็นว่าขนาดตัวมีผลต่อการหาที่อยู่ ส่วนกรณีสุนัขพันธุ์ผสมที่ได้บ้านในที่สุดแสดงให้เห็นว่าอาจต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะพบผู้รับเลี้ยง
ผู้ช่วยเหลือสัตว์ตั้งข้อสงสัยเรื่องการประเมินอุปนิสัย
ลกสนับสนุนการจับสุนัขที่ไม่มีผู้ดูแลและลงโทษผู้ดูแลที่ขาดความรับผิดชอบ แต่ตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการประเมินอุปนิสัย เขาให้เหตุผลว่าสุนัขที่ถูกจับโดยใช้เครื่องควบคุมและนำไปอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยอาจหวาดกลัว ซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมเมื่ออยู่กับเจ้าหน้าที่
ลกประเมินว่าในสุนัข 100 ตัว อาจมีเพียง 2 หรือ 3 ตัวที่ผ่านการประเมิน ตัวเลขของเขาหมายถึงขั้นตอนการประเมิน ขณะที่สัดส่วนการรับเลี้ยงเกือบ 40% ของ AFCD หมายถึงผลลัพธ์ในภาพรวมของสุนัขที่อยู่ในศูนย์ หากต้องการเห็นภาพกระบวนการครบถ้วนขึ้น จำเป็นต้องมีตัวเลขติดตามสุนัขตั้งแต่จับได้ ผ่านการประเมิน การส่งต่อ และการหาบ้านในท้ายที่สุด
AFCD ระบุว่าการสังเกตอาการ การดูแลรักษาโดยสัตวแพทย์ และการช่วยปรับพฤติกรรมเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมสุนัขเพื่อหาบ้าน จุดยืนของกรมคือ ต้องคำนึงถึงสุขภาพและอุปนิสัยควบคู่กับความสามารถขององค์กรสวัสดิภาพสัตว์ในการรับสัตว์ไปดูแล
ลกยังสนับสนุนแนวทางจับ ทำหมัน และปล่อยสุนัขกลับคืน ซึ่งมักเรียกย่อว่า TNR วิธีนี้จะปล่อยสัตว์กลับสู่ชุมชนหลังทำหมัน แต่นโยบายที่ AFCD ประกาศมุ่งส่งสุนัขที่เหมาะสมให้องค์กรสวัสดิภาพสัตว์เป็นผู้ดูแล และระบุว่าจะไม่ปล่อยสุนัขที่ไม่มีผู้ดูแลกลับสู่ชุมชนเนื่องจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
เปลี่ยนจากจุดยืนของรัฐบาลเมื่อปี 2015
คำชี้แจงของนายโคต่อสภานิติบัญญัติเมื่อปี 2015 ระบุว่ารัฐบาลไม่มีแผนเพิ่มบทลงโทษการทอดทิ้งสัตว์ โดยเน้นการให้ความรู้ การเลี้ยงสัตว์อย่างรับผิดชอบ การรับเลี้ยง และความร่วมมือกับองค์กรสวัสดิภาพสัตว์ในการให้บริการทำหมันฟรี
คำชี้แจงดังกล่าวบันทึกว่ามีคดีทอดทิ้งสัตว์ที่ศาลพิพากษาลงโทษสำเร็จในปี 2013 โดยปรับ 500 ดอลลาร์ฮ่องกง เทียบกับโทษปรับสูงสุดตามกฎหมายที่ 10,000 ดอลลาร์ฮ่องกง นอกจากนี้ยังระบุจำนวนคดีที่มีคำพิพากษาลงโทษฐานปล่อยให้สุนัขเดินเตร่ในที่สาธารณะ ได้แก่ 365 คดีในปี 2010, 325 คดีในปี 2011, 355 คดีในปี 2012, 296 คดีในปี 2013 และ 331 คดีในปี 2014
เจ้าหน้าที่รายงานว่าในช่วง 5 ปีที่คำชี้แจงดังกล่าวครอบคลุม จำนวนเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับความเดือดร้อนจากสัตว์จรจัดลดลง 38% จำนวนสัตว์จรจัดที่จับได้ลดลง 36% และจำนวนสัตว์ที่ถูกการุณยฆาตลดลง 40% AFCD จัดสรรงบประมาณ 5 ล้านดอลลาร์ฮ่องกงสำหรับการให้ความรู้และประชาสัมพันธ์เรื่องการดูแลสัตว์ในปีงบประมาณ 2015–16
คำชี้แจงฉบับเดียวกันปฏิเสธการขยายระยะเวลาพักของสัตว์ทุกตัว โดยอ้างว่าศูนย์ทั้ง 4 แห่งมีผู้ใช้บริการหนาแน่น พื้นที่สำหรับสัตว์ที่เข้ามาใหม่จะลดลง และความแออัดเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่โรค นอกจากนี้ยังไม่รับเป้าหมายยุติการุณยฆาต โดยอ้างถึงทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับดูแลสัตว์ที่ไม่มีผู้รับเลี้ยงเป็นเวลานาน
การหารือที่วางแผนไว้ในปี 2026 สะท้อนการเปลี่ยนแปลงจากจุดยืนก่อนหน้านี้เรื่องบทลงโทษ ผลในทางปฏิบัติจะขึ้นอยู่กับบทบัญญัติกฎหมายฉบับสุดท้าย การรวบรวมหลักฐาน และความสามารถในการดูแลสุนัขหลังจับได้ การให้ความรู้ยังเป็นส่วนหนึ่งของแนวทาง AFCD โดยเจ้าหน้าที่ต้องการลดการทอดทิ้งสัตว์ก่อนที่สัตว์จะมาถึงศูนย์
ประเด็นสำคัญ
- AFCD จับสุนัขที่ไม่มีผู้ดูแลได้ 2,220 ตัวในช่วง 5 ปี และการุณยฆาต 617 ตัว คิดเป็นประมาณ 28% ของสุนัขที่จับได้ทั้งหมด
- ปฏิบัติการพิเศษที่เริ่มวันที่ 8 ตุลาคม 2026 จะมุ่งเป้าสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับเหตุทำร้ายคนหรือแหล่งรวมตัวของสุนัขจรจัดเป็นเวลา 4 เดือน
- รัฐบาลมีแผนหารือเรื่องการแก้ไขกฎหมายภายในสิ้นปี 2026 และตั้งเป้าดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จในปี 2027
- ไม่มีบันทึกการดำเนินคดีข้อหาทอดทิ้งสัตว์ตามมาตรา 22 แห่งกฎหมายว่าด้วยโรคพิษสุนัขบ้าตั้งแต่ปี 2020 ถึง 2025
- ระยะเวลา 4 วันตามกฎหมายมีไว้เพื่อติดตามหาผู้ดูแล สุนัขอาจอยู่ในการดูแลเป็นเวลาหลายสัปดาห์ หลายเดือน หรือนานกว่านั้น
- ระยะเวลากักดูแลเฉลี่ยเพิ่มจาก 40.7 วันในปี 2023 เป็น 53.7 วันในปี 2025
- สุนัขที่เหมาะสมอาจถูกส่งต่อให้องค์กรสวัสดิภาพสัตว์เพื่อทำหมันและหาบ้าน AFCD ระบุว่าจะไม่ปล่อยสุนัขที่ไม่มีผู้ดูแลกลับสู่ชุมชน






